ชิฟฟ่อนเค้กฝอยทอง
ทำเค้กฝอยทองไปฝากญาติผู้ใหญ่มาค่ะ เลยขอเก็บเอาสูตรกับวิธีทำมาฝากเพื่อน ๆ ด้วย เผื่อใครอยากเอาไปทำทาน ทำฝากเพื่อนฝากญาติ หรือทำเพื่อขายหารายได้เสริมนะคะ
.... สูตรเค้กฝอยทองโดยปกติที่พิมเห็นโพสต์กันในเนต ส่วนใหญ่เป็นเนื้อสปันจ์เน๊าะค่ะ แต่วันนี้พิมขอโพสต์เป็นเค้กแบบเนื้อชิฟฟ่อนจ้า ซึ่งเค้กสูตรนี้....พิมรับรองว่านุ่มมากค่ะ นุ่มจนพิมชอบเอานิ้วไปจิ้ม แล้วให้มันเด้งกลับ แล้วก็เอานิ้วไปจิ้มใหม่อีกรอบ (ฮ่ะๆ) ... ยังไงมาลองดูสูตรและความน่ากินกันนะคะ
ป.ล. วันนี้อารัมบทไม่ยาวเหมือนอันอื่นนะคะ แบบว่าง่วงมากๆ ออกไปทำงานตั้งกะเที่ยง ทำติดต่อกันจนถึง 2 ทุ่ม กลับถึงบ้าน 3 ทุ่ม เหนื่อยสุด ๆ และปวดเมื่อยไปทั่วตัวเลยค่ะ >_<"
ป.ล. ภาพเล็กด้านบนเป็น เค้กฝอยทอง ที่ตัวเค้กด้านบนเป็นชิฟฟ่อนกลิ่นใบเตยนะคะ / ส่วนในภาพใหญ่ด้านล่างเนี่ย ตัวเค้กเป็นชิฟฟ่อนธรรมดา ต่างกันที่มีกลิ่นใบเตยกับไม่มีเท่านั้น ซึ่งพิมจะขอสาธิตแบบมีใบเตยนะคะ
ป.ล. สูตรชิฟฟ่อนเค้กพิมเอามาจากน้องยุ้ย "ความรักทำให้โลกอ่อนหวาน" และเอามาปรับลดน้ำตาลกับผงฟู และเปลี่ยนส่วนผสมอื่นนิดหน่อยค่ะ
:: ส่วนผสมทั้งหมดสำหรับ "เค้กชิฟฟ่อนใบเตยฝอยทอง" ::
มีด้วยกัน 3 ส่วนนะคะ
- แป้งเค้ก 120 กรัม
- ผงฟู 1 1/4 ชช.
- นมผง 1 1/4 ชช.
- น้ำตาลทรายป่นละเอียด 80 กรัม
- เกลือป่นธรรมดา 1/2 ชช.
- น้ำมันพืช 60 กรัม ....... (พิมใช้น้ำมันรำข้าว)
- ไข่แดง 4 ฟอง ........ (พิมใช้ไข่ไก่เบอร์ 2)
- น้ำใบเตยคั้นข้น ๆ 50 กรัม
- นมสด 40 กรัม
- ไข่ข่าว 4 ฟอง
- ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ชช. ......... (พิมใช้น้ำมะนาว 1/2 ชช. แทน)
- น้ำตาลทรายป่นละเอียด 80 กรัม
- ฝอยทอง 250 - 300 กรัม (หรือมากกว่านี้ ... ตามชอบ)
ป.ล. ก่อนทำให้ชิมฝอยทองที่จะใช้ก่อนค่ะว่าหวานมากน้อยแค่ไหน ถ้าหวานมาก (วัดจากความรู้สึกตัวเอง) ก็อาจจะต้องลดน้ำตาลในสูตรลงนิดนึง แต่ถ้าฝอยทองหวานน้อยไป ก็อาจจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีกสักหน่อยนะคะ
:: วิธีทำ ::
เริ่มต้นก็ไปวอร์มเตาอบทิ้งกันไว้ก่อนนะคะ โดยชิฟฟ่อนเค้กฝอยทองของพิมในวันนี้จะใช้อุณหภูมิในการอบอยู่ที่ 180 องศาซี และก็ใช้เวลาอบประมาณ 35 นาทีค่ะ
พอจัดการตั้งวอร์มเตาอบแล้ว ก็ให้เรามาจัดการเรื่องพิมพ์ขนมไว้ก่อนนะคะ .... โดยพิมพ์ขนมที่พิมใช้ในวันนี้ จะเป็นพิมพ์แบบสี่เหลี่ยม 2 ปอนด์ค่ะ (แต่สำหรับแบบธรรมดาในภาพด้านบน ใช้พิมพ์กลม 2 ปอนด์) ... ก็ให้เราจัดการห่อพิมพ์ด้วยกระดาษฟอยด์สักหน่อยนะคะ เพื่อกันน้ำเข้าพิมพ์ หรือถ้าพิมพ์ใครไร้รอยต่อ ไร้รอยที่จะรั่วแล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่อพิมพ์ด้วยฟอยด์ก็ได้ค่ะ
