Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

บะหมี่-สะโพกไก่อบซอสแดง

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-01.JPG

เมื่อวานไปค้นๆ ตู้เย็น เจอเนื้อสัตว์หลากหลายชนิดอยู่ในตู้ค่ะ หนึ่งในนั้นก็คือน่องไก่ติดสะโพกที่ซื้อมาจากตลาดสดแถวบ้านเมื่อวันก่อน แถมยังมีบะหมี่ที่เหลือจากทำบะหมี่ไก่ตุ๋นอาทิตย์ก่อน ก็เลยปิ๊งไอเดียทำบะหมี่น่องไก่อบซอสแดงดีกว่าค่ะ ^^

เมนูนี้เนี่ย .... เริ่มต้นมาจากมีอยู่วันนึง พิมอยากกินน่องไก่อบซอสมะเขือเทศค่ะ  (คือเห็นที่ตลาดอ่ะค่ะ แต่ไม่อยากซื้อ เลยต้องมาทำกินเองอ่ะ)  ซึ่งปกติเจ้าเมนูนี้เนี่ยมันก็จะต้องออกรสหวานๆ เปรี้ยวๆ ใช่ไหมค่ะ ?  แต่ทีนี้คุณสามีพิมเค้าไม่กินอาหารคาวที่มีรสหวานนำค่ะ  (จริง ๆ พิมก็ไม่ชอบเหมือนกันนะ ยกเว้นบางอย่างที่มันควรจะมีหวานบ้างอ่ะ)  ก็เลยต้องปรับตรงโน้นเปลี่ยนตรงนี้ ลดไอ้นี่ เอาไอ้นี่มาใส่ เพื่อให้มันมีรสหวานน้อยลง และมีรส+กลิ่นอื่น (ที่ชวนให้กิน) มาแทนที่อ่ะค่ะ   ซึ่งเท่าที่ลองๆ ทำดู ... ที่ผ่านมาก็โอเคนะคะ

และตอนที่พิมทำเมนูนี้แรกๆ เนี่ย พิมก็เอามากินแค่เป็นกับข้าว กินกับข้าวสวยร้อนๆ แอ้มด้วยผักสดๆ แช่เย็นกรอบ ๆ ซะหน่อย ก็อร่อยใช้ได้แล้วค่ะ  แต่ทว่าคุณสามีพิมอีกแหละ ที่เค้าชอบกินเส้น (โดยเฉพาะบะหมี่ กับเส้นกลมๆ) มากกว่าข้าว  เพราะงั้นพิมก็เลยต้องปรับเปลี่ยนรสชาติอีกนิดนึง เพื่อที่จะให้เอามากินกับบะหมี่แล้วมันเข้ากันมากขึ้น ... ในที่สุดก็ออกมาเป็นแบบนี้แหละค่ะ  (ฟังดูเหมือนใช้เวลานานนะคะกว่าจะได้สูตรนี้มา แต่จริง ๆ แล้ว ไม่กี่เดือนหรอกค่ะ  แถมทำเดือนละครั้งสองครั้งเองค่ะ ^^")

ตามธรรมเนียม ... ก่อนจะดูสูตรกับวิธีทำ ก็ดูหน้าตากันก่อนนะคะ ........... ในภาพด้านล่างนี่เป็นแบบยังไม่ได้ราดซอสแดงค่ะ  (ยังไม่ได้ราดซอสก็หน้าตาพอใช้ได้แล้วน๊าาา .... ชมตัวเองสุดฤทธิ์ ฮ่ะๆ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-07.JPG

ภาพต่อมานี่ ก็เป็นแบบราดซอสแดงแล้วนะคะ  (ราดมากรากน้อย อันนี้แล้วแต่ความชอบ)  ... ตัวซอสดูเผินๆ จะคล้ายน้ำราดข้าวหมูแดง  แต่ว่าเป็นคนละรส คนละกลิ่นกันเลยค่ะ  อันนี้จะออกไปทางกึ่งฝรั่งกึ่งจีนหน่อยๆ  (คือพิมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่ามันจะไปทางไหนดี >_<")

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-06.JPG

อีกสักภาพนะคะ ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-02.JPG

ดูหน้าตาไปแล้ว ก็มาดูส่วนผสมกับวิธีทำกันค่ะ .......... ซึ่งก็จะมี  (เยอะหน่อยนะคะ)

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

- น่องติดสะโพก 3 ชิ้น  .......... (แต่วันนี้พิมมีแค่ 2 เลยขอเพิ่มอกไก่ไปแทนอีก 1)
- ผงพะโล้ 1 ชต.
- ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วย  กับอีก 3 ชต.
- กระเทียมสับ 1 ชต.
- ขิงแก่สับ 1 ชต.
- พริกไทยป่น 2 ชช.
- น้ำมันงา 1 ชต.
- เหล้าจีน 1 1/2 ชต.
- ซอสปรุงรส 2 ชต.
- ซีอิ๊วขาว 2 ชต. ........... (ลืมเอามาถ่ายรูปด้วยจ๊ะ)
- น้ำมันหอย 3 ชต.   ........... (แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 2 ชต. กับ 1 ชต. )
- น้ำซุป 1 1/2 ถ้วย .......... (อันนี้ก็ลืมเอามาถ่ายรูปนะคะ)
- น้ำสะอาด 5 ชต. .......... (แบ่งไว้ผสมแป้ง 2 ชต. และไว้ผสมกับเครื่องปรุงเพื่อหมักไก่ 3 ชต)
- น้ำตาลทรายแดง 2-3 ชต. .......... (แบ่งไว้ 2 ส่วน คือ 1 ชต. กับอีก 1-2 ชต.)
- แป้งข้าวโพด 1 ชต.

