เค้กกล้วยหอม แบบใส่โยเกิร์ต (สูตรที่ 1)

เค้กกล้วยหอมสูตรนี้ เป็นสูตรแรก ที่พิมจะนึกถึง เวลาคิดอยากจะทำเค้กกล้วยหอมค่ะ เพราะนอกจากจะอร่อย เนื้อไม่หนักมาก ออกไปทางนุ่มเบา แต่ชุ่มชื้นแล้ว ก็ยังใส่เนยและน้ำตาลน้อยด้วยค่ะ ทำให้เวลากินแล้วรู้สึกสบายใจมากเลยค่ะ ^^
จริง ๆ พิมเป็นคนทำเค้กกล้วยหอมบ่อยมาก เมื่อก่อนทำแทบจะทุกอาทิตย์เลยค่ะ เนื่องจากว่าแม่พิมมักจะเอากล้วยหอมที่สวนแบบสุกงอมมาทิ้งไว้ให้ที่บ้านเสมอ อาทิตย์ละหวีสองหวี แต่มาระยะหลัง เตาอบเสีย + ยังไม่ได้ซื้อ เป็นระยะเวลากว่าครึ่งค่อนปี ก็เลยไม่ได้ทำเลยค่ะ .. จนพอได้ถอยเตาอบมาใหม่ (ไม่นานนี้) ก็นึกอยากจะทำเค้กกล้วยหอมกินอีก เลยลงมือทำตามสูตรเก่า ๆ ที่มี และก็สูตรใหม่ ๆ ที่หาได้ .. ปรากฎว่าเจอสูตรนี้แหละค่ะ ดั้งเดิมเป็นสูตรของคุณแมงเม่า (พันทิป) แต่พิมเอามาปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เป็นรสแบบที่ตัวเองชอบ ก็ได้ออกมาเป็นเค้กกล้วยหอมแบบนี้ล่ะค่ะ
Concept :: The Princess of Banana Cups Cake with five ladys.

:: ส่วนผสม ::
1. เนย 120 กรัม
2. เกลือ 1/4 ชช.
3. น้ำตาลทรายป่น 220 กรัม
4. ไข่ไก่เบอร์ 2 ... 2 ฟอง
5. ผงฟู 2 ชช.
6. เบคกิ้งโซดา 1 ชช.
7. กล้วยหอมสุกมากๆ 220 กรัม
8. แป้งเค้ก 240 กรัม
9. โยเกิร์ต รสธรรมชาติ 150 กรัม
10. นมสด 40 กรัม
11. กลิ่นวนิลา 1/3 ชช.
12. ของตกแต่งด้านบนเค้กตามชอบ (เม็ดน้ำตาลสี, ช๊อคชิพ, เม็ดมะม่วง, เมล็ดทานตะวัน, ถั่วลิสงสับหยาบ, เนยแข็งขูด)
ป.ล. ในภาพด้านล่าง พิมลืมถ่ายรูปนมสดมาค่ะ

:: รายละเอียดส่วนผสม ::
"เนยสด" ... พิมจะซื้อเนยแบบแพคละ 5 โลตาม Macro แล้วนำมาตัดไว้เป็นถุงละกิโล แยะใส่ถุงซิปล๊อค (ปิดให้สนิท) แช่ไว้ในตู้เย็น หรือบางทีซื้อเนยสดแบบถุงละ 1 โล จากร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่มาค่ะ ... เวลาจะใช้ ก็เอาออกจากตู้เย็น ตัดเป็นชิ้นให้ได้น้ำหนักตามที่ต้องการ แล้วก็พักไว้ให้คลายความเย็นนิดนึง (ส่วนที่ไม่ได้ใช้ เก็บเอาตู้เย็น)
"น้ำตาลทราย" ... ใช้น้ำตาลทรายยี่ห้ออะไรก็ได้ค่ะ นำมาป่นด้วยเครื่องบด ให้ละเอียด เพื่อที่จะทำให้ตีเข้ากับเนยได้ง่ายขึ้น
"ไข่ไก่" .... ใช้ไข่เบอร์ 2 ค่ะ เบอร์มาตรฐาน ซึ่งถ้าใช้ไข่ที่เราแช่ตู้เย็นเอาไว้ ต้องเอาไข่ไก่มาพักไว้นอกตู้เย็นก่อนสัก 20 นาทีนะคะ

"แป้งเค้ก" ... พิมใช้ยี่ห้อพัดโบกค่ะ เป็นยี่ห้อแป้งเค้กประจำบ้านเลย
"ผงฟู" .... ใช้แบบดับเบิ้ลแอ๊คชั่น ยี่ห้อประจำก็ Best Foods
"เบคกิ้งโซดา" ... ซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ใน Supermarket ตรง Zone พวกขายอุปกรณ์เบเกอรี่ ... พิมซื้อมา แล้วกล่องมันแตก เลยเอามาเทใส่ขวดไว้แบบนี้ค่ะ

"โยเกิร์ต" .... ใช้รสธรรมชาติ ยี่ห้อดัชชี่ค่ะ (แถวบ้านมีขายอยู่ยี่ห้อเดียว -*-)
"กลิ่นวนิลา" .... ถ้าเป็นขนมที่ไม่ได้ต้องการกลิ่นวนิลาแบบหอมมาก ๆ ก็ใช้กลิ่นแบบขวดนี่ค่ะ ยี่ห้อ วินเนอร์
"เกลือป่น" ... ใช้เกลือไอโอดีนค่ะ เม็ดมันละเอียดดี

สุดท้าย ก็ "กล้วยหอม" ค่ะ ... พิมชอบให้งอมขนาดนี้ รู้สึกว่ากำลังดี กำลังหอม หวานได้ที่
อ้อๆ ... จริง ๆ มีส่วนผสมอีกอย่างคือ "นมสด" ค่ะ แต่พิมลืมถ่ายรูปมา ... พิมใช้นมที่โรยหน้ากาแฟเย็น มาผสมน้ำเปล่า ในอัตรา 1 ต่อ 1 (ก็คือ นม 15 กรัม น้ำ 15 กรัม) หรือใครจะใช้นมสด แบบพวกยี่ห้อหนองโพ เมจิ ก็ได้นะคะ ซึ่งถ้าใช้นมสดแบบหลังนี่ ไม่ต้องผสมน้ำค่ะ ใช้เพียว ๆ เลย

:: วิธีทำ ::
• เริ่มต้นก็จัดการตวงแป้งเค้กไว้ก่อนเลยนะคะ 240 กรัม แล้วก็ร่อนให้แป้งกระจายตัวซะ 1 รอบ .. จากนั้นพักไว้ก่อน


• หั่นเนยที่คลายความเย็นบ้างแล้ว เป็นชิ้นเล็กหน่อย ใส่กาละมังผสม .... หยิบเกลือใส่ลงไปนิดหน่อย ประมาณสัก 1/4 ชช ..... แล้วก็ตีส่วนผสมให้พอเข้ากัน (ถ้าใช้เครื่องตี ก็ความเร็วปานกลาง)

• ค่อย ๆ ทยอยใส่น้ำตาลที่เราป่นเอาไว้แล้ว ลงไปทีละประมาณ 2 ชต. .... สลับกับการตีส่วนผสมให้เข้ากัน ... ไปเรื่อยๆ อย่างนี้ จนน้ำตาลหมด ... (ใช้ความเร็วปานกลาง)

• ใส่ไข่ลงไป 1 ใบ ... ตีให้เข้ากันส่วนผสม แล้วก็ใส่ไข่ทีเหลืออีกใบ พร้อมผงฟู และเบคกิ้งโซดา

• ได้ออกมาเป็นแบบนี้

• แล้วใส่ด้วยกล้วยหอมที่เราบดละเอียดเอาไว้แล้ว (แต่ส่วนตัว พิมชอบบดหยาบ ๆ นิดนึงค่ะ เวลาเคี้ยวแล้วรู้สึกได้ถึงเนื้อกล้วยหอม) ... ผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน (ถ้าใช้เครื่องตี - ก็เบอร์ 1)


• ตามด้วยแป้งเค้กที่เราร่อนเอาไว้แล้ว .... โดยแป้งเค้กเนี่ย ให้เราแบ่งเป็น 3 ส่วน ... แล้วทยอยใส่ทีละ 1 ส่วน ... ใส่แป้งส่วนนึงแล้ว ตะล่อมเบา ๆ ให้พอเข้ากัน แล้วค่อยใส่ส่วนที่เหลือ