ส่วนด้านในก็แค่กรุด้วยกระดาษไขไว้ที่ก้นพิมพ์เท่านั้น ด้านข้างไม่ต้องกรุ และก็ไม่ต้องทาไขมันใด ๆ เลยนะคะ
พอจัดการกรุพิมพ์เสร็จ ก็มาจัดการหน้าฝอยทองกันต่อ ... สำหรับฝอยทองเนี่ย หากอยากทำเองดูวิธีทำ >> ที่นี่ << นะคะ แต่ถ้าจะซื้อเค้าเอาก็สะดวกดีค่ะ ซึ่งตอนนี้ถ้าจำไม่ผิดจะราคาประมาณกิโลละ 180- 250 นะจ๊ะ (แล้วแต่ตลาด แล้วแต่เกรด)
ก็ให้เอาฝอยทองกรุลงที่ก้นพิมพ์ ปริมาณมากน้อยตามชอบ แต่พิมชอบเยอะ ๆ หน่อยค่ะ ... กรุเสร็จก็เอาปลายช้อนกดเบา ๆ ไปบนฝอยทองโดยรอบ เพื่อให้เนื้อฝอยทองแน่นขึ้นหน่อย ส่วนผสมเค้กจะได้ไม่ไหลหลุดรอดลงไปจนถึงก้นพิมพ์ได้น่ะค่ะ
ก็จะได้ออกมาเป็นประมาณนี้นะ ....... พักเอาไว้ก่อนจ้า
จากนั้นเราก็จะมาเริ่มทำตัวเค้กกันล่ะค่ะ
เริ่มต้นด้วย .... ส่วนผสมส่วนที่ 1 ..... สำหรับส่วนผสมส่วนที่ 1 เนี่ย ก็มีด้วยกัน 5 อย่างนะคะ ซึ่งก็คือ แป้งเค้ก (พิมใช้พัดโบก) ผงฟู นมผง เกลือ และก็น้ำตาลทรายป่นละเอียดค่ะ
สำหรับแป้งเนี่ย อย่าลืมนะคะ .. ร่อนก่อนแล้วค่อยตวงค่ะ
พอตวงแป้งได้ตามที่บอกแล้ว ก็เทแป้งใส่กาละมังใบย่อมๆ เอาไว้ และใส่ส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดตามลงไป
และก็คนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันค่ะ .......... (พักไว้ก่อน)
ต่อมาก็มาจัดการกับส่วนผสมส่วนที่ 2 กันต่อนะคะ ...... ซึ่งส่วนผสมส่วนที่ 2 นี่ก็จะมีน้ำมันพืช ไข่แดง น้ำใบเตย และก็นมสดอ่ะค่ะ
ก็ให้เราเอาทั้งหมดเทใส่อ่างผสมใบโตหน่อย (เพราะเดี๋ยวตอนผสมช่วงหลัง เราจะต้องใส่ไข่ขาวที่ตีขึ้นฟูแล้ว ลงไปผสมด้วย)
ป.ล. ในภาพเขียนผิดนะคะ จริง ๆ จะเขียนเป็นนมสด แต่ดันพิมพ์ว่าเป็นนมข้นจืดซะงั้น >_<"
แล้วคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันค่ะ
และก็เทส่วนผสมส่วนที่ 1 ที่เราเตรียมไว้เมื่อกี้นี้ลงไป
คนด้วยความรวดเร็วให้เข้ากันดี ก็พักเอาไว้ก่อนนะคะ (อย่าคนนาน เค้กจะเหนียว)
ต่อมาก็มาดูส่วนผสมส่วนที่ 3 กันค่ะ .... สำหรับส่วนผสมส่วนที่ 3 ก็จะมีไข่ขาว น้ำตาลทรายป่น และก็ครีมออฟทาร์ทาร์นะคะ (แต่พิมขอใช้น้ำมะนาวแทนจ๊ะ)
สำหรับไข่ขาวเนี่ย ตอนแยกไข่ขาวไข่แดงให้ระวังนิดนึงค่ะ ... อย่าให้ไข่แดงแตก เพราะถ้าไข่แดงแตก เราก็จะเสียไข่ใบนั้นไปทันทีเลย เพราะว่าหากไข่ขาวมีส่วนของไข่แดงติดมา มักจะตีไม่ขึ้น หรือขึ้นฟูน้อยกว่าปกติน่ะค่ะ (กรณีติดมานิดหน่อยอ่ะนะคะ)
ก็ให้เราตีไข่ขาวด้วยความเร็วสูงสุดของเครื่องตี ... ตีตอนแรกไข่ขาวจะเป็นฟองหยาบ ก็ให้ตีไปสักแป๊บ ไข่จะเริ่มเป็นฟองละเอียดขึ้น ช่วงนี้ก็ให้ใส่น้ำมะนาว (หรือครีมออฟทาร์ทาร์) ลงไปนะคะ แล้วก็ตีต่อไป

