ปลาช่อนทอดผัดต้นกระเทียม
เพื่อน ๆ ชอบกินกระเทียมกันไหมค่ะ ^^ เพราะถ้าถามพิมว่าพวกบรรดาสมุนไพรที่กลิ่นฉุนๆ ทั้งหลายเนี่ย อย่างไหนพิมชอบมากที่สุด พิมก็คงจะบอกว่ากระเทียมล่ะค่ะ และนอกจากพิมจะชอบกินกระเทียมสด กระเทียมเจียวมากแล้ว ต้นกระเทียมพิมก็ชอบไม่แพ้กัน วันนี้พิมเลยขอเอาอาหารที่ใช้ต้นกระเทียมมาฝากเพื่อนๆ ซะ 1 อย่างค่ะ
........ ในช่วงหน้าหนาวของทุกปี จะมีพืชผักบางชนิดที่ไม่เคยมีวางขายในฤดูอื่นเลย (หรือมีน้อยมาก) มาวางจำหน่าย ... ซึ่งต้นกระเทียมก็เป็นหนึ่งในพืชผักเหล่านั้นอ่ะค่ะ
ในสมัยก่อนตอนที่พิมยังไม่ได้ย้ายบ้านมาอยู่ที่แถวลาดพร้าว หน้าบ้านพิมก็คือคลองแสนแสบอ่ะค่ะ แล้วในสมัยพิมยังเด็ก ๆ เนี่ย น้ำในคลองแสนแสบจะยังสะอาดอยู่มาก พอหน้าฝนทุกปี เวลามีฝนตกเยอะๆ น้ำในคลองก็จะใสมาก แล้วปลาในคลองพอได้น้ำฝนก็จะผุดน้ำดังปุ๋ม ๆ น้ำบานไปหมด (ใช้ภาษาถูกป่าวหว่า ??) ทั้งปลาสวาย ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาดก ปลาช่อน ปลาหมอ ปลากระดี่ ปลาสลิด เรียกว่าเยอะแยะเลยค่ะ .... แล้วแม่พิมยายพิม เค้าก็จะออกไปยกยอกัน (จริงๆ ยอมันวางอยู่หน้าบ้าน ริมชายคลองแหละค่ะ) ..... มีครั้งนึงช่วงอายุสัก 10 ขวบ ช่วงต่อระหว่างหน้าฝนกับหน้าหนาว พิมไปช่วยเค้ายกด้วย แล้วได้ปลาช่อนตัวเบ้อเร่อ คนในบ้านก็ดีใจกันยกใหญ่ พอดีกับที่สวนผักข้าง ๆ เค้าเอาต้นกระเทียมที่ปลูกขาย แล้วเก็บไม่หมดมาฝากหอบเบ้อเร่อ เย็นวันนั้นพิมก็เลยได้กินปลาช่อนผัดต้นกระเทียมฝีมือแม่พิมเป็นวันแรกอ่ะค่ะ (จริง ๆ คือเค้าทำกินกันทุกปีอยู่แล้ว เพียงแต่ปีก่อน ๆ พิมอาจจะยังเด็กไป เลยไม่เคยได้กินอ่ะค่ะ) และหลังจากได้กินปลาช่อนผัดต้นกระเทียมในครั้งนั้นแล้ว ก็เป็นอะไรที่พิมติดใจมาก เพราะเนื้อปลาช่อนทั้งกรอบนุ่มและต้นกระเทียมเมื่อผัดได้ที่ก็จะมีความหอมหวาน รสชาตินุ่มนวล แบบว่ามันอร่อยมากๆ เลย และทุกๆ ปีหลังจากนั้น พอถึงหน้าฝนเข้าหน้าหนาวทีไร พิมก็จะต้องรบเร้าให้แม่ทำปลาฃ่อนผัดต้นกระเทียมให้กินทุกปีเลยค่ะ ^^
มาวันนี้ ... พิมก็เลยขอเอาปลาช่อนผัดต้นกระเทียมมาสาธิตให้เพื่อนๆ ดูซะหน่อย เผื่อว่าบางคนอยากจะลองทำทานดู แต่ยังทำไม่เป็นนะคะ ^^ .... แต่ก่อนจะลงมือทำ ก็ตามธรรเนียมค่ะ มาดูหน้าตากันก่อนเน๊าะว่าเป็นยังไง นี่เลยค่ะ ปลาช่อนผัดต้นกระเทียมบ้านพิม หน้าตาจะประมาณนี้นะคะ น่ากินไหมเอ่ย (น่ากินหรือไม่น่ากิน ไม่รู้ล่ะ แต่คนทำดูรูปไป น้ำลายจะหกไป อยากกินอีกอ่ะ ฮ่ะๆ)
ดูหน้าตาไปแล้ว ก็มาดูวิธีทำกันดีกว่าเน๊าะค่ะ แบบว่าเริ่มจะง่วงนอน ไม่ไหวแล้วจ้า (ใกล้จะเที่ยงคืนเต็มทน)
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
- ปลาช่อน 350 กรัม
- ต้นกระเทียม 300 กรัม
- กระเทียมไทย 1 หัว
- พริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดง 5 เม็ด ........ (ถ้าไม่ต้องการรสเผ็ด ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
- เต้าเจี้ยวดำ 2 ชต.
- น้ำปลาดี 1/3 ชต.
- น้ำมันหอย 2 ชต.
- น้ำตาลทราย 1/2 ชต.
- น้ำซุปหรือน้ำสะอาด 1/2 ถ้วย
- น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ชต.
- น้ำมันพืชสำหรับทอดปลา
:: รายละเอียดส่วนผสมและวิธีทำ ::
เริ่มต้นก็มาดูที่ปลาช่อนของเราก่อนค่ะ ... วันนี้พิมเลือกใช้ปลาช่อนนานะคะ ซื้อมาตัวละกิโลกว่า 150 บาท ก็แบ่งเอามาใช้ผัดประมาณ 350 กรัมอ่ะค่ะ ซึ่งปลาข่อนเนี่ย หากทำให้เด็กๆ หรือคนแก่ทาน อาจจะใช้วิธีการแล่เอาแต่เนื้อ เลาะก้างทิ้งไป แล้วหั่นเนื้อเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 ซม. ก็ได้ค่ะ แต่ว่าอันนี้พิมกินเองเน๊าะ ขี้เกียจเลาะกระดูกกลาง เลยหั่นเป็นแว่นหนา 1 ซม. ไปเลยค่ะ แล้วพอหั่นเสร็จ ก็นำไปล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ก่อนจะนำมาเคล้ากับเกลือป่นสักเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อปลามีรสชาติบ้าง และให้เวลาทอดเสร็จแล้ว มีสีเหลืองสวยอ่ะค่ะ (อีกทั้งช่วยให้ไม่ค่อยมีปัญหาติดกระทะด้วย)
จัดการปลาช่อนไปแล้ว ก็มาดูที่ต้นกระเทียมกันต่อ .... สำหรับต้นกระเทียมเนี่ย ใช้ต้นกระเทียมไทยนะคะ แต่หากใครหาไม่ได้ จะใช้ต้นกระเทียมสัญชาติอื่นแทนก็พอไหว แต่ก็จะไม่มีกลิ่นและรสเฉพาะตัวเหมือนต้นกระเทียมไทยอ่ะค่ะ ..... ซึ่งต้นกระเทียมเนี่ย อย่างที่พิมบอกไปตอนแรกว่าเป็นผักที่มีขายเฉพาะหน้าหนาว ส่วนใหญ่ที่เห็นเริ่มมีขายก็จะประมาณต้นหรือกลางเดือน พ.ย. แต่ว่าปีนี้ด้วยความที่ไม่ค่อยจะหนาวเท่าไหร่ แถมฝนตกหนักสุด ๆ ในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา ดังนั้นกว่าจะได้เห็นต้นกระเทียมมีขายในตลาดก็ปาเข้าไปกลางธันวาแล้ว ช้ามากๆ เลยค่ะ ช้าจนนึกไปว่าปีนี้อาจจะอดกินปลาช่อนผัดต้นกระเทียมซะแล้วอ่า >_<"
ป.ล. แต่ต้นกระเทียมเนี่ย ไม่ว่าจะปีไหน ๆ ในช่วงเกือบ 7-8 ปีที่ผ่านมา ออกมาใหม่ ๆ ทีไร ขายปลีก 3 ขีด 25 หรือโลละ 80 ทุกทีเลยค่ะ ^^"
พอได้ต้นกระเทียมมาแล้ว ก็จัดการตักรากทิ้งซะ ดึงใบเหลือง ๆ ออกไปบ้าง ล้างน้ำให้สะอาด แล้วก็จัดการหั่นทั้งต้นทั้งใบเป็นท่อนสั้น ๆ ประมาณ 1 นิ้วค่ะ (ส่วนต้นที่เป็นโคนขาวๆ หากมันใหญ่นัก ก็ผ่าครึ่งตามแนวยาวด้วยนะคะ เวลาผัดจะได้สุกง่ายๆ)

ต่อมาก็เตรียมกระเทียมนะคะ พิมใช้กระเทียมไทย 1 หัว ตัดหัวท้ายและเปลือกที่แข็ง ๆ ออก ทุบให้แตก แล้วสับหยาบ ๆ ค่ะ ...... ส่วนพริก พิมใช้พริกขี้หนูแดงเม็ดใหญ่ เพื่อเพิ่มสีสัน และให้รสเผ็ดนิดๆ ... หากไม่ชอบไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ หรือถ้าชอบให้สีสวย แต่ไม่เผ็ด พอหั่นเสร็จ ก็ล้างเอาเม็ดพริกออกให้หมดนะคะ

จากนั้นก็มาลงมือทำกันค่ะ ... เริ่มต้นด้วยการใส่น้ำมันสำหรับทอดปลาลงในกระทะใบโตหน่อย พอน้ำมันร้อน กระทะร้อน ก็จัดการหย่อนปลาที่เราเคล้าเกลือไว้แล้วลงไป ใช้ไฟกลางค่อนไปทางแรง ทอดจนปลาเป็นสีเหลืองทั้ง 2 ด้าน (แต่ไม่ต้องให้กรอบ) ก็ตักขึ้นใส่กระชอนพักไว้ให้เด็ดน้ำมันค่ะ

แล้วก็ตักน้ำมันสำหรับทอดออกให้หมด ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป (หรือใครจะใช้น้ำมันเดียวกันก็ได้) พอน้ำมันเริ่มร้อน ก็ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้เหลืองหอมค่ะ

พอกระเทียมเริ่มเหลือง (ไม่ต้องรอให้เหลืองมาก เพราะเดี๋ยวจะไหม้ซะก่อน) ก็ใส่เต้าเจี้ยว น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาล น้ำซุปลงไป ..... ผัดให้เข้ากัน แล้วแอบชิมรสนิดนึงว่าถูกปากเราไหม ซึ่งผัดชนิดนี้เนี่ยจะออกรสเค็มนำค่ะ แต่ไม่มาก (ความหวานได้จากต้นกระเทียม) ..... ซึ่งหากรสอ่อนไป ก็เติมได้ตามใจชอบนะคะ หรือถ้ารสเค็ม เข้มเกินไป ก็เติมน้ำสะอาดลงไปให้เจือจางสักหน่อยนึงค่ะ

พอรสชาติได้ที่แล้ว ก็ใส่ปลาช่อนทอดลงไป
ตามด้วยต้นกระเทียมกับพริกที่เราหั่นไว้
แล้วก็ผัดให้เข้ากัน ทิ้งระยะเวลาไว้สักแป๊บนึงเพื่อให้ต้นกระเทียมสุก ...... (ซึ่งสุกมากสุกน้อยก็ตามชอบนะคะ)
ป.ล. อย่าผัดนานมาก+อย่าคนเยอะนะคะ ปลาจะเละ / ถ้าชอบให้ต้นกระเทียมสุกมากๆๆๆๆๆ แนะนำว่าผัดต้นกระเทียมให้สุกตามชอบก่อน ค่อยใส่ปลาลงไปผัดต่อดีกว่าค่ะ
พอต้นกระเทียมสุกดี ก็ปิดไฟเตา และตักใส่จานได้เลยค่า ...... และเราก็จะได้ปลาช่อนผัดต้นกระเทียมออกมา หน้าตาประมาณนี้นะคะ
ซึ่งผัดชนิดนี้เนี่ยจะไม่แห้งค่ะ ออกแฉะ ๆ หน่อย พอมีน้ำให้คลุกข้าวบ้าง แต่น้ำไม่เยอะเหมือนผัดผักนะคะ
ซูม......มมมมม เนื้อปลากันให้เห็นจะ ๆ ..... ว่าน่ากินขนาดไหน ^^
ยังไงหากเพื่อน ๆ สนใจก็ลองไปทำดูกันนะคะ ... ทำไม่ยากเลยค่ะ ง่ายพอ ๆ กับผัดผักเลยอ่า แต่คุณประโยชน์เหลือล้นนะคะ ^^
แล้วเจอกันใหม่ ... เมนูหน้าจ้า
ป.ล. หากมีตรงไหนเหมือนจะตกหล่น หรือพิมเขียนอะไรแปลก ๆ ไป ... ทักท้วงกันมาได้นะคะ แบบว่าตอนพิมโพสต์นี่ทั้งมึน ทั้งงง ทั้งง่วง ทั้งปวดหัว (แต่ไม่กล้ากินยาแก้ปวด) เลยอ่ะค่ะ ก็เลยคิดว่าบางส่วนอาจจะมีการผิดพลาดกันได้ ยังไงพรุ่งนี้ตื่นมา พิมจะมาทวนดูอีกรอบนะคะ >_<"

Comments
หายแพ้ยังค๊ะ คุณพิม
ปล.ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่คนใหม่ ด้วย อิจฉาจังเราไม่มีซักที T_T
รอซะนานเลยนะคะ อิอิ =D
แอบคิดถึงพี่พิมเบาๆ
เชียงใหม่ตอนนี้ หนาวมากกก บรรยากาศยังกับลอนดอน
ไม่มีแสงอาทิตย์ส่องมาเลย
พี่พิมสบายใช่ไหมคะ ?
ไม่เจอกันนานเลย หวังว่าคุณพิมคงอาการดีขึ้นน่ะ =)
เมนูวันนี้น่ากินมาก มาก เลยค่ะ :drunk: มะนาวเคยทำแต่ปลาช่อนผัดคึ่นฉ่า ยอ่ะค่ะ แต่ว่าเมนูคุณพิมก็น่าลอง :kawaii:
เพราะงั้นตอนท้องเลยไม่ค่อยมีปั ญหาจ้า กินพวกนี้ ดมกลิ่นเจ้าพวกนี้ได้สบาย ๆ เหมือนตอนยังไม่ท้องเลยอ่า (โชคดีไปเน๊าะ)
ว่าแต่ถ้าไม่ชอบต้นกระเทียม เปลี่ยนเป็นคึ่นช่ายก็ได้ เพราะว่าปลาช่อนส่วนที่เหลือ พี่ก็ทอดแล้วเอาไปผัดคึ่นช่ายเห มือนกัน
แต่ว่าถ้าจะผัดคึ่นช่ายเนี่ย ปลาต้องทอดให้กรอบนิดนึงนะ (ให้กรอบกว่าในภาพ)
แล้วก็ถ้าชอบขิง อาจจะใส่ขิงแก่ซอยลงไปสักนิดหน่ อย จะช่วยทำให้กลิ่นและรสของปลาช่อ นผัดคึ่นช่ายหอมและอร่อยกว่าเดิ มมากมาย
ลองดูจ๊ะ =)
แบบว่าช่วงนี้แพ้ท้อง ก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาในเวบเลยค ่ะ =_=
สำหรับการเริ่มต้นหัดทำอาหารเนี ่ย พิมว่าหัดตอนไหนก็ไม่สายค่ะ ดูอย่างลุงเจ้าของ kfc สิค่ะพี่
มาเริ่มต้นหัดทำไก่ทอดตอนอายุปา เข้าไป 60 กว่าแล้ว ก็ยังทำได้อร่อย แถมขายดิบขายดีจนมีสาขาไปทั่วโล กอย่างในตอนนี้อ่ะ
ยังไงตอนเริ่มใหม่ ๆ ขอให้เริ่มจากเมนูที่ตัวเองชอบแ ละคิดว่าทำไม่ยากก่อนนะคะ เพราะโอกาสทำออกมาสำเร็จมันจะมี เยอะขึ้น
และพอทำออกมาสำเร็จ ทีนี้มันก็จะมีกำลังใจทำเมนูอื่ นต่อ ๆ ไปอ่ะค่ะ =)
นี่วันนี้อาการแพ้ท้องพิมดีขึ้น ค่ะ เลยได้มาทำกับข้าว ได้มาโพสต์ได้อ่ะ ไม่งั้นป่านนี้เร๊อะ หลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา ไม่ก็เพราะเวียนหัวอ่ะค่ะ
จริง ๆ เรื่องอาหารปลาๆ เนี่ย จะว่าไป พิมก็ไม่ค่อยถนัดนะคะ เพราะว่าส่วนใหญ่พิมจะกินได้แต่ ปลาทอด ปลาเค็มไรพวกนี้อ่ะค่ะ
ส่วนปลาย่าง ปลาเผาพอได้ .... แต่พวกปลาต้ม ๆ ปลานึ่งนี่ ไม่จำเป็นหรือไม่อยากจริง ๆ ก็ไม่ค่อยกินเหมือนกันค่ะ
แต่ตั้งกะท้องมานี่ เค้าว่าอันไหนดี พิมกินหมดเลยค่ะ เพื่อลูกๆๆ ท่องไว้เลยค่ะ หุหุ
(แต่ก็ยังจำกัดปริมาณอยู่ เพราะหมอบอกว่าตอนนี้ยังไม่ต้อง บำรุงมาก)
โดยเฉพาะพวกปลา ๆ นี่เค้าว่าดี พิมเลยพยายามสร้างสรรค์เมนูจากป ลาให้เยอะๆ ค่ะ
ยังไงคุณหนิงมาหัดกินพร้อม ๆ กันไหมค่ะ =D
เช่น ปลา หญ้า ผักใบเขียว ธัญพืช .. แล้วก็ออกกำลังกายบ้างแบบเบา ๆ นอนตื่นตอนเช้า ไม่อดนอน ไม่นอนดึก
แต่นั่นแหละ ... มันก็อาจจะมีบ้างวันพลั้งเผลอ ตอนนี้พี่เลยเป็นเหมือนหวัด หรือไม่รู้จะเรียกว่าภูมิแพ้ดี
ที่ตอนค่ำๆ พี่มักจะไอ และมีน้ำมูกไหลเสมอ ๆ (เป็นทุกวัน) ทั้งที่ตอนกลางวันไม่เป็นไรเลยอ ่า
ก็พยายามรักษาให้หายขาดอยู่จ๊ะ เพราะกลัวที่เค้าบอกว่าถ้าแม่ไม ่สบายบ่อย ๆ ลูกออกมาจะเป็นภูมิแพ้ไรงี้อ่า
ขอบคุณที่เป็นห่วงนะจ๊ะ =)
เพราะว่าตอนนี้กรุงเทพฯ ร้อนมาก (หลังจากหนาวอยู่ 2 วัน)
แต่จะว่าไป พี่ก็มีโครงการนะ กะว่ารอให้หายแพ้ท้องดี ๆ พี่จะชวนคุณสามีไปแอ่วเชียงใหม่ ซะหน่อย กะจะไปสัก 3 คืน
แบบว่าอยากไปเที่ยวมานานแล้วหลั งจากไม่ได้ไปหลายปี ซึ่งชวนคุณสามีแล้วเค้าก็ตกลงยิ นดีด้วยอ่า
ไว้ไปวันไหนแน่นอน จะบอกน้อง Tammy อีกทีน๊า (แต่ยังไม่รู้เลย จะหายแพ้เมื่อไหร่ จะหมดหนาวก่อนรึเปล่าก็ไม่รู้ง่ ะ)
=) =)
เพราะว่าก่อนท้องชอบกินต้นกระเท ียมมาก พอแพ้ท้อง ก็ไม่เหม็น เลยยังกินต้นกระเทียมได้อยู่
แถมเพราะว่าพอกินได้ ก็เลยกินบ่อยเลยอ่ะช่วงนี้ ทั้งกระเทียม หอมเล็ก หอมใหญ่ ต้นกระเทียม ต้นหอม คึ่นช่าย ชอบหมดเลย
นี่ก็รอดอกหอมอยู่ ไม่รู้จะออกเมื่อไหร่ อยากได้กลิ่นดอกหอม (ที่มันฉุน ๆ หน่อย)
อยากเอามาผัดกับกุ้ง อยากเอามาแกงส้ม .. แค่คิด ก็นึกถึงความอร่อยแล้ว ^^
ป.ล. ตอนนี้พิมก็ยังแพ้อยู่เลยคุณรัช แพ้แทบทุกวัน
ส่วนใหญ่ทุกวันจะเวียนหัว มึนหัว จนพาลไม่อยากทำอะไรเลยอ่ะ (พิมไม่กล้ากินยาอะไรเลยอ่ะ)
บางวันแพ้มาก วิ่งอาเจียนวันละหลายรอบ จนไม่มีแรงจะทำอะไรเลย (แต่ยังกินได้อยู่)
ซึ่งพอวันไหนแพ้เยอะๆ จนจะไม่ไหวแล้วอ่ะ พิมจะกินยาแก้แพ้ แต่พอกินไปแล้ว มันไม่อาเจียนนะ ไม่คลื่นไส้ด้วย
แต่ตามันปรือ ลืมไม่ขึ้นเลย เหมือนคนตาจะปิดอยู่ตลอดเวลา สรุปก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน หุหุ
แต่ตอนนี้ได้ยาหมอตัวใหม่มา หมอว่าจะแก้แพ้แบบไม่ออก effect ดีกว่าตัวอื่น
แต่ถ้าไม่แพ้มากอย่ากิน ... ก็เลยคงจะกินเท่าที่จะไม่ไหวจริ ง ๆ อ่ะค่ะคุณรัช
เฮ้อ..อ.อ ตอนท้องนี่ จะกินยาอะไร ก็กลัวเน้ออ ไม่ได้ปรึกษาหมอ ก็ไม่กล้ากินเลย =_=
ก็ขอให้แข็งแรงสมบูรณ์ทั้งคุณแม ่คุณลูกนะ
อีกหน่อยคุณพิมคงมีเมนูอาหารเด็ กมาบอกเราบ้าง...อิอิ (แอบรอแล้วนะเนี่ย) =D
ถึงแม้ท้องนี้จะพลาดไปแล้ว แต่ท้องใหม่ จะไม่พลาดแน่นอนค่ะ
พิมจะบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมาก ๆ เลยก่อนจะมีเจ้าตัวน้อยใหม่
ขอบคุณแม่สองลิงมากๆ นะคะ =)