Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

ขนมตาล ... แม่เอ๊ยย

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-00.JPG

ถ้าถามว่าขนมไทยอะไรบ้างที่เป็นขนมที่พิมชอบมากๆ  หนึ่งในนั้นก็คงจะมีชื่อของขนมตาลอยู่ด้วยแน่นอนค่ะ ... เหตุผลเหรอค่ะ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า เพราะมันอร่อย  แถมยังทั้งหอม ทั้งหวาน นุ่มนวล ... อีกด้วยค่ะ

จริงๆ แล้ว ... จะว่าไป ....พิมไม่ได้กิน และไม่ได้ทำขนมตาลมานานมากแล้วค่ะ น่าจะประมาณปีนึงเห็นจะได้  ... เหตุผลเพราะว่าระยะหลังๆ อยู่ดีๆ  พิมก็เกิดอาการแพ้ลูกตาลซะงั้นค่ะ  ไม่ใช่ว่าแพ้แบบที่กินขนมตาลไม่ได้นะคะ   แต่แพ้เนื้อตาลตอนที่ยังไม่สุก .... ตอนที่กำลัง "ยีลูกตาล" อยู่อ่ะค่ะ

............................................

เมื่อพูดถึง "ยีลูกตาล" หลายคนอาจจะงงๆ ว่าพิมหมายถึงอะไร ... คืองี้อ่ะค่ะ ปกติพิมเนี่ยชอบกินขนมตาลมาก แต่ใช่ว่าขนมตาลทุกเจ้าที่เค้าขาย พิมจะกินได้นะคะ  .... พิมก็เลือกกินอยู่ค่ะ ต้องเป็นขนมตาลที่นุ่ม หอม เนื้อฟู ไม่กระด้าง และก็ไม่แข็ง ..... ซึ่งคุณสมบัติของขนมตาลเหล่านี้เนี่ย  ค่อนข้างหายากในขนมตาลที่ขายกันทั่วๆ ไปในสมัยนี้ค่ะ  ดังนั้นแล้วพิมก็เลยเลือกที่จะทำขนมตาลกินเอง ดีกว่าไปซื้อเค้าให้เสียอารมณ์  (ไม่ได้หมายความว่าตัวพิมเองเก่งกล้าอะไรมากมาย  แต่คิดว่าทำเอง ก็น่าจะถูกใจตัวเองมากกว่า)

แล้วพอคิดจะทำขนมตาลกินเอง  ก็ต้องไม่ลืม "เนื้อลูกตาล" ใช่ไหมค่ะ ... ทีนี้เนี่ย  เนื้อลูกตาลที่เค้าขายกันทั่วไป ก็จะมีทั้งแบบถุง (ซึ่งเป็นเนื้อตาลผสมเนื้อมะละกอบด) ที่หาซื้อได้ตามตลาดสด ถุงละ 20-30 ก็ว่ากันไป  และแบบตาลแท้ที่ใส่ขวดตามห้างอ่ะค่ะ

ทีนี้พิมหาซื้อแบบตาลแท้ใส่ขวดไม่ได้  (ส่วนแบบถุงล่ะก็ บายๆ ค่ะ ไม่สนจ้า) ...  ก็เลยซื้อตาลสุกแบบทั้งลูกมายีเอาเนื้อตาลเองอ่ะค่ะ  ซึ่งวิธีการแบบนี้เรียกว่า "ยีลูกตาล" .... ซึ่งหลังจากยีเสร็จ + เกรอะเสร็จ  เราก็จะได้เนื้อตาลแท้ๆ  แบบที่เค้าใส่ขวดขายตามห้างเลยอ่ะค่ะ   (เดี๋ยวดูภาพกันอีกทีด้านล่างนะคะ)

.........................................................

แต่อย่างที่บอกค่ะ ... มาระยะหลังๆ ช่วงปีนึงที่ผ่านมา  พิมแพ้เนื้อตาลดิบเอามากๆ  ขณะยีเนี่ย.....บางทีอาการแพ้จะทำให้แขนพิมทั้งสองข้างแดงแล้วก็มีแต่เม็ดผื่นค่ะ  ซึ่งพิมก็กินยาทายาไปตามระเบียบ แต่มันไม่หาย  หลังๆ ก็เลยไม่ค่อยซื้อตาลทั้งลูกมายีเอาล่ะค่ะ  และก็พาลไม่ทำ ไม่กินมันเอาซะเลย

แต่ว่าพักนี้อาการอยากกินมันมีมากขึ้นทุกวันๆ ค่ะ ...........  ไปเจอเจ้านึงอร่อยมาก ขาย 6 ชิ้น 30 ที่ตลาดไกลบ้านหน่อย (นั่งรถไปกลับ 50 บาท)  .....   แต่ว่าซื้อมาครั้งละ 2 กล่องมันก็ไม่พอกิน  ครั้นจะซื้อ 3 กล่องรึก็ปาเข้าไปเหยียบร้อยบาทแหละ ไม่ไหวล่ะค่ะ  ..... เพราะงั้นพอวันก่อนไปเจอลูกตาลสุกที่ตลาดบางกะปิตอนเช้ามึดกะแม่  (ไปเป็นเพื่อนแม่ซื้อปลาช่อนนา)  ก็เลยอดที่จะซื้อมาไม่ได้ซะ 4 ลูก ^___^

ซึ่งตอนซื้อเนี่ย ... แอบคิดในใจว่าจะให้น้องสะใภ้ช่วยยีให้ซะหน่อย  แต่ปรากฎว่าเค้าดันแพ้เหมือนกันค่ะ  พิมก็เลยต้องลงมือเอง  แต่...ปรากฎว่าอยู่ดีๆ มันก้ไม่แพ้ซะล่ะค่ะ  ก็สบายพิมล่ะ  ยีอย่างสบายใจเลย ... ใช้เวลายีอยู่ ชม. กว่าๆ  และใช้เวลาเกรอะอีก 1 คืน .... พอเช้ามา  (เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว)  พิมก็ได้เนื้อลูกตาลที่พร้อมจะไว้ทำขนมตาลแล้วตั้ง 2 ถุงใหญ่ๆ แน่ะค่ะ   (คิดว่าน่าจะใช้ทำขนมตาลได้ไม่ต่ำกว่า 300 ชิ้นแน่ๆ)

แล้ววันนี้ ... พิมก็ได้ฤกษ์ที่จะทำขนมตาลกิน และทำมาฝากเพื่อนๆ ครัวบ้านพิมด้วยค่ะ ... ก่อนอืนก็มาดูหน้าตากันก่อนเลยนะคะว่าขนมตาลบ้านพิมเนี่ย หน้าตาดีไหม  (พิมว่าดีนะ .. ดีกว่าคนทำซะอีก ฮ่ะๆ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-07.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-12.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-06.JPG

ดูหน้าตาไปแล้ว .. ก็มาดูส่วนผสมอื่นๆ และก็วิธีทำกันนะคะ

:: ส่วนผสมและวัตถุดิบ ::

1. เนื้อลูกตาล  1/4 ถ. + 3 ชต.
2. แป้งข้าวเจ้าเก่า 1 1/4 ถ.
3. น้ำตาลทราย 1/2 ถ. +  1/3 ถ.
4. หัวกะทิคั้นข้นๆ  1 ถ. + 1/8 ถ. ........... (วันนี้พิมขอใช้กะทิถุงแทนนะคะ ยี่ห้อนี้ ใช้ได้ดีคล้ายกะทิสดเลยค่ะ)
5. ผงฟู 1 1/2 ชช.

6. มะพร้าวทึนทึกขูด 1/2 ถ้วย
7. เกลือป่นหยิบมือ

ป.ล. 3 อย่างหลัง ไม่มีในภาพนะคะ

ป.ล. สูตรนี้จากเจ๊หลีฯ Bloggang นะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-02.JPG

:: เตรียมวัตถุดิบ และลงมือทำ ::

ก่อนอื่นเลย ... พิมอยากแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกับลูกตาลก่อนค่ะ ว่าหน้าตาเป็นยังไง (เผื่อยังมีบางคนไม่เคยเห็นนะคะ)

นี่ค่ะ ... ลูกตาลที่เราจะนำเอามายีเพื่อเอาเนื้อตาล มาทำขนมตาล ... หน้าตาแบบในภาพด้านล่างนี่เลยนะคะ  ซึ่งเมื่อก่อนพิมเคยซื้อเป็นลูกๆ ค่ะ แต่เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ขายเป็นกิโล  ลูกตาลสุกนี่เค้าก็เลยขายเป็นกิโลเหมือนกัน  ราคากิโลละ 7 บาท  รวม 4 ลูกนี่พิมจำไม่ได้แล้วว่ากี่โล  แต่คิดเป็นเงินประมาณ 60 กว่าบาทอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-30.JPG

ตอนแรกพิมจะถ่ายรูปตอนที่ยีเนื้อตาลมาให้เพื่อนๆ ได้ดูแล้ว  แต่ปรากฎว่าตอนที่ยีเนี่ยมันเกือบเที่ยงคืนค่ะ  แสงสว่างไม่เอื้ออำนวยพอจะให้ถ่ายรูปแล้วออกมาดูได้  พิมก็เลยขอไม่ถ่ายตรงนี้มาล่ะกันนะคะ แต่ขอกระโดดมาที่ผลลัพธ์เลยล่ะกันค่ะว่า ... ยีเสร็จแล้ว กรอง-เกรอะเสร็จแล้ว  เราจะได้เนื้อตาลออกมาแบบในภาพนี่เลยนะคะ

ซึ่งเนื้อตาลอย่างในภาพเนี่ย  สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ประมาณ 1 เดือนเลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-04.JPG

เมื่อรู้จักลูกตาลกันไปแล้ว ... ต่อมาก็มาลงมือทำขนมตาลกันเลยล่ะกันนะคะ ^^ (แบบว่าอยากนำเสนอเต็มทีล่ะ)

อันดับแรกเลย... เราจะทำละลายน้ำตาลให้เข้ากับหัวกะทิก่อนนะคะ ด้วยการผสมหัวกะทิกับน้ำตาลทรายลงในหม้อสักใบ  ..... แล้วก็เอาไปตั้งไฟกลางๆ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-13.jpg

ใช้ทัพพีคนๆ น้ำตาลในหม้อ ... จนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด (ไม่ต้องรอให้กะทิเดือด)  ก็ยกลง

