หมูผัดพริกสด
คุณสามีพิมเค้าชอบกินเนื้อหมูค่ะ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูหมูๆ ที่พิมทำบ่อยมาก จนคุณสามีเรียกว่า "เมนูสิ้นคิด" ... >_<" เหตุผลเพราะว่าอะไร ...นั้น ต้องตามมาอ่านนะคะ
.... เนื่องจากว่าพิมเนี่ย เป็นคนที่ชอบซื้อเนื้อหมูมาตุนไว้ในตู้เย็นค่ะ ก็กะประมาณว่าถ้ามื้อไหนไม่รู้จะหาเนื้อสัตว์อะไรมาทำกับข้าว ก็เนื้อหมูนี่แหละ ผัดกะเพรา ผัดข้าว ผัดพริกแกง ผัดพริกสด ง่ายดี..... และนอกจากหมู พิมก็ชอบซื้อบรรดาพริกต่างๆ ไม่ว่าจะพริกหยวก พริกสด พริกขี้หนู หอมใหญ่ มะเขือเทศ มันฝรั่ง ฯลฯ พวกนี้ติดไว้ในตู้เย็นเสมอ ๆ ด้วยค่ะ (ไม่นับพวกผักเล็กผักน้อยที่พิมชอบปลูกเอาไว้ด้วยนะคะ) .. และทีนี้พอวันไหนหมดมุข ไม่รู้จะทำกับข้าวอะไรกินดี หรือว่าเวลามีน้อยสุดๆ ทำอะไรต้องเร่งรีบ .. ส่วนใหญ่พิมก็จะทำเมนูหมู/ไก่ผัดกะเพรา ผัดพริกแกง ผัดพริกสดนี่แหละค่ะ เรียกว่าใน 1 อาทิตย์ คุณสามีจะได้กินเมนูนี้อย่างน้อย 1 มื้อ (ฮ่ะๆ) ... คุณสามีพิมเค้าก็เลยเรียกเมนูพวกนี้ว่า "เมนูสิ้นคิด" จ้า ^^
และแล้วก็มาดูเมนูสิ้นคิดประจำบ้านพิมกันเลยจ้า .. หน้าตาอย่างนี้นะคะ (ก็เหมือนบ้านอื่นๆ นั่นแหละ หุหุ)
ดูหน้าตาไปแล้ว ก็มาดูวิธีทำกันเล๊ยยยยยยยยยยยยย
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
- เนื้อหมูสันคอติดมันเล็กน้อย 200 กรัม
- พริกหยวก 4 เม็ด
- พริกชี้ฟ้าแดง เขียว อย่างละ 1-2 เม็ด
- หอมใหญ่หัวกลางๆ 1/2 หัว
- น้ำตาลทราย 1 ชช.
- ซีอิ๊วขาว 1 ชต.
- ซอสปรุงรส 1/2 ชต.
- พริกไทยป่น 1/2 ชช.
- กระเทียมไทย 2 หัว
- น้ำซุป 1/4 ถ้วย ..... (อันนี้พิมไม่ได้ตวงนะคะ มานึกได้ทีหลังตอนทำเสร็จแล้วอ่ะค่ะ >_<" เลยกะประมาณไว้)
:: รายละเอียดและวิธีทำ ::
เริ่มต้นเลย .. เราก็มาดูเนื้อหมูกันก่อนนะคะ
สำหรับพิมเนี่ย ... เวลาพิมจะทำหมูผัดพริกสด หรือผัดอะไรต่างๆ ก็ตาม พิมมักจะเลือกใช้เนื้อหมูส่วนสันคอค่ะ เหตุผลเพราะเนื้อหมูส่วนนี้มีความนุ่มมาก และก็ติดมันนิด ๆ เอาไปผัด เอาไปตุ๋น หรือแม้แต่เอาไปหมักแล้วย่าง (ประมาณว่าทำจิ้มแจ่ว) ก็อร่อยมากเลยอ่ะค่ะ แต่หากใครไม่ชอบเนื้อหมูส่วนนี้ จะเปลี่ยนไปใช้เนื้อหมูส่วนอื่นก็ได้นะคะ ตามชอบเลย
และเมื่อเราได้เนื้อหมูมาแล้ว หลังจากทำความสะอาด (จะล้าง หรือจะเอาผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ด ก็ตามใจจ้า) .... ก็ให้เราหั่นเป็นชิ้นบางหน่อย และก็พอดีคำนะคะ (พิมหั่นชิ้นกว้าง*ยาว ประมาณ 1.5 * 2.5 ซม.)
พอหั่นเสร็จแล้ว ก็เอาหมูใส่กาละมังใบย่อมๆ หรือชามใบโตๆ หน่อยนะคะ แล้วก็ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหมดลไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย และก็พริกไทยป่นอ่ะค่ะ

พอใส่ทั้งหมดแล้ว ก็คลุกเคล้าให้เข้ากันดี ... (พิมใช้มือลงไปขยำๆ เลยค่ะ) และก็หมักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีนะคะ
ระหว่างหมักหมู เราก็มาหั่นพริก กับหอมใหญ่กันค่ะ ..... สำหรับพริกเนี่ยเพื่อความสวยงาม พิมก็เลยใช้ทั้งพริกหยวก พริกชี้เขียว และพริกชี้ฟ้าแดงนะคะ (แต่ไม่ใส่พริกเหลืองนะคะ เพราะถึงจะสีสวย แต่กลิ่นพริกเหลืองมันไม่เข้ากับพริกพวกนี้อ่ะค่ะ) ... ก็เอาพริกมาหั่นเฉียงๆ ไว้แบบในภาพค่ะ สำหรับคนที่ชอบให้ผัดมีรสเผ็ดหน่อยๆ ก็ล้างพริกก่อน แล้วค่อยนำมาหั่น พอหั่นเสร็จ ก็ไม่ต้องไปล้างอีกนะคะ ... แต่ถ้าใครไม่อยากให้มีรสเผ็ดหรือให้มีแค่เพียงนิ๊ดดดเดียว ก็ล้างพริก - เอามาหั่น - แล้วก็ไปล้างอีกครั้งเพื่อเอาเม็ดพริกออกนะคะ
ส่วนหอมใหญ่ก็หั่นไว้ตามในภาพเลยค่ะ

ส่วนกระเทียม ... พิมเลือกใช้กระเทียมไทย เพราะว่ากลิ่นหอมดีค่ะ .. ก็เอากระเทียมมาปอกเปลือกแข็งๆ ออก แล้วก็เอาไปสับหรือโขลกในครกให้แหลกแบบหยาบ ๆ นะคะ (ไม่ต้องโขลกให้ละเอียด)
แล้วก็เอากระเทียมที่โขลกไว้ มาเจียวให้เหลืองหอมค่ะ ... ซึ่งพอกระเทียมเหลืองดีแล้ว ก็ตักขึ้นพักไว้ก่อนนะคะ

จากนั้นก็ตั้งกระทะใบเมื่อกี้บนเตาไฟ เปิดไฟกลาง ๆ ... และตักน้ำมันในกระทะที่เราใช้เจียวกระเทียมเมื่อกี้ออกไปสักหน่อย ให้เหลือประมาณ 2-3 ชต. ก็พอค่ะ
พอน้ำมันเริ่มร้อน ก็ใส่หมูลงไปผัดค่ะ ..... ผัดไปจนเกือบ ๆ หมูจะสุกนะคะ

พอหมูใกล้จะสุก (ยังมีสีแดงๆ ของเนื้อหมูหลงเหลืออยู่บ้าง) .... ก็ใส่หอมใหญ่ลงไป และก็เติมน้ำซุปไปพอประมาณ (พิมใส่ราว ๆ 1/4 - 1/3 ถ้วยนี่แหละค่ะ)

ผัด ๆ จนหอมใหญ่เริ่มสุกใส ก็ใส่พริกและกระเทียมเจียวตามลงไป

.. แล้วก็ผัด ๆ ให้เข้ากันดี พอพริกสลดนิดหน่อย ก็เป็นอันว่าใช้ได้ .. ปิดไฟเตาได้เลยจ้า
และแล้วเราก็จะได้หมูผัดพริกสดออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ
หากใครไม่ชอบกินเนื้อหมู จะเปลี่ยนตับหมู เป็นเนื้อไก่ เครื่องในไก่ หรือแม้กระทั่งเนื้อวัว ก็ได้ค่ะ
ยังไงก็ลองไปทำดูนะคะ .... ^^

