ฝอยทอง (สำหรับทำเค้กฝอยทอง)
บอกกับเพื่อนๆ ไว้ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้วว่าจะเอาวิธีทำฝอยทองมาโพสต์ในเร็ววัน ^^ แต่เอาเข้าจริงกว่าจะได้โพสต์ วันเวลาก็ผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ ต้องขอโทษเพื่อน ๆ ทุกคนที่รอฝอยทองด้วยนะคะ พิมงานยุ่งจริง ๆ จ้า แต่วันนี้มาโพสต์แหละค่ะ ^^
........ ฝอยทอง เป็นขนมไทยอย่างนึงที่พิมคุ้นเคยมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเลยล่ะค่ะ เหตุเพราะในสมัยก่อนเนี่ย (สัก 20-25 ปีที่แล้ว) เวลาบ้านใครมีงานบุญกันทีไร เค้าก็จะมีการทำขนมพวกนี้ (ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน) ทั้งเพื่อทำบุญ ถวายพระ และแจกคนมาช่วยงาน กันคราวละมากๆ อยู่เสมอ (ไข่เป็ดประมาณ 1000 ใบ) ซึ่งคนที่ทำเนี่ยก็ไม่ใช่ใครอื่น หากไม่ใช่ยายของพิมก็จะเป็นผู้ใหญ่ ๆ ที่พิมรู้จักอ่ะค่ะ ดังนั้นแล้วเวลาที่เค้าลงมือทำกัน พิมก็เลยมักจะมีโอกาสได้ไปเล่นซนแถวบริเวณที่เค้าทำอยู่เป็นประจำ บางทีก็ไปช่วยยกกาละมังสำหรับใส่ไข่ที่ตอกแล้ว บางทีก็ช่วยยกกาละมังไข่ที่จะเอามาตอก (แต่อันนี้เค้าไม่ค่อยให้พิมยกกัน เพราะว่าชื่อเสียงพิมดังในทางซุ่มซ่าม เค้ากลัวพิมจะทำกาละมังไข่ตกแตก ^^") บางทีก็ยกม้านั่งบ้าง ยกกาละมังใส่เปลือกไข่บ้าง ... ทำนองนี้อ่ะค่ะ (แต่เพิ่งมาได้ลงมือทำเองก็ตอนโตนี่แหละค่ะ)
ซึ่งในสมัยก่อนฝอยทองจะนิยมทำจากไข่แดงของไข่เป็ดล้วนๆ ค่ะ แต่ปัจจุบันมีการผสมไข่แดงของไข่ไก่ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลของเส้นฝอยทองและลดกลิ่นคาวไข่อ่ะค่ะ ... และในโอกาสช่วงนี้ที่ในห้องก้นครัวเค้ากำลังฮิตๆ ทำเค้กฝอยทองกัน พิมก็เลยขอฉกฉวยโอกาสนี้ทำฝอยทองมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน เผื่อว่าใครสนใจอยากจะลองทำกินเล่นๆ หรือทำแล้วเอาไปทำเป็นเค้กฝอยทองต่อ ... อ่ะค่ะ
ก่อนอื่น ...... ก็มาดูหน้าตาฝอยทองกันก่อนนะคะ นี่ค่ะ... ฝอยทองฝีมือพิม หน้าตาอย่างนี้เลย
ป.ล. ฝอยทองนี่ พิมขออนุโลมให้เป็นขนมไทยแล้วกันนะคะ เพราะมีในเมืองไทยมานานแล้ว แม้ต้นฉบับจะมาจากโประตุเกสก็ตาม
ดูหน้าตาผลงานไปแล้ว ก็มาดูวัตถุดิบและก็วิธีทำกันนะคะ ..... ซึ่งพิมไม่มีภาพวัตถุดิบแบบรวม ๆ ให้ดู แต่เดี๋ยวยังไงไปดูเอาอีกทีในส่วนของวิธีทำล่ะกันนะคะ
:: ส่วนผสม ::
- น้ำตาลทรายขาว 1000 กรัม
- น้ำลอยดอกมะลิ 1000 กรัม ................ ถ้าไม่มี ก็ใช้น้ำสะอาด หยดกลิ่นมะลิลงไปสัก 2-3 หยดนะคะ
- ใบเตยสีเขียวเข้ม 4 ใบ
- ไข่เป็ด 6 ฟอง
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
:: อุปกรณ์ ::
- กรวยใบตองหรือ กรวยโลหะ
- ไม้แหลม ยาวประมาณ 1 ฟุต
- ตะแกรง
- ถาดรองน้ำเชื่อม
:: วิธีทำ ::
อันดับแรกเราจะต้องมาเตรียมทำน้ำเชื่อมกันไว้ก่อนนะคะ
ด้วยการผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิเข้าด้วยกันในหม้อสักใบ และก็ใส่ใบเตย (ที่ล้างสะอาดแล้ว) สัก 4-5 ใบ มัด ๆ รวมกันตามลงไป

จากนั้นเอาไปตั้งไฟจนน้ำตาลละลาย เคี่ยวไปสัก 5 นาที (ไฟกลางค่อนมาทางอ่อน) ก็ยกลงมากรองด้วยกระชอนตาถี่ๆ หรือผ้าขาวบาง (ชั้นเดียว) ซะ 1 ครั้ง ก่อนจะเอาไปเทใส่ในกระทะทอง และทำการเคี่ยวไฟอ่อนๆ ต่อไปอีกสักพักเพื่อให้มีความเหนียวข้นได้ที่

ระหว่างเคี่ยวน้ำเชื่อม เราก็จะมาจัดการกับไข่กันค่ะ ... อย่างที่พิมบอกในตอนแรกว่าสูตรของพิม ใช้ทั้งไข่ไก่และไข่เป็ดนะคะ (จริงๆ สูตรอื่นเค้าก็ใช้กันค่ะ ไม่ใช่สูตรของพิมอย่างเดียวอ่ะ ^^) .... ก็นำไข่ทั้งสองอย่างมาล้างทำความสะอาด และเช็ดด้วยผ้าแห้งไว้นะคะ (ในภาพยังไม่ได้ล้างจ้า)
จากนั้นก็ตอกไข่ใส่ถ้วย ... โดยตอกทีละใบนะคะ แล้วก็ทำการแยกไข่ขาวไข่แดงออกจากกัน
ป.ล. พิมลืมบอกไปตอนแรกว่าไข่ที่ใช้เนี่ย จะต้องเป็นไข่ที่สดนะคะ โดยไข่ที่สดจริง จะยังมีไข่ขาวที่ดูเหมือนวุ้น ๆ จับตัวล้อมรอบไข่แดงอยู่ อีกทั้งไข่แดงมีลักษณะกลม เวลาเอาปลายนิ้วจิ้มลงไปเบา ๆ จะรู้สึกได้ว่ามันยังยืดหยุ่นดีมากอ่ะค่ะ
ป.ล. เปลือกไข่อย่าเพิ่งทิ้งไปนะคะ เราจะต้องทำการรีดเอาไข่น้ำค้างออกมาจากก้นเปลือกไข่ด้วยอ่ะค่ะ

และรีดเยื่อไข่ที่หุ้มไข่แดงอยู่ออกให้หมด ก็จะได้มาเป็นแบบนี้ค่ะ .....
แล้วก็ทำแบบเดียวกันนี้กับไข่ทั้งหมดที่เหลือ ... ก็จะได้ไข่ขาว ไข่แดงที่แยกจากกันแล้วแบบนี้นะคะ .... ซึ่งในวันนี้เนี่ย เราจะใช้แต่ไข่แดงเท่านั้น ส่วนไข่ขาวเก็บใส่ถุงแช่ตู้เย็นเอาไว้ก่อนนะคะ แล้วคราวหลังเราจะค่อยเอามาทำฝอยเงินกันอ่ะค่ะ (หรือใครจะเอาไปทำสังขยาไข่ขาวก็ได้จ้า) ^^
ต่อมาเราก็จะต้องมาทำการรีดไข่น้ำค้างกันต่อนะคะ (ทำฝอยทอง จะขาดไข่น้ำค้างไม่ได้เลยน๊าาาา) ด้วยการใช้ปลายนิ้วหัวแม่โป้งมือของเรานี่แหละ วางลงไปด้านในเปลือกไข่บริเวณไข่น้ำค้าง (ที่มันเหมือนเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ) แล้วก็ทำการรีดไข่น้ำค้างออกมา ... (ใครไม่ถนัดใช้มือ จะใช้ช้อนขูดเบาๆ เอาก็ได้นะคะ แต่พิมว่ามือนี่แหละ ดีสุดแล้ว)
ป.ล. ไข่น้ำค้างมีคุณสมบัติช่วยทำให้เส้นฝองทองเหนียวนุ่ม และไม่ขาดง่ายอ่ะค่ะ
นี่ค่ะ .... รีดจนไม่ให้เหลือเลยแบบนี้
จากนั้นก็เอาไข่น้ำค้างทั้งหมด (จากไข่ทุกใบ) เทใส่ลงไปในถ้วยไข่แดง แล้วก็ใช้ส้อมคนไข่แดงกับไข่น้ำค้างให้เป้นเนื้อเดียวกัน .... (คนให้เข้ากันดีนะคะ แต่ไม่ต้องตีให้ขึ้นฟู)

แล้วก็นำไปกรองผ่านผ้าขาวบางทบ 2 ชั้น สัก 3 ครั้ง เพื่อให้ไข่แดงมีเนื้อที่ละเอียดมากขึ้น และเพื่อรีดเอาเยื่อไข่แดงที่เราเอาออกไม่หมดในคราวแรกให้หมดไป

จากนั้นก็ทดลองตักไข่แดงขึ้นมาเทดูว่ามีลักษณะเป็นยังไง .... ถ้าเป็นสายต่อเนื่องกันแบบในภาพ ก็แสดงว่าใช้ได้ แต่ถ้าเทแล้วมีขาดจากกันเป็นช่วง ๆ ก็ให้ทำการกรองด้วยผ้าขาวบางอีกสัก 2 รอบ ค่ะ
ต่อมาเมื่อเราเตรียมไข่แดงเรียบร้อยแล้ว และน้ำเชื่อมของเราก็ได้ที่แล้ว ก็ให้เราทำการตักไข่แดงใส่ในกรวย (อย่าลืมเอาปลายนิ้วชี้อุดรูที่ปลายกรวยไว้ด้วยนะคะ) โดยจะต้องตักให้มีปริมาณเยอะหน่อยนะคะ ไม่งั้นแล้วมันจะไม่มีแรงกดที่จะทำให้ไข่แดงไหลผ่านรูของกรวยได้อย่างต่อเนื่องอ่ะค่ะ
ป.ล. น้้ำเชื่อมที่ได้ที่แล้ว จะมีลักษณะของฟองเป็นฟองละเอียดค่ะ
ป.ล. กรวยที่ใช้ อาจจะเป็นกรวยใบตอง หรือกรวยแสตนเลส หรือกรวยที่ทำจากอลูมิเนียมก็ได้นะคะ ตามสะดวกเลย
แล้วก็ทำการทดสอบดูอีกครั้งว่าไข่แดงมีการไหลอย่างต่อเนื่องไหม ด้วยการเอานิ้วชี้ที่ปิดรูกรวยไว้ออก ... หากไข่ไหลไม่ต่อเนื่อง แสดงว่ารูกรวยของเราอาจจะเล็กไป (ซึ่งส่วนใหญ่เกิดกับกรวยใบตอง เพราะกรวยที่เป็นโลหะเค้าเจาะรูมาดีแล้ว) ก็ให้เราเอาไม้ปลายแหลม เช่นไม้จิ้มลูกชิ้น ทำการแหย่ผ่านจากด้านบนลงไปที่รูกรวย แล้วก็ขยับ/หมุนไม้ปลายแหลมซ้ายขวาสัก 3-4 ครั้ง รูกรวยก็จะขยายกว้างขึ้น ไข่แดงก็จะไหลผ่านรูกรวยใบตองได้สะดวกขึ้นอ่ะค่ะ .... ^^
เมื่อไข่แดงไหลผ่านรูกรวยได้สะดวก ไหลเป็นสายได้ต่อเนื่อง ไม่ขาดจากกันแล้ว .... ถึงตอนนี้ก็ให้เราเริ่มมาทำการโรยเส้นฝอยทองลงบนน้ำเชื่อมได้แล้วค่ะ
โดยวิธีการโรยไข่นั้นก็ทำไม่ยากค่ะ เริ่มต้นจากการหรี่ไฟเตาให้ลดลงเหลือไฟปานกลาง ..... ถือกรวยที่ใส่ไข่แดงไว้เหนือน้ำเชื่อมประมาณ 15 ซม. แล้วก็โรยไข่แดงให้มีลักษณะเป็นวงกลมประมาณ 25 วงต่อเนื่องกัน (รอบ) นะคะ แล้วพอโรยไข่เสร็จ ก็ให้เราเอาไม้ปลายแหลม ทำการกดเส้นฝอยทองให้จมลงไปในน้ำเชื่อมสักแป๊บ (ประมาณ 5-10 วิ) เพื่อให้ไข่สุก และซึมซับเอาน้ำเชื่อมเข้าไป ก่อนที่จะทำการสอยฝอยทองด้วยการใช้ไม้ปลายแหลม พับครึ่งเส้นฝอยทอง แล้วก็พับครึ่งอีกครั้งแบบในภาพด้านล่าง และเอามาพักไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำเชื่อมน่ะค่ะ
ป.ล. หากเราต้องการฝอยทองเส้นเล็ก ให้เราถือกรวยให้สูงจากน้ำเชื่อมเยอะหน่อย แต่ถ้าต้องการฝอยทองเส้นใหญ่ ก็ให้ถือกรวยต่ำ ๆ นะคะ (แต่ถ้าเส้นใหญ่ เนื้อฝอยทองมันก็จะหยาบไปด้วย ซึ่งเวลากินแล้วจะไม่ค่อยอร่อยอ่ะค่ะ)
ป.ล. พิมไม่มีภาพตอนโรยฝองทอง + พักฝอยทองบนตะแกรงน้ำเชื่อม + ฝอยทองตอนเสร็จแล้วแบบเป็นแพ ๆ มาให้ดูนะคะ เนื่องจากมีปัญหาอิหลุกขลุกขลักนิดหน่อย ประมาณว่ากำลังตั้งเตาโรยฝอยทองอยู่กลางแจ้งช่วงเย็นๆ แล้วฝนตกมาพอดี แถมตกหนักซะด้วย เลยรีบวิ่งเก็บข้าวของซะเกือบไม่ทัน หลังจากนั้นฟ้าก็มืดมิด ถ่ายภาพอะไรออกมาใช้ไม่ได้เลยน่ะค่ะ ดำทะมึนไปหมด (บ้านพิมถ้าจะทำกับข้าว + ถ่ายรูป ต้องทำตอนกลางวันที่มีแดดออกเท่านั้นอ่ะค่ะ) ...... ไว้คราวหน้าทำอีก จะค่อยถ่ายภาพมาแก้ตัวนะคะ
สุดท้ายแล้ว ... เมื่อฝอยทองที่เราพักไว้จนสะเด็ดน้ำเชื่อมดี และเราเอามาคลี่ให้กระจายตัวเป็นเส้น ๆ แบบนี้แล้ว เราก็จะได้ฝอยทองสำหรับทำเค้กฝอยทองออกมาหน้าตาประมาณนี้อ่ะค่ะ
ซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ย ฝอยทองอันนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเอามาทำเค้กฝอยทองอย่างเดียวหรอกค่ะ เอามากินเล่นๆ ชิว ๆ ก็โอเคนะคะ หวานกำลังดีเลย
สำหรับเพื่อนๆ ที่ถามพิมมาวันก่อนว่าฝอยทองที่ดีมีลักษณะเป็นยังไง พิมก็ขอยกยอดมาตอบในเมนูนี้เลยนะคะว่าฝอยทองที่ดีจะต้องมีลักษณะเส้นเรียวยาว เหนียวนุ่ม ใส ดูเงาเป็นประกาย ไม่ขาดง่าย มีความหวานกำลังพอีด และไม่มีกลิ่นคาวไข่นะคะ ^^ ซึ่งฝอยทองของพิมเนี่ย ... ถ้าถามว่าเข้าข่ายลักษณะฝอยทองที่ดีไหม ก็อยากจะบอกว่า เกือบๆ จะเข้าข่ายค่ะ คือมีครบเกือบทุกลักษณะที่บอกมา เสียแต่เส้นยังมันยังไม่ค่อยเรียบ ยังมีหยัก ๆ บ้าง ซึ่งแม้จะออกมารสชาติดี และภาพรวมดูสวยงาม แต่ก็ยังต้องปรับปรุงน่ะค่ะ ^^
ยังไงก็...หวังว่าคงเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ที่อยากจะลองหัดทำฝอยทองได้นะคะ ส่วนถ้าคราวไหนพิมทำอีก (กะว่าจะทำฝอยเงินจากไข่ขาวที่เหลือด้วย) ก็จะถ่ายรูปมาให้ชมอีกค่ะ ^^ ... ส่วนคราวนี้บ๊ายบายไปก่อนล่ะจ้า
:: อุปกรณ์สำหรับการทำฝอยทอง ::


Comments
รัชจะเล่าให้คุณพิมฟังแหละว่ารั ชได้ลองทำ "ฝอยทอง" ไปแล้วค่ะ เมื่อคืนวันที่9ที่ผ่านมานี่แหล ะ ก็แวะเข้ามาดูเห็นคุณพิมโพสไว้ว ่าจะทำก็นะเลยอยากทำเพราะวันที่ 10ต้องไปทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านเพ ื่อนสนิทน่ะค่ะก็เลยลองดู (แอบรอคุณพิมเก้อแหละ :snooty:-)ทุลักทุเลพอสมควรแต่ก็ออกมาสำเ ร็จนะคะได้ขนมไปถวายพระ 2 จาน ส่วนอีก 1 จานที่บ้านแฟนทานเรียบ ส่วนพระฉันหมด 1 จาน อีกจานนึงเหลือประมาณ 5 แพน่ะค่ะ แอบภูมิในเล็กๆ นะเนี่ย เพื่อนๆชิมแล้วบอกว่าอร่อยไม่คา วแล้วก็ไม่หวานมากค่ะ แต่ยังงัยรัชก็รอของคุณพิมอยู่น ะคะเพราะเพื่อนร้องขออีกจะได้ทำ ตามสูตรของคุณพิมไปให้เพื่อนๆ ได้ชิมกันน่ะค่ะ =D
น่ากินมากๆ เลยค่ะ
ปล . ไม่ได้เข้ามานานเลยค่ะ เพราะติดงานเยอะมากกกก
ไหนจะสอบอีกก เห้อออ เหนื่อย แอบคิดถึงพี่พิม =D
คุณรัชจ๋า .... พิมว่าตอนนี้ร่างกายพิมมันกำลัง ประท้วงอ่ะค่ะ เพราะที่ผ่านมาพักผ่อนน้อยเหลือ เกิน ตอนนี้พอมีเวลาว่างตอนไหน ก็เลยขอพักผ่อนเยอะๆ หน่อย ^^ แต่ว่าอาการเดิมหายไปไหน แต่ก็มีอาการใหม่มาแทน คุณสามีเค้าก็ถามทุกวันว่าไปหาห มอไหม ๆๆ แต่พิมก็ยังแอบคิดเข้าข้างตัวเอ งอยู่ว่า ยังไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ได้
แต่คิดว่าถ้าภายในวันจันทร์นี้ไ ม่หาย (พอดีพิมจะไปต่างจังหวัด 3 วัน เสาร์-อาทิตย์-จันทร์) กลับมาก็จะไปหาหมออ่ะค่ะ คงต้องลองเช็คดูว่าจะเป็นไทรอยด ์หรือเป็นอะไรอย่างอื่นหรือเปล่ า แอบเป็นห่วงตัวเองเหมือนกัน ... ขอบคุณที่เตือนพิมนะคะ ^^
ว่าแต่แห๊ะๆ ขอโทษด้วยค่ะเรื่องฝอยทอง ... ที่ผ่านมาทั้งยุ่งทั้งป่วย อีหนุงตุงนังไปหมด กว่าจะได้เอามาโพสต์ก็เลยผ่านเว ลาไปซะเนิ่นนาน แต่ว่าสำหรับฝอยทองเนี่ย พิมว่าสูตรไหนทำออกมาก็คล้าย ๆ กันนะคุณรัช อาจจะต่างตรงนั้นนิดนี้หน่อย แต่ก็ไม่ห่างจากกันเท่าไหร่อ่ะค ่ะ ว่าแต่พิมอยากเห็นฝอยทองของคุณร ัชจังค่ะ ถ้ามีโอกาส ถ่ายรูปมาฝากพิมบ้างนะคะ เผื่อแลกเปลี่ยนกันเน๊าะ ^^
=)
น้อง Tam .... ขอบอกว่า น้องชายพี่ก็ชอบฝอยทองเหมือนน้อ ง tam เลย ชอบมาก ๆขนาดกินได้ทีเป็นครึ่งกิโลเลยน ะ แม่พี่เค้าก็พยายามห้าม ๆ บอกว่าอย่ากินเยอะ มันหวานมาก เดี๋ยวจะเป็นอะไรไป แต่แกก็ไม่ฟังอ่ะ บอกว่านาน ๆ กินที หุหุ (แต่ก็นานกินทีจริงแหละ ประมาณ 3 เดือนไรงั้นอ่ะจ้า)
ว่าแต่พี่ก็คิดถึงน้อง tam เหมือนกันน๊า ยังแอบคิดๆ เลยตอนโพสต์ว่า ขาประจำอย่างน้อง tam หายไปไหนเนี่ย ที่แท้ไปติดสอบติดงานอยู่นี่เอง ยังไงก็อย่าลืมดูแลตัวเองเยอะๆ น๊า เดี๋ยวเปื่อย เอ๊ยย ป่วยเหมือนพี่อ่ะ
=)
เพราะงั้นแต่ละเมนูที่พิมทำที่พ ิมโพสต์ลงเวบจึงใช้เวลานานมาก ๆ ค่ะ บางทีก็กินเวลานอน กินเวลาทำอย่างอื่นของพิมไปหลาย ชม. เลย ... แต่ว่าถ้าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มาอ่าน แล้วเข้าใจ อ่านแล้วทำได้จริง พิมว่ามันก็คุ้มมาก ๆ แค่คิดก็หายเหนื่อยแล้วอ่ะค่ะ ^^
คุณหนิง ขราา ...... รสชาติดีค่ะ (ชมตัวเองอีก ฮ่ะๆ) แต่ว่าลักษณะเส้นยังต้องปรับปรุ งอีกนิดจ้า มันยังไม่ค่อยเป็นเส้นเรียวตรงส วยเท่าไหร่ ไว้คราวๆ หน้า มีแก้ตัว ^^
:drunk:
จากนั้นพอน้ำเชื่อมแห้ง ก็ยกกระทะลง ใช้ช้อนตักฝอยทองเป็นก้อนกลม ๆ (ตักแบบโปร่งๆ) แล้ววางพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ เชื่อม จากนั้นก็นำไปผึ่งลมหรือเข้าตู้ อบ (โดยเฉพาะ) จนกระทั่งแห้งกรอบถึงข้างในก็เป ็นอันใช้ได้อ่ะค่ะ (เหมือนๆ กับการทำมะพร้าวแก้วน่ะค่ะพี่)
=)
=)
ช่วยป้าด้วย หยอดยังไงก็ไม่เป็นเส้น ค่ะ เละเชียวอิอิ ใจเสียเลย
เห็นแล้วอยากกินนนนนนนนนนนน