ข้าวเหนียวมูน 3 หน้า ตอน "วิธีทำข้าวเหนียวมูน อย่างละเอียด"
อาทิตย์ก่อนพี่ Ramida ได้ส่งรีเควสมาทางเวบบอร์ดว่าอยากได้สูตรและวิธีทำข้าวเหนียวหน้าต่างๆ สักหน่อย พอดีกับว่าพิมกำลังรื้อฟื้นสูตรเดิมที่เคยทำ เพื่อมาทดลองให้แน่นอน ก่อนที่จะนำไปทำขายอีกครั้ง... ก็เลยสบโอกาสเหมาะพอดีกันเลยค่ะ
..... สำหรับสูตรที่พิมจะนำมาทำให้ดูในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวมูน หน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง หน้าสังขยา ผ่านการปรับปรุงสูตรมาหลายครั้งหลายคราวมากๆ จนได้สูตรที่พิมคิดว่าดีที่สุดเท่าที่พิมจะทำได้ในตอนนี้แล้วอ่ะค่ะ ^__^ แต่เนื่องจากว่าเพราะมันเป็นชุดใหญ่ ทำหลายอย่างด้วยกัน อีกทั้งพิมพยายามจะอธิบายให้ละเอียดที่สุด บอกเทคนิคเคล็ดลับที่พิมรู้ในทุกเรื่อง รูปกับคำอธิบายก็เลยเยอะเป็นพิเศษ พิมก็เลยขอแยกออกเป็น 2 ตอนนะคะ เพื่อนๆ จะได้อ่านกันง่าย ๆ ไม่ต้อง scroll หน้ากันยาวๆ
โดยตอนแรก พิมจะขอพูดถึงการทำข้าวเหนียวมูนก่อน ส่วนตอนที่ 2 จะพูดถึงการทำหน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง และก็หน้าสังขยาอ่ะค่ะ
แต่ก่อนจะลงมือทำ มาดูผลงานของพิมที่ทำในคราวนี้กันก่อนค่ะ .... ซึ่งจริง ๆ จะมี 3 หน้า 3 กระทงนะคะ แต่ว่าพิมชอบเลข 4 ก็เลยขอมี 4 กระทง ซึ่งกระทงสุดท้ายก็ขอเป็นหน้างาคั่วล่ะกันอ่ะค่ะ (อร่อยนะจะบอกให้)
:: ส่วนผสมและวัตถุดิบสำหรับทำ "ข้าวเหนียวมูน" ::
- ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กก.
- หัวกะทิ 600 กรัม (คั้นจากมะพร้าวขูดขาว 1 กก.)
- น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
- เกลือป่นแบบธรรมดา 40 กรัม ............ (แต่วันนี้เกลือธรรมดาหมด พิมใช้เกลือไอโอดีนแทนนะคะ)
- สารส้มชนิดก้อน
- ใบเตยแก่ๆ 5-6 ใบ
:: วิธีทำ ::
เริ่มแรกเราก็มาทำการเตรียมข้าวเหนียวกันก่อนนะคะ
สำหรับข้าวเหนียว .... พิมเลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย ที่เป็นข้าวใหม่ค่ะ เพราะว่าเมล็ดข้าวจะเป็นสีขาว เรียวยาว และมีความหอม อีกทั้งนึ่งสุกง่าย ราคาที่ขายกันในตอนนี้ก็ประมาณโลละ 40 บ. +/- ไม่เกิน 4 บาทอ่ะค่ะ
ส่วนสารส้ม พิมก็เลือกใช้แบบเป็นก้อน (มีแบบป่น แบบแท่งกับแบบก้อน) .. สารส้มเนี่ย พิมฝากแม่ซื้อจากที่เมืองจันทบุรีค่ะ ส่วนถ้าในกรุงเทพฯ พิมไม่แน่ใจว่าหาซื้อได้ที่ไหน แต่คิดว่าตามร้านขายยาเก่า ๆ หน่อย หรือร้านขายของชำในตลาดใหญ่ ๆน่าจะมีนะคะ (เค้าขายเป็นกิโลอ่ะค่ะ กิโลละเท่าไหร่ แม่พิมก็ลืมไปซะแล้ว)
เริ่มต้นการเตรียมข้าวเหนียว เราจะต้องทำการขัดข้าวเหนียวกับสารส้มกันก่อนนะคะ (เรียกว่าขัดแห้ง) โดยการเอามือนึงข้างที่ไม่ถนัด ตักข้าวเหนียวขึ้นมาไว้ในฝ่ามือ แล้วมือข้างที่ถนัดก็จับสารส้มถู ๆ กับข้าวเหนียว ซึ่งจะต้องถูเบา ๆ นะคะ เพราะหากถูแรงจะทำให้เมล็ดข้าวหักได้ค่ะ (การขัดแห้งแบบนี้ เพื่อให้ยางที่เคลือบเมล็ดข้าวออก เมล็ดข้าวจะได้สุกใสเวลามูนเสร็จแล้ว)

และเมื่อเราขัดข้าวเหนียวกับสารส้มในแบบแห้งทั่ว ๆ แล้ว ก็ให้เราเติมน้ำลงไปในข้าวเหนียวค่ะ ปริมาณน้ำไม่ต้องเยอะนัก กะว่าสูงสักข้าวเหนียว 1 - 1.5 นิ้วก็พอ
แล้วก็ทำการขัดข้าวเหนียวกับสารส้ม (ในแบบเปียก) อีกครั้งค่ะ
ซึ่งเมื่อเราขัดสารส้มกับข้าวเหนียวไปสักพัก จะเห็นได้ว่าน้ำข้าวเหนียวขุ่นข้นมากๆ .... ถึงตรงนี้ก็เป็นอันว่าเราขัดข้าวเหนียวได้ที่แล้วนะคะ (อย่าลืมต้องขัดเบา ๆ ระวังเมล็ดหัก แตก)
ก็ให้เราเทน้ำทิ้งค่ะ (ส่วนสารส้ม ก็ล้างให้สะอาด เอาไปผึ่งลมให้แห้ง พอแห้งดีก็ใส่ถุงเก็บไว้ใช้งานอื่น) และก็ซาวข้าวเหนียวสัก 3 - 4 รอบ จนกระทั่งน้ำซาวข้าวเหนียวใส มองเห็นเมล็ดข้าวอย่างชัดเจน ก็เป็นอันใช้ได้

จากนั้นก็ใส่น้ำให้ท่วมข้าวเหนียวประมาณ 2-3 นิ้วค่ะ แล้วก็ทำการแช่ข้าวเหนียวไว้ประมาณ 3 ชม.
ผ่านไป 3 ชม. เราก็จะได้ข้าวเหนียวที่แช่ได้ที่ออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ (ลักษณะเมล็ดข้าวจะดูอ่อนนุ่มกว่าตอนเริ่มแช่)
จากนั้นก็ให้เราทำการเทข้าวเหนียวใส่กระชอนหรือตะกร้าโปร่งๆ ที่ตาถี่ ๆ เพื่อให้ข้าวเหนียวสะเด็ดน้ำ
พอข้าวเหนียวสะเด็ดน้ำดีแล้ว ก็ให้เราเอาข้าวเหนียวนั้นไปนึ่งให้สุกค่ะ โดยปกติเนี่ยถ้ามูนข้าวเหนียวทีละเยอะๆ พิมจะใช้วิธีการนึ่งด้วยรังถึงนะคะ ซึ่งจะใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25-30 นาที แต่ว่าวันนี้ทำแค่กิโลเดียว พิมก็ขอนึ่งด้วยหวดล่ะกันค่ะ เพราะว่ามันเร็วดี (ใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที ขึ้นกับน้ำและไฟที่ใช้)
ระหว่างนึ่งข้าวเหนียว พิมก็จะมาเตรียมทำน้ำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียวนะคะ ....... ซึ่งส่วนประกอบสำหรับน้ำกะทิมูนข้าวเหนียวเนี่ย ก็ตามข้างบนที่พิมบอกไว้เลยค่ะ
วิธีการทำน้ำกะทิมูนข้าวเหนียวนั้นก็ไม่ยากเย็นอะไร ให้เราเอาหัวกะทิเทใส่กาละมังใบโตหน่อย แล้วก็ใส่น้ำตาลทราย เกลือ ลงไป ค่ะ

จากนั้นก็ใช้ใบเตยช่วยในการขยำน้ำตาลทรายกับน้ำกะทิ ... จนกระทั่ง้นำตาลทรายและเกลือละลายหมดดี ก็เป็นอันว่าใช้ได้ (ใช้เวลาไม่นาน)
พอน้ำตาลทรายละลายหมดแล้ว ก็ทำการกรองน้ำกะทิด้วยตะแกรงตาถี่ๆ หรือผ้าขาวบางพับทบ 2 ชั้น .... 1 ครั้งค่ะ เพื่อกรองเศษผง เศษใบเตย หรือน้ำตาลทรายที่ละลายไม่หมดทิ้งไป
กรองเสร็จแล้วก็จะได้น้ำกะทิ สีหวาน ๆ อย่างนี้นะคะ ^^
ซึ่งตอนที่เราทำน้ำกะทิเสร็จเรียบร้อย ข้าวเหนียวที่เรานึ่งไว้ก็จะสุกพอดีกัน (เวลาใกล้เคียงกันอ่ะค่ะ)
ป.ล. หากนึ่งข้าวเหนียวด้วยหวดแบบนี้ หลังจากเรานึ่งไป 10 นาทีแล้ว ให้เรากระดกข้าวเหนียวด้านล่างขึ้นมา และให้ด้านบนลงไป และนึ่งต่ออีกประมาณ 5-7 นาที ข้าวเหนียวก็จะสุกทั่วกันดี
ป.ล. อย่านึ่งข้าวเหนียวนานเกินไป ไม่งั้นข้าวเหนียวจะบานเละเวลาที่เราเอาไปมูน / และอย่านึ่งโดยใช้เวลาน้อยเกินไป ไม่งั้นพอมูนเสร็จ ข้าวเหนียวไม่สุกดี กินแล้วจะหรุบ ๆ หากไม่แน่ใจ ใช้วิธีหยิบขึ้นมากัดดูสัก 3-4 เมล็ดก็ได้ค่ะ
แล้วพอข้าวเหนียวสุกดี ก็ให้รีบเทข้าวเหนียวทั้งร้อนๆ ลงไปในน้ำกะทิที่เราเตรียมไว้เลยค่ะ แล้วก็จัดการคนด้วยพายให้เข้ากันดี แล้วก็ปิดฝาไว้ให้สนิทประมาณ 10 นาที ...... พอ 10 นาทีผ่านไป ก็ให้เราเปิดฝา แล้วทำการคนข้าวเหนียวแบบปาดไปปาดมาอีกครั้ง แล้วก็ปิดฝาอีกรอบค่ะ
จากนั้นก็ทิ้งไว้อีก 20 นาที แล้วก็เปิดฝามาคนข้าวเหนียวแบบปาดไปปาดมาอีกรอบ และก็ปิดฝาทิ้งไว้อีก 10 นาทีสุดท้ายค่ะ