ตีไปเรื่อย ๆ (ใช้เวลาไม่นาน) จนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน ก็ทยอยใส่น้ำตาลทรายป่นละเอียดลงไปทีละ 1-2 ช้อน แล้วก็ตีต่อไป
ป.ล. วิธีสังเกตุว่าไข่ขาวตั้งยอดอ่อนหรือยัง ก็ให้ปิดเครื่องตีนะคะ แล้วยกหัวตีแหงนขึ้น หากไข่ขาวตั้งยอดอ่อนกำลังดี ไข่ขาวที่ติดปลายหัวตะกร้อของเราขึ้นมาด้วย ปลายไข่ขาวจะย้อยลงคล้ายสระอา ... อ่ะค่ะ / แต่ถ้าไข่ขาวตั้งยอดแข็งแล้วเนี่ย ปลายไข่ขาวจะตั้งเป็นยอดแหลม ๆ แทนนะคะ

ตีต่อจนกระทั่งไข่ขาวตั้งยอดแข็งนะคะ ก็เป็นอันว่าใช้ได้ล่ะ ... ทำการปิดเครื่องตีได้เลย (ก่อนจะปิดเครื่อง ลดความเร็วลงเหลือระดับ 1 จัดการตีไข่ขาวต่ออีกสัก 30 วินาที เพื่อตัดฟองอากาศนะคะ)
ป.ล. แต่ทำครั้งนี้พิมดั๊นนลืมตีตัดฟองอากาศค่ะ ตอนโฟลด์ส่วนผสมเลยจะเห็นได้เลย ส่วนผสมเนื้อหยาบไปหน่อย >_<" แถมพอทำเสร็จ โพรงอากาศก็แอบใหญ่ ฮ่ะๆ .. สมน้ำหน้าตัวเองค่ะ เป็นบทเรียนอ่ะ จำไว้เลย >_<"

จากนั้นก็ให้ทำการแบ่งไข่ขาวด้วยสายตาคร่าวๆ ออกเป็น 4 ส่วน แล้วตักไข่ขาวส่วนที่ 1 ใส่ลงในกาละมังที่มีส่วนผสมของ 1+2 อยู่ จัดการโฟลด์เบา ๆ ให้เข้ากัน จะด้วยตะกร้อมือหรือพายยางก็ได้ตามถนัดเลยนะคะ (พิมถนัดพายยางมากกว่า) พอเกือบ ๆ จะเข้ากันดี ก็ตักไข่ขาวส่วนที่ 2 ใส่ลงไป โฟลด์อีกรอบ จนพอเข้ากัน ก็ใส่ส่วนที่ 3 + โฟลด์ .... สุดท้ายก็ใส่ส่วนที่ 4 และก็โฟลด์ให้เข้ากันดี จนไม่เห็นว่ามีไข่ขาวเหลือเป็นหย่อม ๆ อ่ะค่ะ

ก็จะได้ออกมาเป็นแบบนี้นะคะ (จริง ๆ ส่วนผสมจะต้องมีเนื้อเรียบเนียนกว่านี้ แต่อย่างที่บอก เป็นเพราะพิมลืมตีตัดฟองอากาศตอนสุดท้ายค่ะ หุหุ)
แล้วก็เทใส่พิมพ์ขนาดตามชอบ ซึ่งปกติพิมใช้พิมพ์ 2 ปอนด์ 2 อัน แต่วันนี้พิมขอใช้พิมพ์แบบรวมมิตรนะคะ
จากนั้นก็เอาไปเข้าเตาอบ (ซึ่งมีถาดที่ใส่น้ำรองอยู่ด้านล่าง ปริมาณน้ำสูงประมาณ 1 ซม.) ไฟ 180 องศาซีค่ะ ใช้เวลาประมาณ 35 - 40 นาที (แล้วแต่เตาอบ แล้วแต่ขนาดพิมพ์ แล้วแต่ความหนาของพิมพ์ .... แล้วแต่พิม ... ว๊ายยย อันนี้ไม่ใช่แหละค่ะ ฮ่ะๆ)
พอเค้กสุกดี ก็ยกออกมาจากเตา กระแทกพิมพ์กับพื้นเบา ๆ สัก 1 ครั้ง แล้วก็วางพักไว้สัก 10 นาที ให้เค้กเย็นคาพิมพ์ ก่อนที่จะเอาเค้กออกจากพิมพ์นะคะ แล้วสุดท้ายเราก็จะได้เค้กฝอยทองออกมาหน้าตาประมาณนี้อ่ะค่ะ ... น่ากินไหมเอ่ย ^^
ส่วนชิ้นนี้ ... เป็นแบบเนื้อชิฟฟ่อนธรรมดา ไม่ได้ใส่น้ำใบเตยนะคะ ... ซึ่งออกมาสีสวยหวานมาก เนื้อเค้กก็ละเอียดเนียนนุ่มสุด ๆ (เพราะไม่ลืมที่จะตีตัดฟองอากาศ หุหุ) ... สูตรก็ตามนี้เลยค่ะ
:: ส่วนผสมทั้งหมดสำหรับ "เค้กชิฟฟ่อนฝอยทอง" ::
- แป้งเค้ก 120 กรัม
- ผงฟู 1 1/4 ชช.
