Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

ขนมจีน-น้ำพริก สูตรมรดกตกทอด

ดัชนีบทความ
ขนมจีน-น้ำพริก สูตรมรดกตกทอด
หน้า 2
ทุกหน้า

 

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-01.JPG

ทุกๆ หลายปีที่ผ่านมา  เมื่อถึงช่วงเทศกาลสำคัญประจำปีของไทยเราอย่างสงกรานต์ หรือปีใหม่ แม่พิมจะต้องชวนพิมทำขนม ทำอาหารแจกลูกค้า ผู้หลักผู้ใหญ่ คนข้างบ้าน และคนรู้จักที่สนิท ๆ กันเสมอมาเลยค่ะ  ปีนี้ก็เช่นกัน และอาหารที่แม่ตัดสินใจว่าจะทำนั่นก็คือ ขนมจีนน้ำพริก สูตรโบร่ำโบราณแบบบ้านพิมน่ะค่ะ

พูดถึง .. "ขนมจีน-น้ำพริก" ในเมืองไทยเรา คงมีนับร้อยนับพันสูตร ตามแต่ละบ้านที่ทำกันมา ... ที่บ้านพิมเอง ก็มีอยู่ด้วย 1 สูตรค่ะ ซึ่งสูตรนี้เนี่ย ทำกันมาตั้งแต่สมัยคุณยายยังสาวเลยค่ะ (โฮ๊ะๆ) แล้วพอรุ่นกลาง คือรุ่นแม่พิม แม่พิมก็รับช่วงมา แล้วพอมารุ่นพิม .. พิมก็รับช่วงมานี่แหละค่ะ

เกริ่นกันมานานมากแล้ว ... มาดูหน้าตาขนมจีนน้ำพริกที่บ้านพิมกันก่อนไหมค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-03.JPG

ที่บ้านพิมจะทำสูตรนี้อ่ะค่ะ  ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  พิมไม่แน่ใจว่าสูตรอื่นเป็นยังไง  แต่ทำสูตรนี้ แล้วคนทำก็พอใจ คนชิมก็ชอบใจค่ะ ... แต่ถ้าใครมีสูตรอื่นอยากแนะนำพิม บอกกันได้เลยนะคะ จะเอาไปลองดูจ้า

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-06.JPG

ก่อนอื่น ... เรามาดูส่วนผสมกันก่อนนะคะว่ามีอะไรบ้าง

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

- กุ้งสด แกะเปลือกแล้ว (เอาเฉพาะเนื้อ) 800 กรัม
- ถั่วเขียวคั่ว 500 กรัม
- ถั่วลิสงคั่ว 250 กรัม
- กระเทียม 400 กรัม
- หอมแดง 180 กรัม
- รากผักชี 6 ราก
- ผักชีไทย 100 กรัม
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 20-30 เม็ด
- มะขามเปียกแบบแกะเมล็ด 2 ปั้นเล็ก
- น้ำต้มสุก 1/2 ถ้วย
- น้ำมะนาว 1 ถ้วย
- น้ำมะกรูด 3 ช้อนคาว
- น้ำปลาดี 1 ถ้วย
- น้ำตาลปี๊บ 1400-1600 กรัม
- เกลือ 2 1/2 ช้อนคาว

ป.ล. ที่บ้านพิมทำหม้อใหญ่ค่ะ หากใครทำ ลดสัดส่วนเอาเน๊าะค่ะ  เพราะถ้าทำหมด สงสัยต้องหิ้วไปแจกรอบบ้านเหมือนพิมแน่ ๆ

:: รายละเอียดส่วนผสม และขั้นตอนการลงมือทำ ::

ส่วนผสมแรกที่พิมอยากจะพูดถึงเลย ก็คือ "กุ้งสด" ค่ะ .... ที่บ้านพิม "น้ำพริก-ขนมจีน" จะมีส่วนผสมหลัก ๆ ก็คือ กุ้งสดนี่แหละค่ะ แต่บางบ้าน บางสูตร อาจจะไม่ได้ใช้ก็มีเหมือนกันค่ะ

กุ้งสด ... แม่พิมซื้อมาจากป้าที่รู้จักกันที่ขายอยู่ที่ลาดพร้าว 87 ราคาโลละ 180 บาท ซื้อมากิโลกว่าๆ ค่ะ ก็แกะเปลือกกุ้ง ดึงหัวกุ้ง หางกุ้งทิ้งไป เหลือแต่เนื้อกุ้งเอาไว้ แล้วชั่งให้ได้น้ำหนักประมาณ 8 ขีด (800 กรัม) นำไปล้างซะ 1 น้ำ แล้วก็เอามาใส่ตะกร้า/กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-09.JPG

จากนั้นตั้งน้ำ  (ปริมาณสัก 2 ถ้วย) ให้เดือด แล้วพอน้ำเดือดจัด ไฟแรง ก็เทกุ้งใส่ลงไปค่ะ ... ทิ้งระยะไว้สักแป๊บ  พอน้ำเดือดอีกครั้ง แสดงว่ากุ้งสุกกำลังดี ไม่นิ่มไม่แข็งจนเกินไป  ...  ก็ตักขึ้นใส่กระชอน หรือตะกร้าโปร่ง ๆ เพื่อให้น้ำตก .... แล้วพักให้สะเด็ดน้ำ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-08.jpg

ต่อมา ก็มาดูที่ "ถั่วเขียว" ... บางสูตรอาจจะเลือกใช้ถั่วทอง (ถั่วเขียวเราะเปลือก) แต่บ้านพิมเลือกใช้ถั่วเขียวค่ะ โดยส่วนตัว มีความรู้สึกว่าหอมกว่าถั่วทอง

ถั่วเขียวเนี่ย พิมใช้ประมาณ 1/2 กิโล (500 กรัม) ... พอได้มาแล้ว ให้เราเทใส่กระจาด หรือ กระด้ง หรือจะ เป็นจานใบใหญ่ ๆ ก็ได้นะคะ เพื่อคัดเมล็ดเสียออก บางทีมีกรวด มีสิ่งที่เราไม่ต้องการ เช่น เศษผง ก็เก็บทิ้งไปด้วยนะคะ ... ล้างขี้ฝุ่นขี้ผงออกซะ 1 น้ำ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-11.JPG

จากนั้นนำถั่วไปคั่วให้สุก  และส่งกลิ่นหอมหน่อย ๆ หรือจะอบด้วยไฟ 140 องศาซี ประมาณ 15-20 นาที ก็ได้ค่ะ ... พอคั่วให้สุกแล้ว ก็พักไว้ก่อน  (ไม่ต้องเอาเปลือกออก)

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-12.JPG

พอจัดการถั่วเขียวเสร็จ ก็มาดูที่ส่วนผสมถัดไป ก็คือ "ถั่วลิสง" ..  พิมเลือกใช้ถั่วลิสงดิบ เอามาคั่วเองค่ะ ก็ใช้ถั่วประมาณ 250 กรัม นำไปคั่วหรืออบให้สุกหอมเหมือนกับถั่วเขียว

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-13.JPG

หากคั่ว เราก็ใช้ไฟกลางที่ค่อนไปทางอ่อนค่ะ เพราะหากใช้ไฟแรง ถั่วจะไหม้ก่อนที่จะสุกนะคะ แต่ถ้าใช้ไฟอ่อนมาก กว่าถั่วจะสุก สงสัยจะหมดแรงข้าวต้มไปซะก่อน ^^" แต่ถ้าหากที่บ้านมีเตาอบ อยากจะใช้อบแทนการคั่ว ก็ได้เหมือนกันค่ะ ให้ใช้ไฟประมาณ 150 องศาซี อบประมาณ 20 นาทีน่ะค่ะ

พอคั่วเสร็จแล้ว นำมาพักไว้ให้คลายความร้อนสักครู่นึง แล้วก็เอามื้อบี้ ๆ ให้เปลือกถั่วหลุดออกจากถั่วทุกเม็ดค่ะ (บี้เปลือกถั่วตอนที่ถั่วยังอุ่น ๆ อยู่ เปลือกจะออกได้ง่ายมากเลย) ...  จากนั้นก็นำไปเทใส่กระด้ง ฝัดให้เปลือกหลุดออกไปให้หมด ก็จะได้ถั่วลิสงที่คั่วแล้ว ตามภาพด้านล่างนี่เลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-14.jpg
http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-10.JPG

พอเตรียมถั่วลิสง กับถั่วเขียวที่คั่วไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อมา เราก็จะมาต้มถั่วให้เปื่อยกันค่ะ

วันนี้พิมใช้เตาถ่านในการต้มถั่ว ทั้งสองอย่างค่ะ เพราะว่าถ้าต้มด้วยเตาแก๊ส โดยใช้เวลานานมากเป็น ชม. มันจะเปลืองกะตังค์ค่าแก๊สมากๆ (แบบว่า ถ่านฟรี น่ะค่ะ ^^") .... ก็ติดเตาถ่าน 2 เตาเลยค่ะ แล้วก็ตั้งน้ำใส่ภาชนะ จะหม้อหรือกระทะ ก็เอาตามสะดวกเลย (พิมใช้กระทะ) ให้น้ำมีปริมาณมากหน่อย เพราะว่าพอต้มถั่วไปสักระยะ ถั่วจะพองตัวขึ้นน่ะค่ะ

พอน้ำในกระทะเดือด เราก็เทถั่วใส่ลงไปเลยค่ะ (ถั่วเขียว กับ ถั่วลิสง ต้มกันคนละกระทะ)

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-16.JPG

พิมใช้เวลาต้มถั่วเขียวประมาณ 50 นาที ส่วนถั่วลิสงประมาณ 1 ชม. กว่า ๆ (ระหว่างต้ม หากน้ำแห้ง ก็ให้เติมน้ำได้เรื่อย ๆ นะคะ) .... เละก็ต้มไปจนกว่าจะเปื่อย   (ลองตักขึ้นมานิดหน่อย แล้วเคีั้ยวดู ถ้าเคี้ยวได้แบบนิ่ม ๆ ก็ใช้ได้) ..... ก็ใช้ตะแกรงหรือกระชอนตาถี่ ๆ ช้อนถั่วขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำค่ะ .. ก็จะได้ถั่วเขียวต้มออกมาหน้าตาแบบนี้ (ถั่วลิสงต้ม ไม่ได้ถ่ายภาพมาด้วย -*-) ... แล้วก็พักเอาไว้ก่อน

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-17.JPG

เมื่อเตรียมกุ้ง เตรียมถั่วแล้ว ต่อมา ..... เราก็มาเตรียมเครื่องน้ำพริกกันค่ะ ซึ่งเครื่องน้ำพริกของ "ขนมจีน-น้ำพริก" สำหรับสูตรของบ้านพิม มีด้วยกันอยู่ 3 อย่าง ก็คือ หอม กระเทียมและรากผักชี

"กระเทียม" ... พิมใช้กระเทียมประมาณ 400 กรัม นำเอากระเทียมทั้งหมดมาปอกเปลือก (เปลือกอ่อน ๆ จะเหลืออยู่นิดหน่อย ก็ไม่เป็นไร) แล้วแบ่งกระเทียมออกเป็น 2 ส่วน ส่วนนึงหั่นเป็นแว่นบาง ๆ สำหรับนำไปเจียว เพื่อไว้ลอยหน้าน้ำพริก และอีกส่วนสำหรับนำไปคั่ว เพื่อตำเป็นเครื่องน้ำพริก

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-18.JPG

"หอมแดง" ... พิมใช้หอมแดงหัวเล็ก หอมไทย ๆ เราเนี่ยแหละค่ะ นำมาปอกเปลือก ล้างน้ำสักรอบนึง ผึ่งให้แห้ง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นย่อมๆ   ส่วน "รากผักชี" .... ก็ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเอาไปรวมกับกระเทียม หอม ส่วนของเครื่องน้ำพริก ที่เราเตรียมไว้เมื่อสักครู่นี้

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-19.JPG

จากนั้นนำส่วนของหอม-กระเทียมที่เราเตรียมไว้เพื่อคั่ว ไปคั่วในกระทะ โดยใช้ไฟกลางค่ะ (อย่าใจร้อน ใช้ไฟแรงนะคะ ไม่งั้นหอม-กระเทียมจะไหม้ซะก่อนที่จะสุก) .. ก็คั่วไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุก หอม ได้สีแบบนี้นะคะ .. พักไว้ให้อุ่น ๆ หน่อยก็ค่อยนำมาโขลกให้ละเอียดค่ะ

ป.ล. ระวังนิดนึงนะคะ อย่าคั่วให้สีเข้มหรือไหม้จนเกินไป เพราะอาจจะทำให้น้ำพริกมีรสขมนิด ๆ ก็เป็นได้ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-20.jpg

ต่อมา ... นำกระเทียมส่วนที่เราเตรียมไว้เจียว มาเจียวค่ะ ...โดยใส่น้ำมันในกระทะเยอะหน่อย ราว ๆ 1 ถ้วย พอน้ำมันเริ่มจะร้อน (ไม่ต้องรอให้ร้อนจัด จนกระทั่งน้ำมันเดือดปุด ๆ หรือมีควันขึ้น) ... ก็ให้เราเอากระเทียมใส่ลงไปเลยค่ะ แล้วก็หมั่นคนเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้กระเทียมที่อยู่ติดบริเวณขอบกระทะไหม้ไปก่อน

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-21.jpg

ใช้ไฟกลาง เจียวกระเทียมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีสีเหลืองอ่อนทั่ว ๆ กัน (ไม่ต้องรอให้เหลืองเข้ม) ก็ใช้ตะหลิวโปร่งตักกระเทียมขึ้น แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันค่ะ  (บางบ้าน/บางคน จะใช้หัวหอมเจียว+กระเทียม หรือจะใช้หัวหอมเจียวอย่างเดียว ก็ได้ค่ะ) .. เมื่อได้กระเทียมเจียวแล้ว เราก็พักเอาไว้ก่อน (จะใช้ตอนสุดท้ายเลยค่ะ)

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-22.JPG

ต่อมา ... เราก็มาเตรียม "พริกป่น" กันค่ะ ... พริกป่นเนี่ย เราจะเอาไว้ใช้ลอยหน้าน้ำพริก เพื่อให้เกิดสีสันสวยงาม และเพื่อเพิ่มความเผ็ดให้กับน้ำพริกค่ะ (เผ็ดนิดๆ)

พิมใช้พริกแห้งเม็ดใหญ่ในการทำพริกป่นค่ะ โดยเลือกพริกสีแดงเข้ม ลักษณะตามในภาพ ... นำพริกประมาณ 20-30 เม็ด (แล้วแต่ชอบเผ็ดมากน้อย) ไปล้างน้ำสัก 1 น้ำ พอให้ขี้ฝุ่นและขี้ผงออกไป แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งค่ะ จากนั้นนำมาหั่นเป็นท่อนสั้นๆ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-23.JPG

แล้วนำพริกไปคั่วในกระทะ ใช้ไฟอ่อนค่ะ ไม่ต้องใส่น้ำมันหรือใส่อะไรทั้งสิ้น คั่วจนกระทั่งพริกเริ่มกรอบเล็กน้อย ก็ตักออก ... (ไม่ต้องรอให้พริกเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เพราะเราจะนำพริกที่ได้ ไปป่น แล้วไปผัดกับน้ำมันที่ร้อนมากๆ อีกครั้ง)

ป.ล. ในภาพ พิมคั่วทั้งพริกแห้งเม็ดใหญ่ที่จะนำมาทำพริกป่น และพริกขี้หนูแห้ง ที่จะเอามากินแอ้มน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-24.jpg

แล้วก็นำไปโขลกให้เป็นพริกป่นที่ละเอียดหน่อย  แต่ไม่ต้องถึงกับละเอียดเป็นผงนะคะ (ให้ได้ลักษณะประมาณในรูป)  แต่ก็อย่าให้หยาบมาก เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นใบพริกลอยหน้า ..  พอป่นเสร็จแล้วก็พักไว้ก่อนค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-15.JPG

จากนั้นหันมาเตรียมส่วนผสมอีกอย่าง  ... ก็คือ "กะทิ"

พิมใช้มะพร้าวขูดในการคั้นเป็นน้ำกะทิ จำนวน 2 กิโลค่ะ (2,000 กรัม) .. น้ำพริก-ขนมจีน นี่  ความรู้สึกส่วนตัว รู้สึกว่าจะต้องมัน ๆ ข้น ๆ หน่อย  แต่ไม่ใช่ขนาดเป็นครีม  ถึงจะอร่อยนะคะ เพราะฉะนั้นปริมาณของมะพร้าวจึงจะต้องเยอะหน่อย เพื่อให้สามารถคั้นเป็นกะทิข้น ๆ ได้  (กะทิข้น ๆ พอไปผสมส่วนผสมอื่น ที่เป็นน้ำ จะทำให้ใสขึ้นอีก)

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-26.JPG

ก็... คั้นมะพร้าวออกมา ให้ได้น้ำกะทิปริมาณ.... ประมาณนี้ค่ะ (ปริมาณ 4/5 ของหม้อเบอร์ 26) .... น้ำกะทิจะออกให้ความรู้สึกข้น ๆ หน่อย

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-27.JPG

พอได้น้ำกะทิแล้ว ให้นำไปตั้งไฟค่ะ ใช้ไฟกลาง ตั้งให้เดือดและแตกมันเล็กน้อย (ทิ้งไว้หลังจากเดือด ประมาณ 3-5 นาที) ก็ยกลง แล้วพักไว้ก่อน (ช่วงนำกะทิไปตั้งไฟ ระวังกะทิเป็นลูก ให้หมั่นคนบ่อย ๆ นะคะ)

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-28.JPG

ส่วนของน้ำตาลปี๊บให้เลือกอย่างดี สีไม่เข้มมาก  .... เราก็นำน้ำตาลปี๊บไปทำให้เหลวซะค่ะ จะโดยวิธีใดก็ได้  บางคนอาจจะใช้วิธีใส่กาละมังแล้วนึ่งเอา หรือผสมกะทินิดนึง แล้วตั้งไฟให้เหลวก็ได้ค่ะ

ป.ล. ในภาพยังมีบางส่วนที่ยังเป็นก้อนอยู่ พอลงจากไฟ แล้วนำมาคน ๆ บี้ ๆ อีกสักแป๊บ ก็เหลวทั่วกันทั้งหมดค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-29.JPG

มาถึง... ส่วนสุดท้ายที่เราจะเตรียมกัน ก็คือ ส่วนของน้ำมะขามเปียกค่ะ .. โดยเราจะใช้ "มะขามเปียก" ที่แกะเอาเมล็ดออกแล้ว 2 ปั้นค่ะ แล้วนำมาแช่น้ำร้อน/น้ำอุ่น จะทำให้มะขามเปียกอ่อนตัวไวขึ้นค่ะ .. พอมะขามเปียกนิ่มดีแล้ว ก็จัดการขยำ ๆ ด้วยมือเรานี่แหละค่ะ ให้มะขามเหลวไปกับน้ำ จากนั้นก็กรอง เอาเฉพาะน้ำมะขาม+เนื้อ ส่วนกากก็ทิ้งไปนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-one-dish-food/kanomjean-nampric/kanomjean-nampric-30.JPG



Comments 

 
#1 cute poo 2009-10-18 08:56
เมนูนี้หาอร่อยๆ ยากแล้วนะคะ...ทำเองก็ยากเหมือนกันคะ =(
Quote
 
 
#2 Guest 2009-11-11 11:04
=D ไม่เคยทานอยากทานบ้างจัง จะอร่อยอย่างที่พูดไหมค่ะ :kawaii:
Quote
 
 
#3 พิม Enya 2009-12-16 23:08
อร่อยหรือไม่อร่อย สำหรับแต่ละคน ....... คงแล้วแต่ว่าถูกปากไหม ใช่รสชาติที่ชอบไหมน่ะค่ะ

แต่สำหรับที่บ้านพิม .... ชอบรสแบบนี้ก็ว่าอร่อยอ่ะค่ะ =D
Quote
 
 
#4 บุษบา 2009-12-29 07:36
คุณพิม บ้านเราน่าจะมีวิธีการทำอาหารแบ บโบราณเหมือนกันเลย

เพราะน้ำพริกที่เห็นอยู่นี่ เรากินมาตั้งแต่เป็นเด็ก หน้่าตา เครื่องปรุงและขั้นตอน แม่เราก็ทำอย่างนี้

เราไม่เคยกินขนมจีนน้ำพริกที่ร้ านนอกบ้านสักครั้ง
เพราะมันไม่เหมือนที่บ้านเราทำเ ลยค่ะ

ยืนยันเลยค่ะว่าอร่อย
Quote
 
 
#5 พิม Enya 2009-12-30 01:33
Quoting บุษบา:
คุณพิม บ้านเราน่าจะมีวิธีการทำอาหารแบ บโบราณเหมือนกันเลย

เพราะน้ำพริกที่เห็นอยู่นี่ เรากินมาตั้งแต่เป็นเด็ก หน้่าตา เครื่องปรุงและขั้นตอน แม่เราก็ทำอย่างนี้

เราไม่เคยกินขนมจีนน้ำพริกที่ร้ านนอกบ้านสักครั้ง
เพราะมันไม่เหมือนที่บ้านเราทำเ ลยค่ะ

ยืนยันเลยค่ะว่าอร่อย

คุณบุษบาค่ะ ... แสดงว่าบ้านเรานี่ ต้องคนโบราณเหมือนกันเลยค่ะ
อาหารโบราณหลายอย่าง พิมก็ไม่เคยกินที่คนอื่นทำ เพราะมันไม่เหมือนที่บ้านเราทำอ ่ะค่ะ
=)
Quote
 
 
#6 บี๋ค่ะ 2010-01-06 22:58
:drunk: ขั้นตอนเยอะอย่างนี้แหละ ของแท้ แค่เห็นก็กลืนน้ำลายตามแล้วค่ะ
Quote
 
 
#7 pingpong47 2010-01-07 13:59
อ่านแล้วรักคุณพิมจังเลย
จะลองไปทำดูนะคะ
ขอบคุณมากมาก
Quote
 
 
#8 jo 2010-02-22 02:06
ไม่เคยเห็นน้ำยาแบบนี้มาก่อน เห็นแล้วน้ำลายไหล น่าทานมากๆค่ะ
นำเสนอดีค่ะ น่าสนใจ
Quote
 
 
#9 Kanda O\Connell 2010-03-01 07:26
I'm sure it must me so yummy . You must me a good chef .
Thanks
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2010-03-04 00:26
Quote:
I'm sure it must me so yummy . You must me a good chef .
Thanks

ถ้ามีโอกาส ลองทำดูสิค่ะ เผื่อชอบ อร่อยนะคะ :blush:

Quoting jo:
ไม่เคยเห็นน้ำยาแบบนี้มาก่อน เห็นแล้วน้ำลายไหล น่าทานมากๆค่ะ
นำเสนอดีค่ะ น่าสนใจ

น้ำพริกที่กินกับขนมจีนแบบนี้ จะออกรสหวานนำ เปรี้ยวนิดๆ หอมมะนาว เผ็ดหน่อยๆ เค็มนิดๆ ค่ะ .... สรุปว่าอร่อยค่ะ :blush:
Quote
 
 
#11 พิม Enya 2010-03-04 00:27
Quoting บี๋ค่ะ:
:drunk: ขั้นตอนเยอะอย่างนี้แหละ ของแท้ แค่เห็นก็กลืนน้ำลายตามแล้วค่ะ

=D =D

Quoting pingpong47:
อ่านแล้วรักคุณพิมจังเลย
จะลองไปทำดูนะคะ
ขอบคุณมากมาก

ไม่รู้ว่าคุณปิงปองได้ลองทำดูหร ือยัง มาบอกผลกันบ้างนะคะ :blush:
Quote
 
 
#12 ชอบชิม 2010-06-15 18:42
=) =) ทอดไข่ดาวโดยใช้ไข่เป็ดทอดให้กร อบ ๆ เพิ่มด้วยอร่อยจริงๆ
Quote
 
 
#13 พิม Enya 2010-06-15 23:42
คุณชอบชิม .. ใช่เลยค่ะ แสดงว่าเราอายุใกล้เคียงกันแน่ ๆ =)
Quote
 
 
#14 puk 2010-06-19 21:20
:love: ..ดูหน้าตาท่าทางที่คุณพิมทำเป็นต ัวอย่าง..ดูท่าทางน่าอร่อย จดขั้นตอนไว้แล้ว..ว่าจะลงมือทำให้ทุกคนในครอบครัว ได้ลองทานพรุ่งนี้..ขอบคุณสำหรับสูตรดี..ดี :love:
Quote
 
 
#15 พิม Enya 2010-06-19 21:37
คุณ puk ค่ะ .... พรุ่งนี้ (อาทิตย์ที่ 20 พ.ค. 53) บ้านพิมก็ทำขนมจีนน้ำพริกอีกค่ะ พอดีมีลูกค้าสั่งจ้า .... ถ้าไม่รีบ จะถ่ายรูปมาฝากอีกนะคะ
Quote
 
 
#16 Guest 2010-06-24 20:52
=) ลองทำตามสูตรนี้เลยค่ะ (ทำครึ่งสูตร) ทำอยู่ 3 ชั่วโมงครึ่ง
ก็ออกมารสชาติถูกใจค่ะ พ่อสามีชมเปาะเลยนะเนี่ย
Quote
 
 
#17 พิม Enya 2010-07-03 00:06
^
||

ดีใจที่ชอบนะคะ และก็ดีใจที่พ่อสามีชอบค่ะ

วันก่อนที่พิมกะแม่ทำให้ลูกค้าท ี่สั่งไว้ .... แล้วทำเกินจากที่ลูกค้าสั่ง เอาไปวางขายที่ตลาดนัด ชุดละ 40 บาท (ขนมจีน-น้ำพริก-ผักลวก-ผักสด) ซึ่งต้นทุนค่าวัตถุดิบปาไปเกือบ 35 บาทแล้วอ่ะ แต่ว่าขายเอาทุนค่ะ ก็ขายได้หมดหม้อเลย ส่วนใหญ่ลูกค้าจะอายุเยอะ ๆ หน่อย เค้าจะบอกว่าชอบ แอบดีใจมากเหมือนกันค่ะ =D
Quote
 
 
#18 ^.^\ 2010-09-06 20:47
น่ากินจังค่ะ แต่ขั้นตอนเยอะมากเลย กว่าจะได้กินรอนานเลย :drunk:
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2010-09-07 22:54
^
||
เพราะทำนาน ยุ่งยาก ที่บ้านพิมก็เลยทำแค่ปีละครั้งเ นี่ยแหละคะ =D
Quote
 
 
#20 ภูมิ 2010-09-11 06:32
สวัสดีครับ

ผมอยู่ต่างประเทศครับ คนไทยจะรวมตัวกันทำอาหารไทย

เลยลงมติว่าจะทำขนมจีนน้ำพริก นั่งระลึกชาติเป็นนานว่าที่บ้าน ใส่อะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร

เพราะที่ผ่านมาเป็นลูกมือตำกุ้ง และเครื่องแกงอย่างเดียว นอกนั้นยายกับป้าทำหมด

ได้อ่านของคุณพิมพ์แล้วขอบคุณมา กๆครับ น่าตกใจว่านอกจากบ้านผมแล้วมีบ้ านอื่นที่ใส่ถั่วเขียวทั้งเปลือ กด้วย ฟังที่บ้านอธิบายว่ามีฤทธิ์เย็น แก้ร้อนของกะทิและน้ำมันได้ เท็จจริงประการใดก็ไม่รู้
Quote
 
 
#21 พิม Enya 2010-09-16 01:18
สวัสดีค่ะคุณภูมิ .... ดีจังเลยนะคะ มีรวมกลุ่มกันไปทำอาหารไทยด้วย ถ้าพิมอยู่ใกล้ๆ ก็อยากจะมีโอกาสไปร่วมบ้างอ่ะค่

เรื่องใส่ถั่วเขียวทั้งเปลือกเน ี่ย พิมก็เห็นมีแต่ในสมัยก่อนค่ะ มาในปัจจุบันส่วนใหญ่เค้าจะใส่ถ ั่วทองกัน เพราะว่ามันไม่มีเปลือก
ซึ่งพิมคิดว่ายังไงใส่ถั่วเขียว ก็หอมกว่าน่ะค่ะ (หอมตรงเปลือกนี่แหละ)

ป.ล. ถั่วเขียวมีฤทธิ์เย็น แก้ร้อนในได้ค่ะ ^^
Quote
 
 
#22 ืnobita1706 2010-09-19 11:22
ตอนนี้กะลังให้พี่สาวทำให้กินตา มสูตร อิอิอิอิ
รสชาดเป็นไงจะมาเหลาให้ฟังครับ
Quote
 
 
#23 พิม Enya 2010-09-22 22:57
คุณโนบิตะ .... ยังไม่มาเหลาให้ฟังเลย รออยู่นะคะเนี่ย =)
Quote
 
 
#24 นิ นาโงย่า 2010-09-28 08:47
ขอบคุณมากๆค่ีะ นึกอยากกินจนฝันถึงขนมจีนน้ำพริ กเลยจริงๆค่ะกลับไปไทยก็หาร้านท ี่ขายขนมจีนน้ำยาถั่วแบบนี้มานา นแล้วค่ะ(ไปแต่ละครั้งไม่มีเวลา ตามหา)จะลองทำดูค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะค่ะ
Quote
 
 
#25 พิม Enya 2010-10-08 23:24
คุณนิค่ะ .... ไว้ถ้าคราวหน้ามาเมืองไทย ลองส่งข้อความมาหาพิมดูนะคะ เผื่อว่าพิมทำพอดี (นานๆ ทำที เพราะยุ่งยากมาก) จะได้ลองแบ่งไปให้ทานดูอ่ะค่ะ

=)
Quote
 
 
#26 Guest 2010-10-10 15:32
T_T T_T
Quote
 
 
#27 Guest 2010-10-25 23:45
มีที่อร่อยๆอยุ่ที่นึง ในซอยสยามธรณี แต่เปิดวันอาทิตย์เท่านั้นไปหาด ูเอานะครับ
Quote
 
 
#28 พิม Enya 2010-10-25 23:46
ถ้าผ่านไป จะลองไปชิมนะคะ =)
Quote
 
 
#29 พลอย 2010-11-13 22:44
สุดยอดเลยค่ะ สูตรนี้ จะลองไปทำดู ขอบคุณมากๆๆ ค่ะ ...ฮิฮิฮิ ของโปรดน่ะ
Quote
 
 
#30 พิม Enya 2010-11-16 14:34
คุณพลอยค่ะ .. ลองเอาไปทำดูนะคะ สูตรนี้เคยทำขายแล้ว ขายดีเชียวค่ะ =)
Quote
 
 
#31 พิชญ์ 2010-12-09 21:13
ชอบวิธีทำขนมจีนน้ำพริกมาก ๆ ดูสะอาด น่ากิน =D ขอบคุณสำหรับวิธีทำค่ะ
Quote
 
 
#32 maneerat sakranonda 2011-01-17 22:57
ขนมจีนน้ำพริกท่อร่อยท่สุดในโลก คือของคุณแม่ นับแต่คุณแม่เสียไป 2 ปี แล้วไม่เคยได้ทานขนมจีนน้ำพริกท ่ใหนเลย เพราะเคยทานแล้วไม่อร่อย เสียดายไม่เคยหัดเรียนรู้กับท่า น เพราะเห็นว่ายุ่งยาก แม่ทำให้ทานอย่างเดียว พอคุณแม่เสียก็เลยอดทานของอร่อย เสียดายมาถึงทุกวันนี้ไม่ได้สืบ ทอด แต่จะพยายามหาสูตรท่ใกล้เคียงมา ฝึกทำ แต่คงไม่อร่อยเท่า
Quote
 
 
#33 พิม Enya 2011-01-18 09:18
คุณ maneerat ... พิมก็มีแม่ที่ทำขนมจีนน้ำพริกแล ะทำอาหารหลายอย่างได้อร่อยมากค่ ะ ถึงแม้จะไม่อร่อยที่สุดในโลกก็ต าม แต่ในความเห็นลูก ๆ อาหารหลายอย่างของแม่ ก็ไม่เคยไปกินที่ไหนแล้วอร่อยเท ่าเหมือนกันค่ะ

เมื่อก่อนพิมก็ไม่เคยคิดหัดทำขน มจีนน้ำพริกเลยค่ะ เพราะมันยุ่งยากมาก กว่าจะเอามาคั่ว เอามาต้ม เอามาต้ม ต้องซอยพริกหอมกระเทียม บางส่วนเอาไปคั่ว แล้วเอามาตำ บางส่วนเอาไปเจียว ต้องมีคั้นกะทิ ต้องใช้เคล็ดลับมากมาย ... แค่เห็นแล้วก็ท้อ แต่ว่าของอร่อย (ในความรู้สึกพิมอ่ะเน๊าะค่ะ) แถมเป็นเหมือนสมบัติตกทอดมาอีก ยังไงก็ต้องเรียนรู้เอาไว้ค่ะ เพราะถ้าเกิดแม่เป็นอะไรไป จะไม่มีใครสืบทอดเอา เพราะทั้งบ้านมีพิมคนเดียวแหละท ี่สนใจเรื่องอาหาร

พิมไม่ได้บอกว่าน้ำพริกสูตรนี้อ ร่อยที่สุดในโลก แต่อยากให้ลองทำดูค่ะ เผื่อว่าจะถูกปาก =)
Quote
 
 
#34 มะนาว 2011-01-21 02:22
คุณพิมค่ะ นอกจากฟักทองที่เป็นอาหารจานโปร ดของมะนาวแล้วเนี๊ยะรองลงมาก็คื อขนมจีนน้ำยานี่แหล่ะค่ะไม่ว่าจ ะเป็นน้ำยาน้ำพริก,น้ำยากะทิ,น้ ำยาป่า,ชอบทั้งสามอย่างเลยค่ะแบ บว่ามีครบห้าหมู่ในจานเดียว =D
แต่ของคุณพิมดูเข้มข้นน่ากินจัง ค่ะ :drunk:
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2011-01-21 16:11
คุณมะนาวค่ะ ..... อย่างนี้คุณมะนาวมาเมื่อไหร่จะช วนมากินของที่บ้านพิมเลยค่ะ
เพราะว่าบ้านพิมทำน้ำยากะน้ำพริ กเนี่ย ขายทุกวันอาทิตย์เลยน๊า อยากให้มาลอง เผื่อจะชอบ =)
Quote
 
 
#36 มะนาว 2011-01-22 14:40
ขอบคุณล่วงหน้าน่ะค่ะคุณพิม =D กลับไปเมื่อไหร่ไม่พลาดแน่นอนค่ ะมะนาวจะล้างกระเพราะเตรียมไว้เ ลยค่ะ =D :drunk:
Quote
 
 
#37 พิม Enya 2011-01-23 00:52
คุณมะนาวค่ะ ..... ฮี่ ๆ ได้เลยค่าๆๆ พิมจะรอ =)
Quote
 
 
#38 Guest 2011-03-27 13:39
ขอบคุณนะคะกำลังหาสูตรเพื่อทำขา ยค่ะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเพราะเป็นคนใต ้ จะชอบน้ำยาป่าน้ำยากะทิ แกงไตปลามากกว่า แต่เห็นแล้วน่าทานมากจะลองทำดู ขอบคุณมากค่ะ
Quote
 
 
#39 พิม Enya 2011-03-27 17:01
คุณคนข้างบนค่ะ ..... ส่วนตัวพิมก็ไม่ค่อยชอบกินขนมจี นน้ำพริกสักเท่าไหร่ค่ะ
ทั้งที่ทำขายทุกวันอาทิตย์ (รวมกับกับข้าวอย่างอื่น) อาทิตย์ละประมาณ 100 ชุด แต่ก็แทบไม่เคยกินเลยค่ะ
ระยะหลังมานี่ ปีนึงจะกินสักที ถ้าให้เลือก จะชอบน้ำยาใต้มากกว่า (แต่เป็นคนภาคกลางนะคะ)

=)
Quote
 
 
#40 Jirapat A Oestlund 2011-04-30 09:37
Dear Nong Pim,
We are trying to do this dish because it really sounds like THE ONE we used to eat, but I wonder when are we going to blend in the roasted onion and garlic? I tried to read it three times but I couldn't find when to blend in. I can't guess because I'm afraid that it would be wrong. Please reply to my address na khaa. Thank you so much kha. :D

Jirapat
Quote
 
 
#41 พิม Enya 2011-04-30 11:34
พี่ Jirapat .... ขอบคุณที่ถามเข้ามานะคะพี่ ไม่น่าเชื่อเลยพิมเขียนเมนูนี้ไ ว้ตั้งปีครึ่งแล้ว ไม่มีใครถามพิมเลยถึงจุดนี้ พิมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำค่ะว่าไม่ ได้เขียนเอาไว้ แย่จริงเลยนะคะเนี่ย :oops:

เรื่องหอมกระเทียมพิมแก้ไขให้แล ้วค่ะพี่ ก็พอคั่วเสร็จ ให้เอาไปโขลกให้ละเอียดเลยค่ะ แต่ไม่ต้องให้ละเอียดมากขนาดเละ เป็นเลนนะคะ เอาให้ยังพอเห็นเป็นชิ้นเล็กชิ้ นน้อยอยู่บ้าง

แล้วตอนผสมก็เอาใส่ผสมไปพร้อม ๆ กับพวกถั่วเขียว ถั่วลิสง กุ้งเลยค่ะพี่

ก็ต้องขอบคุณพี่อีกครั้งนะคะ ขอบคุณจากใจเลยค่ะ :-)
Quote
 
 
#42 Jirapat A Oestlund 2011-04-30 18:29
Great job kha Nong Pim. We are preparing all the ingredients today, tomorrow morning and lunch time will be the D-Day!Will tell you the result later na kha.. Thank you so much kha. mmmmmssss....

:-)

P'Jirapat
Quote
 
 
#43 ชนกพร จุติเดชะขจร 2011-05-01 20:47
ได้อ่านเเล้วรักเมืองไทยที่สุดเ ลยค่ะ บ้านเรายังมีอะไรดีๆอีกมากมาย คุณพิมน่ารักมากที่นำเสนอสิ่งดี ๆให้ได้รับรู้ บ้านเพื่อนที่สมุทรปราการเขาทำใ ห้ทานสูตรนี้เลยค่ะ และเคยไปทานที่ร้านที่เขาว่าขึ้ นชื่อที่ขอนแก่น โอ๊ว!แม่เจ้า มันยังไม่ใช่น้ำพริกโบราณของแท้ ของไทย...น้ำข้นขลักเลยค่ะ(เสียดายน่าจะเ ลือกน้ำยาป่าตามท้องถิ่น)
ที่สุดแล้วต้องทานกับหัวปลีด้วย ใช่มั๊ยค่ะคุณพิม มันถึงจะสุดยอดของน้ำพริกไทยแท้ เอาไว้ถ้ามีอะไรเด็ดจะเอามาแลกก ับคุณพิมนะค่ะ
Quote
 
 
#44 พิม Enya 2011-05-06 23:52
คุณชนกพรค่ะ ..... ขนมจีนน้ำพริกเนี่ย แต่โบราณเค้าก็จะกินกับผักบุ้งผ ัดน้ำมันหรือลวก หัวปลีหั่นฝอย ๆ กินกับฝักกระถินอ่อน ผักทอด ประมาณนี้แหละค่ะ อ้อ ๆ ที่ขาดไม่ได้ก็พริกแห้งทอด ..... ถึงจะเรียกว่าครบเครื่องค่ะ

แต่ส่วนพิมเนี่ยกินได้แต่ผักบุ้ งผัดน้ำมัน กับกระเฉด และผักทอด ส่วนหัวปลีดิบ กินไม่เป็น (แต่ถ้าเอามายำ ล่ะก็เท่าไหร่เท่ากันเลย)

พูดถึงอาหารในสมัยนี้หลายอย่างท ี่เป็นอาหารแต่โบราณ ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและต ามความต้องการของคนทำ บางทีก็ปรับไปซะจนไม่เหลือเค้าเ ดิม หรือไม่เหลือความอร่อยแบบเดิม ๆ เลย เพราะงั้นอะไรที่เป็นอาหารโบราณ อาหารเก่า ๆ แล้วพิมพอจะรู้บ้าง ก็อยากถ่ายทอดให้คนอื่นได้รับรู ้และเอาไปทำกันอ่ะค่ะ :-)
Quote
 
 
#45 หน่อยนินจา 2011-06-01 17:57
น่าอร่อยจังเลยค่ะ
Quote
 
 
#46 เก้า 2011-06-06 17:54
วัน 22/06/54 ที่บ้านทำบุญบ้านนึกอยากทำน้ำพร ิกขนมจีน ที่อยากทำเพราะแม่ชอบทาน แต่ไม่มีใครทำเป็น ตอนเด็กๆ คุณยายทำให้ทาน หลังจากคุณยายเสียก็ไม่มีใครสนใ จที่จะทำ ก็ได้แต่นั้นยอ้นอดีตกัน บังเอินได้มาเจอสูตรคุณพิมพ์ เลยทดลองทำ นึกใจใจว่าถ้ากินไม่ได้ก้ทิ้งไป ชั่งมัน แต่ขอบอกได้ผลเกินคาดทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ คนที่ได้กินบอกกันเป็นเสียงเดีย วอร่อยมากถามหาคนทำกันใหญ่ หมดเกลี้ยงหม้อ ผมก็บอกคนถามว่าเป็นสูตรแม่พิม อินเตอร์เนต อารหารที่ฟุบเฟ่มาเหลือทิ้งทุกอ ย่าง แต่น้ำพริกสูตรคุณพิมเกลี้ยง วันนี้เข้ามาดูสูตรอีกรอบ 11/07/54 จะไปทำบุญเลี้ยงพระที่โครช เลยอยากทำไปเลี้ยงพระ เลยแวะมาขอบคุณด้วย ดีจิงๆ ผมเจอแต่คนหวงสูตร มีคุณพิมนี่แหละบอกสูตรทุกขั้นต อน ขอบคุณจิงๆ ว่าลาคนกินบอกอร่อยภาคภูมิใจมาก เลยคับ :lol: :lol:
Quote
 
 
#47 พิม Enya 2011-06-09 00:20
คุณเก้า ....... อยากจะบอกว่า ได้อ่านที่คุณเก้าพิมพ์มาแล้วพิ มรู้สึกตื้นตันใจมากเลยอ่ะค่ะ ที่ตัวพิมได้มีโอกาสทำสิ่งดี ๆ และทำให้คนรอบข้าง (แม้จะไม่ได้ข้างกายพิม) รู้สึกดีมากมายขนาดนี้อ่ะค่ะ

ยังไงไปทำบุญที่โคราชแล้ว มาเล่าให้ฟังกันอีกนะคะ :-)
Quote
 
 
#48 แอนนี่ 2011-07-03 07:57
โอว.. แม่เจ้า... ทำไมทำยากหยั่งงี้ เห็นแล้วรู้สึกเลยว่า แม่ลำบากขนาดไหนกว่าที่จะเลี้ยง ลูกๆ ให้โต คือครอบครัวของแอนนี่มีพี่น้องเ ก้าคนอ่ะค่ะ แล้วแม่ก็ทำขนมจีนน้ำยา กะน้ำพริก ขายเลี้ยงลูกๆ ยามว่างจากไร่ นา หาบขายด้วยนะคะ ก็ช่วยแม่ทำแหละ แต่ไม่เคยจำว่า ต้องทำงัยมั่ง เพราะว่า
มันยาก แม่ให้ช่วยตำพริกก็ตำ ให้ทำอะไรก็ทำ แต่ติดจะห่วงเล่นมากกว่า พราะยังเป็นเด็ก เลยไม่ใส่ใจทำ ผลคือ ทุกวันนี้มาอยู่ต่างแดน อยากกินอะไรก็ต้องทำเอง เพราะไม่มีขาย เลยต้องโทรถามแม่อยู่บ่อยๆ หรือไม่ก็หาอ่านตามเน็ต ซึ้งเลยตอนนี้ นี่แหละเค้าว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา
Quote
 
 
#49 พิม Enya 2011-07-04 17:56
คุณแอนนี่ ค่ะ .... สำหรับพิมนะ อาจจะเรียกได้ว่าโชคดีค่ะที่ว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านบังคับค่ะ เลิกเรียนมาก็ต้องมาช่วยทำล่ะ วันหยุดก็ต้องช่วยทำล่ะ ไอ้ที่จะได้ออกไปเล่นนอกบ้านกับ เพื่อนนี่ไม่มีเลยค่ะ (จริง ๆ เค้าก็ไม่เชิงบังคับ แต่ไม่ค่อยให้ออกไปเล่นนอกบ้าน เพราะว่าสมัยนั้นเด็กแถวบ้านพูด จากันค่อนข้างหยาบ) พิมก็เลยได้ตรงนี้มาอ่ะค่ะ ก็ต้องขอบคุณปู่ย่าตายาย พ่อแม่พิมด้วยอ่ะค่ะ ^^
Quote
 
 
#50 nursenoname 2011-07-07 20:39
ขอบคุณมากค่าาา ทำทานวันนี้ อร่อยมากกก ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว
Quote
 
 
#51 พิม Enya 2011-07-08 00:59
คุณ nursenoname ...... ยินดีจ้า ^^
Quote
 
 
#52 ชัยยุทธ 2011-07-18 10:57
อยากกินมากกกกกกกกก
Quote
 
 
#53 พิม Enya 2011-07-18 23:21
คุณชัยยุทธ ... ถ้าอยู่เมืองไทย มาอุดหนุนกันได้น๊า เริ่มเปิดร้านอีกที อาทิตย์แรกของเดือนสิงหาคมจ้า :lol:
Quote
 
 
#54 กนกนุช 2011-08-02 16:35
ได้อ่านสูตรขนมจีนน้ำพริกสูตรโบ ราณของคุณพิมแล้ว ต้องขอบคุณมากๆ ที่อุตส่าห์เผยแพร่เพื่อเป็นวิท ยาทาน จริงๆ แล้วมีหลายท่านคงเคยรับประทานขน มจีนสูตรนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์รวมทั้งตัว ดิฉันด้วยธรรมเนียมก็เป็นอย่างท ี่คุณพิมบอก แต่เนื่องจากเป็นสูตรลับผู้ใหญ่ ไม่ได้สอนให้รู้ถึงรายละเอียดส่ วนผสมเลย เคยแต่เป็นลูกมือเตรียมของและส่ วนผสมให้เมื่ออายุประมาณ ๑๐ กว่าขวบ มาปัจจุบันลองค้นหาสูตรนี้มาโดย ตลอด เพิ่งมาเจอคุณพิมได้ลงไว้ จึงขอขอบคุณ เพราะจะนำไปทำรับประทานเองบ้างแ ล้ว หวังว่าจะหน้าตาเหมือนที่คุณพิม ทำ
Quote
 
 
#55 พิม Enya 2011-08-03 01:57
คุณกนกนุช ค่ะ ..... ตัวพิมเอง แม่ก็ไม่เคยบอกเลยอ่ะค่ะว่าใส่ส ่วนผสมเท่าไหร่ (ที่แม่ไม่บอก เพราะว่าแม่ก็ไม่รู้ อาศัยทำไปชิมไป) พิมเองเลยต้องอาศัยครูพักลักจำ ดูเอาแล้วมาหัดทำ ทำไปตวงไป อะไรประมาณนี้แหละค่ะ

ถ้าชอบขนมจีนน้ำพริก ลองทำดูนะคะ ที่บ้านพิมทำขายใช้สูตรนี้แหละค ่ะ ลูกค้าชอบมาก ขายครั้งนึง 70-80 ชุด รวมกับอาหารอย่างอื่น ในเวลาไม่เกิน 3 ชม. เองค่ะ
Quote
 
 
#56 รุ่ง 2011-08-13 14:18
ที่บ้านผมจะทำปีละ 2 ครั้ง ช่วง ตรุษ และ สาด ไทย แจกเพื่อนบ้าน พร้อมกับกาละแม หรือกระยาสาท ตามโอกาสครับ แต่ที่บ้านจะใช้ปลาช่อนย่าง แทนกุ้งครับ ส่วนถั่วเขียวที่นำมาต้ม คุณแม่จะใช้วิธี โม่ ด้วยโม่หินแบบโบราณครับ ส่วนถั่วลิสง จะตำเอาละเอียดพอประมาณให้มีเม็ ดเล็ก ๆ บ้าง ส่วนผสมทุกอย่างต้องผ่านการต้มส ุกก่อน หลังจากผสมเสร็จแล้วจะไม่มีการน ำไปอุ่นไฟอีก มิฉะนั้นน้ำจะข้นเป็นครีมเลยครั
ผักเคียงใช้ผักบุ้งลวกน้ำอย่างเ ดียวครับเมื่อก่อนใช้ผัดน้ำมันแ ล้วมันดำ เลยเปลี่ยนเป็นต้มให้สุกแล้วแช่ น้ำเย็นครับ สีเขียวดีและลดไขมันไปหน่อยนึงค รับ
Quote
 
 
+1 #57 numpik-it.com 2011-08-14 22:49
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
Quote
 
 
#58 พิม Enya 2011-08-16 15:35
คุณรุ่ง .... เมื่อก่อนที่บ้านพิมก็นาน ๆ ทำทีเหมือนกันค่ะ ปีนึงหนสองหนไม่เกินนี้ เพราะวิธีการทำยุ่งยากมากเลย

พิมลองไปถามแม่ดู แม่ก็บอกว่าสมัยก่อนแถวบ้านบางบ ้านเค้าก็ใช้ปลาช่อนที่จับได้ตา มท้องไร่ท้องนามาแทนกุ้งเหมือนก ันอ่ะค่ะ

ส่วน...ส่วนผสมในแต่ละสูตรและวิธีการทำ ในแต่ละสูตรก็แตกต่างกันออกไป บางบ้านใส่ข่าใส่ตะไคร้ก็มีค่ะ บางบ้านผสมเสร็จแล้วเอาไปต้มอีก ทีก็มี คงจะแล้วแต่พื้นที่จริง ๆ

ป.ล. ผักบุ้ง พิมก็เปลี่ยนมาใช้ต้มสุกแล้วแช่ น้ำเย็นเหมือนกันค่ะ
Quote
 
 
#59 damajam 2011-09-17 13:03
:P อ่านแล้วรู้สึกว่า สิ่งดี ดี ยังมีอยู่ และคนดี ดี ไม่หวงวิชาก็ยังมีทำให้คนที่ไม่ รู้ ก็ได้รู้ และรู้อย่างละเอียด ถือว่าหายากในสังคนยุคนี้ ที่มีแต่.........หลักสูตรละเท่านั้น เท่านี้ น้องพิม พี่ขอให้น้องพิมมีความสุขความเจ ริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น พี่ชื่นชอบมากค่ะ ที่ยังมีน้องพิมในวันนี้
Quote
 
 
#60 พิม Enya 2011-09-20 20:25
พี่ damajam ค่ะ ... พิมไม่หวงหรอกค่ะสูตร ทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งอะไรท ี่ทำขาย อย่างน้ำพริกมะขาม น้ำพริกเผา หรือแม้กระทั่งน้ำพริกขนมจีนแบบ นี้ พิมก็บอกอ่ะค่ะ

พิมอยากให้คนได้ทำเป็นมากกว่า แอบคิดว่าวันไหนเกิดเราเป็นอะไร ไป อย่างน้อยก็มีคนอื่นทำได้ อิอิ
Quote
 
 
#61 jardee 2011-09-21 14:32
คุณพิมคะ ขอโทษที่เพิ่งจะมาเขียนค่ะ พอดีเพิ่งได้เข้ามาอ่าน
พี่มีความเห็นแบบเดียวกับคุณบุษ บาเลยค่ะ
สูตรนี้ เหมือนสูตรดั้งเดิมที่บ้านพี่ทำ มาไม่รู้กี่รุ่นแล้ว คาดว่าจะมาหมดสิ้นที่พวกพี่นี่แ หละค่ะ แต่น้องพี่เป็นเฃฟ แม่เคยสอนแล้ว จะลองบังคับให้มันทำอีกดีกว่า
แม่บอกว่าที่เรียกว่าน้ำพริกเพร าะเป็นการตำเครื่องและปรุงผสมนอ กเตา เหมือนเราตำน้ำพริก ของที่บ้านจะเป็นถั่วทองคั่ว (เดี๋ยวนี้ไม่เห็นตามร้านเขาทำแ บบนี้กันแล้ว) ใช้น้ำส้มซ่าด้วย ส่วนเหมือด จะเน้นถั่วพู กับหัวปลี แต่พวกเราเด็กรุ่นใหม่ขอผักกระฉ ดด้วย ส่วนเครื่องทอดที่โบราณมีสารพัด ผัก หรือกุ้งทอด เราก็ไม่ค่อยเน้น เพราะมันเลี่ยน (พี่แอบซื้อกุ้งฝอยทอดเป็นแพมาแ นมด้วย)
ดีใจมากๆ ที่ยังมีผู้รู้สูตรโบราณของไทยเ ราอย่างน้องพิมจ้ะ
Quote
 
 
#62 หมูหมี 2011-09-26 19:26
ขอบคุรสำหรับสูตรคะ
Quote
 
 
#63 หมูหมี 2011-09-26 19:27
ขอบคุณสำหรับสูตรคะ
Quote
 
 
#64 ตุ๋ม 2011-09-26 19:36
คุณพิมคะสูตรข้างบนนี้สำหรับทาน กี่คนคะ. กำลังหาสูตรขนมจีนน้ำยา สำหรับแขกจริงๆนะคะ20คน. อาจจะทำน้ำพริกสูตรคุณพิมแทนถ้า ทานได้. 20คนนะคะ
Quote
 
 
#65 พิม Enya 2011-09-30 16:46
พี่ jardee ค่ะ ... จริงๆ เมื่อก่อนสมัยวัยรุ่นพิมก็ไม่ค่ อยได้ใส่ใจอาหารพวกนี้เท่าไหร่เ ลยค่ะ คิดอย่างเดียวว่ามีแม่ทำให้กินก ็โอเคอยู่แล้ว แต่พอวันเวลาผ่านไปถึงคิดได้ว่า การเรียนรู้วิธีทำของพวกนี้ไว้ ก็ไม่เสียหายอ่ะค่ะ ก็เลยลองฝึกลองทำ ตอนนี้ถ้าพิมทำเอง..ทำออกมาก็เหมือน ๆ ที่แม่ทำเลยค่ะ (แม่บอก ^^)


ส่วนผักเหมือด ปกติที่บ้านพิมกินกับผักบุ้ง หัวปลี เป็นหลักค่ะ แล้วก็มีผักทอดบ้าง แต่น้อย แต่ปัจจุบันกินกับผักกระเฉดก็อร ่อยเน๊าะค่ะ ^^
Quote
 
 
#66 พิม Enya 2011-09-30 16:48
คุณตุ๋ม .... เอ... ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทานได้กี่ค น ไม่เคยตวงเลยค่ะ :-)

ยังไงคุณตุ๋มลองทำสักส่วนนึงดูก ่อน แล้วลองกะว่าทานได้กี่คน (คนนึงจะใช้น้ำพริกประมาณเกือบๆ 200 กรัมต่อขนมจีน 130-150 กรัม) แล้ววันทำจริงค่อยเพิ่มเอานะคะ
Quote
 
 
#67 นัดดา 2011-10-11 19:20
ทำเหมือนที่บ้านเลยค่ะ
แต่อาจจมีบางขึ้นตอนที่ไม่เหมือ นกัน
Quote
 
 
#68 พิม Enya 2011-10-11 21:15
@นัดดา ..... อาหารอย่างเดียวกัน แต่ต่างพื้นที่กัน พิมว่าวิธีทำบางขั้นตอนก็ย่อมแต กต่างกันน่ะค่ะ แต่ที่แน่ ๆ เชื่อว่าออกมาแล้วอร่อยเหมือนกั นค่ะ :roll:
Quote
 
 
#69 อี้ต 2011-10-22 16:08
ตอนนี้ท้องอ่อนๆค่ะ เลยพออยากกินอะไรก็จะต้องกิน ไม่อย่างนั้นก็ไม่หายอยาก ชอบขนมจีนน้ำพริกมากและหาอร่อยๆ กินยาก จำไม่ได้ว่ากินที่อร่อยและถูกใจ ครั้งสุดท้ายเมื่อใหร่ แต่ที่แน่ๆเป็นเมื่อครั้งที่ยาย ยังมีชีวิตอยู่เมื่อหลายปีก่อน เสียดายที่ไม่มีโอกาศได้เรียนสู ตรไว้ อ่านสูตรครัวบ้านพิมแล้วรู้สึกว ่าทำแล้วต้องอร่อยแน่นอน เช้าพรุ่งนี้จะไปตลาดแต่เช้า และกะจะทำหม้อใหญ่เลย จะได้กินกันได้หลายคน เสียดายที่คงหาผักเคียงได้ไม่คร บเหมือนในเมืองไทยเรา แล้วจะมารายงานว่ากินไปกี่จานค่ ะ ขอบคุณที่ไม่หวงสุตรนะคะ
Quote
 
 
#70 พิม Enya 2011-10-25 22:17
คุณอี๊ต .... ได้ลองทำหรือยังค่ะ ถูกปากไหม :roll:
Quote
 
 
#71 lada 2011-12-03 16:32
น่าทานมากเลยค่ะเป็นของโปรดของค รอบครัวพี่เลยแต่ยังไม่เคยทำเอง เลยต้องลองทำแล้วได้สูตรดีดีแบบ นี้
Quote
 
 
#72 พิม Enya 2011-12-06 13:31
คุณ lada .... ลองทำดูค่ะพี่ สูตรนี้พิมทำขายทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 20 กว่ากิโล ขายดีมากเลยค่ะ :roll:
Quote
 
 
#73 Grace 2012-01-06 10:42
เด็กๆ จำได้ว่าผู้ใหญ่กินขนมจีนน้ำยา หรือน้ำยาผสมน้ำพริก พวกเราเด็กๆ กินขนมจีนน้ำพริกค่ะ อร่อย มันถั่วดีค่ะ แล้วก็ข้นติดเส้นด้วย
Quote
 
 
#74 neddao 2012-01-06 22:49
วันนี้คุยกับน้องสาวว่าอยากลองท ำขนมจีนน้ำพริกดู
เพราะเดี๋ยวนี้ซื้อกินไม่ค่อยอร ่อยเหมือนเมื่อก่อน
มาเจอสูตรน้องพิม ก็จะลองไปทำดู ขอบคุณสำหรับสูตรค่ะ
Quote
 
 
#75 Patric 2012-01-07 12:39
ขนมจีนน้ำพริก มีผักกระเฉด ใบผักบุ้งทอดกรอบ หัวปลีสด พริกชี้ฟ้าทอด เป็นเครื่องเคียงด้วยใช่ไหมครับ
ร้านอยู่ที่ไหนครับ... :-)
Quote
 
 
#76 areesaohai 2012-01-07 13:47
ทำเหมือนแม่ที่บ้านทำเลย
เคยพยายามทำแล้ว ไม่อร่อยเท่าแม่เลย
ที่บ้านใส่มะนาวซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ด้วยค่ะ
Quote
 
 
#77 พิม Enya 2012-01-12 20:46
น้องเกรซ .... ลูกค้าพี่ก็ชอบสั่งแบบผสมนะ แต่พี่อ่ะ ชอบแบบน้ำยาใครก็น้ำยามันมากกว่ า อิอิ
Quote
 
 
#78 พิม Enya 2012-01-12 20:46
พี่ neddao ค่ะ .... สูตรนี้พิมรับรองว่าอร่อยค่ะ อยากให้ลองทำดู :roll:
Quote
 
 
#79 พิม Enya 2012-01-12 20:47
คุณ patric ..... พิมไม่ได้เปิดร้านค่ะ แต่ว่าทำขายอยู่เกือบจะทุกวันอา ทิตย์ที่ตลาดนัดตอนเช้าวันอาทิต ย์ 07.00-09.00 น. ในซอยลาดพร้าว 87 .. ถ้าไม่ไกล แวะมาชิมได้นะคะ

ป.ล. ผักเคียงที่พิมทำสำหรับขายมีแค่ หัวปลี กระเฉด แล้วก็ผักบุ้งลวกเท่านั้นค่ะ ไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ เพราะขายแค่ชุดละ 30 บาทเองอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#80 พิม Enya 2012-01-12 20:49
คุณ areesaohai .... ใส่มะนาวชิ้นเล็ก ๆ ด้วยเหรอค่ะ ท่าทางน่าอร่อย ไว้วันหลังพิมจะลองทำดูบ้างค่ะ
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh