Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

ข้าวเหนียวมูน 3 หน้า ตอน "วิธีทำข้าวเหนียวมูน อย่างละเอียด"

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-01.JPG

อาทิตย์ก่อนพี่ Ramida ได้ส่งรีเควสมาทางเวบบอร์ดว่าอยากได้สูตรและวิธีทำข้าวเหนียวหน้าต่างๆ สักหน่อย พอดีกับว่าพิมกำลังรื้อฟื้นสูตรเดิมที่เคยทำ เพื่อมาทดลองให้แน่นอน ก่อนที่จะนำไปทำขายอีกครั้ง...  ก็เลยสบโอกาสเหมาะพอดีกันเลยค่ะ

..... สำหรับสูตรที่พิมจะนำมาทำให้ดูในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวมูน  หน้ากุ้ง  หน้าปลาแห้ง  หน้าสังขยา  ผ่านการปรับปรุงสูตรมาหลายครั้งหลายคราวมากๆ  จนได้สูตรที่พิมคิดว่าดีที่สุดเท่าที่พิมจะทำได้ในตอนนี้แล้วอ่ะค่ะ  ^__^   แต่เนื่องจากว่าเพราะมันเป็นชุดใหญ่  ทำหลายอย่างด้วยกัน อีกทั้งพิมพยายามจะอธิบายให้ละเอียดที่สุด บอกเทคนิคเคล็ดลับที่พิมรู้ในทุกเรื่อง  รูปกับคำอธิบายก็เลยเยอะเป็นพิเศษ    พิมก็เลยขอแยกออกเป็น 2 ตอนนะคะ เพื่อนๆ จะได้อ่านกันง่าย ๆ ไม่ต้อง scroll หน้ากันยาวๆ

โดยตอนแรก พิมจะขอพูดถึงการทำข้าวเหนียวมูนก่อน ส่วนตอนที่ 2 จะพูดถึงการทำหน้ากุ้ง  หน้าปลาแห้ง  และก็หน้าสังขยาอ่ะค่ะ

แต่ก่อนจะลงมือทำ มาดูผลงานของพิมที่ทำในคราวนี้กันก่อนค่ะ .... ซึ่งจริง ๆ จะมี 3 หน้า 3 กระทงนะคะ แต่ว่าพิมชอบเลข 4  ก็เลยขอมี 4 กระทง ซึ่งกระทงสุดท้ายก็ขอเป็นหน้างาคั่วล่ะกันอ่ะค่ะ  (อร่อยนะจะบอกให้)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-10.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-70.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-69.JPG

:: ส่วนผสมและวัตถุดิบสำหรับทำ "ข้าวเหนียวมูน" ::

- ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กก.
- หัวกะทิ 600 กรัม  (คั้นจากมะพร้าวขูดขาว 1 กก.)
- น้ำตาลทรายขาว 500 กรัม
- เกลือป่นแบบธรรมดา 40 กรัม ............  (แต่วันนี้เกลือธรรมดาหมด พิมใช้เกลือไอโอดีนแทนนะคะ)

- สารส้มชนิดก้อน
- ใบเตยแก่ๆ 5-6 ใบ

:: วิธีทำ ::

เริ่มแรกเราก็มาทำการเตรียมข้าวเหนียวกันก่อนนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-17.JPG

สำหรับข้าวเหนียว .... พิมเลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย ที่เป็นข้าวใหม่ค่ะ เพราะว่าเมล็ดข้าวจะเป็นสีขาว เรียวยาว  และมีความหอม  อีกทั้งนึ่งสุกง่าย ราคาที่ขายกันในตอนนี้ก็ประมาณโลละ 40 บ. +/- ไม่เกิน 4 บาทอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-19.JPG

ส่วนสารส้ม พิมก็เลือกใช้แบบเป็นก้อน (มีแบบป่น แบบแท่งกับแบบก้อน)  .. สารส้มเนี่ย พิมฝากแม่ซื้อจากที่เมืองจันทบุรีค่ะ  ส่วนถ้าในกรุงเทพฯ พิมไม่แน่ใจว่าหาซื้อได้ที่ไหน  แต่คิดว่าตามร้านขายยาเก่า ๆ หน่อย หรือร้านขายของชำในตลาดใหญ่ ๆน่าจะมีนะคะ  (เค้าขายเป็นกิโลอ่ะค่ะ กิโลละเท่าไหร่ แม่พิมก็ลืมไปซะแล้ว)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-18.JPG

เริ่มต้นการเตรียมข้าวเหนียว เราจะต้องทำการขัดข้าวเหนียวกับสารส้มกันก่อนนะคะ (เรียกว่าขัดแห้ง)  โดยการเอามือนึงข้างที่ไม่ถนัด ตักข้าวเหนียวขึ้นมาไว้ในฝ่ามือ  แล้วมือข้างที่ถนัดก็จับสารส้มถู ๆ กับข้าวเหนียว  ซึ่งจะต้องถูเบา ๆ นะคะ  เพราะหากถูแรงจะทำให้เมล็ดข้าวหักได้ค่ะ (การขัดแห้งแบบนี้ เพื่อให้ยางที่เคลือบเมล็ดข้าวออก เมล็ดข้าวจะได้สุกใสเวลามูนเสร็จแล้ว)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-20.jpg

และเมื่อเราขัดข้าวเหนียวกับสารส้มในแบบแห้งทั่ว ๆ แล้ว  ก็ให้เราเติมน้ำลงไปในข้าวเหนียวค่ะ ปริมาณน้ำไม่ต้องเยอะนัก  กะว่าสูงสักข้าวเหนียว 1 - 1.5  นิ้วก็พอ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-21.JPG

แล้วก็ทำการขัดข้าวเหนียวกับสารส้ม (ในแบบเปียก) อีกครั้งค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-22.JPG

ซึ่งเมื่อเราขัดสารส้มกับข้าวเหนียวไปสักพัก จะเห็นได้ว่าน้ำข้าวเหนียวขุ่นข้นมากๆ  .... ถึงตรงนี้ก็เป็นอันว่าเราขัดข้าวเหนียวได้ที่แล้วนะคะ  (อย่าลืมต้องขัดเบา ๆ ระวังเมล็ดหัก แตก)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-23.JPG

ก็ให้เราเทน้ำทิ้งค่ะ  (ส่วนสารส้ม ก็ล้างให้สะอาด  เอาไปผึ่งลมให้แห้ง  พอแห้งดีก็ใส่ถุงเก็บไว้ใช้งานอื่น)  และก็ซาวข้าวเหนียวสัก 3 - 4 รอบ จนกระทั่งน้ำซาวข้าวเหนียวใส มองเห็นเมล็ดข้าวอย่างชัดเจน ก็เป็นอันใช้ได้

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-24.jpg

จากนั้นก็ใส่น้ำให้ท่วมข้าวเหนียวประมาณ 2-3 นิ้วค่ะ   แล้วก็ทำการแช่ข้าวเหนียวไว้ประมาณ 3 ชม.

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-25.JPG

ผ่านไป 3 ชม. เราก็จะได้ข้าวเหนียวที่แช่ได้ที่ออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ   (ลักษณะเมล็ดข้าวจะดูอ่อนนุ่มกว่าตอนเริ่มแช่)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-47.JPG

จากนั้นก็ให้เราทำการเทข้าวเหนียวใส่กระชอนหรือตะกร้าโปร่งๆ ที่ตาถี่ ๆ เพื่อให้ข้าวเหนียวสะเด็ดน้ำ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-48.JPG

พอข้าวเหนียวสะเด็ดน้ำดีแล้ว  ก็ให้เราเอาข้าวเหนียวนั้นไปนึ่งให้สุกค่ะ  โดยปกติเนี่ยถ้ามูนข้าวเหนียวทีละเยอะๆ  พิมจะใช้วิธีการนึ่งด้วยรังถึงนะคะ  ซึ่งจะใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25-30 นาที แต่ว่าวันนี้ทำแค่กิโลเดียว พิมก็ขอนึ่งด้วยหวดล่ะกันค่ะ เพราะว่ามันเร็วดี  (ใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที ขึ้นกับน้ำและไฟที่ใช้)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-49.JPG

ระหว่างนึ่งข้าวเหนียว พิมก็จะมาเตรียมทำน้ำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียวนะคะ ....... ซึ่งส่วนประกอบสำหรับน้ำกะทิมูนข้าวเหนียวเนี่ย ก็ตามข้างบนที่พิมบอกไว้เลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-50.JPG

วิธีการทำน้ำกะทิมูนข้าวเหนียวนั้นก็ไม่ยากเย็นอะไร  ให้เราเอาหัวกะทิเทใส่กาละมังใบโตหน่อย   แล้วก็ใส่น้ำตาลทราย เกลือ ลงไป ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-51.jpg

จากนั้นก็ใช้ใบเตยช่วยในการขยำน้ำตาลทรายกับน้ำกะทิ ... จนกระทั่ง้นำตาลทรายและเกลือละลายหมดดี ก็เป็นอันว่าใช้ได้  (ใช้เวลาไม่นาน)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-52.JPG

พอน้ำตาลทรายละลายหมดแล้ว  ก็ทำการกรองน้ำกะทิด้วยตะแกรงตาถี่ๆ หรือผ้าขาวบางพับทบ 2 ชั้น .... 1 ครั้งค่ะ  เพื่อกรองเศษผง เศษใบเตย หรือน้ำตาลทรายที่ละลายไม่หมดทิ้งไป

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-53.JPG

กรองเสร็จแล้วก็จะได้น้ำกะทิ สีหวาน ๆ อย่างนี้นะคะ ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-54.JPG

ซึ่งตอนที่เราทำน้ำกะทิเสร็จเรียบร้อย  ข้าวเหนียวที่เรานึ่งไว้ก็จะสุกพอดีกัน  (เวลาใกล้เคียงกันอ่ะค่ะ)

ป.ล. หากนึ่งข้าวเหนียวด้วยหวดแบบนี้  หลังจากเรานึ่งไป 10 นาทีแล้ว  ให้เรากระดกข้าวเหนียวด้านล่างขึ้นมา และให้ด้านบนลงไป และนึ่งต่ออีกประมาณ 5-7 นาที ข้าวเหนียวก็จะสุกทั่วกันดี

ป.ล. อย่านึ่งข้าวเหนียวนานเกินไป  ไม่งั้นข้าวเหนียวจะบานเละเวลาที่เราเอาไปมูน / และอย่านึ่งโดยใช้เวลาน้อยเกินไป ไม่งั้นพอมูนเสร็จ ข้าวเหนียวไม่สุกดี  กินแล้วจะหรุบ ๆ  หากไม่แน่ใจ ใช้วิธีหยิบขึ้นมากัดดูสัก 3-4 เมล็ดก็ได้ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-55.JPG

แล้วพอข้าวเหนียวสุกดี  ก็ให้รีบเทข้าวเหนียวทั้งร้อนๆ ลงไปในน้ำกะทิที่เราเตรียมไว้เลยค่ะ  แล้วก็จัดการคนด้วยพายให้เข้ากันดี  แล้วก็ปิดฝาไว้ให้สนิทประมาณ 10 นาที ......  พอ 10 นาทีผ่านไป ก็ให้เราเปิดฝา แล้วทำการคนข้าวเหนียวแบบปาดไปปาดมาอีกครั้ง  แล้วก็ปิดฝาอีกรอบค่ะ

จากนั้นก็ทิ้งไว้อีก 20 นาที แล้วก็เปิดฝามาคนข้าวเหนียวแบบปาดไปปาดมาอีกรอบ  และก็ปิดฝาทิ้งไว้อีก 10 นาทีสุดท้ายค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-56.jpg

และเมื่อ 30-40 นาทีผ่านไป  เราก็จะได้ข้าวเหนียวมูนที่เม็ดยาว เรียว สวย นุ่ม หอม และเป็นเงาแวววาว ... ออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ   ซึ่งพิมรับรองว่าสูตรนี้เนี่ย หากเพื่อนๆ ตวงไม่ผิด  ข้าวเหนียวมูนจะไม่แฉะหรือแห้งจนเกินไปแน่นอนอ่ะค่ะ ^__^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-58.JPG

ทีนี้เวลาจะกิน หรือจะขาย ... พิมก็จะเอามาจัดใส่กระทงใบตองเล็ก ๆ แบบนี้นะคะ ... แล้วก็ใส่หน้าต่าง ๆ ที่เราชอบลงไป  ไม่ว่าจะหน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง  หน้าสังขยา หน้ากระฉีก หรือหน้างา .... แค่นี้เราก็จะได้ข้าวเหนียวมูนสุดแสนอร่อย พร้อมเอาไปโชว์หรือเอาไปทำขายได้แล้วอ่ะค่ะ ^__^ ... ซึ่งสำหรับวิธีทำหน้าข้าวเหนียวมูนต่างๆ นั้น  เปิดชมได้ใน "วิธีทำข้าวเหนียวมูน 3 หน้า ตอนที่ 2" .. นะคะ ^__^

ส่วนตอนนี้ขอลาไปกินข้าวเหนียวมูนก่อนล่ะจ้า

ป.ล. หากวันไหนมีเวลา และวัตถุดิบพร้อม ... จะทำ "ข้าวเหนียวมูนสีเหลือง - สีฟ้า - ข้าวเหนียวดำมูน และก็ข้าวเหนียวมูนธัญพืช" ... มาฝากนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-70.JPG

ป.ล. ฝากดอกไม้สวย ๆ ไว้ให้เพื่อน ๆ ชมคู่กับข้าวเหนียวมูนด้วยนะคะ ... ดอกไม้พวกนี้พิมปลูกเองค่ะ  สีสดดีเน๊าะ ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-04.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-09.JPG

พิมเลือกใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย ที่เป็นข้าวใหม่ค่ะ เพราะว่าเมล็ดข้าวจะเป็นสีขาว เรียวยาว  และมีความหอม  อีกทั้งนึ่งสุกง่าย ราคาที่ขายกันในตอนนี้ก็ประมาณโลละ 40 บ. +/- ไม่เกิน 4 บาทอ่ะค่ะ



Comments 

 
#1 Poo 2010-08-27 07:55
คุณพิม ปูเสื่อมารอ แล้วนะคะ... โพสต์ เสร็จแล้วโยน ข้าวเหนียวหน้าสังขยา กับ ปลาแห้ง มาอย่างละ 5 ห่อ นะคะ....อิอิ :drunk: :drunk:
Quote
 
 
#2 งา 2010-08-27 09:05
รออย่างใจจดจ่อค๊า :drunk:
Quote
 
 
#3 ck 2010-08-27 14:43
แล้วที่คนชอบพูดว่า หน้าสังขยา ต้องให้เป็นหน้าหยัก หรือหน้า ยัก มันเป็นยังไงค่ะ หนูพิม
Quote
 
 
#4 ป้าอร 2010-08-27 19:31
สวัสดีค่ะ หลานพิมขา..
ป้าอรชอบดอกไม้สีสดสวยของหนูจัง เลย
เรียกว่าดอกอะไรคะ สีเหลืองสดมากค่ะ บานเย็นก็สวยไม่เบา พิมปลูกเองหรือคะ
ป้าแวะเข้ามาดูอาหารใหม่ล่าสุดข องหนูพิมค่ะ อาหารไทยนี่ เพื่อนๆฝรั่งป้าชอบกันมากทุกคน
เขามีกลุ่ม Thai food meetup กันด้วยค่ะ เวียนไปทานอาหารไทยตามร้านต่างๆ เดือนละหน
ป้าให้สูตรอาหารไทยง่ายๆกับเพื่ อนไปหลายคน ขอบใจหนูพิมนะคะที่ทำเวปนี้ขึ้น
ได้ประโยชน์ต่อคนมากมายเลยค่ะ
Quote
 
 
#5 Nathapong 2010-08-28 02:42
เริ่ดมากค่าาาาาาา พี่พิม

อยากกินหน้า งา :drunk:
Quote
 
 
#6 พิม Enya 2010-08-28 21:52
สวัสดีค่ะทุก ๆ คน

ป้าอรค่ะ ... ไม่ได้เห็นป้าอรนานมากเลย ป้าอรสบายดีไหมค่ะ =)
ดอกไม้สีเหลืองๆ เนี่ยคือดอกเข็มค่ะ ที่บ้านพิมปลูกทั้งสีชมพู สีขาว สีเหลือง และก็สีแดง
แต่ช่วงนี้ฝนลงหนัก ช่อดอกก็เลยเฉาไว เลยมีแต่เฉพาะสีเหลืองมาฝากนี่แ หละค่ะ
ไว้คราวหน้าเจอช่อดอกออกใหม่อีก จะถ่ายรูปมาฝากนะคะป้าอร

สำหรับอาหารไทยอาทิตย์นี้ พิมทำทอดมันกุ้งกับเนื้อทอดที่ใ ส่เครื่องเทศค่ะ
คิดว่าทอดมันกุ้งเนี่ย เพื่อนๆ ฝรั่งของป้าอรน่าจะชอบนะคะ
ส่วนเนื้อทอดเครื่องเทศ อาจจะไม่ค่อยเท่าไหร่

อาทิตย์นี้พิมไม่ได้เน้นหนักอาห ารคาวมากนัก เพราะว่าทุ่มไปกับการทำของหวาน "ข้าวเหนียวมูน 3 หน้า" ซะเยอะค่ะ

แล้วป้าอร แวะเข้ามาบ่อย ๆ นะคะ ^^
Quote
 
 
#7 พิม Enya 2010-08-28 21:54
คุณปู .... โหวววว กว่าพิมจะอัพใส่เวบเสร็จ ใช้เวลาปาไป 3 วันเลย พฤหัส - ศุกร์ - เสาร์
เหนื่อยอย่างแรง =_= แต่ก็แฮปปี้ดี =D ฮ่ะๆ

ไว้ปีหน้าคุณปูมาเมืองไทย จะทำให้กินน๊า จุ๊บๆ
Quote
 
 
#8 พิม Enya 2010-08-28 21:58
น้อง Tam ... พี่พิมขอบอกนะว่า หน้างาเนี่ย อร่อยจริง ๆ นะ แต่จะต้องราดด้วยหัวกะทิข้นๆ ก่อน
แล้วโรยงาที่เพิ่งคั่วใหม่ๆ แล้วก็ตำนิดๆ