- นมผง 1 1/4 ชช.
- น้ำตาลทรายป่นละเอียด 80 กรัม
- เกลือป่นธรรมดา 1/2 ชช.
- น้ำมันพืช 60 กรัม ....... (พิมใช้น้ำมันรำข้าว)
- ไข่แดง 4 ฟอง ........ (พิมใช้ไข่ไก่เบอร์ 2)
- นมสด 90 กรัม ......... (พิมใช้นมสเตอร์ริไลซ์ตราหมี กระป๋องเตี้ย ๆ ที่ห่อกระดาษสีเหลือง)
- กลิ่นวนิลา 1/2 ชช.
- ไข่ขาว 4 ฟอง
- ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ชช. ......... (พิมใช้น้ำมะนาว 1/2 ชช. แทน)
- น้ำตาลทรายป่นละเอียด 80 กรัม
- ฝอยทอง 250 - 300 กรัม (หรือมากกว่านี้ ... ตามชอบ)
ใจจริงสำหรับเค้กฝอยทองเนื้อชิฟฟ่อนธรรมดาอันนี้เนี่ย อยากจะเอามาให้ดูทั้งก้อน เพื่อเพื่อน ๆ จะได้เปรียบเทียบกับแบบใส่ใบเตย แต่ว่าทำเสร็จเมื่อคืนวานสัก 3 ทุ่ม ก็ต้องรีบตัด ห่อ แล้วใส่กล่องให้แม่เอากลับไปกินที่บ้านสวน เพราะแม่กำลังจะกลับบ้านสวนพอดีเลยค่ะ (เหลือไว้ให้คุณสามีแค่ชิ้นเดียว) ... ยังไงไว้ทำคราวหน้าจะเอาแบบทั้งก้อนมาฝากนะคะ ^^


Comments
แต่พอมาทำเองบ้าง ... สุดจะบรรยาย
ง่วงๆ อย่างนี้ขอกินชิ้นนึง+กาแฟ สุดยอดเลยค่ะ
ขอสักชิ้นรองท้องก่อนไปทำงานน่ะ ค่ะ =D
เพราะสมัยก่อนเนี่ย มีหลายอย่างเหมือนกันที่พิมว่าม ันยากอ่ะ ดูแล้วไม่เห็นจะทำง่ายเหมือนที่ สาธิตเลย
แต่พอได้ลงมือทำ บางขั้นตอน..จริง ๆ เป็นขั้นตอนที่เราคุ้นเคยทำบ่อย อยู่แล้ว
จะรู้สึกได้เลยค่ะว่า มันไม่ยากอย่างที่คิดอ่ะ
ลองทำดูนะคะ =)
เพราะมีทั้งเค้ก ทั้งกาแฟ มาพร้อมกันเลยอ่า :blush:
และเดี๋ยวพอคุณมะนาวกลับมา พิมก็ไปนอนพอดีเลย =D
ที่จะทำให้เนียน
แล้วอีกประเด็นกรณี ที่ ถ้าบุ ฝอยทอง เสร็จ แล้วค่อยเทแป้งเค็ก แล้วค่อยอบใช่มั้ย แบบว่า ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ ถ้าอย่างนั้น ถ้าบุฝอยทองไม่แน่น ก็มีสิทธิ ทะลุ มาข้างหน้า ใช่มั้ยค่ะ
แต่ต้องพยายามกดให้ฝอยทอง (ขณะที่อยู่ในกระทะ) จมน้ำเชื่อมหน่อย ไม่งั้นบางทีอาจจะเหม็นคาวไข่อ่ ะค่ะ =)
เพื่อตัดฟองอากาศที่อยู่ในเนื้อ ไข่ (ซึ่งเกิดตอนตีด้วยความเร็วสูง) ให้ยุบลงหรือสลายตัวไปอ่ะค่ะ
ทำให้เนื้อเค้กที่ได้หลังจากอบเ สร็จ มีความเนียนเรียบ ไม่เกิดเป็นรูโบ๋ ๆ ใหญ่ ๆ อ่ะค่ะ
ส่วนเรื่องการกรุฝอยทอง ก็คือ .... เราวางพิมพ์เค้กลงกับพื้นโต๊ะนะ คะ เอาฝอยทองใส่ลงไป
เกลี่ย ๆ ให้ฝอยทองกระจายตัวพิมพ์ และให้มีความหนาแบบที่มองไม่เห็ นก้นพิมพ์ (ที่เป็นโลหะ) อ่ะค่ะ
ส่วนจะหนามากน้อยแค่ไหน อันนี้ตามชอบเลย
แล้วใช้ปลายช้อน (ช้อนยาวก็ได้ สั้นก็ได้) กดลงไปบนฝอยทองให้ทั่ว ๆ ทั้งพิมพ์
เพื่อให้ฝอยทองมีความแน่นขึ้นสั กหน่อยอ่ะค่ะ แต่ไม่ต้องกดให้แน่นมากนะคะ
เพราะไม่งั้นพออบเสร็จ เมื่อพลิกเอาด้านฝอยทองกลับขึ้น มา
ฝอยทองที่อยู่ด้านบนเสร็จ มันจะแบน ๆ ดูไม่ค่อยสวยอ่ะค่ะ
และ .......พอกรุเสร็จ (ควรกรุไว้ก่อนผสมแป้ง) ก็ค่อยเทส่วนผสมแป้งที่เราตีไว้ แล้วลงไป
ก็ค่อยเอาเข้าอบ ... ประมาณนี้ล่ะค่ะพี่ =)
(อีกนิดนึง ๆ ใกล้จะได้ไปส่งน้องสาวไปอยู่หอท ี่โน่นแล้วล่ะค่า) =)
พูดถึงสปันจ์กับชิฟฟ่อนเนี่ย ตามความรู้สึกพิมนะ คิดว่าสปันจ์เนื้อจะนุ่มนวลกว่า แต่ทำยากกว่า
แบบว่าพิมทำสปันจ์ออกมายังไม่ค่ อยจะได้ดีตามความต้องการเท่าไหร ่เลยค่ะ
อีกทั้งถ้าหัดทำใหม่ ๆ ยังจับจุดไม่ได้ โอกาสที่เค้กจะเป็นไต แล้วก็เนื้อไม่ฟู ตีไม่ค่อยจะขึ้นเนี่ยมีเยอะมากเ ลยอ่ะค่ะ
ส่วนชิฟฟ่อนเนื้อก็นุ่มค่ะ นุ่มแบบนุ่มนิ่มอ่ะ (ตามสูตรข้างบนนี้ก็นุ่มมากเลย)
แต่บางคนเค้าว่ามันยังไม่นุ่มเท ่าสปันจ์ (อันนี้ก็แล้วแต่คนนะคะ) แต่ที่สำคัญทำง่ายกว่ามาก
ไม่ต้องเสี่ยงเรื่องเค้กเป็นไตไ ม่เป็นไต เพราะว่าพิมทำตั้งแต่คราวแรกที่ หัด ก็ยังไม่เคยมีปัญหาเลยอ่ะค่ะ
ส่วนเรื่องต้นทุนเนี่ย ... พิมว่าพอ ๆ กันค่ะ
เพราะว่าอย่างวันนี้พิมทำเค้กกา แฟให้แม่ เป็นเนื้อสปันจ์ 2 ปอนด์ ต้นทุนเฉพาะเนื้อเค้กก็ประมาณ 30 กว่าบาทบาทค่ะ
ส่วนชิฟฟ่อนในสูตรด้านบน ลงทุนเฉพาะเนื้อเค้กประมาณ 40 บาท แต่มันได้ราว ๆ 3 ปอนด์
... เฉลี่ยแล้วก็พอ ๆ กันอ่ะนะคะ
ว่าแต่ยินดีด้วยนะคะเนี่ย เปิดเตาอบครั้งแรกของปีเนี่ย ก็ขายหมดเลย ว่าแต่ทำอะไรขายบ้างอ่ะค่ะ
พิมว่าอาทิตย์นี้จะชิมลาง ลองเอาเค้กฝอยทองไปวางขายที่ตลา ดคู่กับขนมไทยและก็กับข้าวซะหน่ อยอ่ะค่ะ
(แต่เอาจริง ยังไม่รู้มีเวลาทำหรือเปล่าเลยง ่า) :snicker:
ว่าแต่เรื่องเค้กสังขยาฝอยทองนี ่ พิมยังไม่เคยกินเลยค่ะ ลอง search ในเนตก็ไม่เห็นรูป
ยังไงถ้าได้สูตรมา ลองทำแล้วประสบความสำเร็จ จะรีบเอามาแจกจ่ายเลยนะคะ
ป.ล. ถ้าพี่มีรูป รบกวนลงให้พิมทีนะคะ เผื่อว่าเคยเห็น จะได้หาสูตรได้ไวขึ้นอ่ะค่ะ =)
ป.ล. เมื่อคืนลองไปรื้อสูตรที่มี เจอแต่สูตรชิฟฟ่อนหม้อแกงค่ะ
คิดว่าน่าจะอารมณ์คล้ายๆ กับสังขยานะคะ แต่ไม่รู้จะอย่างเดียวกันหรือเป ล่า :eyebrow:
ปรากฎว่ามีอยู่ 3-4 คน ขอสั่งซื้อเพิ่ม .. แสดงว่าสูตรโอเคนะคะ :blush:
ยังไม่หายหิวเลยค่ะ ยิ่งเห็นหน้าตาอาหารของพี่พิมแล ้ว นุ่นจะลงลงแดง T_T T_T ตาย รอน้องสาวกลับมาจากโรงเรียน จะได้ไปกินข้าว
ลูกนึง 25-36 บาทแน่ะค่ะ คิดว่าคงจะต้องชะลอบ้าบิ่นไปก่อ น
ไว้มะพร้าวราคาถูกลง จะลองหัดทำอ่ะค่ะ
(เคยหัดทำครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ ว รู้สึกว่าตอนนั้นก็ใช้ได้ แต่เหมือนมันยังไม่ดีพอ เลยไม่ได้จดสูตรเอาไว้อ่ะค่ะ)
