ถั่วกวน อบควันเทียน
สมัยเด็ก..เพื่อนๆ เคยกินถั่วกวนสีเหลืองๆ ที่เค้าใส่โหลขาย 2 อันบาทไหมค่ะ .. พิมล่ะชอบมากๆ เลยค่ะขอบอก ^^ มาวันนี้ิพิมเห็นว่ามีถั่วทองที่นึ่งแล้วแช่อยู่ในช่องแข็ง + มีมะพร้าวขูดขาวเหลืออยู่จากการทำหน้าขนม ก็เลยขอมาทำถั่วกวนกินซะหน่อยจ้า
... เรื่องของเรื่องที่ทำถั่วกวนวันนี้ มันมีอย่างนี้ค่ะ ... ก็พิมน่ะชอบทำขนมถั่วแปบไปขายที่ตลาดนัดแถวบ้านในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตอนเช้าๆ ค่ะ พิมขายกล่องละ 20 บาทมี 5 ตัว ทำไปครั้งนึงก็ 50 - 60 กล่องค่ะ ก็ขายหมดทุกที .... แล้ววันไหนหากพิมจะทำถั่วแปบเนี่ย พิมจะแช่ถั่วแปบไว้ตั้งแต่ตอนประมาณ 2 ทุ่มของคืนก่อนที่จะทำ 1 คืน (คือแช่ถั่วไว้ก่อนจะทำ 6 ชม.) แล้วพอประมาณตี 1 พิมก็จะลุกขึ้นมาทำ (ทำเสร็จประมาณตี 6 โมงเช้า) ...... แต่บางทีแช่ถั่วไว้แล้ว ก็ดั๊นนนมีงานเข้า ต้องออกไปทำงานนอกบ้านกระทันหัน กว่าจะกลับมาถึงบ้านตี 2 ตี 3 ก็หมดเวลาที่จะทำขนมแล้ว (เพราะว่าทำยังไงก็จะทำไม่ทัน) ดังนั้นถั่วที่แช่เอาไว้นั้นก็เลยจะถูกเก็บใส่ช่องแข็งหลายครั้งเลยค่ะ
แล้วถั่วที่ถูกแช่เอาไว้ในช่องแข็งแล้วนั้น .. จริง ๆ มันเอาออกมาไว้ข้างนอกตู้เย็นให้น้ำแข็งละลาย เอาไปนึ่งให้ร้อนอีกรอบ แล้วก็เอามาทำขนมถั่วแปบขายได้นะคะ แต่ว่าพิมไม่เอาอ่ะค่ะ ... แบบว่าถั่วที่ถูกนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้เอามาทำถั่วแปบในวันนั้น พิมก็จะไม่เอามาทำถั่วแปบขายอีก แต่ว่าจะเอาไปแปรรูปทำอย่างอื่นแทนอ่ะค่ะ โดยส่วนใหญ่ พิมก็จะเอามันมากวน ทำถั่วกวนแบบง่าย ๆ กิน หรือไม่ก็เอาถั่วกวนไปทำลูกชุบบ้าง ทำเม็ดขนุนบ้าง หรือบางอารมณ์ก็จะเอาถั่วที่นึ่งไว้ไปทำเต้าส่วน ทำสามแซ่บ้าง ... เรื่อยเปื่อยตามประสาพิมอ่ะค่ะ
มาวันนี้ .... สบโอกาสเหมาะๆ แดดกำลังดี พิมเลยขอเอาถั่วที่สะสมไว้ในตู้เย็นส่วนนึงมาทำถั่วกวนอบควันเทียนแบบง่าย ๆ ให้เพื่อน ๆ ดูกันนะคะ ..... ^^ ..... ซึ่งถั่วกวนสูตรนี้เนี่ย นอกจากกินเฉยๆ ก็หอมหวานอร่อยแล้ว ยังเอาไปชุบไข่ใส่ในน้ำเชื่อมร้อนๆ กลายเป็นขนมเม็ดขนุนได้อีกค่ะ (แต่เอาไปทำลูกชุบไม่ได้นะคะ คนละสูตรกันจ้า)
ยังไงก็มาดูหน้าตาถั่วกวนกันก่อนเลยนะคะ .. นี่ค่ะหน้าตาแบบนี้เลย
ป.ล. ดอกเข็ม เป็นแค่ของตกแต่งนะคะ กินไม่ได้ (แต่จริง ๆ มันก็กินได้น๊า)
ป.ล. พิมปั้นถั่วไม่ค่อยสวยนะคะ อารมณ์กะปั้นให้เป็นก้อนๆ ก็พอ หากใครปั้นได้งามกว่านี้ (เชื่อว่ามีเยอะจ้า) ก็อย่าว่าพิมน๊า ^^"
:: วัตถุดิบและเครื่องปรุง ::
- ถั่วทองดิบ 300 กรัม ..... (แต่ในภาพเป็นแบบนึ่งสุกแล้ว หนัก 600 กรัม)
- หัวกะทิข้นๆ 2 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลทรายขาว 1 1/2 ถ้วย
- มะพร้าวทึนทึดขูดขาว 100 กรัม
- เกลือ 3/4 ชช.
:: รายละเอียดและวิธทำ ::
เริ่มต้นเราก็มาทำความรู้จักกับถั่วทองกันก่อนนะคะ
ถั่วทองเนี่ย ... ทำมาจากถั่วเขียวค่ะ เค้าจะเอาถั่วเขียวมาผ่าซีก แล้วก็เอาเปลือกออก ... ซึ่งหน้าซองของถั่วชนิดนี้ (ที่พิมเรียกว่า ถั่วทอง) เค้าจะเขียนไว้ว่า "ถั่วเขียวเราะเปลือก" นะคะ ซึ่งบางคนก็อาจจะเรียกสั้นๆ ว่าถั่วซีก แต่สำหรับพิมคุ้นเคยกับคำว่า "ถั่วทอง" ซะมากกว่า เนื่องจากว่าที่บ้านใช้ชื่อนี้เรียกถั่วชนิดนี้มาตั้งแต่พิมยังเด็กอ่ะค่ะ .... เอาเป็นว่า ถ้าพิมเอ่ยว่าถั่วทอง นั่นก็คือ ถั่วเขียวเราะเปลือก หรือ ถั่วซีก .... นะคะ ^^
สำหรับถั่วทองเนี่ย ตามสูตรนี้พิมจะใช้ถั่วทองดิบ 300 กรัมค่ะ ..... แต่เนื่องจากว่าพิมมีถั่วทองที่นึ่งสุกไว้อยู่แล้ว ก็เลยขอใช้ถั่วทองที่นึ่งสุกนี่เลย ซึ่งถั่วทองดิบ 300 กรัม จะเท่ากับถั่วทองที่นึ่งสุกแล้วประมาณ 600 กรัมนะคะ
แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีถั่วทองดิบ .... ก็ให้เพื่อน ๆ นำถั่วทองดิบมาเทใส่กาละมัง เก็บกรวดเก็บเศษหิน (ถ้ามี) ออกให้เรียบร้อยนะคะ จากนั้นก็นำไปล้างน้้ำสัก 2 น้ำ แล้วก็แช่ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนไว้ประมาณ 4 ชม. ค่ะ (ถ้าแช่น้ำเย็นให้แช่ 6 ชม.) ... พอครบ 4 ชม. ก็นำมาล้างอีกสัก 1-2 น้ำ จากนั้นก็ใส่ตะกร้าโปร่งที่ตาถี่ ๆ พักไว้จนสะเด็ดน้ำดี ก็เอาไปนึ่งในซึ้งหรือหวดไม้ไผ่ที่น้ำเดือดจัด นึ่งประมาณ 20-25 นาที หรือจนกระทั่งสุกนิ่ม เมล็ดถั่วแตกดี ก็ใช้ได้ ... ปิดไฟเตา ยกลงเทถั่วใส่กาละมังหรือถาด และก็พักไว้ให้เย็นก่อนนำมาใช้นะคะ ^^
ต่อมา .. ก็เป็นหัวกะทิค่ะ หัวกะทิเนี่ยให้คั้นแบบข้นๆ เลยนะคะ ... ซึ่งหัวกะทิ 2 1/2 ถ้วย พิมคั้นมะพร้าวขูดขาวประมาณ 8 ขีดค่ะ (ต้องขออภัย พิมไม่ได้ตวงมาให้ว่าใส่น้ำเท่าไหร่ จึงจะได้หัวกะทิเท่านี้ ไว้คราวหน้าจะตวงมาให้อีกทีนะคะ)
ต่อมาก็เป็นมะพร้าวขูดขาว ... ซึ่งมะพร้าวขูดขาวเนี่ย พิมใช้มะพร้าวทึนทึกมาขูดนะคะ ไม่ใช่มะพร้าวแก่ที่เอามาขูดเพื่อคั้นกะทิ ... เนื่องจากว่าหากใช้มะพร้าวแก่ มะพร้าวขูดที่ได้เนื้อมันจะแข็ง เวลากวนเสร็จแล้ว จะไม่นวลเนียนกลมกลืนไปกับถั่วกวนอ่ะค่ะ
ส่วนนี่ก็น้ำตาลทรายค่ะ .. พิมเลือกใช้น้ำตาลทรายขาว ถั่วกวนของเราจะได้ออกมามีสีสวย ๆ ^^
สุดท้ายเพื่อดึงรสหวานออกมาและทำให้รสชาติถั่วกวนเข้มข้นมากขึ้น ก็ต้องใส่เกลือนิดหน่อยค่ะ .. ปกติพิมจะใส่เกลือธรรมดานะคะ แต่วันนี้เกลือธรรมดาหมด เลยใช้เกลือไอโอดีนแทน ซึ่งก็จะใส่น้อยกว่าที่บอกไว้ในสูตร เนื่องจากเกลือไอโอดีนมันเค็มกว่าเกลือป่นธรรมดาเยอะเลยอ่ะค่ะ ^^
เมื่อเราเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้ว ... เราก็มาเริ่มลงมือทำกันเลยดีกว่าค่ะ
เริ่มต้นเราก็จะต้องมาทำการบดถั่วกันก่อน .. สำหรับคนที่มี Food Processor ก็ให้เอาเฉพาะถั่วลงไปบดในเครื่องที่ว่าได้เลยนะคะ (ไม่ต้องเติมน้ำกะทิหรือของเหลวใดๆ) ...ก็ให้บดจนละเอียดค่ะ แต่ถ้าหากไม่มีเครื่องที่ว่า แต่มีเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่เป็นโถสูงๆ ก็ให้เอาถั่วผสมกับน้ำกะทิ แล้วเอาไปปั่นในเครื่องปั่นน้ำผลไม้จนกระทั่งละเอียดดีนะคะ แต่หากใครไม่มีเครื่องทั้งสองตัวที่พิมว่า ก็สามารถใช้ครก (ที่ล้างสะอาด+ไม่มีกลิ่น+เช็ดให้แห้ง) โขลกถั่วจนแหลก .. แทนการใช้เครื่องปั่น ก็ได้ค่ะ

นี่ค่ะ ... หน้าตาของถั่วที่พิมใช้เครื่อง food processor บด .. ก็จะละเอียดประมาณนี้เลยค่ะ ... (ไอ้เจ้าเครื่องนี้มันทำให้การทำครัวของพิมสะดวกมากเลยค่ะ ^^ ต้องขอขอบคุณคนคิดค้นนะคะ อิอิ)
พอบดถั่วเสร็จ เราก็เอาถั่วบดและส่วนผสมทั้งหมด (ตามข้างบน) เทใส่ลงไปในกระทะทอง หรือในภาชนะที่เราจะใช้กวนนะคะ (ยังไม่ต้องเปิดไฟตอนเท)
พอเทเสร็จ เอาไม้พาย (ไม้) คนๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันสักหน่อย แล้วก็ค่อยเปิดไฟเตาค่ะ
จากนั้นก็กวน ๆ คน ๆ ไปเรื่อย ๆ ผ่าน 5 นาที ... 10 นาที .... 15 นาที ....ซึ่งช่วง 15 นาทีแรกเนี่ย สามารถใช้ไฟกลาง ๆ ได้ค่ะ
และในช่วงประมาณนาทีที่ 7-8 ไปจนถึงนาทีที่ 10 กว่า ๆ (ช่วงที่ถั่วกวนเริ่มข้น) ถั่วกวนในกระทะจะเดือดปุดๆๆ แรงมากค่ะ บางทีก็จะกระเด็นออกมานอกกระทะ ทำให้อาจจะโดนเนื้อตัวของเรา (โดยเฉพาะแขนที่กวน) .... ช่วงนี้เราจึงต้องกวนไว ๆ หน่อยนะคะ หรือไม่งั้นก็ลดไฟเตาให้อ่อนลง จะช่วยลดการกระเด็นได้อ่ะค่ะ
แล้วก็ช่วงที่ถั่วกวนเริ่มแห้ง ตอนนี้ให้ลดไฟลงเหลือไฟเกือบจะอ่อนนะคะ และหมั่นกวนตลอด กวนให้ถึงก้นกระทะ อย่าทิ้งไม้พาย เพราะว่าโอกาสจะไหม้ก้นกระทะมีเยอะ (เมื่อยมือก็ต้องทนค่ะ เมื่อยกว่ากวนสังขยาใบเตยอีก >_<")
และเมื่อราว 30 นาทีผ่านไป ถั่วกวนของเราจะเริ่มใช้ได้นะคะ .... การดูว่าถั่วกวนใช้ได้หรือยังนั้น ให้ดูมันล่อนจากกระทะหรือไม่ ถ้าล่อนแล้ว แสดงว่าใช้ได้นะคะ

และเมื่อผ่านไปประมาณ 35 นาที ถั่วกวนของพิมก็ใช้ได้พอดีเลยค่ะ ซึ่งถ้าคิดว่าถั่วใช้ได้แล้ว ก็ให้ตักออกจากกระทะเลยนะคะ เพราะหากกวนต่อไปอีกจนถั่วกวนแห้งเกินไป เวลาถั่วเย็นตัวลง แล้วเราเอามาปั้น ผิวของถั่วมันจะดูแห้งๆ และเนื้อถั่่วกวนก็จะแข็งเกินไปน่ะค่ะ ^^
ป.ล. สำหรับเวลาที่ใช้กวน แม้จะใช้สูตรเดียวกัน แต่พิมเชื่อว่าแต่ละคนใช้เวลากวนไม่เท่ากันอ่ะค่ะ เพราะว่าภาชนะที่เราใช้กวนนั้นมีความหนาบางไม่เท่ากัน ไฟเตาที่เราใช้ก็แรงค่อยไม่เท่ากัน ... ยังไงก็ลองวัดเอาจากความรู้สึกของตัวเองเป็นหลักเลยนะคะ ^^
-------------------------------------------
เมื่อกวนถั่วมาถึงตรงนี้แล้ว จริง ๆ แค่เพียงเราปล่อยไว้ให้เย็น เราก็สามารถจะเอาถั่วกวนนี้มากินได้แล้วอ่ะค่ะ แต่ว่าพิมอยากทำให้มันหอมอร่อยขึ้นมากกว่านี้ พิมก็เลยจะขอเอาถั่วกวนมาอบควันเทียนซะหน่อยค่ะ
วิธีการอบควันเทียนตามแบบของพิมก็คือ พิมจะเอาถั่วกวนใส่ลงในกาละมังใบโตหน่อย (เป็นภาชนะแสตนเลส หรือ ภาชนะเคลือบ) แล้วก็เอาถั่วกวนวางไว้ก้นกาละมัง แอบเจาะรูตรงกลางนิด แล้ววางถ้วยตะไลเอาไว้
จากนั้นก็จุดเทียนอบ พอเปลวไฟลามถึงตัวเทียน พิมก็จะดับไฟ

แล้วก็เอาเทียนอบที่มีควันกรุ่นๆ วางลงไปในถ้วยตะไลในกาละมังถั่วกวน
แล้วก็หาฝามาปิดกาละมัง ... ให้สนิท (ไม่มีรู) ......... ทิ้งไว้ประมาณข้ามคืน ..... ^^ ก็จะใช้ได้ล่ะค่ะ
พอเช้ามา .... หลังจากกินข้าวกินปลามื้อเช้าเสร็จ พิมก็เปิดฝากาละมัง ^^ แล้วก็หยิบถั่วกวนในกาละมังมาปั้นๆๆ แล้วก็หย่อนเข้าปากตัวเองไปซะ 3 ปั้น (เท่าหัวแม่มือพิม) ..... อืมมมม มันทั้งหอม ทั้งหวาน ทั้งมันเลยค่ะ อร่อยมากๆ เลยน๊า ^^
แต่แหมม ... พิมกินคนเดียวทั้งหมดนี่ ไม่หมดหรอกค่า (ถ้าปั้นลูกแค่ในภาพนี้ ก็คงได้ไม่ต่ำกว่า 200 ลูกล่ะ)
พิมก็เลยว่า เดี๋ยววันจันทร์ที่จะถึงนี้ พิมจะเอาถั่วกวนนี่มาทำเม็ดขนุนซะหน่อยค่ะ (ถ้ายังเหลือ และหาไข่เป็ดได้น๊า) ....... แล้วถ้าทำจริง ๆ จะเอามาให้เพื่อน ๆ ชมกันอีกที .... ส่วนวันนี้ก็ขอลาไปกินถั่วกวนก่อนล่ะจ้า ^^

Comments
เดี๋ยวนี้อยากกินทีไร ต้องไปซื้อที่ 7-11 อิอิ อร่อยใช้ได้เลยค่ะ
ว่าแต่ว่า ดอกเข็มนี่ เอามาทำอะไรกินได้อ่ะคะ?
น้อง Tam ... เซเว่นมีขายด้วยเหรอเนี่ย พี่ไม่เคยเห็นเลยอ่า หรือมีขายบางสาขาหว่า ??
ป.ล. ดอกเข็มเอาไปแกงส้ม ไปชุบแป้งทอดแล้วยำ อร่อยนะจ๊ะ :snicker:
แต่ไม่แน่ว่า บางสาขาก้อาจจะไม่มี แต่ สาขาหน้าคณะ หนุมีแน่นอนค่ะ =D
ปล. เม้นขอสูตรอาหารลดน้ำมูกไปละ เม้นนี้ ขอ พี่พิมแสดงอิทธิฤทธิ์โชว์อาหารท ี่ทำจากดอกไม้หน่อยสิคะ อิอิ ขอซูฉก 3 ครั้ง โฮก โฮก โฮก
ว่าแต่ขอสูตรอาหารจากดอกไม้เหรอ เดี๋ยวพี่ต้องไปถามสมาชิกในบ้าน ก่อนนะ ว่าเค้าจะกินกันไหม
เพราะเคยทำทีนึง เค้าลอง ๆ ชิม ก็ว่ามันรสชาติดีอยู่ แต่ไม่มีใครกล้ากินเลย ฮ่ะๆ
(สมัยก่อนที่ทำ น้ำที่เอามาคั้นกะทิ ยังจะต้องเป็นน้ำลอยดอกมะลิด้วย อ่ะค่ะ)
อ้อๆ .. เรื่องขนมใส่ไส้ พิมเคยทำอยู่หลายครั้งค่ะ แต่ว่ารูปที่ถ่ายไว้ มันไม่ค่อยเวิร์คเอาซะเลย
ยังไงเดี๋ยวพิมจะลองกลับไปดูภาพ นะคะ ว่ามันยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่+ใช้ได้ จะเอามาโพสต์ให้ดูอ่ะค่ะ
(ใจจริงช่วงนี้ก็อยากทำ อยากกินนะคะ แต่หาเวลาไม่ได้เอาซะเลยค่ะ T_T )
ป.ล. พิมก็ชอบกินใส่ไส้มากเหมือนกันค ่ะ มากพอๆ กับขนมต้มเลย =)
อิอิ
^^... :drunk:
วิธีทำก็ง่ายๆๆ ไม่ยุ่งยากอะไรมาก แต่ติดตรงที่นุ่นต้องปลอกเปลือก มะพร้าวเองนี่สิค่ะ :uhh: ที่บ้านมีมะพร้าว สองต้น ลูกดกเชียวค่ะ ไม่มีใครอยู่บ้านสองวัน ขโมยจกไป4 ลูก :grr:
แล้วขนมถั่วกวนมันอยู่ได้กี่วัน ค่ะพี่พิม (ถามไว้ก่อนค่ะ)มันคงไม่อยู่ไม่ ถึง สองวันแน่ๆๆ =D มั่นใจในฝีมือ :blush: แต่ที่หมดเพราะแถวบ้านลูก หลาน ไม่มีใครเคยกินค่ะ (ขนมแบบนี้ต้องแถวในเมือง ร้านขึ้นชื่อ พวกของฝากประมาณนี้แหละค่ะ พี่พิม ที่มีขาย)เดี๋ยวทำแล้วน่าตาเป็น ยังไงก้บอกพี่พิมคนแรกเร้ยยยค้า =D
ว่าแต่ขนมถั่วกวนเนี่ย ถ้าอยู่ในตู้เย็น ก็น่าจะได้สัก 2-3 อาทิตย์เลยน๊า
แต่ถ้าหากตั้งทิ้งไว้ข้างนอก ก็คงจะได้แค่อาทิตย์เดียวแหละ เพราะว่าไม่ได้ใส่สารกันบูด
แต่ไม่ต้องคิดให้อยู่ได้หลายวัน หรอก เพราะพี่เชื่อว่าหากทำเสร็จ หมดก่อนแน่ ๆ หุหุ
เซ็งเลย :gah:
หลานๆๆบอกนุ่นว่า ให้ใช้เทียนไข หรือเทียนเข้าพรรษาเลย :blush:
(สงสัยอยากกินแน่ๆๆเลยค่ะ ) ให้ดูหน้าตาขนมที่พี่พิมทำค่ะ
เดี๋ยวรอให้ป้าสั่งเทียนมาก่อน แล้วค่อยทำค่ะ
ถ้าป้าสั่งเทียนมาแล้ว ก็อย่าลืมทำขนมมาอวดพี่อีกน๊า พี่จะรอ =)
ขอใหม่แล้วกันนะค่ะ =)
จะส่งไปให้พี่พิมดู หน้าตาใช้ได้ไหมน้อ X_X
=) =)
ขอเก็บสูตรนะคะ ถ้าได้ทำจะส่งการบ้านค่ะ(แต่ไม่ รู้เมื่อไรจะได้ทำ) แหะๆๆ
รอดูเมนูต่อ ๆ ไปอยู่นะคะ ถ้าใบบัวเริ่มทำเมนูไหนแล้ว จะรายงานผลมาให้คุณครูพิมทราบผล ค่ะ รอชมผลงานนักเรียนออนไลน์ด้วยนะ คะ XB
ว่าแต่คุณใบบัวขยันอ่านมากๆ ขนาดนี้ สงสัยพิมต้องเร่งอัพเดทเมนูใหม่ ๆ ลงเวบบ่อย ๆ แล้วแหละ
เดี๋ยวไม่งั้น จะมีไม่พอให้คุณใบบัวอ่าน =D
ว่าแต่ในเรื่องการทำขนม หากไม่มีแป้งท้าว จะใช้แป้งอะไรแทนได้บ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นแป้งมัน แป้งข้าวโพด แต่บางอย่างใช้แทนกันแล้ว เนื้อขนมจะออกมาไม่เหมือนกันนะค ะ เพราะว่ากันตามจริง แป้งท้าวมีคุณสมบัติที่แตกต่างจ ากแป้งชนิดอื่นอยู่พอควรเลยอ่ะค ่ะ
เพราะเดี๋ยวนี้ที่ซื้อๆ ไม่ค่อยอบควันเทียนทำให้ไม่ชวนห ม่ำน่ะค่ะ
ขอบคุณน้องพิมมากนะคะ ที่นำความรู้ความสามารถมาแบ่งปั นค่ะ
ไปเที่ยวไต้หวันมีขายถั่วกวนไส้ ถั่วแดงด้วยค่ะแต่ถั่วกวนไม่ใส่ มะพร้าวค่ะ คนขายแนะนำให้แช่ช่องฟรีสเวลาหม ่ำค่อยเอาออกมา เกือบซื้อกลับมาแต่นึกได้ว่า กวนถั่วเองดีก่าถูกและอร่อยกว่า เยอะ แถมหอมควันเทียนอีกต่างหาก ถ้าอยากได้ไส้ถั่วแดงก็ประยุกต์ เองก็ได้ จริงมั้งคะน้องพิม ถั่วเหลืองกวนไส้ถั่วแดงแล้วก็อ ัดใส่พิมพ์แค่นี้ก็หรูแล้ว
ว่าแต่ถั่วกวน ผลไม้กวน ๆเนี่ยพิมว่าทำกินเองดีที่สุดเล ยค่ะ เพราะว่าทั้งสด สะอาด และก็ปราศจากเชื้อราแน่นอน เผลอ ๆ ถูกกว่าซะด้วยซ้ำค่ะพี่ ^^
สวย น่าทาน เดี๋ยวจะลองทำบ้าง ที่รู้ๆ ตอนมีเทียนอบตุนไว้แล้ว 1 อัน ถั่ว น้ำตาล มะพร้าว ไปตลาดเดี๋ยวเดียว ^^คงได้ทานนิ น้องพิม
ถ้าเห็นมีชาวบ้านมานั่งล้างถั่ว เขียวที่ริมแม่น้ำ ก็แสดงว่า.. ในหมู่บ้านฟากกะโน้น จะต้องมีงานบวช หรือ งานแต่งแน่นอน
สมัยก่อนจะต้องล้างถั่วเขียวให้ เป็นถั่วซีก ซึ่งต้องใช้น้ำล้างหลายสิบครั้ง ชาวบ้าน บ้านดอนมีน้ำไม่เพียงพอ จึงต้องขนของมาทำกันที่ริมแม่น้ ำ ซึ่งก็ได้แก่พวกหนุ่มๆ สาวๆ ทำไปจีบกันไป ^^ไม่ช้าพอเสร็จงานบวช^^ ก็มีงานแต่งต่อไป ^^
นี่คือเกร็ดเล็dเกร็ดน้อยของชาว บ้านบ้านทุ่งสมัยก่อนโน้นจ้า..*-*
สมัยเด็ก ๆ ถ้าเห็นบ้านไหนกวนถั่วแบบนี้ทีไ ร ก็มักจะแปลว่าบ้านนั้นกำลังจะมี งานมงคลทุกทีเลยเหมือนกันค่ะพี่
แต่ตอนนั้นพิมยังเด็กค่ะ ผู้ใหญ่เค้าจะไม่ค่อยให้เราไปช่ วยสักเท่าไหร่ แต่พิมอ่ะเป็นเด็กจอมซน เค้าไม่ให้ช่วยก็ยิ่งอยากช่วย (ทำให้ยุ่ง) ก็มักจะไปป้วนเปี้ยนแถวนั้นแหละ ค่ะ
ว่าแต่ได้อ่านที่พี่แอนเขียนมาแ ล้ว มันรู้สึกตื้อตันใจอย่างบอกไม่ถ ูก พิมน่ะโหยหาอะไรอย่างในสมัยก่อน มากเลยค่ะ (ใช้คำพูดไม่ถูก) ถ้าได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ ณ ตอนนั้นบ้างก็ดี (ฝัน ฮ่าๆ)
สังเกตุดูจากน้องพิมตอนเด็กๆก็ค งป้วนเปี้ยนอยู่กับคุณยายคุณแม่ แน่ๆเลย คงถูกใช้ให้หยิบจับอะไรต่อมิอะไ รในครัว พอเป็นสาว จึงทำกับข้าวเก่งมากๆ
พี่แอนก็เหมือนกันพอมีครอบครัวก ็ทำกับข้าวเป็นโดยไม่รู้ตัว แต่อาหารบางอย่างอยากทำทานแต่นึ กสูตรไม่ออก ยายทำให้ทานมันอร่อย แต่พอเรามาทำทานกลับไม่ได้เรื่อ ง ก็น่าเขกหัวตัวเอง
ตอนนี้งานอดิเรกของพี่คือ นัดพี่น้องมาร่วมวงทานข้าวที่บ้ านริมแม่น้ำน้อย ทำอาหารแบบโบราณ ๆ ทานกัน มีกุ้ง ปลา เป็นหลัก นั่งคุยเรื่องเก่าๆ แล้วมีความสุขที่ซู๊ด เลยจ้ะ
(ยาวไปหน่อยนะ คนเริ่มแก่ก็อย่างนี้แหล่ะ)
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