- กระเทียมไทยปอกเปลือกแข็งๆ ออก สับหยาบ 4 ชต.
- น้ำมันสำหรับเจียวกระเทียม 1/2 ถ้วย
- บะหมี่แบบที่ชอบ 1-2 ห่อ
- ผักกวางตุ้งไทย / กวางตุ้งไต้หวัน / คะน้า / คะน้าฮ่องกง ประมาณ 1/2 - 1  กิโล

ป.ล. สัดส่วนของซีอิ๊วขาวและน้ำตาล อาจจะต้องเพิ่มหรือลดจากในสูตร ... ขึ้นอยู่กับซอสมะเขือเทศที่ใช้ ว่ามีรสไปในทางใด  ถ้าเปรี้ยวมาก เราอาจจะต้องเพิ่มปริมาณส่วนผสมทั้งสองอย่าง  แต่ถ้าออกหวานนำ เราอาจจะต้องลดน้ำตาลลง ... ประมาณนี้อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-12.JPG

:: รายละเอียดส่วนผสมและขั้นตอนการทำ ::

อันดับแรก..ก็มาดูที่ไก่กันก่อนนะคะ ซึ่งไก่เนี่ย....โดยปกติพิมจะใช้น่องไก่ หรือไม่ก็น่องติดสะโพกค่ะ (เพราะว่าคุณสามีชอบ แล้วมันก็มีหนังด้วย ^^")  หากเพื่อนๆ ไม่มีไก่ส่วนนี้ อาจจะใช้น่องอย่างเดียวสะโพกอย่างเดียว หรือจะเป็นอกไก่ก็ได้ค่ะ  (แต่ถ้าเป็นเนื้อส่วนอก พออบเสร็จแล้วมันจะแห้งๆ หน่อยนะคะ)

ก็เอาไก่ที่เราซื้อมาเนี่ย ไปทำความสะอาดด้วยการถอนขนอ่อนๆ ที่ติดมาทิ้งไปนะคะ (ถ้ามี) ถอนเสร็จ ก็เอาไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วก็พักใส่ตะกร้าโปร่งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ... พอสะเด็ดน้ำดีก็เอามาบั้งไว้ด้านละสัก 2 รอย  (ชิ้นนึงจะมี 4 รอย)  แล้วก็พักเอาไว้ก่อนค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-18.JPG
http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-22.jpg

ต่อมาก็มาดูที่ ซอสมะเขือเทศ .... ซอสมะเขือเทศนี่ ให้เราเลือกใช้ยี่ห้อที่ชอบนะคะ  โดยตวงซอสมะเขือเทศไว้ 2 ส่วนด้วยกัน  ส่วนนึง = 1/2 ถ้วย อีกส่วน 3 ชต. อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-13.JPG

ต่อมาก็เป็นกระเทียม กับขิงแก่  ... สองอย่างนี้ให้ล้างน้ำ ซับด้วยผ้าให้แห้ง ปอกเปลือกออกแล้วก็เอามาสับหยาบ ๆ นะคะ   (ขิงต้องใช้ขิงแก่เท่านั้ันนะคะ  ถ้าเป็นขิงอ่อน มันจะไม่ได้ความหอมและก็ความเผ็ดอ่ะค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-14.JPG

ส่วนนี่ก็ผงพะโล้ กับพริกไทยป่นหยาบๆ นะคะ ..... ผงพะโล้หาซื้อเอาตามยี่ห้อที่ชอบได้เลยค่ะ  (พิมใช้ยี่ห้อโบว์แดง เพราะแถวบ้านมีขายแต่ยี่ห้อนี้ >_<")  ส่วนพริกไทย พิมใช้พริกไทยดำ (ที่บ้านปลูกเองค่ะ)  คั่วพอหอมแล้วเอามาโขลกด้วยครก ให้พอหยาบๆ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-15.JPG

และนี่ก็แป้งข้าวโพดกับน้ำตาลทรายแดงนะคะ .... แป้งข้าวโพดเราใช้ไม่เยอะค่ะ  แค่ 1 ชต. เอาไว้พอทำให้น้ำซอสมันข้น   ส่วนน้ำตาลทรายแดง จะใช้แบบละเอียดหรือแบบหยาบได้ทั้งสองอย่างนะคะ  หรือถ้าไม่มีจริงๆ ใช้น้ำตาลทรายแบบไม่ขัดสีแทนก็ได้ค่ะ  หรือถ้าไม่มีจริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง ใช้น้ำตาลทรายแทนได้ค่ะ  แต่ว่ากลิ่นจะไม่ค่อยหอมเท่านะคะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-16.JPG

และสุดท้ายนี่ก็เป็นบรรดาเครื่องปรุงรส + ปรุงกลิ่นต่างๆ อ่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันงา (พิมใช้น้ำมันงา 100% นะคะ หากเพื่อนๆ ใช้น้ำมันงาผสม อาจจะต้องเพิ่มปริมาณน้ำมันงาอีกหน่อย)  ซอสปรุงรส น้ำมันหอย เหล้าจีน และก็น้ำสะอาด

ป.ล. น้ำซุปกับซีอิ๊วขาว ลืมหยิบมาถ่ายรูปค่ะ >_<"

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-17.JPG

เมื่อดูส่วนผสมและเครื่องปรุงกันไปแล้ว ก็มาลงมือทำดีกว่าค่ะ หิวแหละ >_<"

เริ่มต้นก็เอาขิง + พริกไทยป่น + ซอสมะเขือ (1/2 ถ้วย) + น้ำตาลทรายแดง (1 ชต.) + น้ำมันหอย  (2 ชต.) + เหล้าจีน + น้ำมันงา + ซอสปรุงรส + น้ำมันหอย + น้ำสะอาด 3 ชต.  .... ใส่รวมในกาละมังใบย่อมๆ นะคะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-19.jpg
http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-20.jpg

พอใส่ทั้งหมดลงไปแล้ว ก็ใช้ทัพพีคน ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายแดงละลายหมด

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-21.JPG

แล้วก็เอาไก่ที่เราเตรียมไว้ใส่ลงไปในกาละมังซอส  คลุกเคล้าไก่ให้เข้ากับซอสทั่วทั้งชิ้น  .... จากนั้นก็หมักไว้ 2 ชม. เป็นอย่างต่ำ  (หมักไว้ในอุณหภูมิห้องนี่แหละ ไม่ต้องเข้าตู้เย็นค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-23.jpg

พอครบ 2 ชม. ผ่านไป เราก็จะได้ไก่ที่หมักแล้วหน้าตาประมาณนี้นะคะ  .... (ดูไม่แตกต่างจากภาพบนเลย >_<")

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-25.JPG

จากนั้นก็ให้เราตักเอาเฉพาะไก่  (จะใช้ทัพพีตัก หรือใช้คีมคีบเอาก็ได้) วางใส่ถาดที่เราจะใช้อบไก่ค่ะ   ... ซึ่งด้วยความที่พิมไม่อยากให้จานที่ใช้อบมันเลอะมากนัก พิมก็เลยเอาฟอยด์รองก่อนชั้นนึง แล้วค่อยวางไก่ลงไปน่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-26.JPG

แล้วเราก็เอาไก่เข้าไปอบในเตาอบ (ไม่ใช่ไมโครเวฟนะคะ)  โดยอบไฟ 150 องศาซี  (ต้องวอร์มเตาให้ร้อนก่อน) ประมาณ 30-40 นาที  (ขึ้นกับขนาดชิ้นไก่ของเรา)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-240.JPG