และเมื่อ 30-40 นาทีผ่านไป เราก็จะได้ข้าวเหนียวมูนที่เม็ดยาว เรียว สวย นุ่ม หอม และเป็นเงาแวววาว ... ออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ ซึ่งพิมรับรองว่าสูตรนี้เนี่ย หากเพื่อนๆ ตวงไม่ผิด ข้าวเหนียวมูนจะไม่แฉะหรือแห้งจนเกินไปแน่นอนอ่ะค่ะ ^__^
ทีนี้เวลาจะกิน หรือจะขาย ... พิมก็จะเอามาจัดใส่กระทงใบตองเล็ก ๆ แบบนี้นะคะ ... แล้วก็ใส่หน้าต่าง ๆ ที่เราชอบลงไป ไม่ว่าจะหน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง หน้าสังขยา หน้ากระฉีก หรือหน้างา .... แค่นี้เราก็จะได้ข้าวเหนียวมูนสุดแสนอร่อย พร้อมเอาไปโชว์หรือเอาไปทำขายได้แล้วอ่ะค่ะ ^__^ ... ซึ่งสำหรับวิธีทำหน้าข้าวเหนียวมูนต่างๆ นั้น เปิดชมได้ใน "วิธีทำข้าวเหนียวมูน 3 หน้า ตอนที่ 2" .. นะคะ ^__^
ส่วนตอนนี้ขอลาไปกินข้าวเหนียวมูนก่อนล่ะจ้า
ป.ล. หากวันไหนมีเวลา และวัตถุดิบพร้อม ... จะทำ "ข้าวเหนียวมูนสีเหลือง - สีฟ้า - ข้าวเหนียวดำมูน และก็ข้าวเหนียวมูนธัญพืช" ... มาฝากนะคะ
ป.ล. ฝากดอกไม้สวย ๆ ไว้ให้เพื่อน ๆ ชมคู่กับข้าวเหนียวมูนด้วยนะคะ ... ดอกไม้พวกนี้พิมปลูกเองค่ะ สีสดดีเน๊าะ ^^

Comments
ป้าอรชอบดอกไม้สีสดสวยของหนูจัง เลย
เรียกว่าดอกอะไรคะ สีเหลืองสดมากค่ะ บานเย็นก็สวยไม่เบา พิมปลูกเองหรือคะ
ป้าแวะเข้ามาดูอาหารใหม่ล่าสุดข องหนูพิมค่ะ อาหารไทยนี่ เพื่อนๆฝรั่งป้าชอบกันมากทุกคน
เขามีกลุ่ม Thai food meetup กันด้วยค่ะ เวียนไปทานอาหารไทยตามร้านต่างๆ เดือนละหน
ป้าให้สูตรอาหารไทยง่ายๆกับเพื่ อนไปหลายคน ขอบใจหนูพิมนะคะที่ทำเวปนี้ขึ้น
ได้ประโยชน์ต่อคนมากมายเลยค่ะ
อยากกินหน้า งา :drunk:
ป้าอรค่ะ ... ไม่ได้เห็นป้าอรนานมากเลย ป้าอรสบายดีไหมค่ะ =)
ดอกไม้สีเหลืองๆ เนี่ยคือดอกเข็มค่ะ ที่บ้านพิมปลูกทั้งสีชมพู สีขาว สีเหลือง และก็สีแดง
แต่ช่วงนี้ฝนลงหนัก ช่อดอกก็เลยเฉาไว เลยมีแต่เฉพาะสีเหลืองมาฝากนี่แ หละค่ะ
ไว้คราวหน้าเจอช่อดอกออกใหม่อีก จะถ่ายรูปมาฝากนะคะป้าอร
สำหรับอาหารไทยอาทิตย์นี้ พิมทำทอดมันกุ้งกับเนื้อทอดที่ใ ส่เครื่องเทศค่ะ
คิดว่าทอดมันกุ้งเนี่ย เพื่อนๆ ฝรั่งของป้าอรน่าจะชอบนะคะ
ส่วนเนื้อทอดเครื่องเทศ อาจจะไม่ค่อยเท่าไหร่
อาทิตย์นี้พิมไม่ได้เน้นหนักอาห ารคาวมากนัก เพราะว่าทุ่มไปกับการทำของหวาน "ข้าวเหนียวมูน 3 หน้า" ซะเยอะค่ะ
แล้วป้าอร แวะเข้ามาบ่อย ๆ นะคะ ^^
เหนื่อยอย่างแรง =_= แต่ก็แฮปปี้ดี =D ฮ่ะๆ
ไว้ปีหน้าคุณปูมาเมืองไทย จะทำให้กินน๊า จุ๊บๆ
แล้วโรยงาที่เพิ่งคั่วใหม่ๆ แล้วก็ตำนิดๆ
โอ๊ยย มันหอมมากเลยล่ะจ้า แฟนพี่บอกอร่อยสุดแหละ ฮ่ะๆ
สมัยก่อนเนี่ย เวลาเค้าทำสังขยาหรือทำขนม ทำอาหารกัน ไม่ว่าจะทำที่วัดที่บ้าน เค้าจะนิยมใช้เตาฟืนกันค่ะ
แล้วทีนี้เนี่ย เตาฟืนส่วนใหญ่มันก็มักจะไฟแรงถ ึงแรงมาก เวลานึ่งสังขยา ตัวสังขยามันก็จะฟู ....ค่อนข้างเยอะ
(เพราะแรงดันไอน้ำเยอะ)
แล้วพอสุก ทิ้งระยะเวลาให้สังขยามันเย็นตั วลง สังขยามันก็จะยุบตัว หน้าสังขยามันก็จะเหี่ยว
และเซ็ตตัวกลายเป็นหยักๆ (ย่น) ประมาณนั้นอ่ะค่ะ
ซึ่งคนสมัยโบราณเค้าจะชอบกินสัง ขยาที่หน้าหยัก ๆ กันมาก เค้าว่ามันสวยดีอ่ะค่ะ (เช่นแม่พิม เป็นต้น)
แต่ในปัจจุบัน คนสมัยใหม่ ส่วนใหญ่จะนิยมกินสังขยาที่หน้า เรียบ ๆ เนื้อเนียนๆ มากกว่า ...
แล้วพี่ CK ชอบกินแบบไหนอ่ะค่ะ
- หัวกะทิ 600 กรัม โดยคั้นจากมะพร้าวขูด 1 กก.
หมายถึงว่า ตอนคั้น ต้องใส่น้ำเปล่าในการคั้นเท่าไห ร่ค่ะ หรือ ไม่ต้องใช้น้ำเลย 1 กก. ก็สามารถได้ น้ำที่เป็นหัวกะทิ 600 กรัม แล้ว
- ข้าวเหนียวดิบ 1 กก. ทำเสร็จแล้ว ได้ข้าวเหนียวมูน เท่ากับ กี่กิโลค่ะ ที่ถามเพราะว่า จะได้ทราบว่า ควรจะทำเท่าไหร่ดี
พี่ CK ค่ะ .... ข้าวเม่าหมี่ เดี๋ยวพิมทำให้นะคะ เหมือนๆ จะมีรูปอยู่ในคอมส์ แต่ต้องไปหาก่อน
ส่วนข้าวตู รอผ่านหน้าฝนสักนิด แล้วพิมจะทำมาให้ดูนะคะพี่
ส่วนหัวกะทิเนี่ย ที่ว่าคั้นจากมะพร้าวขูด 1 กก. เพื่อให้ได้หัวกะทิ 600 กรัม นั้น จะต้องใส่น้ำบ้างหรือไม่ใส่เลย
คำตอบ ... ใส่บ้างค่ะ แต่ใส่เยอะใส่น้อย ใส่เท่าไหร่นี่ แล้วแต่มะพร้าวขูดแต่ละเจ้าค่ะ
เหตุผลคือ มะพร้าวขูดบางเจ้า เค้าเอามะพร้าวที่ปอกเปลือกแล้ว ไปแช่น้ำไว้นานๆ ก่อนนำมาขูดขายเรา
เพราะงั้นมะพร้าวขูดมันก็เลยจะอ มน้ำไว้มากๆ บางทีแค่คั้นๆ ไม่ต้องใส่น้ำ ก็มีกะทิออกมาเยอะแล้วอ่ะค่ะ
ส่วนของพิมเนี่ย เป็นมะพร้าวขูดเอง แบบปอกเปลือกแล้วขูดเลย ไม่ได้แช่น้ำ เพราะงั้นต้องใส่น้ำลงไปเยอะหน่ อยนึงตอนคั้น
ซึ่งถ้าจำไม่ผิดจะประมาณถ้วยกว่ า ๆ นะคะ (พอดีพิมตวงแต่หัวกะทิที่ได้ ไม่ได้ตวงน้ำที่ใส่ไปเพื่อจะคั้ นอ่ะค่ะ)
ส่วนข้าวเหนียวดิบ 1 โล มูนแล้วจะได้ข้าวเหนียวมูนประมา ณ 2.2-2.4 โล ราวๆ นี้แหละค่ะ ^^
เวลามูนเสร็จ หากกินไม่หมด แจกจ่ายเพื่อนบ้านไม่หมด ก็เอาใส่ถุงใส่กล่อง แช่ช่องแข็งไว้ได้ค่ะ
แล้วคราวหน้าพอจะกิน ก็เอามาใส่ไมโครเวฟเอาค่ะพี่ รสชาติใกล้เคียงของเดิม แต่จะนิ่มและตัวข้าวเหนีวเม็ดจะ บานกว่าเล็กน้อย =)
น้องพิม พี่ กด ลิ้ง เข้าไปดู ซาหริ่ม ไม่ได้จ๊ะ
รบกวน น้องพิม บอกให้หน่อยค่ะ ว่า ทำยังไง ค่ะ เห็นแล้วน่าทานจัง
พอกดลิ้ง ที่น้องพิมทำไว้ ไปไม่ถึงข้อมูล รบกวน ทำให้ใหม่นะคะ
ส่วนนี่ก็ซาหริ่มแม่ละเอียด ของพี่นุช'หมี ค่ะ ... ใครสนใจซาหริ่มพี่นุช อ่านรายละเอียดได้ตามนี้เลยนะคะ ลิ้งค่า..กดที่นี่เลย
ป.ล. อันเก่าที่พิมสร้างลิ้งค์ไปเนี่ ย เจ้าของบทความเดิมเค้าเหมือนจะย กเลิกบทความไป หรือบทความมันหมดอายุเนี่ยแหละค ่ะ
พิมเลยหาลิ้งค์อันใหม่มาแทนให้แ หละ
ไม่รู้ว่า คุณพิมคิดอะไรอยู่ตอนที่ทำแบบนี ้
แต่อยากจะเป็น 1 เสียงที่เป็นกระจกสะท้อนตัวคุณพ ิม ให้คุณพิมได้เห็น
สิ่งที่คุณพิมทำอยู่นี้ว่า ประเสริฐมากๆค่ะ คำๆนี้ไม่ได้เวอร์ไปเลย จริงๆ
การให้สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นควา มรู้ สิ่งของ ต่างๆนาๆเหล่านี้
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ประโยชน์ต่อที่เกิดต่อผู้รับ
แต่ที่ทรงคุณค่ามากไปกว่านั้นคื อ การได้ละความยึดมั่น ถือมั่น ความตระหนี่ หวงแหน ในตัวผู้ให้เอง ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่ก่อให้เกิด ความสุข อิ่มเอิบ เต็มในใจของผู้ให้ทุกคราที่หวนร ะลึกถึง
และจะไม่น่าแปลกใจเลย ที่ในชีวิตของ คุณพิม ในตอนนี้หรือ ต่อไปในอนาคต จะพบเจอกับสิ่งที่ดีๆ
ตลอดจนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการทำอาหารแตกฉา นยิ่งขึ้นไปอีกมาก
หรือจะโอกาสดีๆก็จะเข้ามาในชีวิ ตของคุณพิม
เพราะคุณงามความดีบุญกุศลต่างๆท ี่ได้เกิดขึ้น ไม่ได้ไปไหน
เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม ที่จะย้อนกลับมาสมนาคุณนั่นเอง
เป็นกำลังใจให้คุณพิมนะคะ จะคอยชื่นชมอยู่ตลอด ความดีที่คุณพิมทำนี้ก็จะค่อยๆเ ห็นผลเป็นรูปธรรมเองค่ะ
บุญรักษา
ขอบคุณนะคะ .... ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ขอบคุณสำหรับกำลังใจดี ๆ ขอบคุณสำหรับคำพูดดีๆ
ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ ที่คุณ ice (และเพื่อนทุกคนในเวบนี้) มีให้พิมเสมอมา
พิมไม่มีอะไรจะตอบแทน ก็ทำได้แค่เท่าที่ทำอยู่ตอนนี้แ หละค่ะ ^^
หากขาดตกบกพร่องไปตรงไหน หรือ ทักถามพิมให้ทำอะไร แล้วพิมลืมเลือนไป ก็ทักท้วงพิมบ้างนะคะ
เดี๋ยวนี้พิมขี้ลืมมากๆ เลยค่ะ
=)
แต่จะว่าไป ขนมฝรั่งก็ไม่แพ้กันนะคะ เพียงแต่เราเป็นคนไทย อาจจะรู้สึกว่าขนมไทย เราน่าจะทำได้ง่ายกว่านี้เน๊าะ
ส่วนคำอวยพรและกำลังใจของคุณหนิ ง .. พิมยินดีรับไว้อย่างเต็มใจเลยค่ ะ
พิมเองก็ขอบคุณเช่นกันนะคะ ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาคุยโน่นนี่มากมายกับ พิมในครัวบ้านพิมนี่
อยากบอกว่า แค่มาทักทาย พูดคุย แม้จะไม่ใช่เรื่องอาหาร ไม่ใช่เมนูที่พิมกำลังทำ
แต่มันเป็นกำลังใจมากเลยค่ะ เหมือนกับว่ามีใครสักคน เอ่อ.. เห็นว่าเราโอเคนะ กำลังตามดูเราอยู่ ประมาณนี้แหละค่ะ ^^
ก็เลยทำให้พิมมีกำลังใจจะทำเมนู ต่อ ๆ ไปมาให้ชมกันอีกเยอะ ๆ (แม้บางเมนูอาจจะช้าไปหน่อย ^^")
คุณวาว .... พิมเคยใช้ซึ้งนึ่งทีละ 5 โลก็ได้นะคะ แต่ต้องเป็นซึ้งใหญ่ สักเบอร์ 44
และเตาที่เป็นเตาใหญ่ไฟแรง ไม่งั้นจะนึ่งไม่สุกค่ะ
แต่ถ้าหากคุณวาวไม่มีซึ้งเบอร์ 44 ล่ะก็ จะใช้หวดก็ได้นะคะ
แต่พิมไม่รู้ว่าหวดใหญ่สุดเนี่ย นึ่งได้ทีละกี่กิโลอ่ะค่ะ
คุณหนิงค่ะ ..... มีค่ะ แต่ถ้าคุณหนิงไม่รีบ ไว้จะเอามาฝากนะคะ
ครั้งนี้เราทำแล้วออกมาเสีย ครั้งหน้าเราต้องลองใหม่ค่ะ เราต้องเอาชนะมันให้ได้นะคะ =)
ยังไงลองดูตามที่พิมบอกข้างล่าง นี้ เผื่อขาดข้อไหน ตรงไหนไปอ่ะค่ะ
- น้ำในก้นรังถึงน้อยไปไหม
- ไฟเตาอ่อนไปไหม
- ข้าวเหนียวแช่ได้ที่ไหม (ถ้าข้าวเหนียวเก่า อาจจะต้องแช่นานกว่านี้อีกนิดเป ็นสัก 4 ชม.)
- ชั้นข้าวเหนียวในซึ้งหนาเกินไปไ หม
- ได้เปิดช่อง/รู ซึ้ง ไว้พอ...ที่จะให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมาไหม
- นึ่งด้วยเวลาที่น้อยเกินไปไหม
ป.ล. ก่อนที่เราจะเอาข้าวเหนียวลงมาม ูนกับกะทิ ถ้าไม่แน่ใจ ให้หยิบข้าวเหนียว (ขณะยังไม่ปิดไฟเตา) ในรังถึงมาชิมก่อนนะคะ
ว่าสุกดีหรือยัง ถ้ายังกรุบ ๆ ต้องนึ่งต่อจนสุกนะคะ
.....ไว้จะลองทำดูนะคะ
ดีใจที่มีโอกาสเจอมิตรที่น่ารัก ..เช่นคุณพิม..จะปรับปรุงข้าวเหนียวใหม่..ได้ผลประการใดจะส่งข่าวบอก.นะคะ..
ทานได้ค่ะ..อาหร่อยเพราะคำแนะนำ.จากคุณพิม.คุณพิมค๊ะ..สงสัยนิดนึง..บางรายมูนข้าวเหนียวออกมาข้าวเห นียวเรียงเม็ดสวย ไม่แฉะติดกัน..เพราะอะไรคะ..
คุณบุหงา .... ดีใจเช่นกับที่ได้เจอเพื่อน ๆ ดี ๆ มากมายในครัวบ้านพิม ... ^^
ป.ล. สิ่งสำคัญในการทำข้าวเหนียวมูนใ ห้ออกมาสวย น่าทาน มีหลายสิ่งค่ะ ไม่ว่าจะเป็น
- การเลือกใช้พันธุ์ข้าวเหนียว
- การขัดข้าว การแช่
- ความสุกของข้าวเหนียวที่นึ่ง
- ปริมาณน้ำกะทิที่ใช้มูน
ถ้าทำได้ครบ .. รับรองข้าวเหนียวมูนออกมาสวยงาม ไม่แฉะ ไม่เละแน่นอนค่ะ
=)
จะทำยังไงดีค่ะ อยากทำให้ได้อ่ะค่ะ ส่วนตัวชอบทาน ลูกสาวก็ชอบมากค่ะ
-_-
ก่อนนี้ลองใช้กะทิชาวเกาะด้วยค่ ะ ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ มันขาวจั้วเหมือนเคลือบแป้งเลยค ่ะ ไม่อร่อยและหอมเลยค่ะ
ลองทำแกงบวดถั่วดำด้วยน่ะค่ะ กินคู่กันอร่อยดีค่ะ =D
แต่ถ้าไม่มีกะทิสด ก็คงจะต้องใช้กะทิกระป๋อง หรือกะทิถุง แก้ขัดไปก่อน ...
ส่วนเรื่องที่สังขยาเป็นแอ่งตรง กลาง พิมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร เพราะเมื่อก่อนเคยทำก็เป็นแอ่งเ หมือนกัน
แต่เดาเอาจากเวลานึ่งขนมน้ำดอกไ ม้หรือขนมถ้วยจีน หากเราต้องการให้ขนมมันบุ๋มตรงก ลาง
ส่วนหนึ่งเราจะต้องนึ่งถ้วยให้ร ้อนจัดก่อน พิมก็เลยคิดเอาเองว่า ภาชนะที่ป้าพันใช้นึ่งอาจจะบางไ ป
เช่น เป็นกาละมังอลูมิเนียม เลยทำให้ภาชนะร้อนจัดมาก เป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะทำให้ตรงก ลางของสังขยาบุ๋มก็ได้อ่ะค่ะ
(แต่ถูกผิดยังไง นี่ไม่แน่ใจนะคะ) ^^
คุณเก๋ ค่ะ .... หัวใจของการทำขนมไทยอย่างนึง คือวัตถุดิบต้องสดใหม่ค่ะ
โดยเฉพาะพวกกะทิ อะไรที่เป็นของสด ๆ ต้องให้สดจริง .... ดีใจด้วยนะคะที่ทำสำเร็จแล้ว ^^
=)
ยังไงไม่เข้าใจตรงไหน ถามได้นะคะ ถ้าพิมตอบได้ พิมจะช่วยตอบให้อ่ะค่ะ =)
เก่งจิง จิง ยกนิ้วให้ =)
เพราะบางทีเราอาจจะตกหล่นรายละเ อียดอะไรตรงไหนไป หรือบางทีที่มาของวัตถุดิบไม่เห มือนกัน ก็อาจจะส่งผลแตกต่างกันได้อ่ะค่ ะ
พิมเองกว่าจะมีวันนี้ ก็ทำพลาดไปหลายครั้งแล้วเหมือนก ันค่ะ =)
ขอบคุณมาก ๆ ด้วย
วิธีทำละเอียด
หน้าตาอาหารสวยงาม น่ากิน อย่าที่สุด
พี่จี้
จริง ๆ ถ้าไม่มีเพื่อน ๆ มาคอย comment มาคอยพูดคุย มาคอยแนะนำ ทักทายกันอย่างทุกวันนี้
พิมก็คงจะเลิกทำเวบนี้ไปนานแล้ว อ่ะค่ะ (เพราะว่าทำไป ไม่มีคนดู มันก็ท้อ ๆ เหนื่อย ๆ เน๊าะค่ะ)
แต่เพราะมีเพื่อนๆ มีพี่ ๆ น้อง ๆ แวะเวียนมาทักทายคุยกันมากมาย ก็เลยมีครัวบ้านพิม มีพิมในวันนี้
พิมเองก็ต้องขอบคุณพี่จี๊และทุก คนด้วยนะคะ =)
พิมก็เริ่มต้นจาก 0 เหมือนกัน
ยังไงติดขัดอะไรตรงไหน มาตั้งคำถามทิ้งไว้ได้นะคะ ถ้าพิมเห็นแล้วจะรีบตอบให้ค่ะ
(แต่บางทีอาจจะหลายวันหน่อย เพราะช่วงงานยุ่ง เช่น ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ พิมจะไม่ได้เข้าเวบอ่ะค่ะ)
ดีใจที่เรามาเจอกันนะคะ
=) =)
แต่ถ้าตอบไม่ได้ จะไปช่วยหาคำตอบมาให้จ้า
ว่าแต่ รพ. รามคำแหงอยู่ใกล้บ้านพิมมากเลยค ่ะ ขับรถไปสัก 20 นาทีก็ถึงล่ะ แต่ยังไม่เคยไปใช้บริการเลย
ไปแต่ลาดพร้าว กับเวชธานีค่ะ (อันนี้ใกล้กว่า ^^)
ป.ล. คุณสามีทานเผ็ดไม่ได้เลย ก็ใส่พริกธรรมดาสักเม็ดเดียวก็พ อนะคะ
แต่ว่ามีเพื่อนพิมคนนึง ไม่กินเผ็ดเลยจริง ๆ ก็ตำน้ำพริกแบบไม่ใส่พริกอ่ะค่ะ =)
สุดยอดขอคาระวะคุนพิม
เรื่องข้าวเหนียวแฉะเนี่ย นอกจากจะเพราะซาวกับสารส้มนานไป
อาจจะเป็นเพราะว่าข้าวใหม่ หรือข้าวมีความชื้นสูงอยู่แล้ว หรือข้าวอ่อนไปนิดนึง
ก็จะส่งผลทำให้ข้าวแฉะได้ทั้งหม ดค่ะ ยังไงต้องค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปเน๊าะค่ะ =)
สงสัยว่าน้ำกะทิที่ใช้มูนข้าวเห นียวไม่ต้องเอาไปต้มก่อนหรอคะ(ห รือว่าเราอ่านไม่ดี)
ปล.ชอบหน้าสังขยาค่ะ ดูสีมันๆหวานน่ากินมากๆ
อย่างนี้ถ้าใช้กะทิกระป๋องน่าจะ ต้องต้มก่อนหรือเปล่าคะ เพราะคงหากะทิสดไม่ได้ หรือว่าคุณพิมว่าไงคะ
ขอบคุณสำหรับคำชมมากเลยจ้า พิมจะพยายามทำต่อไป
เรื่องกะทิ ถ้าใช้กะทิกระป๋องจริง ๆ เอาไปอุ่นให้ร้อนสักหน่อยก่อนก็ ดีค่ะ
แต่ไม่ต้องให้เดือดปุดๆ นะคะ เอาแค่ร้อน ๆ ก็พอค่ะ =)
เรื่องเวลาในการหุงข้าวเหนียวเน ี่ย นอกจากจะขึ้นกับปริมาณข้าวเหนีย วแล้ว ความแรงของไฟที่ใช้ ระดับน้ำที่ใช้ พันธุ์ข้าวเหนียวก็ยังมีส่วนด้ว ยนะคะ เพราะงั้นถ้านึ่ง 25 นาทีตามพิมแล้วยังไม่สุก ก็ให้นึ่งต่อค่ะ แต่ถ้าเกิดนึ่งไม่สุกแล้วเอามาม ูนกับกะทิแล้ว ให้เอาข้าวเหนียวที่มูนแล้วนั้น ไปนึ่งในน้ำเดือดจัดอีกสัก 5-10 นาที เพื่อให้ข้าวสุก หรือจะใส่ไมโครเวฟแทนก็ได้ค่ะ แต่ว่าเม็ดข้าวมันจะไม่เรียงเม็ ดสวยเท่ากับนึ่งให้สุกก่อนแล้วค ่อยเอามามูนอ่ะค่ะ
เมื่อวานต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีคลิ๊กส่งข้อความแล้วมันไม่ข ึ้น เลยคลิ๊กอีกหลายครั้งก็ไม่ขึ้น ไม่คิดว่าขึ้นซ้อนๆ กัน มดลองทำตามที่คุณพิมบอกแล้วนะคะ อร่อยใช้ได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ดีใจที่ชอบกันนะคะ พิมก็ชอบเหมือนกันข้าวเหนียวมูน สูตรนี้ ^^ ว่าวันพรุ่งนี้จะทำกินกะน้ำกะทิ ทุเรียนอ่ะค่ะ แล้วถ้าทำ จะเอาภาพมาโชว์นะคะ ^^
เดี๋ยวพี่จะลองทำข้าวเหนียวมูลอ ีกครั้ง คราวที่แล้วกะทิหมดไม่มีราดหน้า ข้าวเหนียวจึงหวานไปหน่อย
วันนี้พี่มีปลาช่อนแห้ง 2 ตัว กับมะม่วงอกร่อง
จะทำเสาร์นี้ แล้วจะส่งการบ้านมาให้ชมนะจ้ะ ทานไม่ได้เพราะอยู่ไกลจัง
ยิ่งใส่กระทงใบตองด้วย ยิ่งได้อารมณ์ย้อนสมัยดี
ทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆ ขอบคุณน้องพิมค่ะที่หา
ขนมน่าทาน-อร่อยๆ มาทำ ขั้นตอนการทำก็เข้าใจง่าย
พี่เอาขนม-อาหารจากน้องพิม ไปทำหลายรายการแล้ว
มีสูตรอาหารไทยใหม่ๆๆส่งมาให้นิ ดซี่ด้วยน่ะค่ะ
บ๊ายบายๆๆๆ
แก้วขอขอบคุณคุณพิมอย่างสูงที่น ำความรู้ ทั้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยพร้อมทั้ งรูปภาพประกอบอย่างละเอียดมาลงไ ว้ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดย ไม่หวงวิชาเลย แก้วขอคาราวะอย่างจริงใจ และขอสมัครเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะ คะ ขอขอบคุณอย่างสูงอีกครั้งหนึ่งค ่ะ
จะทำอาหารอะไรขาย พิมสนับสนุนทั้งนั้นค่ะ แต่ขอให้ฝึกฝีมือให้ดีก่อน เอาให้มั่นใจก่อนว่าอร่อยจริง ทำทุกครั้งออกมาดีจริง จึงจะโอเคนะคะ
ขอบคุณมากครับสำหรับสูตรแบบละเอ ียด
ลองทำแบบไม่ได้ใช้สารส้ม ผลออกมาข้าวแฉะไปเล็กน้อย
แต่ไม่บาน คงเป็นเพราะใช้ข้าวใหม่
เอาไว้จะลองใหม่ครับ
ประการแรกคือ นึ่งข้าวสุกเกินไป
ประการสองคือ ข้าวอ่อนเกินไปค่ะ
แต่โดยส่วนใหญ่เกิดจากข้อแรกมาก กว่าจ้า
สำหรับอาหารและขนมทุกอย่างที่พิ มเอามาลงในเวบ พิมพยายามจะอธิบายให้ละเอียดที่ สุดเท่าที่จะละเอียดได้ค่ะ เผื่อว่าคนที่ไม่เคยทำเลย จะได้ทำตามได้อย่างไม่มีปัญหา
ยังไงพิมดีใจด้วยนะคะที่สังขยาใ นลูกฟักทองประสบความสำเร็จอย่าง ดี พิมเองตอนทำอาหารอะไรที่ไม่เคยท ำ แล้วทำออกมาได้ดี ก็ภูมิใจในตัวเองมากเลยเหมือนกั นอ่ะค่ะ
ว่าแต่ไปเป็นสาวใต้อยู่จังหวัดไ หนจ๊ะเนี่ย