ปลาจีนนึ่งบ๊วย
สองสามวันที่ผ่านมา ลุงข้างบ้านพิมและเพื่อน ๆ ลุงเค้าไปตกปลาจีนที่แถวสมุทรปราการค่ะ ... พิมไม่รู้ว่าลุงเค้าตกกันไปกี่ ชม. แต่ว่าเค้าได้ปลากลับมารวมทั้งหมด 60 กว่าโลแน่ะค่ะ
.... แล้วลุงเค้าก็เอาปลาจีนที่ตกได้ตัวนึง .. (แถมทำมาให้เสร็จเรียบร้อย) มาให้ที่บ้านพิมค่ะ (ตัวราว 4 โลได้ >_<") ลุงบอกว่าเอาไปทำไรกินนะ มันสดมากๆ เนื้อหวานอร่อยดี
ตอนแรกพิมก็ไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไรกินดีค่ะ คือปลาจีนเนี่ยถึงเป็นปลาตัวใหญ่เนื้อเยอะ แต่ก้างมันก็เยอะมากด้วยค่ะ พิมก็เลยไม่ค่อยชอบกินปลาจีนสักเท่าไหร่ พอได้มาทีไรก็มักจะส่งต่อให้คนอื่นเสมอ (ลุงเค้าให้มาบ่อยๆ) แต่มาคราวนี้ลุงเค้ากำชับกำชาหนักหนาว่าจะต้องทำไรกินนะ (ราวกับรู้ว่าเราจะเอาไปให้คนอื่น หุหุ) ... พิมก็เลยต้องคิดหาเมนูที่จะเอาปลาจีนมาทำอะไรกินนี่แหละค่ะ
สุดท้ายดูข้าวของวัตถุดิบภายในครัวแล้ว ... ก็มาลงเอยที่ "ปลาจีนนึ่งบ๊วย" นี่แหละค่ะ คิดว่าเวิร์คมอร์สุดแหละ อย่างอื่นคงไม่อร่อยเท่าแน่ ๆ ..... และหลังจากใช้เวลาทำไปประมาณ 1/2 ชม. พิมก็ได้ปลาจีนนึ่งบ๊วยออกมาหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะ ... เฮลตี้สุดๆ ^^


ว่าแล้ว (คำติดปากของพิม >_<") ..........ก็มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันดีกว่าค่ะ
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
1. ปลาจีนชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น (ถ้าไม่กินปลาจีน ใช้ปลาจาระเม็ดขาวก็ได้)
2. หมูสามชั้น 100 กรัม
3. บ๊วยเค็ม 2 เม็ด
4. น้ำบ๊วยเค็ม 3 ชต.
5. น้ำตาลทราย 1+1/2 ชต.
6. เหล้าจีน 1 ชต.
7. พริกไทยป่น 1 ชช.
8. เห็ดหอมแห้งดอกใหญ่ 2 ดอก
9. พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด หรือ พริกขี้หนูแดงเม็ดใหญ่ 4 เม็ด
10. ต้นหอม (ใช้เฉพาะแต่โคนสีขาว) 4 ต้น
:: ขั้นตอนการลงมือทำ ::
เริ่มแรกเลย ... เราก็มาดูที่ปลาจีนกันก่อนนะคะ ปลาจีนเนี่ยถ้าเราซื้อมาจากตลาดก็ให้เค้าผ่าท้อง ควักไส้ควักพุงออก รวมถึงบั้งสักเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม (และเพื่อให้น้ำบ๊วยปรุงรสซึมเข้าไปในเนื้อปลาได้โดยง่าย) ..... พอเรากลับมาถึงบ้านก็จัดการล้างทำความสะอาด และก็ใส่ตะกร้าโปร่ง ๆ วางทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำนะคะ (ถ้าไม่ชอบปลาจีน ใช้ปลาจาละเม็ดก็ได้)
ต่อมาก็มาดูหมูสามชั้นกันค่ะ ... หมูที่้พิมใช้เป็นหมูสามชั้นนะคะ ... พิมว่าเข้ากับอาหารนึ่ง ๆ แบบนี้ที่สุดแหละ แต่ถ้าใครไม่มี จะเลือกใช้หมูส่วนอื่นที่มีมันก็พอได้ค่ะ ..... ก็เอาหมูสามชั้น (ติดหนัง) มาขูดขนหมูที่อยู่บนหนังหมูออกไปให้หมด .... พอขูดเสร็จก็ล้างน้ำ เอาผ้าที่ไม่มีขนซับ ๆ ให้แห้ง แล้วก็ค่อยเอามาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ (หนาสัก 1/2 ซม.)
แล้วก็เอามาวางเรียงไว้บนตัวปลา.... ประมาณนี้ค่ะ
จากนั้นก็นำไปนึ่งในน้ำเดือดจัด ประมาณ 10-15 นาที (แล้วแต่ชิ้นปลาว่าหนา-ใหญ่มากน้อยแค่ไหน ถ้าชิ้นใหญ่ ๆ แถมหนา แต่มีขนาดครึ่งตัวอย่างของพิมสัก 10 นาทีก็พอ แต่ถ้าเป็นทั้งตัวใหญ่ ๆ ทั้งตัวก็สัก 15 นาทีค่ะ)
ระหว่างนึ่งปลา เราก็มาทำน้ำบ๊วยสำหรับราดปลากันค่ะ .....
โดยใช้บ๊วยเค็ม 2 ลูกเอามายีเนื้อให้แหลก พอแหลกแล้วก็ใส่น้ำบ๊วย ซีอิ๊วขาวลงไป

ตามด้วยน้ำตาลทราย เหล้าจีน และก็พริกไทยป่น

คน ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายดี ... ก็จะได้น้ำบ๊วยปรุงรสแบบเข้มข้นอย่างในภาพค่ะ (แล้วก็พักเอาไว้ก่อน)
ป.ล. ถึงตอนนี้ลองเอาปลายนิ้วแตะ ๆ ชิมรสน้ำบ๊วยที่ปรุงรสแล้วดูนะคะ เพราะบางทีหากน้ำบ๊วยแต่เดิมเค็มมาก อาจจะทำให้พอปรุงรสเสร็จแล้วเค็มเกินไป .. วิธีแก้คือเติมน้ำตาลลงไปค่ะ หรือหากทั้งเปรี้ยวและหวานเกิน ก็อาจจะตัดรสด้วยการบีบน้ำมะนาวลงไปสักหน่อยก็ได้เช่นกันค่ะ
ต่อมาก็มาจัดการเห็ดหอมกันค่ะ ... นำเห็ดหอมไปแช่น้ำร้อนให้นิ่ม (ก็แช่ตั้งแต่ตอนเริ่มแรกเลยค่ะ)
พอนิ่มดีแล้ว ก็หยิบขึ้นจากน้ำ เอามาตัดโคนทิ้ง .... แล้วก็เอามาซอยเป็นชิ้นบาง ๆ แบบในภาพน่ะค่ะ

โคนต้นหอมก็เช่นกันค่ะ .. ใช้เฉพาะส่วนขาวๆ ซอยไว้ให้เรียบร้อย ส่วนพริกถ้าเป็นพริกชี้ฟ้าก็ซอยเฉียง ๆ ไว้ แต่ถ้าเป็นพริกขี้หนูแดงเม็ดใหญ่ก็ผ่าครึ่ง แล้วแคะเอาเม็ดออกด้วยค่ะ
พอนึ่งปลาครบ 10 นาที ก็เปิดฝาซึ้ง เอาเห็ดหอมวางไปบนปลา และเอาน้ำบ๊วยที่เราผสมไว้ราดลงไปค่ะ
ราดเสร็จแล้วก็นึ่งต่ออีกประมาณ 10 นาที
พอครบเวลาก็ทำการปิดไฟ เปิดฝาซึ้ง .... วางพริกกะต้นหอมซอยลงไป แล้วปิดฝาทิ้งไว้อีกสัก 3 นาที ........ ก็เป็นอันว่ากินได้แล้วค่ะ
ท้ายสุดแล้วเราก็จะได้ปลาจีนนึ่งบ๊วยออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ ... ดูสิค่ะ เนื้อปลาข๊าววววววขาววววว หอม หวาน น่ากินมาก
เห็ดหอมกับหมูสามชั้น ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำบ๊วยปรุงรส ออกเปรี้ยว เค็ม หวานนิด ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ
ใครสนใจ ... ก็ลองไปทำดูกันนะคะ ไม่ยาก ๆ ........... (เพื่อน ๆ คงจะคิดว่า แหมมม พิมบอกอย่างนี้เสมอทุกเมนูเลยนะ ฮ่ะๆ)

ใครทำแล้วก็มาบอกพิมบ้างนะคะ ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย ชอบหรือไม่ชอบ ..... ส่วนพิมชอบพอประมาณเลยค่ะ ^^



Comments
แต่ถ้าไม่มี ... ก็ข้ามไปเลยค่ะพี่ ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ แต่กลิ่นอาจจะต่างจากที่พิมทำไป นิดนึง แต่ก็ไม่มีปัญหาค่ะพี่
ป.ล. ดีใจที่พี่ชอบน้ำพริกเผานะคะพี่ เห็นพี่หายไปนาน นึกว่าไม่สบาย ดีใจที่พี่มาถามไถ่อีกครั้ง (และอีกหลาย ๆ ครั้งในอนาคต) นะคะพี่ =)
แต่เห็นแล้วก็หิว :drunk: นี่ตีสามแล้วนะค่ะเนี้ย !!!
ปล. พี่พิมคะ ขอสูตร หลนเต้าเจี้ยวได้ไหมค่ะ อยากเห็นพี่พิมทำจัง =D
ส่วนพี่กินได้ทั้งนั้นอ่ะ ขอให้ถูกปากเป็นพอ ^_^
แต่เอาสูตรหลนเต้าเจี้ยวที่พี่ท ำไปก่อนแล้วกันอ่ะ แบบว่าทำแล้วถ่ายรูปแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเอามาโพสต์เลย
อาทิตย์หน้าคงจะได้โพสต์ล่ะ เพราะยังไม่มีโปรแกรมไปไหน =_=
หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
น้ำกะทิ 2 ถ้วย
เต้าเจี้ยวขาว (ไม่เอาน้ำ) 1/2 ถ้วย
หมูบดติดมัน 90 กรัม
กุ้งบด 80 กรัม
หอมแดง 7 หัว
น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม (บางทีอาจต้องใส่มากกว่าหรือน้อ ยกว่านี้ แล้วแต่ความเค็มของเต้าเจี้ยวด้ วยอ่ะ)
เกลือป่น 1 ชช. (แล้วแต่ความเค็มของเต้าเจี้ยวเ ช่นกัน ถ้าเค็มมาก อาจไม่ต้องใส่)
ไข่ไก่ 1 ใบ (อันนี้บางสูตรเค้าไม่ใส่ แต่พี่ชอบเป็นการส่วนตัว)
ขอบคุณสำหรับสูตรนะครับ =D
หากคุณคนชอบทำครัวมีปลาจีนอีก ... นอกจากเมนูนี้ ลองแล่เอาแต่เนื้อหั่นชิ้นหนาหน ่อย แช่น้ำปลา ตากแดดหรือไม่ตากแดดก็ได้ แล้วเอาไปทอดให้แห้งหน่อย กินกับข้าวสวยร้อน ๆ กินแอ้มแกง กินกับข้าวต้ม .. อร่อยมากเลยค่ะ
หรือไม่ก็เอาไปทำแบบลวกจิ้ม โดยการหั่นบางๆ จิ้มน้ำจิ้มรสจัด ไม่ก็น้ำจิ้มแบบเต้าเจี๊ยวดำ ก็อร่อยอีกแบบค่ะ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องปลาสด ๆ นะคะ)
จนบางทีแม่พิมต้องเอาไปขายให้ เพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไรกินกัน แล้วอ่า ^_^
แกงให้ครบรส...อร่อยจนต้องซู้ดปากเลยละค่ะ