และพอ 40 นาทีผ่านไป .... ไก่อบซอสแดงของพิมก็ออกมาหน้าตาประมาณนี้ล่ะค่ะ (น่ากินไหม ^^)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-27.JPG

เคล็ดลับการอบไก่ให้ออกมาดูหน้าตาชุ่มชื้นแบบนี้ก็คือ  พอเอาไก่ออกมาจากเตาแล้ว ขณะที่ไก่ยังร้อนมากอยู่  ให้รีบตักน้ำหมักที่อยู่ในถาดอบขึ้นมาราดไก่  เนื้อไก่มันก็จะดูดซึมน้ำลงไป ทำให้หนังไก่และเนื้อไก่ไม่แห้งอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-28.JPG

ซึ่งเมื่อเราทำไก่อบเสร็จแล้ว ก็ให้เราพักไก่เอาไว้ก่อนนะคะ (อย่าลืมหาอะไรปิดไก่อบเอาไว้ ไม่งั้นหน้าไก่อบจะแห้ง)  ..... ต่อมาเราก็จะมาทำซอสแดงสำหรับราดไก่กันค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-29.JPG

ด้วยการเอาซอสที่เราเหลือจากการหมักไก่เมื่อสักครู่นี้มาเป็นตัวต้น  แล้วก็เติมน้ำซุปหรือน้ำสะอาดลงไป   และก็คน ๆ ให้ซอสกับน้ำเข้ากันดี  (อย่าลืมเอาน้ำล้างข้างๆ ด้านในกาละมังด้วยนะคะ ^^)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-30.jpg

พอน้ำกับซอสเข้ากับดีแล้วก็เททั้งหมดใส่หม้อ (เพื่อจะตั้งไฟ)  แล้วก็เติมซอสมะเขือเทศที่เหลือ (3 ชต.) กับน้ำมันหอยที่เหลือ (1 ชต.) ลงไป

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-31.jpg

... คนให้เข้ากันอีกที

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-32.JPG

แล้วก็เอาหม้อซอสขึ้นตั้งไฟค่ะ (ใช้ไฟอ่อน แต่ไม่ต้องอ่อนมาก)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-34.JPG

รอจนซอสเดือด ก็ทำการชิมรสชาติดูค่ะ ว่าออกรสไปทางไหน เปรี้ยวหรือหวาน  ... หากเปรี้ยวมากไป ให้เติมซีอิ๊วขาวกับน้ำตาลทรายแดง (ที่เราเตรียมไว้) เพิ่มนะคะ  ส่วนจะเติมมากหรือน้อยแค่ไหน อันนี้ขึ้นกับรสชาติที่เป็นอยู่ + รสชาติที่เพื่อน ๆ ชอบอ่ะค่ะ   ซึ่งของพิมเนี่ย.. พิมก็เติมน้ำตาลทรายแดงไปประมาณ 2 ชต. และก็ซีอิ๊วขาวอีกประมาณ 2 ชต. อ่ะค่ะ    (แต่โอกาสที่จะหวานไปหรือเค็มไป นี่ไม่ค่อยมีนะคะ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-35.JPG

หลังจากเติมเครื่องปรุงเพิ่ม และช่วงระหว่างรอให้ซอสเดือด  ก็ให้เราผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำสะอาดที่เราเตรียมไว้ค่ะ (2 ชต.) .... แล้วก็คนๆ ให้แป้งละลายเข้ากันกับน้ำจนหมด

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-33.jpg

พอซอสเดือดอีกครั้ง .... ก็ให้เราค่อยๆ เทแป้งข้าวโพดที่เราละลายน้ำไว้แล้ว ลงไปเป็นสาย ... แล้วก็ให้ทัพพีคน ๆ ให้เข้ากัน

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-36.JPG

รอจนซอสเดือดอีกครั้ง (จะรู้สึกว่าซอสข้นขึ้นกว่าเดิม) ก็เป็นอันว่าใช้ได้ .. ปิดไฟเตา ยกหม้อซอสลงได้เลยค่ะ

ป.ล. ตัวซอสจะออกรสเปรี้ยวนำหวาน (แต่ไม่เปรี้ยวมาก) มีกลิ่นน้ำมันงา กลิ่นเหล้าจีน ผสมกับกลิ่นขิงและกระเทียม ... ออกไปในทางจีนหน่อยๆ อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-38.JPG

หลังจากเตรียมไก่ เตรียมซอสเสร็จ  ... ต่อมาเราก็จะมาเตรียมผักกับเส้นกันนะคะ  ... ซึ่งพิมจะขอเตรียมเส้นก่อนล่ะกันจ้า

สำหรับเส้นเนี่ย ....พิมเลือกใช้เส้นบะหมี่ชนิดกลมนะคะ (แบบแบนก็อร่อยค่ะ แต่หาซื้อแถวบ้านพิมไม่ได้)  แต่ก่อนจะลวกบะหมี่ เราก็จะต้องมาเตรียมกระเทียมเจียว และน้ำมันกระเทียมเจียวสำหรับคลุกเส้นบะหมี่กันก่อนค่ะ ..... โดยพิมใช้กระเทียมไทยนะคะ ปอกเปลือกแข็งๆ ออก เอามาบดหยาบๆ  แล้วก็นำไปเจียวในกระทะที่มีน้ำมันเยอะหน่อย  (เพราะเราจะต้องใช้น้ำมันในการคลุกเคล้าเส้นบะหมี่)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-39.jpg

พอกระเทียมเริ่มเหลืองสัก 80%  ก็ปิดไฟเตา  ตักเฉพาะกระเทียมเจียวใส่ถ้วยเอาไว้ถ้วยนึง และน้ำมันกระเทียมเจียวก็ใส่ไว้ในถ้วยอีกใบนึงค่ะ

ป.ล. เหตุที่เราไม่ใส่ทั้งน้ำมันกระเทียมเจียวและกระเทียมเจียวไว้ในถ้วยเดียวกัน  เพราะความร้อนของน้ำมันที่ยังหลงเหลืออยู่ (หลังจากปิดไฟเตา) อาจจะทำให้กระเทียมที่อยู่ในถ้วย เหลืองเกรียมขึ้นได้อีก จนอาจจะทำให้กระเทียมเจียวบางส่วนไหม้และมีรสขมอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-40.JPG
http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-41.JPG