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-14.JPG

แล้วเอามาหล่อน้ำเย็นไว้..แบบในภาพนี่ ... เพื่อให้เย็นไวๆ   (หรือว่าใครมีเวลาเยอะ จะตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ไม่หล่อน้ำเย็นแบบพิมก็ได้ค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-15.JPG

พอน้ำกะทิด้านบนเย็น ........ ก็ค่อยเทแป้งข้าวเจ้า กับ เนื้อตาล ... ใส่ลงในกาละมังสักใบ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-17.jpg
http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-18.jpg

แล้วทำการนวดเนื้อตาลกับแป้ง .... ด้วยปลายนิ้วของเรา ... ให้พอเข้ากัน  ....... (ซึ่งจะออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ แบบในภาพค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-19.jpg

เติมน้ำกะทิที่เย็นแล้วใส่ลงไปสักกระบวยเล็กๆ  กะว่าพอทำให้ส่วนผสมรวมตัวกันเป็นก้อนได้ .... แล้วก็จัดการนวดๆๆๆๆ ให้ส่วนผสมในกาละมังรวมตัวกันค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-20.jpg

ก็จะได้ออกมาเป็นแบบนี้ ...... (ถ้าใครไม่สามารถผสมให้เป็นก้อนแบบนี้ได้ เนื่องจากส่วนผสมมันแห้งไป ก็สามารถเติมน้ำกะทิเพิ่มได้นะคะ แต่อย่าเติมมากไป  ไม่งั้นจะเละแฉะ และทำให้นวดยากค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-21.JPG

ซึ่งพอได้ส่วนผสมเป็นก้อนแบบด้านบนแล้ว ก็ให้ทำการนวดส่วนผสมต่อไปอีกประมาณ 30 นาทีค่ะ ..... (ระหว่างนี้ ถ้าแห้ง นวดยาก นวดแล้วแตก เติมน้ำกะทิเพิ่มได้ทีละ 1/2 ชต. นะคะ แต่อย่าเติมมากไป จะแฉะ)

และหลังจากนวดไป 30 นาที ก็จะได้ส่วนผสมออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ .... ดูเนียนนุ่มกว่าก่อนนวดมากๆ ^__^

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-22.JPG

จากนั้นก็ค่อยๆ เทน้ำกะทิที่เหลือใส่ลงไปในกาละมังส่วนผสมค่ะ  .... แล้วก็ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี   ..... (ย้ำว่า !! ค่อยๆ  เทกะทิใส่ลงไปทีละน้อย แล้วก็ค่อยๆ ใช้มือเราละลายแป้งให้เข้ากับกะทินะคะ  แล้วก็ค่อยเติมกะทิเพิ่มลงไป ..... อย่าเทกะทิลงไปพรวดเดียวทั้งหมด เพราะจะทำให้ละลายส่วนผสมยากค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-23.jpg

นี่ค่ะ ......เสร็จแล้วออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-24.JPG

จากนั้นก็ทำการคลุมด้วยฟิล์มใส หรือผ้าขาวบาง   (เพื่อกันสิ่งสกปรก ฝุ่นผง ลอยลงไป) ...... และตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องที่ร้อน ๆ หน่อยประมาณ 6 ชม. (เรียกว่า  "หมัก) ....เพือให้ส่วนผสมขึ้นฟูค่ะ   ... (สมัยก่อน เค้าเรียกว่า "ขึ้น" เฉยๆ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-03.JPG

ผ่านไป 6 ชม. ก็จะได้ส่วนผสมออกมาหน้าตาคล้ายๆ แบบนี้นะคะ  ... ซึ่งจริงๆ ควรจะมีฟองปุดๆ อยู่ที่ผิวหน้าด้วย  แต่วันนี้ไม่มีแห๊ะ >_<"  ... แต่ก็ใช้ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-25.JPG

และเมื่อหมักส่วนผสมอได้ที่แล้ว  ต่อมาเราก็จะมาเริ่มทำการนึ่งขนมตาลกันล่ะนะคะ  (ใกล้จะได้กินแหละนะ) .... ด้วยการตั้งซึ้งบนเตาไฟค่ะ  โดยใส่น้ำที่ก้นซึ้งประมาณ 3/4  และใช้ไฟแรง + นึ่งถ้วยให้ร้อนก่อนหยอดส่วนผสม (ใช้เวลานึ่งถ้วยสัก 5-10 นาที)

ซึ่งระหว่างรอให้ถ้วยร้อน  ก็ให้เราใส่ผงฟูตามสูตรด้านบนลงไปในส่วนผสมขนมค่ะ  คนเบาๆ ด้วยช้อนหรือส้อมให้เข้ากันดี .... แล้วก็ตักใส่ถ้วยที่มีปากแหลม  (เพื่อให้หยอดใส่ถ้วยขนมได้ง่าย)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-26.JPG

พอถ้วยร้อนดี ... ก็ทำการหยอดส่วนผสมขนมใส่ลงไปค่ะ  กะให้พอดีกับปากถ้วย

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-27.JPG

ใช้เวลานึ่งประมาณ 15 นาที .... แล้วขนมก็จะสุกออกมาหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-28.JPG

สุดท้าย ... ท้ายสุด ก็อย่าลืมโรยหน้าด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ที่เคล้ากับเกลือเล็กน้อย พอให้เค็มปะแหล่มๆ นะคะ ... (ขาดมะพร้าวไป ความอร่อยลดลงครึ่งนึงเลยเอ๊าาาา)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-29.JPG

ออกมาก็หน้าตาอย่างนี้เลยค่า ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-09.JPG

ตอนแรก ... ด้วยเหตุที่ร้างลาการทำขนมชนิดนี้มานาน  พอเห็นขนมหน้าแตกน้อย  ก็อดใจเสียไม่ได้ค่ะ กลัวว่าข้างในจะด้าน แฉะเละ ด้าน หรือว่าไม่ฟู ... แต่ปรากฎว่าพอได้ลองชิม ... มันกลับฟูนุ่ม และก็หอมมากๆ  สมเป็นขนมตาลในฝันที่รอคอยเลยค่ะ  ^___^  (แอบเว่อร์เล็กน้อย)

และพิมทำตามสัดส่วนด้านบน ก็ได้ขนมมาทั้งหมด 17 ถ้วยนะคะ ..... กินเองไปซะ 5 คุณแฟนกินซะ 3  ให้ป้าข้างบ้านซะ 4  และก็เก็บไว้ให้แม่กะน้องอีก 5 ชิ้นค่ะ  ... ซึ่งป้าข้างบ้านเนี่ย เค้าก็ชอบขนมตาลมากเหมือนพิม  พอได้ชิมขนมตาลที่พิมเอาไปให้  ก็ถามพิมทันทีเลยว่า ทำวันไหนอีก ทำเผื่อป้าด้วยนะ เอาสูตรนี้เลย อร่อยมาก ๆ .... แหมมมม คนทำ ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง 3 อันต่อกันเลยค่ะ ^___^

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-07.JPG

.... ใครสนใจก็ลองเอาสูตรนี้ไปทำดูกันนะคะ รับรองไม่มีผิดหวังค่า

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-10.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/kanom-tan/kanom-tan-06.JPG




Comments 

 
#1 แมวน้ำ 2010-03-11 13:47
รอชิมค่ะพี่ :snicker:
Quote
 
 
#2 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-03-11 15:23
มานั่งรอหน้าซึ้งค่ะ... :whisper:
Quote
 
 
#3 มะนาว 2010-03-11 22:49
=Dชอบบ้านนี้จัง มีของชอบมากมายน่ากินทั้งนั้นนน นนนน :kawaii: :drunk:
Quote
 
 
#4 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-03-11 23:29
ไม่เสียเวลานั่งรอเล๊ยยยยย...เห็นแล้วก็อยากกินขึ้นมาซะงั้นอ ่ะ.... -_-
Quote
 
 
#5 Poo 2010-03-12 09:33
สีสวยน่าทานคะคุณพิม ขนมตาลแบบแท้ๆ หายากนะคะ ส่วนใหญ่เค้าจะผสมอะไรก็ไม่รู้ (มีแต่สี) ชอบขนมตาลอีกแบบด้วยนะคะที่สี จะออก น้ำตาลอ่อนอะคุณพิม อย่างนั้นก็อร่อย.
Quote
 
 
#6 jumjim 2010-03-14 09:30
ขอสมัครเป็นสมาชิกด้วยนะคะ เพราะชอบครัวบ้านพิมมาก ๆ ค่ะ
Quote
 
 
#7 พิม Enya 2010-03-17 00:02
ดีจ้า น้องแมวน้ำ คุณมะนาว คุณบี๋ คุณปู และก็คุณ jumjim

คุณปูค่ะ ... ส่วนใหญ่ที่พิมเจอก็จะแบบที่คุณ ปูว่าเลยค่ะ เพราะงั้นเลยเป็นสาเหตุให้พิมไม ่ค่อยซื้อขนมตาลที่คนอื่นเค้าทำ ขายกันอ่ะค่ะ

ส่วนขนมตาลสีน้ำตาลอ่อน .. เอ .. อ พิมไม่เคยเจอเลยค่ะ เคยเจอแต่สีดำอ่ะ ไว้คุณปูหาสูตรให้พิมลองทำบ้างส ิค่ะ

คุณ jumjim ... พิมยินดีต้อนรับมากๆ เลยค่ะ =)
Quote
 
 
#8 นันทิยา 2010-03-18 09:20
อยากทำมากเลยค่ะ เดี๋ยวไปเดินตลาดเอาลองมาหัดยีด ูดีกว่า
Quote
 
 
#9 พิม Enya 2010-03-27 23:04
คุณตุ๊ก ... ลองดูนะคะ ตามตลาดสดเก่า ๆ จะมีขายอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#10 ปิ่น 2010-03-28 22:44
คือปิ่นเคยซื้อตาลที่เขายีแล้วม าจากตลาดแล้วก็ทำแบบทีพี่พิมทำน ะคะ
แต่ว่ามันไม่ขึ้นฟู อย่างนี้เป็นเพราะเขาผสมมะละกออ ย่างที่พี่พิมบอกป่าวคะ
แล้วทำไมตลาดเขาทำได้ออกมาฟูจัง แต่ไม่ค่อยชอบซื้อกินมันไม่อร่อ ย เคยซื้อเจ้านึงมาขายที่ตลาดนัดข องกระทรวง เป็นของป้าใข่ดอนหวาย ติดใจมากแล้วเขาทำยังไงถึงได้อร ่อยขนาดนี้ไม่เหมือนตามตลาดด้วย ชอบทำขนมไทยเหมือนกันแต่ขนมตาลเ ป็นอย่างเดียวเลยคะ ที่ทำไม่สำเร็จลองมาตั้งหลายครั ้งแล้ว ถ้าอยากทำให้ได้ขึ้นฟูแล้วนิ่มน วลแบบ ของเจ้าป้าใข่ดอนหวายมีเคล็ดลับ อะไรหรือคะ พี่พิม
Quote
 