• สุดท้ายก็ใส่โยเกิร์ต + กลิ่นวนิลา + นมสดที่เราเตรียมเอาไว้ค่ะ แล้วก็ตะล่อมเบา ๆ (ย้ำว่าเบาๆ) ให้เข้ากันดี ... เป็นอันว่าสิ้นสุดการผสม เรียบร้อยแล้วค่ะ
ป.ล. ถ้าใช้กล้วยหอมที่บดละเอียด ตัวส่วนผสมจะดูมีเนื้อที่เรียบเนียนสวยกว่านี้ค่ะ แต่อย่างที่บอก พิมชอบกล้วยที่บดหยาบ ๆ ^^"


• แล้วก็จัดการเทใส่พิมพ์ (ที่ทาเนยขาว+มีกระดาษไขโดยรอบ) หรือตักใส่ถ้วย ... ตามชอบค่ะ ... ซึ่งที่พิมทำ มักจะตักใส่ถ้วยเล็ก ๆ แบบในภาพด้านล่างนี้ค่ะ
ตักใส่ถ้วยเสร็จ ก็ตกแต่งตามชอบ ... ซึ่งวันนี้ พิมมีแค่เม็ดน้ำตาลสี ๆ ค่ะ ก็เลยตกแต่งแบบเดียว ^^"


• จากนั้นก็นำเข้าเตาอบ .. ถ้าเป็นพิมพ์กลม หรือ พิมพ์โลฟ สัก 1-2-3 ปอนด์ พิมจะใช้ไฟ 180 C ราว ๆ 1 ชม. ... แต่ถ้าเป็นพิมพ์กระทงจิ๋ว ๆ แบบนี้ พิมจะใช้ไฟ 175 C เวลา 10-15 นาทีค่ะ
ป.ล. ในภาพเขียนอุณหภูมิเตาอบ ผิดค่ะ !!

• แล้วเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ไวเหมือนโกหก 15 นาที ... เราก็จะได้เค้กกล้วยหอมออกมาหน้าตาน่ารักแบบนี้ล่ะค่ะ (เข้าข้างตัวเองสุดๆ โฮ๊ะๆ)
• ใครสนใจก็ลองไปทำกันดูนะคะ ทำง่ายมากๆ ... เครดิตความดีความชอบยกให้พี่แมงเม่า แห่งพันทิปค่ะ


![]()

Comments
คุณพิมใช้เครื่องผสมยี่ห้ออะไรอ ่ะค่ะ
พอดีเริ่มทำขนม เลยไม่รู้ว่าจะใช้ยี่ห้อไหนค่ะ
ดีใจที่พบเวบนี้
ขอสูตรบ้างนะคะ
พิมใช้ี่ยี่ห้อ Homemate ของวีรสุ (แบบ Hand Mixer) กับ ยี่ห้อ Imarflex แบบ Stand Mixer ค่ะ
ได้เลยค่ะคุณ Moauan =D
ไก่งามเพราะขน เค้กกล้วยหอมงามเพราะแต่งจ๊ะ ^^
ตอบหน่อยนะคะขอบคุณค่ะ
ดาว
ถ้าต้องการใช้เยอะ ซื้อได้ที่ห้างแมคโครนะคะ เค้าขายแพคละ 5 โล มีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายชนิด เฉลี่ยกิโลละประมาณ 130-160 บาทค่ะ
แต่ถ้าต้องการใช้ไม่เยอะ หรือนาน ๆ ทำที ก็ซื้อเนยสดแบบชั่งเป็นกิโลตามร ้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วไปก็ไ ด้ค่ะ เค้าขายแพคละ 1 กิโล ประมาณ 130-140 บาท แล้วแต่ร้าน แต่ส่วนตัวพิมคิดว่าไม่ค่อยหอมเ หมือนเนยก้อนเล็กๆ (คิดว่าน่าจะเป็นเนยแบบ lite) แต่ก็ใช้ได้อ่ะค่ะ
ไว้ลองทำอีกจะมาเล่าให้ฟังนะคะ
สุขสันต์วันหยุดนะคะ
ส่วนเรื่องทำหลายครั้งแล้วยังเส ียเนี่ย จะว่าไปแล้วเรื่องทำอาหารทำขนมม ันเหมือนเป็นศาสตร์นะคะ
บางทีแค่เราทำไม่พอ ต้องใส่ใจ เรียนรู้ให้ละเอียดทุกอย่างจริง ๆ อ่ะค่ะ
พิมว่าสักวันคุณหนิงต้องทำออกมา ดีเต็มร้อยแน่นอนค่ะ สู้ๆ =D
สูตรไหนเยอะๆ แต่พิมไม่เคยทำ พิมจะหาร 4 เลยค่ะ แล้วทำแค่ 1 ใน 4 ส่วน
จนเริ่มจะดีแล้วก็ขยับมาทำ 1/2 ส่วน จนดีจริงๆ ก็ขยับมาเป็นทำเต็มสูตรล่ะค่ะ
น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเนื้อเค ้กแน่นได้อ่ะค่ะ
สูตรเค้กส้มจากห้องก้นครัวเนี่ย เมื่อก่อนสมัยเค้าฮิตๆ กัน พิมก็ทำบ่อยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ พิมแอบขี้เกียจค่ะ =_=
.........
ว่าแต่วันนี้พิมเพิ่งคุยกับน้อง สาวข้างบ้านค่ะ เค้ามาปรึกษาเรื่องหัดทำขนมดอกโ สน
แล้วเค้าก็บอกว่าตอนมาหัดกับพิม และตอนกลับไปทำที่บ้านครั้งแรก มันออกมาดีมาก แป้งนุ่ม หอม
แต่พอทำครั้ง 2 3 4 มันกลับแย่ลงเรื่อย ๆ เค้าไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร
พิมก็เลยมานั่งช่วยเค้าคิดค่ะว่ าทำไม ปรากฎว่ามันเกิดจากความชะล่าใจ
(เพราะคิดว่าเราทำเป็นแล้ว เราเคยทำแล้วดี) + ความรีบเร่ง ...
สองอย่างนี้รวมกันเลยทำให้ความอ ร่อยของขนมมันลดลงไปเยอะ
พิมก็เลยแนะนำเค้าไปว่า ให้เค้าทำใหม่นะ เป็นครั้งที่ 5 แล้วก็ทำแบบใจเย็น ๆ อย่ารีบ
ทำแบบตั้งใจเหมือนตอนทำครั้งแรก ปรากฎว่าก็ออกมาดีเลยค่ะ เค้าก็ดีใจอ่ะ และก็ว่าจะไม่รีบแล้ว =D
พิมมีความเชื่อว่าถ้าคนเรามีควา มกตัญญููรู้คุณบิดามารดา ผู้ให้กำเนิดเรา
ผลจากการกระทำนั้นจะทำให้เราประ สบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิ ตในเร็ววันค่ะ
พิมเองก็มีความฝันอยากเปิดร้านข ายห่อหมก กับขนมไทยเหมือนกันค่ะ
อยากให้แม่หยุดขายของตามตลาดนัด เพราะว่ามันเหนื่อยมาก (แม้แม่เค้าจะมีความสุขก็ตาม)
แม่พิมตอนนี้อายุก็ 54 แล้วค่ะ คิดว่าไม่เกิน 57-60 ล่ะ คงได้มีร้านตัวเองแน่นอน (นานไปไหมเนี่ย =_= )
จาก.คุณโอ
หนิงลองทำตามคำแนะนำของคุณพิม คือตีไข่นานขึ้น ใจเย็นลงอีกนิด เค้กของหนิงฟู เบาและนุ่มขึ้นมากมาย อย่างไม่น่าเชื่อ :want: ขอบคุณคุณพิมมาเลยนะคะ :meow: แล้วหนิงมีคำถามใหม่อีกแล้ว :whisper: น้ำตาลทรายแดงที่ใช้ในสูตรคุกกี ้มันเป็นแบบไหนกันแน่คะ เห็นมีแบบเม็ดละเอียดคล้ายๆลำชื ้นๆกับแบบเป็นน้ำตาลทรายสีแบบมอ ๆขุ่นๆ แล้วมันใช้แทนกันได้รึป่าว
คุณหนิง ค่ะ .... ดีใจด้วยจ้าที่ประสบความสำเร็จเ หมือนเดิมแล้วน๊า ^^
ส่วนเรื่องน้ำตาลทรายแดงที่ใช้ใ นคุ๊กกี้เนี่ย จะเป็นแบบที่ชื้นๆ หน่อย แต่เม็ดละเอียดค่ะ
ไม่ใช่เม็ดแบบน้ำตาลทรายแต่สีหม ่นนะคะ (อันนั้นคือน้ำตาลทรายไม่ขัดสี)
ซึ่งน้ำตาลทรายแดงเนี่ย มันจะมีหลายยี่ห้อ บางยี่ห้อก็จะเป็นเม็ดละเอียด ไม่ค่อยมีแบบก้อน ๆ ปนมาด้วย
บางยี่ห้อก็จะมีก้อนๆ น้ำตาลที่ชื้นๆ ปนมาเยอะหน่อย
ซึ่งถ้าเลือกซื้อ พิมแนะนำว่าเอาแบบแรกค่ะ เราจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาเ ลือกที่เป็นก้อนๆ ชื้นๆ ออก
แต่มันจะราคาแพงกว่าแบบสองหน่อย นะคะ แต่ถ้าเทียบกับที่เราต้องเลือกอ อกแล้ว ก็ราคาพอ ๆ กันอ่ะค่ะ =)
คุณ rin ค่ะ ... เอาเลยค่า กินกับข้าวต้มร้อน ๆ ก็อร่อยนะคะ
=)
(สังเกตุว่าคราวไหนกล้วยหอมดำมา กๆ จะมีเส้นใยดำ ๆ ในเนื้อเค้กเพียบเลย) =)
เลยหันไปทำเค้กอย่างอื่นกินแทน :blush:
หากอยากได้สูตร จะไปรื้อมาให้นะคะ =) แต่อาจจะหลายวันนิดนึง เพราะว่าสมุดจดสูตรเล่มนั้น อยู่อีกบ้านอ่ะค่ะ
ส่วนสูตรชิฟฟ่อนมะพร้าว รอก่อนนะคะ พิมยังไม่ได้ไปอีกบ้านเลย เพราะว่าตอนนี้ไม่ค่อยสะดวกน่ะค ่ะ =(
เป็นของสำนักพิมพ์รักลูก ไว้วันไหนพิมจะถ่ายรูปแล้วส่งเม ล์ไปให้นะคะ
ยังไงส่ง email มาบอกพิมไว้ก่อนที่เมล์พิมก็ได้ ค่ะ =)
ลองเอาไปให้เพื่อนบ้านลองชิมดู เขาว่าอร่อยมากค่ะ..เลยต้องรีบเมลล์มาบอกคุณพิมซะหน ่อย ว่าสูตรคุณพิมเยี่ยมจริงๆ เลยค่ะ..แบบว่ามือใหม่แบบเราก็ทำรอดแถมด ีมากอีกค่ะ...ปลื้มอกปลื้มใจมากเลยค่ะ =D
ดีใจด้วยจริง ๆ อ่ะ และก็ดีใจที่คุณนารินชอบนะคะ เพื่อนบ้านก็ชอบ ไว้ยังไงลองเอาเมนูอื่นไปทำบ้าง น๊า :blush:
แต่ถ้าเป็นเค้กอื่นที่ใส่พิมพ์โ ลหะโดยตรง ไม่ได้ใส่ถ้วยกระดาษ บางอย่างต้องทา บางอย่างไม่ต้องทาค่ะ
Butter Cake ทาเนยขาวทั้งก้นพิมพ์ ขอบพิมพ์ - กรุด้วยกระดาษไขทั้งหมด - ทาเนยอีกรอบ
Chiffon Cake กะ Sponge Cake วางกระดาษที่ก้นพิมพ์อย่างเดียว ค่ะ แล้วเทส่วนผสมใส่ได้เลย
แต่บางคนก็ทาเนยที่ก้นพิมพ์ กรุกระดาษ แล้วเทส่วนผสมใส่นะคะ ... ก็แล้วแต่คนแล้วแต่ความถนัดอีกอ ่ะค่ะ
แต่อย่าทาเนย กรุกระดาษด้านข้างเป็นพอ =) =)
แล้วก็ไม่มีเครื่องตีไข่ด้วยครั บ ตีมือแทนได้มั้ย ^^
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ใช้แป้งเค้ก มากกว่าค่ะ
ส่วนเรื่องที่ตีไม่มี หากจะใช้ตะกร้อมือแทนก็ได้ค่ะ ถ้าสามารถตีเนยกับน้ำตาลให้เป็น ครีมไหวนะ
(แบบว่ามันต้องใช้แรงเยอะเลยอ่ะ เมื่อยมือเลย)
=) =)
ขอบคุณนะคะ ที่เอาไปลองทำดูจ้า =)
คุณพิมพสบายดีใหมคะ ตอนนี้คุณพิมพ์ยังไม่มีเมนูใหม่ เหรอคะ
จริง ๆ แล้วอยากจะไปอยู่ใกล้ ๆ บ้านคุณพิมพ์ให้รู้แล้วรู้รอดไป เลยเผื่อจะได้ทำขนมเก่งแบบคุณพิ มพ์บ้างอะคะ
นี่พิมก็ว่าจะถอยเครื่องตีเล็ก ๆ ไว้อีกสักตัวค่ะ มองไว้เป็นของวีรสุ ราคา 2 พันกว่าบาทค่ะ ที่เลือกยี่ห้อนี้เพราะศูนย์เค้ าอยู่ใกล้บ้าน หากมีปัญหาอะไรจะได้ไปติดต่อได้ ง่าย อีกทั้งเครื่องเก่ารุ่นมือถือที ่พิมซื้อมา ก็ใช้งานได้ดี ใช้มาตั้ง 4 ปีแล้วยังไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ
ส่วนอีกยี่ห้อที่พิมไม่เคยใช้แต ่เห็นคนใช้กันเยอะก็คือ Otto โถแสตนเลส ราคาประมาณ 1500 บาทค่ะ เพื่อนพิมคนนึงเค้าใช้อยู่เค้าก ็ว่าทนดีนะคะ
ถ้าต้องการเครื่องใหญ่กว่านี้หน ่อย ก็อาจจะเป็นยี่ห้อ Princess ค่ะ มีขายตามในห้าง ราคาประมาณ 7 พันบาท เห็นคนซื้นกันเยอะมาก แถมเหมือนตอนนี้จะขาดตลาด แต่ไม่รู้คุณภาพและบริการหลังกา ยขายเป็นยังไง เลยไม่อยากแนะนำค่ะ
หรือถ้างบประมาณหมื่นนึง ลองดูของวีรสุค่ะ ตอนนี้กำลังลดราคาจากหมื่นกว่าๆ เหลือ 9990- แถมบัตรของขวัญอีก 2 พันด้วยอ่ะค่ะ
หรือถ้างบสูงมากๆ ก็ลองดูเป็น kitchen aid นะคะ เห็นคนนิยมใช้กันเยอะเลยค่ะ
เลยอยากถามว่าถ้าลดนมหรือดยเกิร ์ตลงเล้กน้อยจะทำให้นุ่มน้อยลงม ั๊ยคะ
(สำหรับตัวเองตามสูตรนี่ นุ่มนวลมากกเลยค่ะ)
พิมไม่เคยใช้ยี่ห้อนี้ก็จริง แต่เคยเห็นเพื่อน ๆ หลายคนใช้ ก็ใช้ได้ดีนะคะ
แต่อย่าลืมซื้อเทอร์โมมิเตอร์สำ หรับวัดอุณหภูมิในเตาอบไว้สักตั วด้วยนะคะ ราคาหลักร้อยค่ะ
มีตั้งแต่ราว 300 ไปจนถึงหลายร้อย ขึ้นกับว่าเป็นแบบไหน ผลิตจากที่ไหน วัสดุยังไง
ที่แนะนำให้ซื้อเทอร์โมด้วย เพราะเตาอบตัวเล็ก อุณหภูมิจริงนเตามักจะไม่ค่อยเห มือนกับที่เราตั้งไว้ค่ะ
(เป็นแทบจะทุกยี่ห้อ)
พี่ลองแวะเข้ามาดูหมวดเบเกอรี่บ ้าง เพราะไม่ค่อยชอบมากนัก (ไม่ชอบกินค่ะ) แต่หากเป็นขนมไทยๆ ข้าวเหนียวมูนหน้ากุ้ง หน้าสังขยา ทานได้เป็นกิโลเลยค่ะ พี่ค่อนข้างจะติดขนมไทย อาหารไทย ^^ เค้กกล้วยหอมหน้าตาน่าทานมากเลย ค่ะ ช่วงนี้กล้วยหอมบนเกาะล้นตลาด เลยราคาถูก เดี๋ยวว่างๆ อาจจะทำบ้าง แต่ยังไม่มีเตาอบเลย บริษัทยังไม่มาทำให้สักที งานเขายุ่งมากค่ะ เลยได้แต่ร้องเพลงรอ
พี่มดเห็นด้วยกับคุณพิมนะคะว่าเ ราต้องหมั่นฝึก สนใจ สังเกต เรียนรู้ ทดลอง ของพี่กว่าจะมูนข้าวเหนียวได้ (ให้พอทานได้) ก็หมดข้าวเหนียวกว่ายี่สิบกิโลม ั้งคะ ตอนนี้ถือว่าสำเร็จขั้นหนึ่ง แต่ยังไม่สวยเหมือนของคุณพิม และไม่อร่อยเท่าร้านเก้าพี่น้อง แต่ก็พอไปวัดไปวาได้เลยล่ะค่ะ ขอบคุณคุณพิมมากนะคะ (อีกร้อยครั้งก็ไม่สมกับที่คุณพ ิมถ่ายทอดวิธีให้)
พี่มดค่ะ
จริง ๆ เมื่อก่อนไม่ว่าจะเรื่องขนมเรื่ องอาหาร พิมก็เริ่มจาก 0 เลยนะคะ แต่ก็พยายามฝึกหัดทำ หัดสังเกตุ หัดเรียนรู้มาเรื่อย ๆ คือทำแบบเดียวกับที่พี่มดทำเลยอ ่ะค่ะ .... กว่าจะมีวันนี้ก็ใช้เวลาไม่ใช่น ้อย เสียวัตถุดิบไปไม่ใช่น้อย แต่ถึงพิมจะทำได้แล้ว แต่พิมก็ว่ามันยังไม่ดีที่สุด เพราะงั้นก็ต้องฝึกต้องทำกันต่อ ไปค่ะพี่
ขอบคุณพี่มดเช่นกันนะคะที่มาโพส ต์ข้อความเป็นกำลังใจให้พิมเสมอ เลย ^^
คุณ jibjee ... เอาเลยจ๊ะ
คุณปอน ..... พิมว่าสูตรนี้เป็นสูตรที่ได้เนื ้อเค้กกล้วยหอมออกมาโอเคสูตรนึง เลยค่ะ ยังไงลองดูนะคะ ^__^ ติดขัดอะไรแวะมาถามได้ค่ะ แต่บางที...นานนิดนึงกว่าพิมจะได้ตอบ เพราะงานค่อนข้างยุ่งมากจ้า
1.ทำไมอบนานจังไม่เหลืองสักที พออบจนเหลืองหน้าก็ดูจะกรอบๆเลย
2.ทำไมหน้าไม่แตกเหมือนคุณพิมละคะ
ถ้าใช้แบบรสผลไม้ได้ไหมคะ หรือว่าใช้ sour cream แทนได้หรือเปล่า
ผมอยากถามว่าถ้าเราเปลี่ยนจากกล ้วยหอม เป็นกล้วยน้ำว้าจะได้ไหมครับ ถ้าได้ควรจะต้องปรับสูตรอย่างไร บ้างครับ พอดีว่าที่บ้านมีกล้วยน้ำว้าสุก ๆเยอะเลยครับ อยากลองทำดูบ้างครับ ขอบคุณมากครับ
ป.ล. แนะนำใช้โยเกิร์ตดีกว่า หรือเอา sour cream ก็พอไหวนะ
หรือว่าไม่ควรใช้แทนกัน ต้องไปซื้อใหม่ดีกว่า เคยทำเค๊กเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ลืมหมดแล้วค่ะ ^^
ส่วนเรื่องว่าเนื้อแน่น อันนี้ขึ้นกับการตีส่วนผสมนะคะ และก็เค้กกล้วยหอมที่มีส่วนผสมเ ป็นเนย จะค่อนข้างเนื้อแน่นกว่าที่ใช้น ้ำมัน แต่ก็ไม่ได้แน่นมากมายอะไร / ส่วนเรื่องหน้าไหม้ ตูดไหม้ ขึ้นกับการอบค่ะ ลองเช็คอุณหภูมิในเตาอบดูว่าเท่ ากับที่ตั้งไว้หน้าเตาอบไหมนะคะ แต่โดยส่วนใหญ่หากเป็นเตาอบตัวเ ล็ก อุณหภูมิในเตาอบมักจะสูงกว่าที่ ตั้งไว้อ่ะค่ะ
ส่วนนมก็เป็นนมสดรสจืดทั่วไปนี่ แหละค่ะ
น้อง Grace .... อันนั้นน่าลองนะเนี่ยที่ผสมกล้ว ยหอม ถ้าเกรซทำแล้ว อย่าลืมเอามาเล่าให้พี่ฟังบ้างน ะจ๊ะ
คราวหน้าลองใช้โยเกิร์ตแบบกล้วย หอมแล้วจะมาเล่านะคะ อ้อ แต่โยเกิร์ตที่นี่ผลไม้อยู่ก้นถ ้วยค่ะ จะกินก็คนให้เข้ากัน ไม่ได้ผสมกันมาอย่างเมืองไทย
ป.ล. ตอนนี้กล้วยหอมเมืองไทยแพงมาก วันก่อนพี่ไปตลาดเจอ 3 ลูก 25 แต่โชคดีบ้านพี่มีปลูกไวบ้าง เลยพอได้มีกินตลอดปีอ่ะ
3 ลูก 25 เลยเหรอคะ หือ แพงอ่ะ ที่นี่ปกติลูกละ 70 เซนต์ค่ะ ถ้าเทียบค่าครองชีพแล้วที่นี่ถู กกว่าค่ะ อึ๋ย กว่าเกรซจะกลับไปเมืองไทย ราคาจะไปถึงไหนกันล่ะนี่
เกรซชอบโยเกิร์ตแบบที่ซื้อผลไม้ มาใส่เพิ่มเองอ่ะค่ะพี่พิม แบบซื้อโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่มาแ ล้วซื้อสตรอเบอร์รี่สดมาแพ็คหนึ ่ง แล้วผ่าสตรอเบอร์รี่ใส่ถ้วย เอาโยเกิร์ตราดหน้า กินเย็นๆ ได้ผลไม้เต็มๆ คำ โอ๊ยมีความสุขที่สุด คิดแบบนี้คงผอมยาก อิๆๆๆ
ปล. เกรซชอบทำมัฟฟินมากกว่าเค้ก(ปอน ด์)ค่ะ เพราะง่ายดี น่ารักด้วย
1.ข้าวโอ๊ต 2 ถ้วย
2.อัลมอนด์สับ 1/2 ถ้วย
3.เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับ 1/2 ถ้วย
4.แอปริคอตแห้งสับ 1/2 ถ้วย
5.เชอร์รี่แห้งสับ 1/4 ถ้วย
6.แครนเบอร์รี่แห้ง 1/4 ถ้วย
7.น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
8.น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
ขั้นแรกผสมข้าวโอ๊ตกับอัลมอนด์ใ นชามก่อนค่ะ แล้วใส่น้ำผึ้งกับน้ำมันพืชลงไป เคล้าๆ ส่วนผสมจะเป็นก้อนๆ หน่อยๆ แล้วเทลงในถาดแบนๆ แบบไว้ใช้อบคุกกี้น่ะค่ะ แล้วเกลี่ยให้บางๆ เข้าเตาอบ 350 F 5 นาทีค่ะ แล้วก็ดึงออกมาคนๆ กลับๆ เข้าอบต่ออีก 5 นาที (เวลาที่ใช้ประมาณ 8-10 นาทีนะคะ แต่จำได้ว่าเตาอบพี่ร้อน คงต้องลดไฟลงหรืออบไม่นานเท่าน่ ะค่ะ)แล้วก็พักไว้รอให้เย็น ระหว่างนี้ก็ผสม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ แอปริคอต เชอร์รี่ แครนเบอร์รี่ (เปลี่ยนผลไม้แห้งได้ตามใจเราค่ ะ)ในชาม พอส่วนผสมข้าวโอ๊ตอบเย็นก็เอามา ผสมเข้าด้วยกันค่ะ เท่านี้แหละค่ะเสร็จแล้ว เอาไว้ราดหน้ามัฟฟินหลุมละประมา ณ 1 ช้อนโต๊ะค่่ะ (เพราะเนื้อหนัก ถ้าตักมากจะจมลงไปในตัวขนมหรือท ำให้ขนมไม่ค่อยฟูนะคะ) หรือบางทีใส่ลงไปผสมในเนื้อขนมม ัฟฟินสักกำมือก็ได้ค่ะ นอกนั้นไว้ราดหน้า หรือใช้ใส่ตรงกลางขนม คือตักขนมครึ่งหนึ่งแล้วตักส่วน ข้าวโอ๊ตแล้วตักขนมทับอีกที หรือทำแบบสองชั้น คือ ขนมตามด้วยข้าวโอ๊ต แล้วขนมแล้วก็ข้าวโอ๊ตก็ได้ค่ะ อัตราส่วนเพิ่มลดได้ตามชอบค่ะพี ่พิม ลองทำดูนะคะ พี่พิม ชอบไม่ชอบอย่างไรบอกกันบ้าง