จากนั้น .... ในกระทะใบเดิม - ไม่ต้องล้างกระทะ  (หลังจากเราตักน้ำมันและกระเทียมเจียวขึ้นหมดแล้ว)  ก็ให้เราเติมน้ำสะอาดลงไปเยอะหน่อย และก็จุดไฟเตาอีกรอบ (เพื่อจะให้น้ำร้อน+เดือด)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-43.JPG

ระหว่างรอน้ำในกระทะ/หม้อเดือด เราก็จะมาจัดการผักกันค่ะ ... โดยผักเนี่ย เราสามารถใช้ได้ทั้งกวางตุ้งดอก กวางตุ้งใบ กวางตุ้งไต้หวัน หรือแม้กระทั่งคะน้า คะน้าฮ่องกง  หรือถ้าไม่มี ไม่ชอบผักที่พิมบอกเลยสักอย่าง จะใช้กะหล่ำปลีที่มีรสหวานๆ หน่อยก็ได้ค่ะ

โดยให้เราเอาผักที่เราจะใช้ไปล้างให้สะอาด พอสะอาดดีแล้ว ก็นำมาหั่นเป็นท่อนสั้นๆ แบบในภาพอ่ะค่ะ  (หากใบผักใหญ่หน่อย ก็อย่าลืมหั่นครึ่งกลางใบ ให้มันเล็กลงด้วยนะคะ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-62.JPG

แล้วพอน้ำเดือดดี  (ไฟแรง) ก็จัดการเทผักทั้งหมดใส่ลงไปเลยค่ะ  กด ๆ ผักให้จมน้ำหน่อยนึง และนับ 1-5 ในใจ  พอครบ 5 ก็ช้อนผักด้วยกระชอนโปร่งๆ ขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำเลยค่ะ  (ไม่ต้องปิดไฟเตา เพราะเดี๋ยวเราจะลวกเส้นบะหมี่กันต่อ)

ป.ล. ผักเนี่ย ... จะลวกทีเดียว หรือลวกแค่พอกินก่อนก็ได้ค่ะ  (แต่พิมลวกทีเดียวเลย)
ป.ล. วิธีทำให้ผักมีสีสดหลังจากลวกแล้ว  นอกจากการเอาไปแช่ในน้ำเย็นจัดหลังลวก  อีกวิธีก็คือ ใส่น้ำมันลงไปสักหน่อยในน้ำลวกผักค่ะ  ซึ่งเหตุที่พิมใช้กระทะใบเดิมที่มีน้ำมันหลงเหลืออยู่นิดหน่อยจากการเจียวกระเทียมในการลวกผัก (โดยไม่ล้าง) ก็เพราะเหตุผลนี้แหละค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-44.jpg
http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-45.JPG

ลวกกวางตุ้งเสร็จ อันดับต่อไปเราก็จะมาลวกเส้นกันนะคะ ... ซึ่งอย่างที่บอก วันนี้พิมใช้เส้นบะหมี่แบบกลมอ่ะค่ะ ก็เอาเส้นบะหมี่มาคลี่ๆ ให้มันกระจายตัวเป็นแบบนี้ก่อนนะคะ  .. (ในภาพด้านล่างนี่คือ บะหมี่ครึ่งถุง)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-42.JPG

จากนั้นก็รอให้น้ำในกระทะ/หม้อเดือด ... พอน้ำเดือดจัด ก็ใส่บะหมี่ทั้งหมดลงไปเลยค่ะ  (พิมลวกทีละครึ่งถุง)  ..... แล้วก็นับ 1 - 30 ในใจ (ประมาณ 30 วิ)  พอครบ 30 ก็เอากระชอนโปร่ง ๆ ช้อนบะหมี่ขึ้น และสลัดสะบัดสักนิดเพื่อให้เส้นบะหมี่สะเด็ดน้ำนะคะ

ป.ล. ปริมาณบะหมี่ที่ลวกในแต่ละครั้ง ขึ้นกับความต้องการของแต่ละคนนะคะ และก็ขึ้นกับปริมาณน้ำในภาชนะที่จะใช้ลวกด้วยอ่ะค่ะ
ป.ล. เวลาที่ใช้ลวก  ขึ้นกับเส้นบะหมี่ + ความร้อนของน้ำ + ปริมาณน้ำนะคะ .... บางยี่ห้อ ลวกแค่ 20 วิ ก็พอ แต่บางยี่ห้ออาจจะต้องลวกถึง 40 วิ ก็มีอ่ะค่ะ  หากยังไม่แน่ใจว่าบะหมี่ของตัวเองจะใช้เวลาลวกเท่าไหร่ถึงจะดี  ก็ลองลวกทีละน้อยๆ ก่อนนะคะ  เพราะหากลวกแล้วเสร็จแข็งไป เวลากินก็ไม่อร่อย  หากลวกแล้วเส้นนิ่มไป  เวลากินก็จะแหยะๆ เละๆ อีกอ่ะค่ะ >_<"

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-46.jpg

และเมื่อบะหมี่สะเด็ดน้ำดีแล้ว  ให้เราเอาเส้นบะหมี่ใส่กาละมังใบย่อมๆ สักใบ (ที่ทนความร้อนได้)  และใส่น้ำมันกระเทียมเจียว (บะหมี่ครึ่งถุง พิมใส่น้ำมันกระเทียมเจียวประมาณ 2 ชต.) กับกระเทียมเจียวตามลงไป ......... แล้วคลุกเคล้าเส้นบะหมี่กับน้ำมันกระเทียมเจียวให้เข้ากันดี ด้วยส้อมหรือไม่ก็ตะเกียบอ่ะค่ะ  (ใช้ตะเกียบจะง่ายกว่า)

ป.ล. คลุกเส้นด้วยน้ำมันกระเทียมเจียว เพื่อให้เส้นไม่ติดกัน และมีกลิ่นหอม

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-47.jpg

และเมื่อเราเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย (ใช้เวลานานมากๆ >_<") ........ ก็ถึงเวลากินของเราล่ะค่า  (หิวมากมายเลย T__T)  ...  เริ่มด้วยการเอาผักกวางตุ้งที่เราลวกไว้วางที่ก้นจานนะคะ  แล้วก็ตามด้วยเส้นบะหมี่ ... ปริมาณนี่ตามชอบเลยจ้า

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-48.jpg

จากนั้นก็หยิบสะโพกไก่ขึ้นมาชิ้นนึง ....................... (เลือกชิ้นใหญ่ๆ โฮ๊ะๆ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-49.JPG