Comments
หิวมากกกกกก
วันนี้สบายหน่อย มีเรียนบ่าย แค่ ชั่วโมงเดียว
วันนี้ตักข้าวมาดูรีวิวของคุณพิ มแค่เห็นก็อร่อยแล้วอ่ะ
ปล.ของคุณพิมน่ากินกว่าเยอะ.....
อิอิ สบ๊าย สบาย อยู่ให้ ม.
ปล. ตอนนี้เป็นหวัดอย่างรุนแรง อยากได้เมนูลดน้ำมูกจัง อิอิ
วันไหนเรียนเต็มวันจะ happy มาก แต่วันไหนเรียน ชม. 2 ชม. จะเซ็งมาก เพราะไปกลับก็เดินทางกว่า 4 ชม. แล้วอ่ะ T_T
ป.ล. เมนูลดน้ำมูกเหรอ ... ถ้าเป็นของกินที่ต้องเอาไปทำให้ สุกก่อน จะไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนอ่ะ ...
แต่ว่ามีอย่างนึง แต่พี่ว่า Tam ต้องไม่กินแน่ คือ เอาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรมาต้มอ่ะ หายชะงัดเลย ไม่เกิน 1 วัน
แต่ .......รสชาติอย่าให้บรรยาย ... เพราะทั้งบ้านมีแม่พี่กินคนเดีย ว ส่วนคนอื่นทั้งบ้าน ไม่มีใครยอมกินเลยอ่ะ =_=
เมื่อวันจันทร์ ที่แล้ว เอา ฟ้าทะลายโจรมาทำยาลูกกลอนค่ะ
แค่ หายใจเอาฝุ่นมันเข้ามาก็ขมคอไป สาม สี่ ชั่วโมง
แล้วแบบว่า ทำกันทั้งห้องแลป แถมห้องแอร์ ด้วย แม่เจ้า
ขมคอกันทั้งคาบ ฮ่า ๆ ๆ ๆๆๆ แทบไม่อยากหายใจเข้าเลยทีเดียว เพราะลืมเอา ผ้าปิดปากไปแลปด้วย XB
ปล. โหยพี่พิม 4 ชั่วโมง ทำอะไรได้หลายอย่างเลยนะ โชคดีนะเนี่ย ที่หนูอยู่ เชียงใหม่ ถ้าอยู่ กทม นะ คงไม่ได้เรียนกันละค่ะ งานนี้ เรียนแปดโมง ตื่นมันซะ 7 โมง ครึ่ง ฮ่าๆๆๆ
ปล2. เมื่อวานเลยจัดหนัก กินหอมแดงสด กะ ข้าวเงี้ยว โล่งจมูกเลยค่ะ พี่พิม เคยกินข้าวเงี้ยวไหม อร่อยนะคะ
ปล3. แม่พี่พิม กินฟ้าทลายโจรบ่อยไหมคะ ? ถ้ากินบ่อยๆ ก็ไม่ดีเหมือนกันนะค่ะ เพราะว่า จะเกิด ผลข้างเคียงทำให้ ชา บริเวณมือ หรือ เท้า แต่ถ้า นานๆ กินที นี่ หายห่วงค่ะ ฆ่าเชื้อโรคในคอได้ผลมากๆ ใช้ได้ดีเวลาไอหนักๆ อ่ะค่ะ แต่ หนูขอบาย อิอิ =D
(อยากรู้ว่าเดินทางกี่นาที เท่านั้นแหละจ้า)
คุณบี๋ ค่ะ .... เง้อออ อย่างว่าเน๊อะ ถึงอาหารจะอร่อย บางทีมันเหงา นั่งกินคนเดียวก็ไม่อร่อย
พิมก็เคยอ่ะ กินไปน้ำตาคลอไปเลย T_T
น้องอัจฉรา .... ขอบคุณหลาย ๆ จ้า วันหลังพี่จะทำแบบราดข้าวมาด้วย นะ :snicker:
คุณปู ขรา..... ไข่ดาว ไข่เจียว เพิ่มความอ้วนด้วยไหมค่ะ :drunk:
(แต่พี่ก็ขอบายเหมือนเดิม ฮ่ะๆ) .. พูดถึงแล้วแม่พี่กินไม่บ่อยหรอก ประมาณ 2 เดือนครั้งเห็นจะได้
ครั้งนึงก็ประมาณ 2 แก้วราว ๆ นี้อ่ะ แต่ขอบคุณมากเลยที่บอก
เพิ่งรู้ว่าพิษร้ายของมันก็มีเห มือนกัน แอบน่ากลัวนะเนี่ย
ว่าแต่แสดงว่าตอนนี้หายดีแล้วสิ เนี่ย =)
อ้อๆ เรื่องข้าวเงี๊ยวพี่ไม่เคยกินอ่ า พี่เคยไปเชียงใหม่ 2 ครั้งนะ
ครั้งแรกไปเที่ยว คนไปด้วย เค้ากินแต่อาหารฝรั่งอ่ะ อาหารเมือง ๆ ไม่เคยกินเลย T_T
ส่วนอีกครั้งไปงานแต่งรุ่นพี่ ที่อำเภออะไรหว่าจำไม่ได้
รู้แต่มันที่เที่ยวแห่งนึ่งที่ม ีเหมือนภูเขาสองลูกแยกตรงกลาง มีร่อง มีน้ำตกอะไรประมาณนี้แหละ
ไว้ขุดรูปเจอ จะเอามาให้ดู ^^
แล้วไปครั้งที่สองนี่ก็ได้กินแค ่ขนมจีนน้ำเงี๊ยว น้ำพริกหนุ่ม หมุทอด อะไรที่มันขึ้นชื่อๆ
ที่ตลาดวโรสรสอ่ะ อย่างอื่นไม่รู้จักเลย ..
ถ้าจะรู้ก็คงรู้เพราะไปตามงานแส ดงสินค้าในกรุงเทพฯ นี่แหละ :snicker:
ส่วนเรื่องอาหารเมืองๆ ถ้าหนุมีโอกาส จะมารีวิวให้พี่พิม ดู บ้างค่ะ อิอิ
แต่ตอนนี้กล้อง เสีย ค่ะ T^T ฝนตกเปียกไปทั้งกระเป๋าและ โดนกล้องด้วย
เสียใจเอ๊าะ T_T
เอาน่ะ ตอนนี้พี่วางโปรแกรมไว้แล้วว่าต ้นปีหน้าจะขอไปเที่ยวเชียงใหม่อ ีกสักรอบ
แต่ต้องผ่านด่านอ้อนคุณสามีไปก่ อนว่าเค้าจะใจอ่อนไหม หุหุ
ป.ล. พี่เนี่ยรักกล้องพี่ยิ่งชีพเลยอ ่ะ อยู่กันมาตั้งแต่ พ.ค. ปี 48
เข้าหาหมอไปครั้งนึง เปลี่ยนชุดเลนส์ (เพราะถ่ายรูปอาหารมากเกินไป - -")
จนป่านนี้ยังใช้ได้ดีอยู่เลย คุ้มค่าสุดๆ ^^
ทีนี้เวลาเอาไปผัด น้ำหมักหมูมันจะออกมาผสมกับน้ำซ ุปของเรา ก็จะได้รสชาติที่พอดี ไม่ต้องปรุงเพิ่มอีกเลยค่ะ
=)
พออ่านวิธีหมักหมู ก่อนผัด....นับถือฝีมือเลยครับ
ขอจด และจะลองทำตามคุณพิมนะครับ เมนูนี้ผมก็ชอบทำกินเองอยู่แล้ว ..แต่อยากได้หมูที่นุ่ม และหน้าตาผัดพริกหมูแบบที่คุณพิ มสาธิตมานาน...ขอบคุณมากๆครับ
เมนูนี้พิมว่าหมูนุ่มๆ มีรสชาติอยู่ในเนื้อหมู ถึงจะอร่อยอ่ะค่ะ ถ้าลำพังผัดแล้วใส่เครื่องทีหลั ง เนื้อหมูมันจะมีรสจืดไปหน่อย กินแล้วอร่อย แต่อาจจะไม่เต็มที่
ยังไงลองดูนะคะ