ที่ผ่านมาพิมทำแต่ขนมสดไปขายน่ะ ค่ะ คราวนี้เลยอยากจะทำขนมแห้งๆ บ้าง
เพราะนอกจากพิมเองจะทำในวันอื่น (ที่ไม่ใช่คืนวันเสาร์ได้) เช่น วันศุกร์ หรือเช้าวันเสาร์... แล้ว
ลูกค้าก็ยังจะสามารถเก็บขนมไว้ท านในวันอื่นที่พิมไม่ได้ไปขายได ้น่ะค่ะ
ตอนแรกคิดว่าจะทำพวกเค้กผลไม้ เค้กครีมไปขาย
คือพยายามจะทำอะไรให้เป็นเอกลัก ษณ์ของเรา ไม่ซ้ำกะของคนอื่นที่ตลาด แต่คงจะไม่สะดวกในการขนย้าย
เลยคิดว่าจะทำขนมอะไรที่ขนย้ายง ่ายหน่อย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของเราไว้
(คือประมาณว่ารสนี้ ในตลาดแถวนี้ ต้องมาซื้อที่เรา) อย่างพวกคุ๊กกี้ บราวนี่ ทาร์ต น่าจะเวิร์คกว่าอ่ะค่ะ
ส่วนสาลี่ ... ต้องบอกว่า ไม่เคยทำมาก่อนเลยค่ะ ไว้จะต้องลองทำดู
ขอบคุณคุณหนิงมากๆๆๆ เลยนะคะ ถ้ามีข่าวคืบหน้ายังไง จะมาเล่าให้ฟังค่ะ =)
ว่าแต่สองสาวจะไปกินข้าวกันที่ไ หนเหรอ ไม่ชวนพี่มั่งเลยนะเนี่ย :Pout:
พูดถึงเหล้ารัม พิมใช้ captain morgan ซื้อที่โลตัสหรือแมคโครนี่แหละค ่ะ ขวดนึงหลายกะตังค์เหมือนกัน
ถ้าจำไม่ผิด 600 กว่าบาทอ่ะ แต่ถ้าไม่มี ใช้พวกแม่โขง แสงโสมก็ได้นะคะ เป็นรัมอย่างนึงเหมือนกันอ่ะค่ะ
ส่วนผลไม้แห้งราคาเอาเรื่องจริง ๆ แถมบ้านพิมโลละ 300 กว่าบาท
แต่วันก่อนไปร้านตั้งจิ๊บเส็งแถ วพาหุรัด ราคาโลละ 250 หรือ 280 นี่แหละค่ะ
กะว่าคราวหน้าถ้าจะทำก็คงจะซื้อ ร้านนี่แหละค่ะ (เพราะดูแล้วไม่เก่าเก็บด้วยอ่ะ )
ป.ล. ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะคุณหนิง ภาวนาให้เป็นจริงในเร็ววัน ^^
ว่าแต่คุณหนิงก้อย่าลืมรักษาสุข ภาพด้วยนะคะ ตอนนี้อากาศประหลาด ๆ บางวันร้อนบางวันเย็น
ถ้าพิมไม่ป่วยก็ต้องเปื่อยแน่ ๆ เลยค่ะ T_T
ผลก็ออกมาใกล้กันค่ะ แต่ว่าเนื้อเค้กที่คอฟฟี่เมตแทน รู้สึกว่าจะแอบแฉะนิด ๆ ไม่เหมือนใช้นมผงอ่ะค่ะ
ป.ล. ถ้าทำในปริมาณน้อย ใช้นมผงเด็กได้เลยค่ะ
แต่ถ้าทำบ่อย ซื้อแบบที่ใช้เฉพาะในงานเบเกอรี ่มาจะถูกกว่าและเหมาะกว่าค่ะ =)
ส่วนเรื่องเค้ก ... จริง ๆ ตอนนี้อยากทำเค้กมาก ๆ เลยค่ะ แต่ว่าเตาอบมันรวน ๆ ยังไม่ได้ซื้อใหม่เลยค่ะ (ซ่อมไม่คุ้ม) ยังไงรออีกหน่อยนะคะพี่
อยากทำบ้างจัง
ไว้เก็บตังค์ซื้อได้แล้วจะลองทำ ดูนะค่ะ นำไปฝากญาติผู้ใหญ่คงจะดี เบื่อเค้ก เมื่อไหร่ ๆ ก็เค้กเอาแบบไทย ๆ ดูบ้าง
ได้เครื่องตีไข่เมื่อไหร่จะส่งข ่าวนะค่ะจะได้ร่วมกันแสดงความยิ นดีกับจันทรา อิ อิ (เว่อร์ ๆ ๆ)
เค้กชนิดนี้ ... เท่าที่พิมลองทำไปให้ญาติผู้ใหญ ่ และผู้ใหญ่ที่รู้จักกันแล้ว ปรากฎส่วนร้อยทั้งร้อยชอบนะคะ
บางคนก็ชอบเฉย ๆ แต่บางคนก็ชอบมาก กินครั้งละหลายชิ้นเลยอ่ะค่ะ
และก็เค้กชนิดนี้แหละ ที่เป็นเค้กอันดับหนึ่งเลยที่มี คนสั่งพิมทำค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ถ้าเป็นส่วนฝอยทองต้องดูว่าใส่น ้ำลงไปมากน้อยแค่ไหนค่ะ แล้วระหว่างอบน้ำในถาดแห้งหรือเ ปล่า ..... ถ้าน้ำแห้ง หน้าจะไหม้ได้ค่ะ
แต่ถ้าเป็นด้านบน แสดงว่าไฟบนแรงไป ต้องลดไฟลงนะคะ
- ถ้าไหม้ที่ฝอยทอง + เค้กที่ติดกับฝอยทอง แสดงว่าน่าจะใส่น้ำในถาดน้อยเกิ นไป หรือน้ำแห้ง (เป็นเวลานาน) ระหว่างอบ เพราะแรก ๆ ที่พิมหัดทำ น้ำในถาดก็มีแห้งนะคะ เพราะว่าใส่น้อยไป แต่ไม่ได้ปล่อยให้แห้งนาน พอรู้ตัวว่าน้ำในถาดแห้ง ก็เติมน้ำเข้าไป ฝอยทองก็ไม่ไหม้อ่ะค่ะ .. ยังไงตอนเริ่มอบใส่น้ำให้สูงสัก 1 1/2 ซม. นะคะ
- ถ้าไหม้ด้านบนหรือไหม้ขอบเค้ก แสดงว่าไฟเตาอาจจะแรงไป ให้ลดอุณหภูมิเตาลงสัก 5 องศาค่ะ น่าจะช่วยได้
ที่สำคัญต้องให้แน่ใจนะคะว่าเตา อบของเราอุณหภูมิเท่าที่เราตั้ง ไว้จริง ๆ ยังไงถ้าคุณ Rattiya ยังไม่มีเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวั ดอุณหภูมิในเตาอบ พิมแนะนำให้ซื้อสักตัวค่ะ มีขายตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ และตามในเนตก็มี ราคาตั้งแต่ประมาณ 300 ไปจนถึงหลักพัน ขึ้นกับว่าเป็นแบบไหน วัสดุอะไรค่ะ
ทำไมตีไข่ขาวยังไงมันก็ไม่ตั้งย อดคะ
พัส
pim.in.th/.../...
ขอบคุณมากนะคะ ไม่เคยผิดหวังเลยเวลาถามอะไรคุณ พิม
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับน้ำใจงามๆข องคุณพิมค่ะ
พัส
ยังไงก็ตีให้ไข่ขาวตั้งยอดไม่ได ้เลย มันต้องตีนานแค่ไหนคะ เมื่อวานที่ทำตีไปประมาณ 10 กว่านาที มันก็ยังได้ไข่ขาวแบบรูปก่อนจะต ั้งยอดของคุณพิม มันเป็นอะไรของมัน ทำตามคำแนะนำของคุณพิมหมดแล้ว ช่วยบอกทีเถอะค่ะ ทำออกมาแล้วเค๊กแน่นมากๆ เห็นแล้วอิ่ม
พัส
ว่าแต่ถ่ายรูปมาให้ดูหน่อยได้ไห มค่ะ ถ่ายตั้งแต่เริ่มต้นเลย ถ่ายทีละนาทีที่ตี บางทีเห็นภาพแล้วอาจจะพอช่วยคิด ได้ว่าเพราะอะไร เพราะถ้าบอกอย่างนี้พิมก็มองภาพ ไม่ออก ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันอ่ะค่ะ
แต่ก็งง ๆ นะคะ ถ้าไข่สด - ไข่แดงไม่ปนไปในไข่ขาว - ภาชนะไม่มีไขมันติด - ภาชนะแห้งดี แล้ว แต่ยังตีไม่ขึ้นอีก อาจจะเป็นเพราะเครื่องตีก็ได้ค่ ะ
แต่ว่า .......... ใช้ตะกร้อมือ หรือเครื่องค่ะ
ขอบคุณค่ะ
พัส
อยากทำชิฟฟอนอร่อย ๆใฟ้แม่ทาน เพราะแม่ต้องสั่งซื้อเขา ค่ะ
ขนาดสั่งจำนวน 50ชิ้น ยังไม่ลด ไม่แถม แล้วก็คละรสมาให้มั่ว ๆ
เน้นแต่เนย ไม่ค่อยมีรสส้ม หรือรสใหม่ ๆ ด้วย
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
อ้อ... แต่รอบสองปอนลดไข่เหลือสามฟอง ออกมานุ๊มนุ่ม ฟู๊ฟู เพอร์เฟ็คมากค่ะ
ขอบคุณคุณพิมมากนะคะสำหรับสูตรอ ร่อยเยอะแยะมากมาย ขอบคุณ่ะ
พรุ่งนี้จะลองทำ ถ้าโอเคจะเอาไปใส่บาตร
นิดนึงงงง หากมีปัญหาอะไร ป้าจะเข้ามาถามนะค่ะคุณพิม
ตอนนี้ยังไม่ไดทำ เลยยังไม่เจอปัญหา
หากมีเวลา กลับมาเล่าให้พิมฟังบ้างนะคะ แล้วถ้าติดขัดตรงไหน ถามมาได้ค่ะ
ถ้าพิมตอบได้จะช่วยตอบให้ค่ะ
งานยุ่งอะจ๊ะ
แต่ไม่เกินวันศุกร์นี้ทำแน่ๆ อิอิ
เนี่ย ป้าตั้งเวปนู๋พิม เป็นhomepage เลยนะจ๊ะ
เข้าเวปมะไรเจอเลย
ยังไงถ้าคุณป้าลองทำแล้วติดขัดย ังไง ลองโพสต์ถามหนูไว้ได้นะคะ
แต่ถ้าคุณป้าถามไว้ช่วงเสาร์อาท ิตย์นี้ แล้วพิมไม่ตอบ แสดงว่าที่บ้านพิมน่าจะน้ำท่วม และไม่ได้ใช้คอมส์นะคะ
ยังไงถ้าน้ำหายท่วม จะรีบกลับมาตอบให้เลยค่ะ
ลองทำแล้วแต่พิมที่ใส่มันรั่วจ๊ ะ
ซื้อมาใหม่ รั่วทุกใบเลย
ผลคือน้ำซืมเข้าตัวขนมหมดเลย
เละอะ
แต่ป้าไม่ท้อ
เดี๋ยวว่าง ๆ จะทำอีก
อิอิ
ครั้งก่อนหนูทำบราวนี่ หน้าติดไหม้ไปหน่อยนิดนึง อิอิ
แต่รสชาติดีแต่หนูลดน้ำตาลลง เพราะไม่ชอบหวานมาก
คราวหน้าว่าจะหัดทำชิฟฟ่อนเลยเข ้ามาอ่านสูตรก่อน
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ สำหรับทุกสูตร ยังไงหนุก้ขอเอาสูตร
ไปหัดทำเบเกอรี่หน่อยนะคะ
พี่พิมมีสูตรทำเค้กนมสดมั้ยคะ อยากทำสตรอเบอรี่นมสด อิอิ
ขอถามอีกอย่างคะ สูตรนี้ไม่ใช้เครื่องตี มันจะตีขึ้นมั้ยอะคะ ขอบคุณนะคะ
ส่วนเรื่องว่าควรใช้เครื่องตีไห ม แนะนำอย่างแรงว่าควรจ๊ะ ... โดยเฉพาะช่วงการตีไข่ขาว จำเป็นมากในความรู้สึกพี่
ส่วนว่าเก็บได้กี่วัน ถ้าเก็บนอกตู้เย็นได้ประมาณ 3 วันเท่านั้น เพราะเราไม่ได้ใส่สารกันบูดอะไร เลย แต่ถ้าเก็บในตู้เย็น ได้เป็นอาทิตย์จ๊ะ
คุณพิมขา ตอนนี้พี่ลาออกจากงานมาเป็นแม่บ ้านอย่างเดียว ประมาณว่าต้องออกมาดูแลลูก บางวันรู้สึกไม่ดีประมาณว่าไม่ม ีประโยชน์ไร้คุณค่า ก็ได้สูตรขนมของคุณพิมให้ลองหัด ทำ ทำได้บ้างไม่ดีบ้างก็ทำให้รู้สึ กดีขึ้นนะคะ ขอบคุณคุณพิมสำหรับความมีน้ำใจใ นการเผยแพร่ข้อมูลสูตรอาหารนะคะ
เรื่องทำขนม ลองหัด ๆ ทำไปดูนะคะ ครั้งแรกอาจจะทำเพียงแค่ครึ่งสู ตรดูก่อน ถ้าถูกใจ คราวถัดไปค่อยทำเพิ่มขึ้นอีก ไรงี้อ่ะค่ะ
ยังไงก็ยิ้มเข้าไว้นะคะ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วหากมีเวลาว่างก็ลองหาอะไรให ม่ ๆ ให้ตัวเราได้ลองทำดู พิมเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะออ กมาดีแน่นอนค่ะ ^__^