แล้วก็ทำใช้มีดคมๆ แล่เนื้อสะโพกออกมาให้เป็นชิ้นหนาพอประมาณ  และก็สับเป็นชิ้นพอดีคำค่ะ (แต่ใหญ่ๆ หน่อย)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-50.JPG

แล้วก็วางเนื้อไก่โปะลงไปบนจานบะหมี่ ............. และเราก็จะได้ "บะหมี่ไก่อบซอสแดง" (แบบไม่ราดซอส)  ออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-51.JPG

ซึ่งพิมอยากจะบอกว่าหากใครไม่ชอบราดซอส (ที่เราทำไว้)  จะกินทั้งแบบนี้เลยก็ได้นะคะ  เพราะว่าทั้งตัวเส้นบะหมี่และเนื้อไก่มันก็มีรสชาติอยู่แล้ว ... ประมาณว่าก็โอเคในระดับนึงเลยอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-08.JPG

แต่ถ้าหากเพื่อนๆ อยากให้เส้นกับไก่มันชุ่มๆ  สักกะหน่อย  ก็ให้ราดซอสลงไปแบบนี้เลยนะคะ (ปริมาณซอสนี่มากน้อยตามใจชอบเลยค่ะ)  ... แล้วก็โรยกระเทียมเจียวสักหน่อย ..... อ้อๆ หากใครมีต้นหอมผักชี ก็อย่าลืมใส่ลงไปด้วยนะคะ ^^ (แต่วันนี้พิมไม่จ้า หาซื้อแถวบ้านไม่ได้เลย)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-52.JPG

แล้วเราก็จะได้บะหมี่น่องไก่อบซอสแดง ... ออกมาหน้าตาประมาณนี้ล่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-05.JPG

ขอบอกว่า คุณสามีพิม ... กินไปคนเดียว 3 จานค่ะ  ^_^  ......... (ไม่รู้อร่อย หรือเพราะว่าไม่มีอย่างอื่นให้กิน ฮ่ะๆ)

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-06.JPG

หากเพื่อน ๆ สนใจก็ลองไปทำดูนะคะ เครื่องเคราอาจจะเยอะสักหน่อย  แต่ว่าหากทำแล้วกินไม่หมดในคราวเดียวก็สามารถเก็บใส่ถุง แช่ตู้เย็นไว้กินวันหลังได้อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-04.JPG

แถมท้ายให้ก่อนจะจบเมนูนี้  ... ด้วย "บะหมี่ ซอสน้ำพริกอ่อง" ค่ะ .... รสเด็ดไม่แพ้กัน ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-56.JPG

แล้วเจอกันใหม่เมนูถัดไปนะคะ ^^

http://pim.in.th/images/all-one-dish-food/noodle-and-chicken-in-red-sauce/noodle-and-chicken-in-red-sauce-55.JPG

ป.ล. ไก่อบสูตรนี้ (ไม่ต้องราดซอส) กินกับข้าวก็ใช้ได้นะคะ




Comments 

 
#1 Nathapong 2010-09-09 02:49
น่ากินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ค่ะ พี่พิม

เหมือนร้านดังที่ขายอยู่หลัง ม เลย แต่ของพี่พิมนี่น่ากินกว่าเพราะ ผักดูไม่เหี่ยวแห้งเหมือนที่หลั ง ม อ่ะค่ะ

เป็นอีกเมนูสิ้นคิดเวลาไปหลัง ม เพราะมีช่วงนึงกินเกือบทุกวันตล อด 2 เดือน แล้วมันก็อร่อยมากๆๆๆ =D

แต่อยากลองกินของพี่พิมมากกว่าน ะตอนนี้ :drunk:
Quote
 
 
#2 bio man 2010-09-09 16:58
น่ากินมากเลยคุณพิม แต่เสียได้ไม่มีเตาอบอ่ะ
(อดทำเลยนิ) T_T
Quote
 
 
#3 รัชจ๋า 2010-09-09 22:21
น่ากินมากค่ะคุณพิม เนื้อไก่น่าจะนุ่มดีนะคะ แต่คงจะไม่ได้ลองทำหรอกค่ะเมนูน ี้เพราะแฟนรัชไม่ชอบกินเนื้อไก่ น่ะค่ะ
แล้วที่บ้านก็ไม่มีเตาอบด้วยแหล ะ แอบเสียดายนะเนี่ย.. =_=
Quote
 
 
#4 ป้าไก่ 2010-09-09 22:21
คุณพิมค่ะ ป้าไก่สงสัยเรื่องเตาอบค่ะ วอร์มก่อนยังไงค่ะ ลักษณะของเตาเป็นยังไงอยากทำทาน มั่งค่ะ
ขอบคุณคุณพิมสำหรับความรู้เรื่อ งอาหารและวิธีทำอย่างละเอียด ป้าไก่ต้องการให้Webคุณพิมอยู่อ ย่างนี้
มีทางไหนที่เราจะช่วยกันได้ตามค วามสามารถและกำลังของเราค่ะ
Quote
 
 
#5 พิม Enya 2010-09-10 02:08
น้อง Tam .... ร้านดังหลัง ม. พี่ไม่เคยไปอ่ะ ว่างๆ ถ่ายรูปมาฝากพี่บ้างจิ
(ไว้อีกหน่อยพี่จะรับสั่งทำแล้ว ส่งทางรถทัวร์ อิอิ)

คุณ bio man .... อบในไมโครเวฟก็น่าจะพอไหวนะคะ :notfunny: แต่ว่าอาจจะต้องใช้ภาชนะที่มีฝา ปิด อบให้ไก่สุกก่อน
แล้วพอไก่สุก ก็เปิดฝาภาชนะออก อบต่ออีกนิดให้ผิวด้านนอกเกรียม พอเกรียมหน่อยๆ ก็เอาออกจากเตา
แล้วก็รีบทาน้ำซอส .. น่าจะพอได้อ่ะค่ะ แต่อาจจะไม่เวิร์คเท่าใช้เตาอบน ้อออ
Quote
 
 
#6 พิม Enya 2010-09-10 02:12
คุณรัชจ๋า .... เนื้อไก่นุ่มดีค่ะ ไม่แห้ง ไม่แข็งกระด้างเลย เทคนิคก็อย่างที่พิมบอกไปเลยค่ะ ^^
ว่าแต่ถ้าไม่กินไก่ ลองเปลี่ยนเป็นเนื้อหมูส่วนสันค อ ก็ได้นะคะ
แต่ถ้าไม่มีเตาอบ ลองแบบที่พิมบอกไว้ด้านบนเลยจ้า (อาจจะพอถูไถน๊า)
Quote
 
 
#7 พิม Enya 2010-09-10 02:16
ป้าไก่ค่ะ ..... การวอร์มเตา ก็คือ การทำให้เตาร้อนจนถึงอุณหภูมิที ่เราต้องการก่อนจะเอาอาหารหรือข นมเข้าไปอบอ่ะค่ะ

สมมติอย่างข้างบน พิมบอกว่าให้ใช้อุณหภูมิในการอบ 150 องศาเซลเซียส
ป้าไก่ก็จะต้องปรับปุ่มตั้งอุณห ภูมิไปไว้ที่ 150 องศาเซลเซียส แล้วก็ตั้งเวลาไปสัก 15 นาที
เพื่อวอร์มเตาให้ร้อนซะก่อน (ตอนนี้ยังไม่ต้องใส่อะไรลงไปใน เตาอบ)

แล้วพอเตาอบของเราร้อนจนได้อุณห ภูมิที่เราต้องการ
ก็ค่อยเอาอาหารหรือขนมที่เราจะอ บ ใส่ไปในเตาอ่ะค่ะ แล้วก็ตั้งเวลาไปตามที่เราต้องก าร
(อย่างที่พิมบอกด้านบนก็คือสำหร ับไก่ชิ้นเล็ก 30 นาที สำหรับไก่ชิ้นใหญ่ 40 นาทีอ่ะค่ะ)

ส่วนเรื่องความเมตตาของป้าไก่ที ่มีต่อพิม .... แค่ได้ยินพิมก็ดีใจแล้วค่ะ
แต่ตอนนี้พิมยังไม่มีเรื่องอะไร ให้เครียดค่ะ (อาจจะมีนิดนึง แต่ยังไม่สาหัสสากรรจ์)
แต่หากวันไหนมีเรื่องเครียดมากๆ และต้องการความช่วยเหลือจากเพื่ อนๆ พิมจะรีบป่าวประกาศทันทีเลยค่ะ =)
Quote
 
 
#8 Poo 2010-09-10 08:18
น่าทานมากๆๆๆคะ สีสวย โยนมาหน้าจอ 2 ชามนะคะ แห้ง 1 ชาม น้ำ 1 ชามคะคุณพิม =)
Quote
 
 
#9 Nathapong 2010-09-11 00:15
โอเคค่ะพี่พิม ถ้าบูดนี่ไม่จ่ายตังค์นะ อิอิ =D
Quote
 
 
#10 ติ๊ก 2010-09-11 15:40
พี่พิม ใช้เตาอบยี่ห้ออะไรคะ อยากจะซื้อบ้าง แต่ไม่รู้ว่าแบบไหนดี ช่วยแนะนะหน่อยได้มั๊ยคะ
Quote
 
 
#11 รุ่งอรุณ 2010-09-14 19:16
น่ากินมากๆๆๆ หาบะหมี่ที่ราดซอสแบบนี้ยากเหมื อนกัน แต่เคยไปกินแถวบางกอกโพสต์ อร่อยมากๆ
Quote
 
 
#12 BewanT 2010-09-15 17:59
น่ากินมากๆเลยค่ะ
Quote
 
 
#13 พิม Enya 2010-09-16 00:49
สวัสดีค่ะคุณปู น้อง Tam น้องติ๊ก คุณรุ่งอรุณ และก็คุณบิ๋วจ้า

คุณปู ... miss u มากน๊า เดี๋ยวส่งไปให้อย่างละ 2 เลย =)

น้อง Tam ... งี้ต้องให้จ่ายตังค์ก่อนอ่ะดิ คิคิ

น้องติ๊ก ... พี่ใช้เตาอบยี่ห้อ Prolife กับ Homemate อ่ะจ๊ะ
ตัว Prolife พี่ซื้อมาจาก it-city ใช้คูปองแลกเอาราคาเต็มมันประมา ณ 4.5 พันหรือไงนี่แหละ
ส่วนตัวสองยี่ห้อ Homemate เป็นของวีรสุ ราคาพอ ๆ กัน ตัวเล็กกว่า แต่วัสดุที่ใช้ทำเตาอบดีกว่าอ่ะ
หากน้องติ๊กจะซื้อสักตัว หากงบไม่มาก ลองดูของ otto ก็ได้น๊า

คุณรุ่นอรุณ ... บางกอกโพสต์แถวๆ คลองเตยหรือเปล่าค่ะ ?

คุณบิ๋ว ... โย่ว ดีใจที่เห็นคุณบิ๋วในเวบนี้น๊า =)
Quote
 
 
#14 มะนาว 2010-09-25 22:01
ทดลองทำดูแล้วอร่อยมากกกกก =D
ว่าแต่ใช้สูตรนี้อบเป็ดได้ไม๊ค่
Quote
 
 
#15 ปลา 2010-09-26 21:44
กำลังจะลอกการบ้านพิมอะ คุณแฟนเห็นแล้วชอบนะ แต่แถวนี้ไม่มีเส้นบะหมี่แบบเมื องไทยอะ
ทำไงดีอะพิม เอาเส้นไวไวแทนได้เปล่า :uhh:
Quote
 
 
#16 Guest 2010-10-02 20:16
รู้ละทำไม Dark-Master ถึงไม่ผอมซักที เพราะเจ๊ขุนซะกลมเชียว 555
Quote
 
 
#17 พิม Enya 2010-10-08 23:05
คุณมะนาว ... ทำไปแล้วอร่อย ดีใจด้วยค่า =)

ปลา ... ตกลงตะเองทำหรือยังนะนั่น :nuu:

Anonymous .... นี่ใครอ่า เปิดเผยโฉมหน้ามาซะดี ๆ ไม่งั้นมาบ้านเราคราวหน้า มิให้กินข้าวนะขอบอก ๆ :snooty:
Quote
 
 
#18 Bslerpy 2010-10-20 02:16
:nuu: น่ากินมั่กๆเลยพี่พิม
วันนี้สมัครเปนสมาชิกบ้านพิมแล้
จะติดตามต่อไปนะคะ
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2010-10-22 16:39
น้อง Bslerpy ... ยินดีต้อนรับสู่ครัวชวนกันอ้วน เอ๊ยย ครัวบ้านพิมนะจ๊ะ .... ว่าง ๆ ก็แว๊บเข้ามาดูมาคุยกันบ้าง
วันไหนว่าง ๆ ทำเมนูมาอวดพี่อวดเพื่อนสมาชิกท ่านอื่นบ้างก็ได้น๊า

=)
Quote
 
 
#20 Sutantip Franchi 2011-03-08 04:10
สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ แอมเป็นสมาชิกใหม่ค่ะ
สูตรบะหมี่ไก่อบซอสของคุณพิมพ์อ ร่อยมากๆเลยค่ะ
ทำทานวันนี้เป็นครั้งที่ 2 สามีกับลูก(สามี)ชอบมากค่ะ
ลูกเลี้ยงชมมาว่า "C'était trop bon" :snicker:

ยังมีอีกหลายเมนูที่สนใจ
ขอบคุณมากๆค่ะ ที่มาแบ่งปันให้ความรู้แบบละเีอ ียดๆ
Quote
 
 
#21 พิม Enya 2011-03-08 15:44
คุณแอมค่ะ .... ยินดีต้อนรับค่าคุณแอม และก็ยินดีที่ได้รู้จักกันมากๆ เลยนะคะ
พิมดีใจนะคะที่คุณแอมและก็ที่บ้ านชอบบะหมี่ไก่สูตรนี้อ่ะค่ะ แบบว่าพิมก็ชอบเหมือนกัน ฮี่ๆ

ว่าแต่ C'était trop bon นี่แปลว่าอะไรอ่า (ภาาษาอะไรด้วยอ่ะค่ะ แปลไม่ออก ฮือๆ) T_T
Quote
 
 
#22 Sutantip Franchi 2011-03-24 05:05
ขอโทษนะคะคุณพิมพ์ที่มาตอบช้า

ประโยคที่ว่า แปลว่า "มันอร่อยเหลือเกิน" เป็นภาษาฝรั่งเศสค่ะ

ได้สามีคนฝรั่งเศส ตอนนี้ก็เลยต้องระเห็ดมาอยู่ที่ ฝรั่งเศส
อยากกินอะไรก็ต้องดิ้นรนทำกินเอ ง จะไปซื้อกิน ก็ไม่ได้รสชาดอย่างที่เราชอบ

เมื่อคือทำท็อฟฟี่เค้กสูตรคุณพิ มพ์ด้วย ที่ีบ้านและเพื่อนๆชอบกันทุกคน
บอกอร่อยดีค่ะ ทำกินไม่พอ แจกเค้าด้วย ไม่งั้นกินไม่หมด

คุณพิมพ์ค่ะ ถามนิดนึงว่า ตัวเค้กเนี่ยแอมลดน้ำตาลไป 20 กรัม เป็นเพราะสาเหตุนี้หรือเปล่าคะ รู้สึกว่าเนื้อเค้กมันแห้ง ไม่ชุ่มช่ำเหมือนในรูปของคุณพิม พ์
Quote
 
 
#23 พิม Enya 2011-03-24 20:20
คุณแอมค่ะ .... ไม่เป็นไรค่ะ สะดวกตอนไหนค่อยเข้ามาตอบก็ได้ ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ ^^

เรื่องการลดน้ำตาลจากในสูตรลง .... เป็นปกติค่ะที่จะส่งผลต่อเนื้อเ ค้ก แต่ถ้าไม่มากเกินไปก็ไม่เป็นไร
สาเหตุที่เนื้อเค้กแห้งส่วนนึงอ าจจะไมใช่เพราะการลดน้ำตาลลง แต่อาจจะเพราะไฟแรงเกิน หรือไม่ก็อบนานไป
ลองลดเวลาดูสัก 5 นาทีนะคะ แล้วเช็คว่าสุกไหม ถ้าสุกดีแล้ว ก็เอาออกจากเตาได้เลย
ไม่ต้องรอครบเวลาเหมือนพิมก็ได้ อ่ะค่ะ =)

ป.ล. ไปอยู่ฝรั่งเศสนานแล้วหรือยังค่ ะเนี่ย ถ้ามีโอกาสเอาสูตรอาหารฝรั่งเศส ที่อร่อย ๆ มาฝากพิมบ้างนะคะ =)
Quote
 
 
#24 Sutantip Franchi 2011-03-28 00:18
ขอบคุณค่ะ ไว้ลองทำรอบหน้าจะลดเวลาอบลงสัก 5 นาทีอย่างที่คุณพิมพ์ว่านะคะ

แอมมาอยู่ได้เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ (ขาดไป 2 เดือน อิอิ) ส่วนเรื่องอาหารฝรั่งเศสเนี่ย แอมต้องสารภาพตามตรงว่าไม่ค่อยไ ด้กินสักเท่าไหร่ค่ะ ก็เลยยังไม่เคยเจอที่เค้าว่าอร่ อยนักอร่อยหนา 555 จะให้พูด แอมว่า อาหารไทยนี่แหล่ะค่ะ อร่อยที่สุด แต่สัญญานะคะ ว่าถ้าเจออะไรอร่อยๆ จะเอาสูตรมาฝากค่ะ
Quote
 
 
#25 Aor_sirimon 2011-06-02 08:47
พี่พิมแร้วผงพะโล้นี่ใส่ตอนหมัก เรย หรือว่าใส่่ตอนทำน้ำซอสค่ะ กะลังลองทำดูค่ะ
Quote
 
 
#26 พิม Enya 2011-06-02 22:49
คุณแอมค่ะ ....... จะรอนะค๊าาา ^^
Quote
 
 
#27 พิม Enya 2011-06-02 22:50
น้อง Aor ใส่ตอนหมักเลยจ๊ะ (พี่ลืมเขียนอ่ะน๊า ขอโทษที เดี๋ยวจะกลับไปแก้นะจ๊ะ) :-)
Quote
 
 
#28 จิ๊บ 2011-08-31 03:22
คุณพิมคะไม่มีหรอกค่ะอบเชยกับโป ๊ยกั๊กอ่ะแต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ มีร้านไทยอยู่ที่นั่นมีผงพะโล้อ ยู่ แต่ไกลนานๆ ถึงจะได้ไปอ่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ
Quote
 
 
#29 จิ๊บ 2011-08-31 03:29
คุณพิมสนใจอยากลองทำอาหารฝรั่งเ หรอค่ะ มีอย่างนึงค่ะของโปรดแฟนเลยค่ะถ ้าคุณพิมสนใจก็จะเมลไปให้นะค่
Quote
 
 
#30 พิม Enya 2011-09-03 02:00
คุณจิ๊บ ... พิมอยากลองทำอาหารฝรั่งดูค่ะ ถ้าคุณจิ๊บมีสูตรที่ชอบ พิมรบกวนด้วยนะคะ

.th จ้า

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ :roll:
Quote
 
 
#31 Jibby 2011-10-09 20:39
คุณพิมจิ๊บซื้อเครื่องพะโล้มาแล ้วของโบว์แดงอ่ะค่ะเป็นซองเล็กๆ สงสัยว่าต้มนานเท่าไหร่คะแล้วต้ มเสร็จแล้วใส่ตอนไหนคะไม่มีบอกใ นสูตรค่ะ
Quote
 
 
#32 Jibby 2011-10-11 18:17
คุณพิมลืมถามอีกอย่างถ้าไม่มีแป ้งข้าวโพดใช้แป้งสาลีอเนกประลงค ์แทนได้ไม๊คะ
Quote
 
 
#33 พิม Enya 2011-10-11 20:59
@Jibby .... ใส่ตอนหมักเลยค่ะ พิมใส่รูปผงพะโล้เอาไว้ในภาพด้ว ย แต่ดันลืมเขียนซะนี่ ต้องขอโทษด้วยค่ะ

ส่วนว่าใส่แป้งอเนกแทนแป้งข้าวโ พดได้ไหม พิมขอตอบว่าไม่ดีกว่าค่ะ เพราะลักษณะการข้นของแป้ง 2 ชนิดนี้มันจะต่างกัน แป้งข้าวโพดจะข้นเหนียว ส่วนแป้งอเนกจะข้นเป็นครีมอ่ะค่
Quote
 
 
#34 Jibby 2011-10-28 01:34
คุณพิมคะคุณพิมลืมตอบที่จิ๊บถาม ว่าเครื่องพะโล้ที่จิ๊บซื้อมาอ่ ะค่ะจะต้องทำไงก่อนต้องต้มก่อนห รือเปล่าคะ แล้วต้มนานไม๊คะใส่นำ้เท่าไหร่ค ะช่วยตอบที่นะคะ
แล้วตอนนี้บ้านคุณพิมเป็นไงบ้าง คะ
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2011-11-02 13:58
คุณ Jibby .... ไม่ต้องทำอะไรกับเครื่องพะโล้เล ยค่ะ คือผสมขิง พริกไทย ซอสมะเขือ น้ำตาลทรายแดง น้ำมันหอย เหล้าจีน น้ำมันงา ซอสปรุงรส ผงพะโล้และน้ำสะอาด 3 ชต. รวมกัน แล้วนำไปหมักกับไก่ตามในภาพด้าน บนอ่ะค่ะ

ป.ล. น้ำยังไม่ท่วม แต่ดูจากพื้นที่ที่น้ำท่วมรอบ ๆ แล้ว คิดว่าภายในศุกร์นี้ น้ำคงจะมาถึงบ้านพิมแน่นอนอ่ะค่
Quote
 
 
#36 joyjoy123 2011-12-05 22:13
คุณพิมค่ะรบกวนถามเรื่องเตาอบหน ่อยได้มั๊ยค่ะ,คือว่าที่บ้านมีเ ตาอบแต่ไม่รู้ว่ามันใช้ยังไงค่ะ คือแต่ละยี่ห้อมันน่าจะมีกรรมวิ ธีการใช้คล้ายคลึงกันเลยอยากให้ คุณพิมแนะนำนิสนุงได้มั๊ยค่ะ อิอิ ที่บ้านยี่ห้อ whirlpool(เขียนแบบนี้ป่าวน้อ)ค ่ะ ขอบคุณค่ะ
Quote
 
 
#37 พิม Enya 2011-12-06 13:28
คุณ joyjoy ค่ะ ..... เตาอบปกติที่ใช้อบขนมอบอาหารได้ ส่วนใหญ่มันจะมี 3 ปุ่มปรับหลัก ๆ นะคะ คือ

- ปุ่มตั้งอุณหภูมิ
- ปุ่มตั้งเวลา
- ปุ่มตั้งไฟบนไฟล่าง

ประมาณนี้ล่ะค่ะ ส่วนปุ่มอื่นอาจจะมีเพิ่มเติมไป ตามยี่ห้อและราคาของเตาอบเอง

ซึ่ง 3 ปุ่มนี้ก็ใช้งานตามชื่อปุ่มเลยค ่ะ ซึ่งเวลาจะอบขนมหรืออาหารจะต้อง ตั้งอุณหภูมิให้ได้ตามต้องการก่ อน แล้วค่อยเอาขนมเข้าไปอบ (เรียกว่าการวอร์มเตา) เช่น ในสูตรเค้าบอกไว้ว่า ขนมนี้ต้องใช้อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส คุณ joyjoy ก็จะต้องปรับอุณหภูมิเตาไปที่ 150 องศาเซลเซียส ปรับไฟบนไฟล่างตามที่สูตรบอก และตั้งเวลาประมาณ 15-20 นาที ... จากนั้นเตาจะเริ่มทำงาน ผ่านไปประมาณ 15-20 นาที เตาก็จะมีความร้อนตามที่สูตรขนม ต้องการคือ 150 องศาเซลเซียส จากนั้นก็ค่อยนำขนมเข้าอบค่ะ แล้วที่สำคัญก็อย่าลืมปรับปุ่มต ั้งเวลาไปตามที่ในสูตรขนมบอกด้ว ยนะคะ จากนั้นก็รอขนมหรืออาหารสุกจ้า

ก็ประมาณนี้แหละค่ะ
Quote
 
 
#38 joyjoy123 2011-12-06 21:19
ขอบคุณนะค่ะคุณพิม วันนี้ลองไปคลำเปิดเตามาละใช้เว ลาหลายนาทีกว่าจะตั้งเวลาได้ ฮ่าาๆๆๆๆ ฉลาดน้อยจริงๆ แต่คิดว่าน่าจะทำเป็นแล้วละค่ะท ีนี้จะได้ทำอาหารสูตรคุณพิมซักท ีเปิดดูทุกวันมาหลายเดือนละ :lol: :-)
Quote
 
 
#39 พิม Enya 2011-12-07 09:53
คุณ joyjoy .... เครื่องใช้ไฟฟ้าเนี่ย บางทีมันก็ดูน่ากลัวเน๊าะค่ะ ตอนพิมได้เตามาใหม่ ๆ พิมก็ยังกล้าๆ กลัว ๆ จะเปิดเลยค่ะ แต่ตอนนี้เร๊อะ มีเวลาวันไหนเปิดเตาทุกวันเลยค่ :roll:
Quote
 
 
#40 LP 2012-05-19 10:16
ไม่ได้แล้วต้องทำทานเย็นนี้...เสียดายไม่มีเหล้าจีน..เลยคว้าไวท์แทนก่อนแระกัน ...หุ ๆ ขอบคุณน้องพิมค่ะ :-)
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh