ปรับมุมคิด.... ชีวิตเป็นสุข

เป็นบทความจาก รพ. ศรีธัญญา อยากให้ทุกคนได้อ่าน เพราะมันดีมากๆ เลยค่ะ
นักจิตวิทยาเชื่อว่า .......ความคิดเป็นตัวการที่สำคัญที่ทำให้คนเราเกิดความเครียด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติของร่างกายในการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
หากคุณคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ร้ายแรง .. อยู่ในวิสัยที่สามารถแก้ไขได้ หรือมีบุคคลอื่นที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ คุณก็จะมีความเครียดระดับน้อย
ความเครียดน้อยๆนี่เองที่จะช่วยเพิ่มรสชาติและความตื่นเต้นให้ชีวิต เป็นแรงผลักดันให้คุณทำงานได้สำเร็จ ลุล่วงไปได้อย่างมหัศจรรย์
บ่อยครั้งที่ความคิดสร้างสรรค์มักจะเกิดขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะกดดันหรือสถานการณ์จำเป็น .. ในทางตรงกันข้ามความเครียดที่มากหรือบ่อยเกินไปส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจอย่างมาก โรคเดิมที่มีอยู่แล้วก็อาจกำเริบมากขึ้นไปอีก

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าความคิดของตนเองมักก่อให้เกิดความเครียดอยู่บ่อยๆ ควรฝึกปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ซึ่งวิธีคิดทั้งห้าแบบตามด้านล่างนี้แหละ ที่จะช่วยคุณได้ ... ลองฝึกปฏิบัติให้เป็นนิสัยเพื่อชีวิตจะได้เป็นสุขกว่าเดิมนะคะ
1. คิดยืดหยุ่น .... การจ้องจับผิดเข้มงวด หรือคอยตัดสินผิดถูกอยู่ตลอดเวลา มีแต่จะทำให้เครียดมากขึ้น เมื่อมีข้อผิดพลาด....สิ่งที่ทุกคนอยากได้รับ ก็คือการให้โอกาสแก้ไขปรับปรุง ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดพลาด เราควรนึกความดีของเขา มีเมตตา ให้อภัยปลอบใจ ให้โอกาสเค้าได้ชี้แจง พยายามพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ในทางตรงกันข้าม... การกล่าวโทษโมโหโกรธาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้สักนิดเดียว โดยเฉพาะถ้าผลที่เกิดตามมาไม่ได้เสียหายร้ายแรงอะไรหนักหนา ก็ไม่ต้องถือโทษโกรธเคืองและลืมเสียบ้างจะทำให้โล่งใจและ ไม่เครียดอีกด้วยนะคะ
2. ไม่หมกมุ่น .... คุณอย่ามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเองเท่านั้น.... เปิดใจให้กว้าง รับรู้ชีวิตความเป็นไปของคนใกล้ชิดและผู้คนในสังคมรอบๆตัวบ้าง หรืออาจมีวิธีรวบรวมข้อได้เปรียบของคุณ เช่นคุณมีครอบครัวเพื่อนฝูง คนรอบข้างที่รักและเข้าใจคุณ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว สถานที่อยู่อาศัยดี อาหารการกินไม่ขัดสน ...... จะทำให้คุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่ง ในขณะที่ยังมีคนอีกมากมายที่รอบๆ ตัวคุณที่ยังขาดแคลน ด้อยโอกาส หรือมีความเครียดจากการเผชิญปัญหามากกว่าคุณหลายเท่า แล้วบางทีคุณจะพบว่าปัญหาของคุณเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับปัญหาของคนอื่น ...... ซึ่งถ้าคุณคิดได้แบบนี้ คุณก็จะสบายใจขึ้น
3. มองมุมกลับ .... เมื่อ มีปัญหาที่ทำให้เครียด ให้คุณลองพยายามคิดหลายๆ ด้าน หลายๆ มุม .... เช่นลองคิดดูว่าถ้าเพื่อนคุณเจอปัญหาแบบเดียวกับคุณเขาจะคิดอย่างไร แล้วถ้าเป็นเจ้านายของคุณเจอปัญหาแบบเดียวกัน เขาจะแก้อย่างไร หรือให้คุณพยายามมองมุมกลับ โดยมองผลดีของการเกิดปัญหา แทนการคิดถึงแต่ผลเสียของปัญหา ซึ่งการมองกลับมุมอย่างนี้อาจทำให้คุณสบายใจมากขึ้นก็ได้นะคะ
4. รับด้านดี .... ถ้าคุณชอบคิดแต่เรื่องร้ายๆ ที่ทำให้จิตใจไม่สงบสุข ลองเปลี่ยนมารับเรื่องดีๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง โดยให้นึกถึงความสำเร็จที่ผ่านมาหรือย้อนเวลาหาอดีตที่คุณมีความสุข มันจะเป็นการให้กำลังใจตัวคุณเอง ซึ่งเมื่อคุณรับแต่เรื่องดีๆ เข้ามา จิตใจก็จะมีความสุขผ่อนคลายความเครียดลงได้มากอ่ะค่ะ
5. มีเหตุผล .... หากคุณเป็นคนเชื่ออะไรง่ายๆ ใครพูดอะไรก็เชื่อ แล้วตัวคุณก็นำเรื่องเหล่านั้นมาคิดวิตกกังวลล่วงหน้า มันก็จะทำให้คุณไม่สบายใจโดยใช่เหตุ .... ลองเปลี่ยนเป็นคนที่คิดอะไรอย่างมีเหตุผล เมื่อคุณได้รับรู้อะไรมา ก็ให้พยายามตรวจสอบหาข้อเท็จจริง หาพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผลถึงปักใจเชื่อ ซึ่งการทำแบบนี้ นอกจากไม่ถูกคนอื่นหลอกง่ายๆ แล้ว ยังลดความเครียดจากความวิตกกังวลหวาดกลัวไม่สบายใจลงได้อีกด้วยอ่ะค่ะ
นอกจากการปรับเปลี่ยนวิธีคิดทั้ง 5 แบบแล้ว .... การได้คุณได้เล่าเรื่องที่คุณเครียดให้คนอื่นได้ฟัง ก็จะช่วยลดความเครียดของคุณลงได้มาก ... ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเก็บความเครียดนั้นไว้คนเดียว ระบายออกมาบ้าง เหมือนลูกโป่งที่อัดแก๊สเข้าไปเรื่อยๆ สักวันลูกโป่งก็จะแตก ... การพูดระบายช่วยให้คุณได้พิจารณาปัญหา ทบทวนและทำความเข้าใจกับปัญหาได้ดียิ่งขึ้น และคุณยังอาจได้คำตอบหรือแนวทางที่เป็นประโยชน์ ในการนำมาแก้ไขปัญหานั้นได้ .... แต่ควรระมัดระวังการเล่าเรื่องราวที่คุณเครียด เปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าผู้ฟังรักและเข้าใจคุณก็โชคดีไป แต่ถ้าเขาไม่จริงใจ อาจจะทำให้คุณเดือดร้อนได้นะคะ

ที่มาของข้อมูล :: บทความจาก รพ. ศรีธัญญา
ที่มาของภาพที่ 1 :: http://medicblog999.wordpress.com/2009/08/04/thinking-outside-of-the-box/
ที่มาของภาพที่ 2 :: http://mattwisdom.wordpress.com/2009/06/
ที่มาของภาพที่ 3 :: http://www.math.hmc.edu/~tucker/math104/resources2.html