 
#11 ปิ่น 2010-03-28 22:46
ลืมไปว่า อยากกินของพี่พิมมากค่ะ มันดูน่าอร่อยกว่าที่ฟูเว่อๆ ตามตลาดนี่ถ้ากันลงไปเนื้อลูกตา ลทั้งนั้นแน่ ตาลแท้ไม่แป้ง ของอร่อยแม่พิม X_X
Quote
 
 
#12 พิม Enya 2010-03-30 23:13
น้องปิ่น .. เอ พี่ก็ไม่แน่ใจนะที่ปิ่นถาม แต่ป้าจากเพชรบุรีทีรู้จักกัน ที่เค้าเป็นแม่ค้า และเคยเอาตาลลูกๆ มาขาย เค้าบอกพี่ไว้อย่างนั้นนะ

เรื่องฟู .... ถ้าได้เนื้อตาลที่ยีสดๆ ใหม่ ๆ มาทำขนม มันจะฟูกว่านี้นะ ส่วนของพี่นี่เนื้อตาลยีมา 2 อาทิตย์กว่าจะ 3 อาทิตย์แล้ว เชื้อมันก็เลยไม่ค่อยจะเหลือแล้ วอ่ะ =D แต่ก็ยังดีที่ฟูให้พอประมาณ ถ้าปิ่นจะทำ ก็อย่าลืมใช้เนื้อตาลยีใหม่ ๆ ล่ะ

ว่าแต่พี่ไม่เคยกินขนมตาลของป้า ไข่ดอนหวายเลยนะ แต่เห็นเค้าเคยให้สัมภาษณ์ลงหนั งสือเมื่อ 2-3 ปีก่อนว่า
เค้ามีเชื้อสำหรับหมักขนมตาลโดย เฉพาะ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ และไม่คิดจะทำขาย
โดยคนอื่นใช้เวลาหมัก 4-5 ชม. แต่ป้าเค้าบอกว่า ถ้าใช้เชื้อหมักของเค้า แค่ 15 นาทีก็เอามานึ่งได้แล้ว
แถมยังจะฟู นุ่มกว่าขนมตาลทั่วไปด้วย

พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่ามันคืออะไร :dizzy:
Quote
 
 
#13 อร เรืองรังษีรัตน์ 2010-04-06 06:49
ต๊าย..น่ากินจังขนมตาลของหนูพิม ทำงัยป้าอรจะได้ซื้อเนื้อตาลแบบ ขายเป็นถุงๆที่หนูพิมโพสให้ดูมา ลองทำที่เมกามั่ง ป้าอรเคยซื้อที่แช่แข็งมาทานไม่ อร่อยเลยค่ะ ถ้าไปเมืองไทยคราวหน้าจะไปหาดูว ่าของจริงหน้าตาเป็นอย่างไร สีสรรช่างสวยจริงๆ คนไทยเรานี่ภูมิปัญญาเจ๋งจริงๆ มีอะไรก็นำมาดัดแปรงทำของกิน ของใช้สารพัด ป้าอรภูมิใจการเป็นคนไทยของเราจ ริงๆ
Quote
 
 
#14 ปิ่น 2010-04-07 22:06
ขอบคุณ :love: สำหรับสูตรดี แต่แค่นี้ขนมพี่พิมก็น่าหม่ำมาก แล้วคะ
Quote
 
 
#15 Natalies 2010-04-08 13:19
เห็นแล้วอยากลองทำบ้างค่ะคุณพิม แต่หาเนื้อตาลไม่ได้เลย
Quote
 
 
#16 พิม Enya 2010-04-11 23:54
ป้าอร ค่ะ ...... เนื้อตาลแบบนี้หาได้แต่ในตลาดสด ค่ะ ไว้คราวหน้าป้าอรมาเมืองไทย ถ้าตรงกับหน้ามีตาลแบบนี้ พิมจะขออาสาทำให้ป้าอร แล้วให้ป้าอรไปลองทำขนมตาลทานเอ งอีกทีนะคะ =)

น้องปิ่น ... ขอบใจจ้า

คุณนาตาลี .... ตอนนี้ตามตลาดสดยังพอมีนะคะ และถ้าอยากได้แบบขวด เห็นว่าในพารากอน และที่เอ็มโพเรียมมีขาย ถ้าสะดวก ลองไปดูได้นะคะ
Quote
 
 
#17 แม่ลูกอ่อน 2010-04-21 14:43
T_T T_T T_T
คุณพิม ค่ะ ขอเป็นสมาชิกด้วยคนค่ะ

มะวานทำขนมตาลมา แต่มันไม่ขึ้นฟูแบบคุณพิม อ่า แง้ๆๆ ส่วนผสมแบบที่คุณพิม บอกทุกอย่าง พอเอาไปตากแดด ทิ้งไว้ 6 ชม กลับมาดู ทำไม เนื้อ ตาล มัน เหนียวข้นมาก
ถามนิส ค่ะ จะทำขาย ตอนเช้ามึด ถ้าหมักทิ้งตอนกลางคืนได้ไหม มันจะขึ้นให้ไหมค่ะ

จะลองทำใหม่อีกที

ปล. ขอบคุณจากใจจริง
Quote
 
 
#18 พิม Enya 2010-04-22 23:55
คุณจอยค่ะ

ถ้าไม่ขึ้นฟู อาจจะเพราะเนื้อตาลถูกยีไว้นานจ นเกินไป หรือไม่ก็นวดไม่ได้ที่อ่ะค่ะ ... ลองใหม่นะคะ ลองทำทีละน้อย ๆ ก่อน จะได้ไม่เสียของ

จริงๆ คนที่เค้าทำขาย เค้าก็ทำไว้ตอนค่ำ หมักช่วงกลางคืน แล้วไปนึ่งขายตอนเช้า ก็มีเยอะแยะไปค่ะ

ขนมตาล ... ไม่ได้อาศัยแดดเป็นตัวช่วยทำให้ ฟู แต่อาศัยความร้อนอ่ะคะ

ลองดูใหม่นะคะ
Quote
 
 
#19 ธมลวรรณ เตโชนิมิต 2010-04-24 10:19
:uhh: :uhh:
คุณพิมค่ะ ทำไม เวลายกลงจากเตา ขนมตาลมันยุบตัวละค่ะ
มันพองตัวแค่บางถ้วยแค่นั้นเองค ่ะ แต่ว่ามะคืนทำตอนกลางคืนทิ้งไว้ ทั้งคืน แต่ว่ามะคืน ฝนตก อากาศเย็น ด้วยค่ะเกี่ยวกันไหมค่ะ
ขอคำชี้แนะด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
Quote
 
 
#20 พิม Enya 2010-05-15 23:10
ขนมตาลมันยุบตัว อาจจะเกิดจากตอนนึ่งถ้วย (ก่อนหยอด) แล้วถ้วยไม่ร้อนจัดอ่ะนะคะ

ยังไงนึ่งถ้วยให้ร้อนจัดก่อน แล้วค่อยหยอด จะดีที่สุดเลยอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#21 ตุ๊ก 2010-07-13 13:00
คุณพิมคะ ตุ๊กบอกสูตรขนมตาลของคุณพิม ให้แม่ลองทำ เผื่อจะเปลี่ยนขนมที่เคยทำให้ไม ่ให้ซ้ำซาก แต่ติดตรงที่ว่า แม่ไม่ถนัดใช้เครื่องมือจำพวกถ้ วยตวง ช้อนตวง

เลยจะรบกวนคุณพิม พอจะบอกได้ไหมคะว่า ตามสูตรที่ให้มานั้น พอจะชั่งน้ำหนักเป็นกรัม ได้เท่าไรบ้าง

ตุ๊กลองไป search วิธีการตวง แต่ก็ยังไม่เข้าใจค่ะ เกรงจะทำให้สูตรของคุณพิมเพี้ยน ไป
Quote
 
 
#22 พิม Enya 2010-07-21 13:23
คุณตุ๊กค่ะ .... จริง ๆ พิมชั่งให้ได้นะคะ แต่ปัญหาคือ ตอนนี้พิมไม่มีพวกเนื้อตาลแล้วอ ่ะค่ะ เพราะมันหมดหน้าไปแล้ว พิมก็เลยไม่รู้ว่าจะชั่งยังไงดี น่ะค่ะ
Quote
 
 
#23 ตุ๊ก 2010-07-27 11:51
ไม่เป็นไรค่ะคุณพิม เรื่องส่วนผสม ค่อยๆทำไปก็เข้าที่เข้าทางแล้วค ่ะ เสียแต่รสเฝื่อนๆ คุณพิมเคยทำแล้วเจอปัญหานี้ไหมค ะ พอมีวิธีแก้ไหมเอ่ย

Quoting pimmyz:
คุณตุ๊กค่ะ .... จริง ๆ พิมชั่งให้ได้นะคะ แต่ปัญหาคือ ตอนนี้พิมไม่มีพวกเนื้อตาลแล้วอ ่ะค่ะ เพราะมันหมดหน้าไปแล้ว พิมก็เลยไม่รู้ว่าจะชั่งยังไงดี น่ะค่ะ
Quote
 
 
#24 พิม Enya 2010-07-27 14:38
คุณตุ๊กค่ะ รสเฝื่อนแสดงว่าเกรอะเอาน้ำเฝื่ อนในเนื้อตาลออกไม่หมดอ่ะค่ะ =)
Quote
 
 
#25 ..... 2010-08-24 18:33
อยากเห็นขนมตาลสีดำบางนะ :whisper:
Quote
 
 
#26 พิม Enya 2010-08-28 22:40
ไว้มีโอกาส จะทำสีดำมาฝากนะคะ (แต่ต้องขอไปลองทำก่อน เพราะว่ายังไม่เคยทำจ๊ะ) :nuu:
Quote
 