โอ๊ยย มันหอมมากเลยล่ะจ้า แฟนพี่บอกอร่อยสุดแหละ ฮ่ะๆ
Quote
 
 
#9 พิม Enya 2010-08-28 21:59
พี่งาค่ะ ... พิมอัพข้อมูลกับรูปภาพเรียบร้อย แล้ว พี่งาดูได้เลยนะคะ ตรงไหนไม่เข้าใจ ลองถามพิมได้นะคะ เผื่อว่าจะตอบได้ =)
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2010-08-28 22:05
พี่ CK ค่ะ .... เรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ

สมัยก่อนเนี่ย เวลาเค้าทำสังขยาหรือทำขนม ทำอาหารกัน ไม่ว่าจะทำที่วัดที่บ้าน เค้าจะนิยมใช้เตาฟืนกันค่ะ
แล้วทีนี้เนี่ย เตาฟืนส่วนใหญ่มันก็มักจะไฟแรงถ ึงแรงมาก เวลานึ่งสังขยา ตัวสังขยามันก็จะฟู ....ค่อนข้างเยอะ
(เพราะแรงดันไอน้ำเยอะ)

แล้วพอสุก ทิ้งระยะเวลาให้สังขยามันเย็นตั วลง สังขยามันก็จะยุบตัว หน้าสังขยามันก็จะเหี่ยว
และเซ็ตตัวกลายเป็นหยักๆ (ย่น) ประมาณนั้นอ่ะค่ะ

ซึ่งคนสมัยโบราณเค้าจะชอบกินสัง ขยาที่หน้าหยัก ๆ กันมาก เค้าว่ามันสวยดีอ่ะค่ะ (เช่นแม่พิม เป็นต้น)

แต่ในปัจจุบัน คนสมัยใหม่ ส่วนใหญ่จะนิยมกินสังขยาที่หน้า เรียบ ๆ เนื้อเนียนๆ มากกว่า ...

แล้วพี่ CK ชอบกินแบบไหนอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#11 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-28 22:35
น่ากินมากเลยค่ะ เห็นแล้วน้ำลายสอทุกทีสิ เอ๊าาาาาา
Quote
 
 
#12 ck 2010-08-30 08:34
พี่ชอบ กินได้ทั้งนั้นหละค่ะ555 ถ้าอร่อย แต่เห็นคนเค้าพูดกัน ก็ฟัง ๆ เค้ามา เลยเข้ามาถามนะค่ะ
Quote
 
 
#13 พิม Enya 2010-08-30 13:10
พี่ CK ค่ะ ... แม่พิมเค้าก็ชอบแบบหน้าหยัก ๆ ค่ะ เวลาทำสังขยาหน้าเรียบ ๆ ทีไร แม่เค้าจะบอกว่ามันไม่ใช่สังขยา =D
Quote
 
 
#14 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-31 11:17
จะว่าไปบี๋ก็ชอบหน้าสังขยาที่เป ็นหยักๆ ย่นๆ หน่ะค่ะ แบบหน้าเรียบๆ เนียนๆ มันเป็นอารมณ์ สังขยาที่กินกะขนมปังแล้ววางแห้ งหน่ะค่ะ...555
Quote
 
 
#15 ck 2010-08-31 14:54
น้องพิมค่ะ รบกวนถามหน่อยค่ะ
- หัวกะทิ 600 กรัม โดยคั้นจากมะพร้าวขูด 1 กก.
หมายถึงว่า ตอนคั้น ต้องใส่น้ำเปล่าในการคั้นเท่าไห ร่ค่ะ หรือ ไม่ต้องใช้น้ำเลย 1 กก. ก็สามารถได้ น้ำที่เป็นหัวกะทิ 600 กรัม แล้ว
- ข้าวเหนียวดิบ 1 กก. ทำเสร็จแล้ว ได้ข้าวเหนียวมูน เท่ากับ กี่กิโลค่ะ ที่ถามเพราะว่า จะได้ทราบว่า ควรจะทำเท่าไหร่ดี
Quote
 
 
#16 ck 2010-08-31 16:33
อยากให้น้องพิม ช่วยลงทำ พวกอาหารว่าง ที่สามารถเก็บไว้ได้ เช่น ข้าวเม่าหมี ขนมข้าวตู
Quote
 
 
#17 พิม Enya 2010-08-31 17:15
คุณบี๋ค่ะ ... ฮ่า ๆ พิมก็ชอบประมาณนั้นเหมือนกันค่ะ แต่บางอารมณ์ก็ชอบแบบเนื้อเนียน ๆ นะ =D

พี่ CK ค่ะ .... ข้าวเม่าหมี่ เดี๋ยวพิมทำให้นะคะ เหมือนๆ จะมีรูปอยู่ในคอมส์ แต่ต้องไปหาก่อน
ส่วนข้าวตู รอผ่านหน้าฝนสักนิด แล้วพิมจะทำมาให้ดูนะคะพี่

ส่วนหัวกะทิเนี่ย ที่ว่าคั้นจากมะพร้าวขูด 1 กก. เพื่อให้ได้หัวกะทิ 600 กรัม นั้น จะต้องใส่น้ำบ้างหรือไม่ใส่เลย

คำตอบ ... ใส่บ้างค่ะ แต่ใส่เยอะใส่น้อย ใส่เท่าไหร่นี่ แล้วแต่มะพร้าวขูดแต่ละเจ้าค่ะ

เหตุผลคือ มะพร้าวขูดบางเจ้า เค้าเอามะพร้าวที่ปอกเปลือกแล้ว ไปแช่น้ำไว้นานๆ ก่อนนำมาขูดขายเรา
เพราะงั้นมะพร้าวขูดมันก็เลยจะอ มน้ำไว้มากๆ บางทีแค่คั้นๆ ไม่ต้องใส่น้ำ ก็มีกะทิออกมาเยอะแล้วอ่ะค่ะ

ส่วนของพิมเนี่ย เป็นมะพร้าวขูดเอง แบบปอกเปลือกแล้วขูดเลย ไม่ได้แช่น้ำ เพราะงั้นต้องใส่น้ำลงไปเยอะหน่ อยนึงตอนคั้น
ซึ่งถ้าจำไม่ผิดจะประมาณถ้วยกว่ า ๆ นะคะ (พอดีพิมตวงแต่หัวกะทิที่ได้ ไม่ได้ตวงน้ำที่ใส่ไปเพื่อจะคั้ นอ่ะค่ะ)

ส่วนข้าวเหนียวดิบ 1 โล มูนแล้วจะได้ข้าวเหนียวมูนประมา ณ 2.2-2.4 โล ราวๆ นี้แหละค่ะ ^^

เวลามูนเสร็จ หากกินไม่หมด แจกจ่ายเพื่อนบ้านไม่หมด ก็เอาใส่ถุงใส่กล่อง แช่ช่องแข็งไว้ได้ค่ะ
แล้วคราวหน้าพอจะกิน ก็เอามาใส่ไมโครเวฟเอาค่ะพี่ รสชาติใกล้เคียงของเดิม แต่จะนิ่มและตัวข้าวเหนีวเม็ดจะ บานกว่าเล็กน้อย =)
Quote
 
 
#18 ck 2010-09-01 10:46
น้องพิม นอกประเด็น ข้าวเหนียวมูน หน่อยนะคะ คือว่า พอดี เข้าไป รั้วนอกบ้านของน้อง แล้ว มีการจัด Meeting การสลักผลไม้

น้องพิม พี่ กด ลิ้ง เข้าไปดู ซาหริ่ม ไม่ได้จ๊ะ
รบกวน น้องพิม บอกให้หน่อยค่ะ ว่า ทำยังไง ค่ะ เห็นแล้วน่าทานจัง
พอกดลิ้ง ที่น้องพิมทำไว้ ไปไม่ถึงข้อมูล รบกวน ทำให้ใหม่นะคะ

ส่วนนี่ก็ซาหริ่มแม่ละเอียด ของพี่นุช'หมี ค่ะ ... ใครสนใจซาหริ่มพี่นุช อ่านรายละเอียดได้ตามนี้เลยนะคะ ลิ้งค่า..กดที่นี่เลย
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2010-09-01 12:01
พี่ CK ค่ะ .. พิมแก้ไขให้เรียบร้อยแล้วจ้า ขอบคุณที่ทักท้วงนะคะ

ป.ล. อันเก่าที่พิมสร้างลิ้งค์ไปเนี่ ย เจ้าของบทความเดิมเค้าเหมือนจะย กเลิกบทความไป หรือบทความมันหมดอายุเนี่ยแหละค ่ะ
พิมเลยหาลิ้งค์อันใหม่มาแทนให้แ หละ
Quote
 
 
#20 ice 2010-09-01 21:56
อยากบอกว่า ประทับใจคุณพิมมากๆเลยนะคะ มันไม่ใช่ง่ายๆเลยจริงๆ ที่คนๆนึง จะต้องเสียสละเวลา เสียสละความหวงแหนในข้อมูล เคล็ดลับต่างๆ ที่กว่าจะได้มาก็ต้องผ่านการลอง ผิดลองถูก บ้างก็เป็น มรดกตกทอด โดยไม่ปิดบังหวงแหน

ไม่รู้ว่า คุณพิมคิดอะไรอยู่ตอนที่ทำแบบนี
แต่อยากจะเป็น 1 เสียงที่เป็นกระจกสะท้อนตัวคุณพ ิม ให้คุณพิมได้เห็น
สิ่งที่คุณพิมทำอยู่นี้ว่า ประเสริฐมากๆค่ะ คำๆนี้ไม่ได้เวอร์ไปเลย จริงๆ

การให้สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นควา มรู้ สิ่งของ ต่างๆนาๆเหล่านี้
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ประโยชน์ต่อที่เกิดต่อผู้รับ

แต่ที่ทรงคุณค่ามากไปกว่านั้นคื อ การได้ละความยึดมั่น ถือมั่น ความตระหนี่ หวงแหน ในตัวผู้ให้เอง ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่ก่อให้เกิด ความสุข อิ่มเอิบ เต็มในใจของผู้ให้ทุกคราที่หวนร ะลึกถึง

และจะไม่น่าแปลกใจเลย ที่ในชีวิตของ คุณพิม ในตอนนี้หรือ ต่อไปในอนาคต จะพบเจอกับสิ่งที่ดีๆ
ตลอดจนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการทำอาหารแตกฉา นยิ่งขึ้นไปอีกมาก
หรือจะโอกาสดีๆก็จะเข้ามาในชีวิ ตของคุณพิม
เพราะคุณงามความดีบุญกุศลต่างๆท ี่ได้เกิดขึ้น ไม่ได้ไปไหน
เพียงแต่รอเวลาที่เหมาะสม ที่จะย้อนกลับมาสมนาคุณนั่นเอง

เป็นกำลังใจให้คุณพิมนะคะ จะคอยชื่นชมอยู่ตลอด ความดีที่คุณพิมทำนี้ก็จะค่อยๆเ ห็นผลเป็นรูปธรรมเองค่ะ
บุญรักษา
Quote
 
 
#21 พิม Enya 2010-09-03 02:16
คุณ ice ค่ะ .... พิมรู้สึกดี ๆ กับข้อความของคุณ ice มากเลยอ่ะค่ะ อยากบอกว่ามันเป็นกำลังใจให้พิม มากๆ เลย =)

ขอบคุณนะคะ .... ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ขอบคุณสำหรับกำลังใจดี ๆ ขอบคุณสำหรับคำพูดดีๆ
ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ ที่คุณ ice (และเพื่อนทุกคนในเวบนี้) มีให้พิมเสมอมา

พิมไม่มีอะไรจะตอบแทน ก็ทำได้แค่เท่าที่ทำอยู่ตอนนี้แ หละค่ะ ^^

หากขาดตกบกพร่องไปตรงไหน หรือ ทักถามพิมให้ทำอะไร แล้วพิมลืมเลือนไป ก็ทักท้วงพิมบ้างนะคะ
เดี๋ยวนี้พิมขี้ลืมมากๆ เลยค่ะ

=)
Quote
 
 
#22 หนิง 2010-09-06 14:41
คุณพิมเก่งจังเลยนะคะ ขนมไทยเนี่ยส่วนผสมดูไม่ยุ่งยาก แต่ทำยากมากกกกกกกกกก คุณพิมทำอะไรก็ดูน่ากินไปหมดเลย เนอะ อิจฉาๆ :snicker: หนิงชอบคุณพิมมากเลยนะคะ อย่างที่คุณ ice บอกเลย ปกติหนิงไม่เคยเข้าไปโต้ตอบกับใ ครในโลกอินเตอร์เน็ทเลย อ่านผ่านๆ ครัวบ้านพิมเป็นที่แรกเลยค่ะที่ ทำให้หนิงอยากเข้ามาติดต่อสื่อส าร ขอบคุณทุกคำตอบดีๆของคุณพิม =D ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณพิมน ะคะแล้วก็ขอให้ร้านขนมไทยของคุณ พิมได้เปิดขึ้นเร็วๆนะคะ อยากไปอุดหนุนค่ะ :love:
Quote
 
 
#23 พิม Enya 2010-09-07 23:01
คุณหนิง ค่ะ .... พิมเห็นด้วยเลยค่ะเรื่องที่คุณห นิงว่าขนมไทยส่วนผสมดูไม่ยุ่งยา ก แต่วิธีทำยาก
แต่จะว่าไป ขนมฝรั่งก็ไม่แพ้กันนะคะ เพียงแต่เราเป็นคนไทย อาจจะรู้สึกว่าขนมไทย เราน่าจะทำได้ง่ายกว่านี้เน๊าะ

ส่วนคำอวยพรและกำลังใจของคุณหนิ ง .. พิมยินดีรับไว้อย่างเต็มใจเลยค่

พิมเองก็ขอบคุณเช่นกันนะคะ ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาคุยโน่นนี่มากมายกับ พิมในครัวบ้านพิมนี่
อยากบอกว่า แค่มาทักทาย พูดคุย แม้จะไม่ใช่เรื่องอาหาร ไม่ใช่เมนูที่พิมกำลังทำ
แต่มันเป็นกำลังใจมากเลยค่ะ เหมือนกับว่ามีใครสักคน เอ่อ.. เห็นว่าเราโอเคนะ กำลังตามดูเราอยู่ ประมาณนี้แหละค่ะ ^^
ก็เลยทำให้พิมมีกำลังใจจะทำเมนู ต่อ ๆ ไปมาให้ชมกันอีกเยอะ ๆ (แม้บางเมนูอาจจะช้าไปหน่อย ^^")
Quote
 
 
#24 บุหงา 2010-09-17 01:20
:kawaii:สงสัยจ้า..อยู่ตจว.ข้าวเหนียวสวยจากเชียงราย..ไม่มีขายจร้า.
Quote
 
 
#25 วาว 2010-09-21 16:49
คุณพิม แนะนำการนึ่งข้าวเหนียวโดยการใช ้ซึ้งในสิคะ กำลังต้องนึ่งถึง 20 กก. แต่จะแบ่งเป็นครั้งละ 6 กก. จะทำยังไงดีคะ ทุกทีนึงกับหวดอย่างเดียวเลย
Quote
 
 
#26 หนิง 2010-09-22 15:55
คุณพิมคะ พอจะมีสูตรข้าวเหนียวแดงกับข้าว เหนียวแก้วบ้างมั้ยคะ อยากลองทำทานดูนะค่ะ
Quote
 
 
#27 พิม Enya 2010-09-22 22:17
คุณบุหงาค่ะ ..... งั้นใช้ข้าวเหนียวธรรมดาก็ได้ค่ ะ ^^

คุณวาว .... พิมเคยใช้ซึ้งนึ่งทีละ 5 โลก็ได้นะคะ แต่ต้องเป็นซึ้งใหญ่ สักเบอร์ 44
และเตาที่เป็นเตาใหญ่ไฟแรง ไม่งั้นจะนึ่งไม่สุกค่ะ

แต่ถ้าหากคุณวาวไม่มีซึ้งเบอร์ 44 ล่ะก็ จะใช้หวดก็ได้นะคะ
แต่พิมไม่รู้ว่าหวดใหญ่สุดเนี่ย นึ่งได้ทีละกี่กิโลอ่ะค่ะ

คุณหนิงค่ะ ..... มีค่ะ แต่ถ้าคุณหนิงไม่รีบ ไว้จะเอามาฝากนะคะ
Quote
 
 
#28 geegy 2010-09-23 12:42
น่ากินค่ะอยากลองทำดูคะ
Quote
 
 
#29 พิม Enya 2010-09-23 17:12
คุณ geegy ... ลองดูนะคะ =)
Quote
 
 
#30 บุหงา 2010-09-23 23:08
:kawaii: นึ่งข้าวเหนียวด้วยรังถึง..ข้าวเหนียวสุกไม่หมด..เกิดอะไรเนี่ย..พอนวดกะทิเจอสุกดิบ..สาเหตุจากไฟ หรือเวลา..รู้สึกขาดความมั่นใจเลย..ช่วยหน่อยค่ะ
Quote
 
 
#31 พิม Enya 2010-09-24 19:32
คุณบุหงาค่ะ ..... อย่าเพิ่งท้อใจ อย่าเพิ่งเสียกำลังใจ อย่าเพิ่งหมดความมั่นใจไปนะคะ ...
ครั้งนี้เราทำแล้วออกมาเสีย ครั้งหน้าเราต้องลองใหม่ค่ะ เราต้องเอาชนะมันให้ได้นะคะ =)

ยังไงลองดูตามที่พิมบอกข้างล่าง นี้ เผื่อขาดข้อไหน ตรงไหนไปอ่ะค่ะ

- น้ำในก้นรังถึงน้อยไปไหม
- ไฟเตาอ่อนไปไหม
- ข้าวเหนียวแช่ได้ที่ไหม (ถ้าข้าวเหนียวเก่า อาจจะต้องแช่นานกว่านี้อีกนิดเป ็นสัก 4 ชม.)
- ชั้นข้าวเหนียวในซึ้งหนาเกินไปไ หม
- ได้เปิดช่อง/รู ซึ้ง ไว้พอ...ที่จะให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมาไหม
- นึ่งด้วยเวลาที่น้อยเกินไปไหม

ป.ล. ก่อนที่เราจะเอาข้าวเหนียวลงมาม ูนกับกะทิ ถ้าไม่แน่ใจ ให้หยิบข้าวเหนียว (ขณะยังไม่ปิดไฟเตา) ในรังถึงมาชิมก่อนนะคะ
ว่าสุกดีหรือยัง ถ้ายังกรุบ ๆ ต้องนึ่งต่อจนสุกนะคะ
Quote
 
 
#32 bio man 2010-09-28 16:28
ขอขอบคุณ..คุณพิมมากเลยนะคะที่มอบความรู้เ กี่ยวกับอาหารให้คนอื่นได้เรียน รู้ ตอนนี้ดิฉันกะลังคิดจะขายข้าวเห นียวมะม่วงอยู่พอดีเลยค่ะ เมนูนี้เลยโดนใจมากๆๆ ดูแล้วการทำหน้าจะไม่ยากแต่เวลา ทำไม่รู้จะยากหรือป่าว
.....ไว้จะลองทำดูนะคะ
Quote
 
 
#33 บุหงา. 2010-10-01 23:20
o_O ขอบคุณมากๆ..สำหรับคำอธิบาย..กำลังใจที่ให้..
ดีใจที่มีโอกาสเจอมิตรที่น่ารัก ..เช่นคุณพิม..จะปรับปรุงข้าวเหนียวใหม่..ได้ผลประการใดจะส่งข่าวบอก.นะคะ..
Quote
 
 
#34 จาก..บุหงา.. 2010-10-05 19:39
=D มูนข้าวเหนียว.ลุ้นกลัวดิบ..ผ่าน..แบบมีลุ้น..
ทานได้ค่ะ..อาหร่อยเพราะคำแนะนำ.จากคุณพิม.คุณพิมค๊ะ..สงสัยนิดนึง..บางรายมูนข้าวเหนียวออกมาข้าวเห นียวเรียงเม็ดสวย ไม่แฉะติดกัน..เพราะอะไรคะ..
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2010-10-09 01:08
คุณ bio man .... ลองดูนะคะ พิมเชื่อว่าทำตามพิมบอก รับรองทำได้แน่นอนค่ะ

คุณบุหงา .... ดีใจเช่นกับที่ได้เจอเพื่อน ๆ ดี ๆ มากมายในครัวบ้านพิม ... ^^

ป.ล. สิ่งสำคัญในการทำข้าวเหนียวมูนใ ห้ออกมาสวย น่าทาน มีหลายสิ่งค่ะ ไม่ว่าจะเป็น

- การเลือกใช้พันธุ์ข้าวเหนียว
- การขัดข้าว การแช่
- ความสุกของข้าวเหนียวที่นึ่ง
- ปริมาณน้ำกะทิที่ใช้มูน

ถ้าทำได้ครบ .. รับรองข้าวเหนียวมูนออกมาสวยงาม ไม่แฉะ ไม่เละแน่นอนค่ะ

=)
Quote
 
 
#36 Kae 2010-10-12 14:11
ลองทำตามสูตรคุณพิมแล้วค่ะ แต่ข้าวเหนียวที่ใช้เป็นเขี้ยวง ูเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าพันธุ์อะไร แล้วมันเกี่ยวกันมั้ยที่มันมูลอ อกมาแล้วเหลืองอ่ะค่ะ มันเหลืองเหมือนข้าวเหนียวที่เข ากินกับส้มตำ มันไม่ขาวสวยเลยค่ะ

จะทำยังไงดีค่ะ อยากทำให้ได้อ่ะค่ะ ส่วนตัวชอบทาน ลูกสาวก็ชอบมากค่ะ
Quote
 
 
#37 พิม Enya 2010-10-13 00:36
คุณ Kae ..... มูนข้าวเหนียวออกมาสีเหลือง น่าจะเกิดเพราะพันธุ์ของข้าวเหน ียว (เช่นเป็นข้าวเหนียวบ้านที่ผ่าน การขัดสีกันเอง) หรือไม่ก็กะทิไม่สดนะคะ ซึ่งสำหรับตัวพิมเองเคยเจอแค่ 2 สาเหตุนี้ ...... แต่หากเป็นสาเหตุอื่น พิมยังไม่เคยเจอกับตัวเอง เลยยังไม่สามารถตอบได้อ่ะค่ะ

-_-
Quote
 
 
#38 Kae 2010-10-13 16:10
สงสัยน่าจะมาจากสาเหตุหลังมากกว ่าค่ะ เพราะว่าตอนซื้อมะพร้าวก็รู้สึก ว่ากลิ่นไม่ค่อยดี แต่ว่าหาได้แค่นี้ ไว้ครั้งหน้าจะลองทำใหม่ ได้ผลยังไงจะมาแจ้งให้ทราบค่ะ ขอบคุณมากน่ะค่ะคุณพิม
Quote
 
 
#39 พิม Enya 2010-10-15 17:25
คุณ Kae ... ยินดีค่ะ =)
Quote
 
 
#40 พัณณิตา ซู 2010-10-17 15:30
ป้าทำแล้วรสชาดก็ใช้ได้ แต่ป้าใช้กะทิกระป๋อง เลยไม่ค่อยหวานมัน จะออกเป็นหวานแหลม และสังขยาของป้า พอนึ่งออกมาตรงกลางจะเป็นแอ่งน้ ำเชื่อมขังอยู่ไม่ทราบว่าเป็นเพ ราะอะไร ป้าแบ่งนึ่ง2ครั้ง ครั้งแรกนึ่งในกะทะ ครั้งที่2เลยเปลี่ยนมานึ่งไหซึ้ งก็เป็นเหมือนกันเลย คุณพิมคิดว่าเป็นน่าเพราะอะไรคะ
Quote
 
 
#41 Kae 2010-10-21 12:33
สำเร็จแล้วค่ะคุณพิม อร่อยมาก ๆ ด้วยค่ะ (อิ..อิ..แอบเข้าข้างตัวเองค่ะ) ครั้งนี้เก๋ไปซื้อข้าวเหนียวใหม ่มาใช้ แล้วก็ซื้อมะพร้าวมาคั้นใหม่ ๆ อร่อยเลยค่ะ
ก่อนนี้ลองใช้กะทิชาวเกาะด้วยค่ ะ ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ มันขาวจั้วเหมือนเคลือบแป้งเลยค ่ะ ไม่อร่อยและหอมเลยค่ะ

ลองทำแกงบวดถั่วดำด้วยน่ะค่ะ กินคู่กันอร่อยดีค่ะ =D
Quote
 
 
#42 พิม Enya 2010-10-22 16:09
ป้าพัน ค่ะ .... กะทิกระป๋องไม่เหมาะกับการทำขนม ไทยจริง ๆ ค่ะ
แต่ถ้าไม่มีกะทิสด ก็คงจะต้องใช้กะทิกระป๋อง หรือกะทิถุง แก้ขัดไปก่อน ...

ส่วนเรื่องที่สังขยาเป็นแอ่งตรง กลาง พิมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร เพราะเมื่อก่อนเคยทำก็เป็นแอ่งเ หมือนกัน
แต่เดาเอาจากเวลานึ่งขนมน้ำดอกไ ม้หรือขนมถ้วยจีน หากเราต้องการให้ขนมมันบุ๋มตรงก ลาง
ส่วนหนึ่งเราจะต้องนึ่งถ้วยให้ร ้อนจัดก่อน พิมก็เลยคิดเอาเองว่า ภาชนะที่ป้าพันใช้นึ่งอาจจะบางไ
เช่น เป็นกาละมังอลูมิเนียม เลยทำให้ภาชนะร้อนจัดมาก เป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะทำให้ตรงก ลางของสังขยาบุ๋มก็ได้อ่ะค่ะ
(แต่ถูกผิดยังไง นี่ไม่แน่ใจนะคะ) ^^


คุณเก๋ ค่ะ .... หัวใจของการทำขนมไทยอย่างนึง คือวัตถุดิบต้องสดใหม่ค่ะ
โดยเฉพาะพวกกะทิ อะไรที่เป็นของสด ๆ ต้องให้สดจริง .... ดีใจด้วยนะคะที่ทำสำเร็จแล้ว ^^

=)
Quote
 
 
#43 nutty 2010-11-10 22:42
คือว่า นัทสนใจทำอาหารมาก และได้มีโอกาศเข้ามาดูเวบของคุณ พิม รู้สึกประทับใจมาก คุณพิมอธิบายอย่างละเอียดมั่กๆๆ ขอบคุณนะคะที่สละเวลาให้ข้อมูลด ีๆอย่างนี้ จะขอติดตามผลงานของคุณพิมต่อไปน ะคะ :blush:
Quote
 
 
#44 พิม Enya 2010-11-12 22:56
คุณนัทตี้ ค่ะ .... ขอบคุณค่าสำหรับคำชม พิมก็พยายามอธิบายให้ละเอียดที่ สุดเท่าที่จะทำได้
ยังไงไม่เข้าใจตรงไหน ถามได้นะคะ ถ้าพิมตอบได้ พิมจะช่วยตอบให้อ่ะค่ะ =)
Quote
 
 
#45 จัสมิน 2010-11-27 07:35
คุณพิมนี่เก่งมากเลยนะคะ และก้อเสนอการทำที่ละเอียดมาก
เก่งจิง จิง ยกนิ้วให้ =)
Quote
 
 
#46 พิม Enya 2010-11-30 21:31
คุณจัสมินค่ะ ...... พิมไม่เก่งหรอกค่ะ แต่อันไหนที่ชอบก็หัดทำมาเรื่อย เลยค่ะ จนแน่ใจแล้วว่ามันออกมาดี ก็ค่อยเอามาเผยแพร่นี่แหละค่ะ =)
Quote
 
 
#47 เรวดีค่ะ 2011-01-09 15:07
[เรื่องสูตร เรื่องวิธีการทำชัดเจนมากค่ะ จะลองทำดูแล้วจะแจ้งผลฝีมือให้ท ราบนะคะcolor=blue][/color]
Quote
 
 
#48 พิม Enya 2011-01-09 22:14
คุณเรวดีค่ะ (ชือเหมือนกันเลย) ...... ลองทำดูนะคะ ถ้าทำครั้งแรกแล้วไม่ประสบผลสำเ ร็จอย่างที่หวังไว้ อย่าเพิ่งท้อนะคะ
เพราะบางทีเราอาจจะตกหล่นรายละเ อียดอะไรตรงไหนไป หรือบางทีที่มาของวัตถุดิบไม่เห มือนกัน ก็อาจจะส่งผลแตกต่างกันได้อ่ะค่

พิมเองกว่าจะมีวันนี้ ก็ทำพลาดไปหลายครั้งแล้วเหมือนก ันค่ะ =)
Quote
 
 
#49 โรสแมรี่ 2011-02-18 20:33
ชอบมากค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ ด้วย
วิธีทำละเอียด
หน้าตาอาหารสวยงาม น่ากิน อย่าที่สุด
Quote
 
 
#50 พี่จี้ 2011-02-21 14:39
ขอบคุณคุณพิมค่ะที่ให้ความรู้ใน เรื่องอาหารขนมซึ่งเป็นสิ่งจำเป ็นในชีวิตประจำวัน พี่เป็นคนหนึ่งที่แอบเอาสูตรคุณ พิมไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาต วันนี้ก็เลยถือโอกาสมาขอบคุณคะ สำหรับสูตรที่ละเอียดแม้ไม่มีคว ามรู้เรื่องทำขนมก็ทำแล้วกินได้ (ไม่เสียของแถมมีคนชมว่าอร่อย)ต ้องขอยกความดีให้คุณพิมคนเดียวเ ลยคะ และพี่ยังเห็นด้วยกับคุณ ice นะคะขอชื่นชมคุณพิมอีกคนหนึ่งคะ
พี่จี้
Quote
 
 
#51 พิม Enya 2011-02-25 00:19
คุณโรสแมรี่ค่ะ ..... ขอบคุณสำหรับคำชมค่า คนทำหน้าบานจะเท่ากระด้งแล้วค่ะ =D
Quote
 
 
#52 พิม Enya 2011-02-25 00:20
พี่จี๊ค่ะ ..... พิมเองก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ชาวครัวบ้านพิมทุกๆ คนเลยค่ะ
จริง ๆ ถ้าไม่มีเพื่อน ๆ มาคอย comment มาคอยพูดคุย มาคอยแนะนำ ทักทายกันอย่างทุกวันนี้
พิมก็คงจะเลิกทำเวบนี้ไปนานแล้ว อ่ะค่ะ (เพราะว่าทำไป ไม่มีคนดู มันก็ท้อ ๆ เหนื่อย ๆ เน๊าะค่ะ)

แต่เพราะมีเพื่อนๆ มีพี่ ๆ น้อง ๆ แวะเวียนมาทักทายคุยกันมากมาย ก็เลยมีครัวบ้านพิม มีพิมในวันนี้
พิมเองก็ต้องขอบคุณพี่จี๊และทุก คนด้วยนะคะ =)
Quote
 
 
#53 เบียร์ 2011-03-06 16:59
มาสนับสนุนความเห็นของพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณ คุณพิมมากมายนะคะ สำหรับความรู้ที่ช่วยได้มากกกก ค่ะ
Quote
 
 
#54 พิม Enya 2011-03-07 23:39
คุณศิริพร ค่ะ .... เวบนี้อยู่ตามลำพังแค่ตัวพิมไม่ ได้ ถ้าไม่มีเพื่อน ๆ ในเวบคอยให้กำลังใจอ่ะค่ะ =)
Quote
 
 
#55 วัชระ 2011-03-10 09:21
=) สำหรับความรู้
Quote
 
 
#56 พิม Enya 2011-03-10 13:00
คุณวัชระ .... ยินดีค่ะ =)
Quote
 
 
#57 goy Morror 2011-03-23 12:40
=) สวัสดีค่ะคุณพิม ก้อยอยู่ออสเตเลีย และก็ทำอาหารไม่เป็นเลย และได้เข้ามาดูครัวบ้านพิม ชอบมากเลยค่ะ คุณพิมอธิบายได้เข้าใจที่สุดเลย ขอบคุณที่ทำ web นี้ขึ้นมาเป็นประโยชน์มากๆสำหรั บคนต่างแดน ชื่นชมในความสามารถของคุณพิมกับ การทำอาหารได้น่ากินมากๆ ขอเป็นลูกมือด้วยคนน่ะค่ะ
Quote
 
 
#58 พิม Enya 2011-03-24 20:35
คุณก้อยค่ะ .... ถึงทำอาหารไม่เป็น แต่ถ้าหัดทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละค่ะ
พิมก็เริ่มต้นจาก 0 เหมือนกัน

ยังไงติดขัดอะไรตรงไหน มาตั้งคำถามทิ้งไว้ได้นะคะ ถ้าพิมเห็นแล้วจะรีบตอบให้ค่ะ
(แต่บางทีอาจจะหลายวันหน่อย เพราะช่วงงานยุ่ง เช่น ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ พิมจะไม่ได้เข้าเวบอ่ะค่ะ)

ดีใจที่เรามาเจอกันนะคะ

=) =)
Quote
 
 
#59 Guest 2011-03-27 14:44
=) =) ขอบคุณคะ คุณพิมที่ตอบก้อย ดีใจที่ได้เจอกันเช่นกันค่ะ แต่ก่อนก้อยเป็นพยาบาลอยู่ที่โร งพยาบาลรามคำแหง ตอนนี้ย้ายตัวเองมาอยู่ Perth Australia อาหารเมนูแรกที่ดูจาก Wed คุณพิมคือพัดเปรี้ยวหวานทำให้สา มีทานชมใหญ่เลย อร่อยมากๆ ตามสูตรเลยค่ะ และวันนี้จะทำน้ำพริกกะปีกุ้งสด ตามสูตรคุณพิมทานเองค่ะสามีทานเ ผ็ดไม่ได้เลย ขอบคุณ คุณพิมที่เสียสระเวลามาตอบก้อยน ะค่ะ ก้อยจะเข้ามาถามบ่อยๆคงไม่ว่านะ ค่ะ by by
Quote
 
 
#60 พิม Enya 2011-03-27 20:43
คุณก้อยค่ะ .... ได้เลย เข้ามาถามได้เลยค่ะ อันไหนที่พิมตอบได้ พิมจะตอบให้นะคะ
แต่ถ้าตอบไม่ได้ จะไปช่วยหาคำตอบมาให้จ้า

ว่าแต่ รพ. รามคำแหงอยู่ใกล้บ้านพิมมากเลยค ่ะ ขับรถไปสัก 20 นาทีก็ถึงล่ะ แต่ยังไม่เคยไปใช้บริการเลย
ไปแต่ลาดพร้าว กับเวชธานีค่ะ (อันนี้ใกล้กว่า ^^)

ป.ล. คุณสามีทานเผ็ดไม่ได้เลย ก็ใส่พริกธรรมดาสักเม็ดเดียวก็พ อนะคะ
แต่ว่ามีเพื่อนพิมคนนึง ไม่กินเผ็ดเลยจริง ๆ ก็ตำน้ำพริกแบบไม่ใส่พริกอ่ะค่ะ =)
Quote
 
 
#61 ก้อย 2011-03-30 21:10
o_O o_O
สุดยอดขอคาระวะคุนพิม
Quote
 
 
#62 Saijit 2011-03-31 13:32
คุณพิมพ์ค่ะ ขอแนะนำตัวด้วยนะค่ะเป็นสมาชิกใ หม่ค่ะ และขอขอบคุณมากสำหรับความรู้เกี ยวกับทำข้าวเหนียวมูน ..ลองไปทำแล้วค่ะข้าวเหนียวแตเม็ด ข้าวเหนียวแฉะไปนิดหนึ่งค่ะ อาจจะเป็นเพราะซาวข้าวเหนียวกับ สารส้มนานไปหน่อยหรือป่าว ค่ะ
Quote
 
 
#63 Saijit 2011-03-31 14:42
คุณพิมพืค่ะ น้ำกะทิไม่ต้องตั้งไฟให้ร้อนใช่ ป่าวค่ะ
Quote
 
 
#64 พิม Enya 2011-04-01 01:13
คุณ Saijit ค่ะ .... กะทิไม่ต้องเอาไฟตั้งไฟนะคะ แค่คั้นด้วยน้ำอุ่น (ที่ต้มจนเดือด) ก็พอค่ะ

เรื่องข้าวเหนียวแฉะเนี่ย นอกจากจะเพราะซาวกับสารส้มนานไป
อาจจะเป็นเพราะว่าข้าวใหม่ หรือข้าวมีความชื้นสูงอยู่แล้ว หรือข้าวอ่อนไปนิดนึง
ก็จะส่งผลทำให้ข้าวแฉะได้ทั้งหม ดค่ะ ยังไงต้องค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปเน๊าะค่ะ =)
Quote
 
 
#65 โอ๊ต 2011-04-01 14:35
แอบมาอ่านสูตรจากคุณพิมหลายครั้ งแล้ว ยังไม่ได้ทักทายกันเลย อยู่ฝรั่งเศสค่ะ เวลาอยากทานอะไร ก็จะเข้ามาดูสูตรในนี้แหละค่ะ ชอบตรงที่ดูรูปอาหารของคุณพิมนะ ค่ะ รูปสวย อาหารน่าทานมาก ดูไปกลืนน้ำลายไปเลยทีเดียว งั้นขอทักทาย+มีคำถามนะคะ

สงสัยว่าน้ำกะทิที่ใช้มูนข้าวเห นียวไม่ต้องเอาไปต้มก่อนหรอคะ(ห รือว่าเราอ่านไม่ดี)

ปล.ชอบหน้าสังขยาค่ะ ดูสีมันๆหวานน่ากินมากๆ
Quote
 
 
#66 โอ๊ต 2011-04-01 14:38
เพิงมาอ่านที่คุณพิมตอบเรื่องกะ ทิน่ะค่ะ

อย่างนี้ถ้าใช้กะทิกระป๋องน่าจะ ต้องต้มก่อนหรือเปล่าคะ เพราะคงหากะทิสดไม่ได้ หรือว่าคุณพิมว่าไงคะ
Quote
 
 
#67 พิม Enya 2011-04-04 17:02
คุณโอ๊ตค่ะ .... ก่อนอื่นขอทักทายด้วยคำว่า "สวัสดี" ก่อนนะคะ ^^
ขอบคุณสำหรับคำชมมากเลยจ้า พิมจะพยายามทำต่อไป

เรื่องกะทิ ถ้าใช้กะทิกระป๋องจริง ๆ เอาไปอุ่นให้ร้อนสักหน่อยก่อนก็ ดีค่ะ
แต่ไม่ต้องให้เดือดปุดๆ นะคะ เอาแค่ร้อน ๆ ก็พอค่ะ =)
Quote
 
 
#68 พิม Enya 2011-05-08 21:01
คุณจันฑิมาค่ะ (ที่ถามเรื่องการหุงข้าวเหนียวใ ห้สุก) .... ก่อนอื่นพิมต้องขอโทษด้วยค่ะ พอดีเห็นคุณจันฯ โพสต์ซ้ำไว้หลายข้อความ พิมเลยจะกดลบอันที่ซ้ำ แต่ดันกดผิด กลายเป็นลบไปหมดเลยอ่ะค่ะ

เรื่องเวลาในการหุงข้าวเหนียวเน ี่ย นอกจากจะขึ้นกับปริมาณข้าวเหนีย วแล้ว ความแรงของไฟที่ใช้ ระดับน้ำที่ใช้ พันธุ์ข้าวเหนียวก็ยังมีส่วนด้ว ยนะคะ เพราะงั้นถ้านึ่ง 25 นาทีตามพิมแล้วยังไม่สุก ก็ให้นึ่งต่อค่ะ แต่ถ้าเกิดนึ่งไม่สุกแล้วเอามาม ูนกับกะทิแล้ว ให้เอาข้าวเหนียวที่มูนแล้วนั้น ไปนึ่งในน้ำเดือดจัดอีกสัก 5-10 นาที เพื่อให้ข้าวสุก หรือจะใส่ไมโครเวฟแทนก็ได้ค่ะ แต่ว่าเม็ดข้าวมันจะไม่เรียงเม็ ดสวยเท่ากับนึ่งให้สุกก่อนแล้วค ่อยเอามามูนอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#69 แม่มด 2011-05-09 13:02
สวัสดีค่ะคุณพิม

เมื่อวานต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีคลิ๊กส่งข้อความแล้วมันไม่ข ึ้น เลยคลิ๊กอีกหลายครั้งก็ไม่ขึ้น ไม่คิดว่าขึ้นซ้อนๆ กัน มดลองทำตามที่คุณพิมบอกแล้วนะคะ อร่อยใช้ได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
Quote
 
 
#70 พิม Enya 2011-05-11 21:17
คุณมดค่ะ ... ยินดีด้วยค่า ^^ พิมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวคุณมดจะเข้าใจผิดอ่ะค่ะ :oops:
Quote
 
 
+1 #71 ต๋อง 2011-05-21 09:53
ดีมากเลยครับ ก็พอดีหลานๆอยากทานข้าวเหนียวมะ ม่วงเลยลองทำดู อร่อยมากครับ (หลานๆบอกว่า "แซ๊บหลาย " )
Quote
 
 
+1 #72 mar 2011-05-21 18:58
ชอบกินมาก แต่ไม่มีเวลาจะมาประดิดประดอย เอาเป็นว่าดูภาพแล้วดื่มน้ำตาม คงจะรู้สึกว่าอิ่มเหมือนได้กิน
Quote
 
 
+1 #73 อริสรา 2011-05-24 20:10
ขอบคุณมากค่ะ..ลองทำคร่งเดียวของส่วนผสม เพราะว่าทานแค่สองคน คนละนิดหน่อย..วันนี้จะทำรอบที่สองแล้วค่ะ.. อร่อยมากเลยค่ะ..
Quote
 
 
#74 พิม Enya 2011-05-24 21:35
สวัสดีค่ะคุณต๋อง พี่ mar และคุณอริสรา นะคะ

ดีใจที่ชอบกันนะคะ พิมก็ชอบเหมือนกันข้าวเหนียวมูน สูตรนี้ ^^ ว่าวันพรุ่งนี้จะทำกินกะน้ำกะทิ ทุเรียนอ่ะค่ะ แล้วถ้าทำ จะเอาภาพมาโชว์นะคะ ^^
Quote
 
 
#75 พี่แอน ดอนเมือง 2011-05-27 09:24
:lol: หวัดดีจ้ะน้องพิม
เดี๋ยวพี่จะลองทำข้าวเหนียวมูลอ ีกครั้ง คราวที่แล้วกะทิหมดไม่มีราดหน้า ข้าวเหนียวจึงหวานไปหน่อย
วันนี้พี่มีปลาช่อนแห้ง 2 ตัว กับมะม่วงอกร่อง
จะทำเสาร์นี้ แล้วจะส่งการบ้านมาให้ชมนะจ้ะ ทานไม่ได้เพราะอยู่ไกลจัง :P
Quote
 
 
#76 sandy 2011-05-28 01:14
หวัดดีค่ะ คุณ พิม ดูแล้วน่ากินทุกหน้าเลยค่ะ
ยิ่งใส่กระทงใบตองด้วย ยิ่งได้อารมณ์ย้อนสมัยดี
ทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆ ขอบคุณน้องพิมค่ะที่หา
ขนมน่าทาน-อร่อยๆ มาทำ ขั้นตอนการทำก็เข้าใจง่าย
พี่เอาขนม-อาหารจากน้องพิม ไปทำหลายรายการแล้ว :-) :D
Quote
 
 
#77 พิม Enya 2011-05-28 22:49
พี่แอนค่ะ .... ไม่เป็นไรค่ะพี่ ได้แค่ชมรูปภาพพิมก็ดีใจแล้วค่ะ ทำแล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาให้ชมบ้า งนะคะพี่ :roll:
Quote
 
 
#78 พิม Enya 2011-05-28 22:50
พี่ sandy ค่ะ ....... ไว้พิมจะเอาขนมไทย ๆ โบราณมาฝากอีกค่ะ ระยะหลังมานี่ไม่ค่อยมีเวลาว่าง จะทำขนมเลย อีกทั้งอยู่ในช่วงลดน้ำหนักกัน ทำแล้วก็ไม่ยอมมีใครจะกิน แต่ยังไงจะลองหาเวลาทำดูนะคะ :lol:
Quote
 
 
#79 นิดซี่ 2011-05-30 13:59
ขอบคุณมากน่ะค่ะพี่พิสำหรับสูตร อาหาร...
มีสูตรอาหารไทยใหม่ๆๆส่งมาให้นิ ดซี่ด้วยน่ะค่ะ
บ๊ายบายๆๆๆ
Quote
 
 
#80 แม่อนงค์ 2011-08-05 12:01
ขอบคุณสูตรข้าวเหนียวมูนน่าทานน ี้ด้วยค่ะ เพราะอยากมีอาชีพเสริมลองทำขายด ูบ้างนะค่ะ เข้ามาดูอาหารของคุณพิมหลายสูตร แล้ว แต่ยังไม่เคย comment คิดว่าต่อไปคงได้เข้ามาเป็นสมาช ิกของคุณพิมบ่อย ๆ ค่ะ
Quote
 
 
#81 kaewta 2011-08-06 15:35
สวัสดีค่ะคุณพิม แก้วเข้ามาเก็บความรู้เรื่องการ ทำอาหารในเวปนี้หลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยcomment ซักที นี่เป็นครั้งแรกค่ะ
แก้วขอขอบคุณคุณพิมอย่างสูงที่น ำความรู้ ทั้งเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยพร้อมทั้ งรูปภาพประกอบอย่างละเอียดมาลงไ ว้ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดย ไม่หวงวิชาเลย แก้วขอคาราวะอย่างจริงใจ และขอสมัครเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะ คะ ขอขอบคุณอย่างสูงอีกครั้งหนึ่งค ่ะ
Quote
 
 
#82 พิม Enya 2011-08-09 01:24
คุณนิดซี่ ... สูตรอาหารใหม่ ๆ ต้องตามเอาเองในเวบครัวบ้านพิมน ะคะ :-)
Quote
 
 
#83 พิม Enya 2011-08-09 01:25
คุณแม่อนงค์ .... ยินดีมากเลยค่ะ

จะทำอาหารอะไรขาย พิมสนับสนุนทั้งนั้นค่ะ แต่ขอให้ฝึกฝีมือให้ดีก่อน เอาให้มั่นใจก่อนว่าอร่อยจริง ทำทุกครั้งออกมาดีจริง จึงจะโอเคนะคะ
Quote
 
 
#84 พิม Enya 2011-08-09 01:31
คุณแก้ว .... ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ ไม่รู้จะพูดอะไรดี แอบเขิลลลลลล :lol:
Quote
 
 
#85 pucca 2011-09-21 09:11
สวัสดีค่ะคุณพิม เข้ามาอ่านเวป อยู่ตลอดค่ะ เวปของคุณพิม มีประโยชน์มากน่ะค่ะ ขอบคุณคุณพิมที่เอื้อเฟื้อความร ู้ให้ ตอนนี้กะลังเฝ้ารอข้าวเหนียวดำ อยู่ค่ะ กะข้าวเหนียวหลายๆๆสี เฝ้าอดใจรออยู่น่ะค่ะคงเหมือนเพ ื่อนๆๆหลายๆๆคน
Quote
 
 
#86 alongkorn 2011-10-04 16:34
สวัสดีค่ะคุณพิม...มีปัญหาในการทำข้าวเหนียวมูนค่ะ เราจะแก้ไขอย่างไรไม่ให้ข้าวเหน ียวที่มูนเสร็จแล้วไม่เหนียวและ เม็ดข้าวบานเพราะตอนนี้ทำขายมีป ัญหามากไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร...มูนตอนข้าวเหนียวร้อนข้าวก็แฉะเ หนียวไม่เป็นเม็ด...มูนตอนข้าวเหนียวยังอุ่น ๆตอนแรกก็ดีพอเวลาผ่านไป ๓ ชั่วโมงเริ่มเหนียวบานไม่เป็นเม ็ดยิ่งโดนอากาศก็จะเริ่มเหนียวไ ม่เป็นเม็ด..ข้าวเหนียวก็จะดูดกะทิจนแห้งไปเ รื่อย ๆ จนไม่เหลือความมันและเงาเหมือนต อนแรก...ขอคุณพิมช่วยตอบและแก้ปัญหาให้ด ้วยค่ะไม่รู้จะไม่ถามใครค่ะ...(ใช้ข้าวเหนียว 16 ลิิตรต่อกะทิ 12 กิโลค่ะ) ขอบคุณค่ะ
Quote
 
 
#87 noharamon 2011-11-06 19:29
มาขอสูตรไปลองทำ
ขอบคุณมากครับสำหรับสูตรแบบละเอ ียด
ลองทำแบบไม่ได้ใช้สารส้ม ผลออกมาข้าวแฉะไปเล็กน้อย
แต่ไม่บาน คงเป็นเพราะใช้ข้าวใหม่
เอาไว้จะลองใหม่ครับ
Quote
 
 
#88 พิม Enya 2011-11-07 00:33
คุณ pucca ..... พิมซื้อข้าวเหนียวดำมาหลายรอบแล ้วค่ะ จนต้องเอาไปทำเป็นขนมอย่างอื่นแ ทน เพราะไม่มีเวลาทำข้าวเหนียวมูนเ ลย รออีกนิดนะคะ รอให้พ้นสถานการณ์ยุ่งมากๆ ช่วงนี้ไปก่อน จะมาทำให้ชมแน่นอนค่ะ :roll:
Quote
 
 
#89 พิม Enya 2011-11-07 00:36
คุณ alongkorn ... เม็ดข้าวบานมาก เท่าที่พิมพอจะทราบมีสาเหตุจาก 2 ประการค่ะ

ประการแรกคือ นึ่งข้าวสุกเกินไป
ประการสองคือ ข้าวอ่อนเกินไปค่ะ

แต่โดยส่วนใหญ่เกิดจากข้อแรกมาก กว่าจ้า
Quote
 
 
#90 พิม Enya 2011-11-07 00:36
คุณ noharamon ... โอเคค่ะ ได้ผลยังไงมาบอกให้ฟังกันอีกนะค :roll:
Quote
 
 
#91 ประไพศรี ปัญญาอิ่นแก้ว 2011-11-18 05:40
ดิฉันชอบครัวบ้านพิมมาก มีประโยชน์จริงๆ ขอร่วมเป็นสมาชิกด้วยคนนะคะ เพิ่งเข้าเชยชมครั้งแรก แล้วก็ทำสังขยาในลูกฟักทอง ผลออกมาอร่อย หน้าตาก็ใช้ได้ เหมือนเค้าทำขายเลย มีความภูมิใจในตัวเองมาก ต้องขอขอบคุณมากๆที่คุณพิมเป็นว ิทยาทานที่แสนดี จริงใจ การปรุงอาหารทานเอง มันเป็นความสุขทางใจ และได้เผื่อแผ่คนอื่นด้วย ขอบคุณมากๆๆค่ะ
Quote
 
 
#92 เจเจ 2011-11-21 11:30
สวัสดีค่ะพี่พิม ชอบสูตรอาหารของพี่มากๆค่ะ ปกติเจไม่มีความสามารถด้านอาหาร เลยสักนิด บังเอิญว่าเป็นคนแถวๆภาคกลางแล้ วมาอยู่ทางใต้ประมาณ 10 ปี หาข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยๆรสชาดถ ูกใจไม่ได้เลยค่ะ ทั้งข้าวเหนียวและมะม่วงรสชาดยั งไม่ถูกปาก เลยลองมาหาสูตรทางอินเตอร์เน็ต แล้วเจอกับเว็บของพี่เข้าเลยตั้ งใจว่า ข้าวเหนียวมะม่วงสูตรครัวบ้านพิ ม คงจะเป็นแรงบัลดาลใจชั้นดี ในการเข้าครัวของเจ ได้ผลยังไงเดี๋ยวจะมาบอกนะคะ :P
Quote
 
 
#93 พิม Enya 2011-12-06 12:24
คุณประไพศรี ค่ะ ... พิมดีใจมากเลยค่ะ ที่ตัวเองสามารถทำประโยชน์ให้คน อื่นได้บ้าง แม้จะคนที่ยังไม่เคยรู้จักกันมา ก่อนก็ตาม

สำหรับอาหารและขนมทุกอย่างที่พิ มเอามาลงในเวบ พิมพยายามจะอธิบายให้ละเอียดที่ สุดเท่าที่จะละเอียดได้ค่ะ เผื่อว่าคนที่ไม่เคยทำเลย จะได้ทำตามได้อย่างไม่มีปัญหา

ยังไงพิมดีใจด้วยนะคะที่สังขยาใ นลูกฟักทองประสบความสำเร็จอย่าง ดี พิมเองตอนทำอาหารอะไรที่ไม่เคยท ำ แล้วทำออกมาได้ดี ก็ภูมิใจในตัวเองมากเลยเหมือนกั นอ่ะค่ะ :roll:
Quote
 
 
#94 พิม Enya 2011-12-06 12:25
น้องเจเจ .... ลองทำแล้วได้ผลเป็นยังไง มาบอกเล่าเก้าสิบให้พี่ัฟังบ้าง นะคะ :roll:

ว่าแต่ไปเป็นสาวใต้อยู่จังหวัดไ หนจ๊ะเนี่ย
Quote
 
 
#95 วัชราภรณ์ ญาณโกมุท 2011-12-06 12:32
อยู่ภูเก็ตนิ แต่ตอนนี้ยังไม่มีวันหยุดเลยค่ะ ใกล้สิ้นปีงานเยอะ เอาไว้มีเวลาชิลๆเมื่อไหร่จะรีบ เข้าครัว ตั้งใจทำแล้วจะมาบอกนะคะว่าผลเป ้นยังไงบ้าง :P
Quote
 
 
#96 พิม Enya 2011-12-06 12:53
น้องเจเจ .... เป็นสาวภูเก็ตนี่เอง ช่วงนี้ใคร ๆ ก็งานยุ่งเน๊าะ :roll:
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh