แกงบวดเผือก
อาทิตย์ก่อนน้องสะใภ้พิม ขุดเผือกที่สวนเมืองจันฯ มาทิ้งไว้ที่บ้าน 3 หัวใหญ่ ๆ ค่ะ ซึ่งมันก็ทิ้งเอาไว้หลายวันอยู่จนพิมคิดว่าถ้าปล่อยให้มันผ่านเลยอาทิตย์นี้ไป พิมต้องลืมและเผือกมันต้องกลายเป็นเผือกเน่าไปแน่ ๆ วันนี้พิมก็เลยรีบเอามาจัดการแปรรูปซะเลยน่ะค่ะ
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
- เผือกหอมหัวเล็ก 350 กรัม
- น้ำกะทิ 1 1/4 ถ้วย
- หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลมะพร้าว 140 - 160 กรัม
- เกลือป่น นิดหน่อย
- ใบเตย 4 ใบ
:: วิธีทำ ::
เริ่มต้นเราก็มาจัดการเผือกกันก่อน .... ในสูตรด้านบน พิมบอกว่าใช้เผือกหัวเล็ก หนักราว ๆ 350 กรัม แต่พิมมีแต่แบบหัวใหญ่ค่ะ หนักราวหัวละ 1 กก. ก็เลยเอามาใช้ทั้งหัว แล้วแบ่งไปทำขนมหลาย ๆ อย่างแทนน่ะค่ะ
เผือก ... เอามาปอกเปลือกนะคะ (มือเลอะ อย่าเพิ่งเอาไปล้างน้ำ ไม่งั้นถ้าแพ้ จะคัน) .... ปอกเสร็จแล้ว ก็หั่นเป็นชิ้นให้สวยงาม


ถ้าชอบเผือกที่แข็งหน่อย พอหั่นเสร็จ ให้เอาไปแช่น้ำปูนใสทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ... จากนั้นก็เอามาล้างน้ำสักครั้ง ผึ่งใส่ตะกร้าโปร่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ .... แล้วพักไว้ก่อน
นำน้ำกะทิ 1 1/4 ถ้วย + หัวกะทิ 1/2 ถ้วย ใส่ลงในหม้อที่เราจะใช้แกงบวด แล้วเอาไปตั้งไฟ (ใช้ไฟกลางๆ) ... เติมน้ำตาล กับเกลือป่นลงไป (เกลือธรรมดา ไม่ใช่ไอโอดีน)

คนให้น้ำตาลละลาย แล้วชิมรสดูตามชอบ จะออกหวานนำ เค็มแทบไม่มี (แต่ใส่เกลือ เพื่อชูรสหวานของน้ำตาล และความมันของมะพร้าวให้เข้มขึ้น)
เมื่อได้รสที่ชอบแล้ว ก็ใส่เผือกลงไป
ตามด้วยใบเตย 3-4 ใบ ล้างสะอาด มัดรวมกัน ...... ใส่ลงไป ..... จากนั้นก็ตั้งไฟกลาง ๆ ไปสักพัก
จนเผือกสุกตามต้องการ ก็ใส่หัวกะทิอีก 1/2 ถ้วยลงไป
เร่งไฟให้กะทิเดือดอีกครั้ง ก็เป็นอันว่าเรียบร้อย ..... ก็จะได้แกงบวดเผือกออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ
จากนั้นหันมาทำกะทิสำหรับราดหน้ากันค่ะ ...... โดยเอาหัวกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วย ใส่หม้อเล็ก ๆ เติมเกลือป่นเล็กน้อย (ประมาณ 1/4 ของในภาพ) .. ขึ้นตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน
แล้วใช้ตะกร้อมือคนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกะทิเดือดปุดๆ เล็กน้อย และข้นสุก ก็เป็นอันว่าใช้ได้
เวลาจะกิน ...... ก็ตักแกงบวดเผือกใส่ถ้วยค่ะ ปริมาณตามชอบ (พิมชอบเผือกเยอะๆ กะทิน้อยๆ)
และก็ราดหัวกะทิตามลงไป ถ้วยนึงก็สัก 2 ชต. ... แล้วเราก็จะได้แกงบวดเผือก พร้อมกินหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ
รสชาติแกงบวดเผือกบ้านพิม จะค่อนข้างเข้มข้น และมีปริมาณน้ำกะทิน้อยค่ะ เพราะว่าบ้านพิมชอบกินเผือกกัน ไม่ค่อยชอบกินน้ำกะทิเท่าไหร่ (แต่ก็กินด้วยนะ) ดังนั้นถ้าใครชอบแบบแกงบวดที่มีน้ำกะทิเยอะๆ ก็อาจจะเพิ่มปริมาณน้ำกะทิในส่วนของหางกะทิอีกสัก 1 ถ้วย และเพิ่มน้ำตาลมะพร้าวอีกนิดหน่อย ก็ได้น่ะค่ะ ^^

Comments
รึว่ากระทิยังไม่เข้มพอค่ะ
นึกว่าราดกระทิเฉพาะเผือกเชื่อม อย่างเดียว
แต่ขอบอกว่า หน้าทานมากกกกกกกกกกกกกกกกก
ทำไรก็น่ารับทานไปหมด กรี๊ดๆๆๆ
อยากไปเป็นคนข้างบ้านเหลือเกินจ ้า
=D
อีกทั้งส่วนของกะทิที่ราดทีหลัง มักจะใช้หัวกะทิ (ซึ่งกะทิที่ใช้แกงบวดตอนแรก เป็นหางกะทิ หรือกะทิที่คั้นจากมะพร้าวน้ำที ่ 2 ที่ 3) ก็เลยจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้ แกงบวดอีกด้วยน่ะค่ะ แต่ถ้าใครแกงบวดแบบเข้มข้นแล้ว หรือไม่ชอบ ก็ไม่ต้องราดกะทิอีกรอบก็ได้นะค ะ
=D
อีกข้อ เผือกที่กินกับลอดช่องน้ำกระทิเ ค้านึ่งกันยังงัยคะ
ขอบคุณคะ
ส่วนนึ่งเผือกกินกับลอดช่องเนี่ ย ก็เอาเผือกทั้งหัวไปล้างให้สะอา ดค่ะ แล้วก็นึ่งทั้งอย่างนั้นเลย ถ้าเป็นเผือกหัวใหญ่ ผ่าครึ่งสักหน่อยก็ได้ค่ะ จะได้ช่วยลดระยะเวลาในการนึ่งอ่ ะค่ะ ส่วนเวลานึ่งเนี่ย พิมไม่ได้จดไว้ แต่ว่าลองนึ่งไปสัก 20 นาที แล้วเปิดฝาซึ้งเอาส้อมจิ้มดู ถ้าส้อมจิ้มได้ทะลุปรุโปร่ง แสดงว่าเผือกสุกดีแล้ว ยกลงได้เลยค่ะ =)
เผือดที่เหลือเราเอาแช่ช่องฟรีส ไว้คะ จะทิ้งก็เสียดาย สงสัยคงเอาไปนึ่งแล้วกินกับน้ำแ ข็งใสไม่ได้ แต่เอาเก็บไว้ทำแกงบวดอีกทีคะ
ส่วนเผือกที่เหลือ ... (ต้มสุกแล้ว) ลองเอามายี ๆ ผสมน้ำตาล กะทิหน่อย หรือนมสดก็ได้ แล้วไปกวน ๆ ค่ะ ใช้เวลาไม่นาน กวนไม่ต้องให้ข้นเหนียวมาก แล้วเอามาไว้ทานักบพวกน้ำกะทิลอ ดช่อง น้ำแข็งใส ก็อร่อยมากเลยนะคะ