 
#27 ปาน 2010-10-05 21:28
ชอบทานขนมตาลนะคะ แต่ว่ามันยากมากที่จะหาแบบที่มี กลิ่นตาล เคยทำทีเหมือนทานกระดาษ แต่ในภาพเห็นแล้วคิดถึงตอนทานกั บมะพร้าว มันๆๆ นุ่มๆๆ อร่อย น่าทานมากค่ะคุณพิม ถ้าเราไม่มีเนื้อตาลแล้วใช้ฟักท องจะทำได้ไหมคะ .....เป็นตาลเทียม เนื้อฟักทองนึ่งจะทำให้ขนมฟูไหม เอ่ย
Quote
 
 
#28 พิม Enya 2010-10-09 02:08
คุณปานค่ะ ... ใช้ฟักทองแทนไม่ได้อ่ะค่ะ เพระาเนื้อฟักทองมันหนัก ไม่มีคุณสมบัติฟูได้เหมือนเนื้อ ตาล

ตอนนี้ที่ตลาดบางกะปิ มีเนื้อตาลขายเยอะมากเลยค่ะ (ลูกตาลก็ด้วย) ถ้าคุณปานอยากลองทำขนมตาลดู และบ้านไม่ไกลจากบางกะปิมากนัก ลองมาหาซื้อดูได้นะคะ

อ้อ ๆ หรือไม่งั้นก็ซื้อเนื้อตาลแบบขว ด ๆ ก็ได้ค่ะ เห็นน้องที่พิมรู้จักและเคยซื้อ เค้าบอกว่ามีขายที่ซุปเปอร์มาร์ ตเกตในพารากอน และก็เอ็มโพเรียมอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#29 Guest 2010-11-14 16:45
ยีเสร็จ + เกรอะเสร็จ ยีลูกตาลรเข้าใจค่ะ แต่ วิธีทำให้เกรอะ นี่ทำยังงัยค่ะ
Quote
 
 
#30 พิม Enya 2010-11-14 16:48
วิธียีตาล + เกรอะ ดูจากตรงนี้นะคะ pim.in.th/.../...

=)
Quote
 
 
#31 มะนาว 2011-03-01 01:53
ดีจ้าคุณพิม =D
เห็นขนมตาลของคุณพิมแล้วคิดถึงบ ้านจับใจเพราะที่ทุ่งนาของแม่เค ้ามีต้นตาลอยู่หลายต้นเหมือนกัน ,แม่ชอบเก็บลูกตาลมาทำขนมให้กิน :drunk: ของแม่มะนาวจะต่างจากของคุณพิมก ็ตรงที่แม่เค้าจะห่อขนมตาลด้วยใ บตองและกลัดจุกห่อด้วยก้านมะพร้ าวเหลาแหลม,ก่อนที่จะเอามานึ่งค ่ะ..ที่แม่เค้าใช้ใบตองห่อก็เพราะว่ าเค้าไม่มีถ้วยเหมือนคุณพิมน่ะค ่ะ..ฮี่ ฮี่ :meow: :love:
Quote
 
 
#32 พิม Enya 2011-03-01 21:47
คุณมะนาวค่ะ ..... ฮี่ๆ เดี๋ยวนี้ใบตองหายากอ่ะคุณมะนาว พิมเลยต้องใช้ถ้วยแทน
จริงๆ ห่อด้วยใบตองจะหอมมากกว่าเยอะ แต่ว่าใบตองสมัยนี้ ซื้อเค้าแม้จะโลละแค่ 10-15 บาท แต่ว่าคนขายเค้ายัดไส้มาอ่ะ
ข้างในพับจะมีแต่แตก ๆ เหลือง ๆ สั้น ๆ เป็นทางที่ใช้ไม่ได้ซะส่วนใหญ่ ซื้อมาเนี่ย ไม่เคยใช้ได้ถึงครึ่งโลเลยค่ะ
ครั้นจะตัดเอาจากต้นกล้วยที่บ้า น ก็ตัดซะจนโกร๋นแล้ว เพราะทำขนมทุกอาทิตย์ เลยต้องใช้ถ้วยนีแหละ หุหุ =)
Quote
 
 
#33 ลูกค้าขนมตาล 2011-03-10 21:30
ป้าไข่อร่อยค่ะแต่พอค้างคืนแข็ง มากค่ะแต่ซื้อที่ตลาดน้ำอัมพวาม าอร่อยมากค่ะอร่อยกว่าของป้าไข่ จิงแถมที่สำคัญค้างคืนใว้ตอนเช้ ายังนิ่มมากค่ะ ตอนซื้อคนขายเขาจะย้ำกะลูกค้าตล อดเลยค่ะว่าอย่าทานตอนร้อนเพราะ มันจะไม่อร่อยเราก้อแปลกปกติของ ทานตอนร้อนมันต้องอร่อยก้อเลยลอ งทำตามที่คนขายบอกปรากฎว่าจิงค่ ะต้องทานตอนเย็นยิ่งค้างคืนไม่น ่าเชื่อว่ามันยังนิ่มอยู่ค่ะ เขาขายอยู่ที่ตลาดน้ำอัมพวาปากท างเข้าวัดอัมพวันเลยค่ะ
Quote
 
 
+1 #34 บุษบา 2011-05-23 02:14
ทำน่าทานมากค่ะ อยากลองชิม
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2011-05-24 20:54
คุณลูกค้าขนมตาล ...... ไว้มีโอกาส พิมจะลองไปดูค่ะ ชอบกินขนมตาลมาก แต่ยังหาขนมตาลเจ้าที่อร่อยมาก ๆ ไม่ได้เลยอ่ะค่ะ :roll:
Quote
 
 
#36 จอก 2011-07-25 11:13
คุณพิมคะ 1/8 ถ้วย มันตวงยังงัยคะ งงค่ะ :o
Quote
 
 
#37 จอก 2011-07-25 11:26
จอกว่าจะใช้กระทงใบตองหยอดอ่ะค่ ะไม่ทราบว่าหยอดได้ไหมคะ เพระไม่มีถ้วยค่ะ แต่ถ้าเป็นกระทงใบตอง ใช้วลานึ่งนานมั้ยคะ
ขอบคุณมากนะค่ะ
Quote
 
 
#38 พิม Enya 2011-07-25 12:25
คุณจอก ... ใช้กระทงใบตองได้ แถมยิ่งจะทำให้ขนมตาลหอมมากขึ้น อีกค่ะ

ซึ่งถ้าใช้กระทงใบตอง สัก 13 นาทีก็สุกแล้วค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับป ริมาณขนมในกระทง ขึ้นอยู่กับขนาดของซึ้ง ขึ้นอยู่กับความแรงของไอน้ำอีก ให้แน่นอนก็ 15 นาทีเท่าที่พิมนึ่ง สุกแน่นอนค่ะ
Quote
 
 
#39 SOI 2011-08-17 12:51
กำลังสนใจทำขนมตาลพอดี มีเนื้อตาลแล้วเอามาจากสุโขทัย
แต่ยังทำไม่เป็น จะลองทำตามดู ไม่รู้จะได้ผลหรือเปล่า
Quote
 
 
+1 #40 kunyaika 2011-08-18 10:18
:lol: ขออนุญาตนำไปทำบ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้มากๆๆๆๆๆๆ
Quote
 
 
#41 พิม Enya 2011-08-19 12:17
คุณ Soi ... ตอนเกรอะต้องเกรอะให้แห้งสนิทเล ยนะคะ ถ้าเกรอะไม่ดี น้ำเปรี้ยวออกไม่หมด เวลาทำมาแล้ว ขนมจะไม่ค่อยฟู และจะเปรี้ยวได้ ระวังตรงนี้นิดนึงอ่ะค่ะ :roll:
Quote
 
 
+1 #42 พ่อครัวตัวดี 2011-08-24 19:14
ลองทำดูอแล้ว รอลุ้นวันพรุ่งนี้ จาเป็นจั๋งได๋แน
ขอขอบคุณมากๆๆๆ ชอบจิงๆๆๆ
Quote
 
 
+1 #43 ทัศนีย์ เดชโนนสังข์ 2011-08-25 21:05
ทำอะไรก้อน่าทานไปหมดเลยน่ะค่ะแ ค่เห็นภาพก้อน้ำไหลค่ะ
Quote
 
 
#44 เทีย 2011-09-12 19:53
ในที่สุดการเกรอะก็เสร็จสิ้น รอน้ำออกให้หมด วันพรุ่งนี้เทียจะทำขนมตาลค่ะ :lol:
Quote
 
 
#45 พิม Enya 2011-09-13 22:27
มารอลุ้นกับพ่อครัวตัวดี น้องเทียด้วยคนจ๊ะ :roll:
Quote
 
 
#46 jiabja 2011-09-28 02:37
อยากลองทำดูบ้างแต่ใช้ถ้วยกระดา ษแบบคัฟเค๊กได้หรือเปล่าค๊ะ เพราะที่นี่หาถ้วยยาก ลูกตาลคงต้องใช้จากตาลขวดที่เห็ นมีขาย อยากลองทำดู แต่ตัดสินใจเรื่องภาชนะที่ใส่ไม ่ได้ซักที ว่าใช้ถ้วยกระดาษ หรือ ว่าถ้วยที่เราใช้ใส่วุ้นที่เป็น อลูมิเนียมดี ถ้าใช้ถ้วยอลูมิเนียมต้องนึ่งถ้ วยก่อนหรือเปล่าค๊ะ
Quote
 
 
#47 พิม Enya 2011-09-30 12:49
คุณ jiabja ..... ใช้ถ้วยกระดาษได้ แต่ก็จะต้องมีถ้วยหรือพิมพ์ที่ข นาดพอ ๆ กันรองอีกทีนะคะ ลักษณะก็จะออกมาเหมือนพวกขนมถ้ว ยฟู หรือสาลี่อ่ะค่ะ แต่ว่าเป็นขนมตาล ส่วนว่าถ้าเป็นถ้วยอลูนี่ต้องนึ ่งไหม ... พิมคิดว่าก็ต้องนึ่งก่อนเช่นกัน อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#48 so so so 2011-10-01 13:40
อยากทำแต่กลัวเสียอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#49 พิม Enya 2011-10-07 22:28
ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ :roll:
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh