ข้าวต้มกุ้งสับ
คุณสามีพิมเค้าเคยบอกว่าถ้าตอนเช้า ๆ ได้กินอะไรต้ม ๆ ร้อน ๆ วันนั้นจะมีกำลังทำงานไปทั้งวัน ... เพราะงั้นวันนี้คุณภรรยาอย่างพิมเลยขอจัดข้าวต้มกุ้งสับให้เป็นอาหารเช้าคุณสามีค่ะ
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
- ข้าวสวย 3 ถ้วย
- น้ำซุปกระดูกหมูสำหรับต้มข้าว 6 ถ้วย
- น้ำซุปกระดูกหมูสำหรับผัดหน้ากุ้ง 1/2 ถ้วย
- กุ้งสับหยาบ ๆ 2/3 ถ้วย
- หมูสับหยาบๆ 1/2 ถ้วย
- ข่าแก่ขนาดเท่าหัวแม่มือ 2 ชิ้น
- กระเทียมสับหยาบๆ (สำหรับทำกระเทียมเจียว) 3 ชต.
- เกลือป่น
- น้ำตาลทราย
- ซีอิ๊วขาว
- พริกไทยป่น (ตามชอบ)
- น้ำมันสำหรับเจียวกระเทียม
- ผักชี 1 ต้น
:: วิธีทำ ::
อันดับแรกเราก็ต้องมาทำการเจียวกระเทียมกันไว้ก่อนนะคะ .... ด้วยการตั้งกระทะบนเตาไฟ ใช้ไฟกลาง ๆ ก็พอ ใส่น้ำมันสำหรับเจียวลงไป (พิมใช้น้ำมันรำข้าวนี่แหละ) ปริมาณมากหน่อยเพราะเดี๋ยวเราจะใช้น้ำมันที่เหลือจากการเจียวกระเทียมเนี่ย เอาไปผัดกุ้งกับหมูสับด้วยอ่ะค่ะ ... จากนั้นพอน้ำมันเริ่มอุ่น ๆ ก็ใส่กระเทียมสับลงไป แล้วก็เจียวไปเรื่อยจนกระทั่งมีสีเหลืองทองมากกว่าในภาพขวาล่างก็ตักขึ้นใส่ชามไว้นะคะ แล้วเดี๋ยวสักพักความร้อนที่ยังคงอยู่ในตัวกระเทียมจะทำให้กระเทียมเจียวมันเหลืองทั่วกันเองอ่ะค่ะ (ไม่เอาน้ำมัน) .... ถึงตรงนี้ก็พักกระเทียมเอาไว้ก่อน

ต่อมาก็ให้เราเทน้ำซุปกระดูกหมูใส่ลงในหม้อที่เราจะใช้ต้มข้าวนะคะ เอาข่าแก่ล้างสะอาด ทุบพอแตกใส่ลงไป แล้วก็เอาไปตั้งไฟค่ะ

ระหว่างรอให้น้ำเดือด ก็ให้ยีข้าวสวยที่เราเตรียมไว้ให้แยกออกเป็นเม็ด ๆ นะคะ หรือให้เหลือเป็นก้อนเล็ก ๆ พอได้ แต่อย่าให้จับเป็นก้อนใหญ่
แล้วพอน้ำเริ่มเดือดก็เทข้าวสวยใส่ลงไปในหม้อเลยค่ะ
ปรุงรสด้วยเกลือป่น กับน้ำตาลนิ๊ดดดนึง (ก่อนปรุง ชิมรสชาติของน้ำซุปก่อนนะคะว่ารสประมาณไหน จะได้ปรุงถูก) ซึ่งเวลาใส่เกลือเนี่ย ให้เติมไปชิมไปนะคะ อย่าเติมพรวดเดียวทีละเยอะ ๆ ไม่งั้นเค็มไปจะแก้ยากค่ะ แล้วก็ใส่น้ำตาลเล็กน้อยเพื่อตัดรสเค็มไม่ให้มันโด่ไปน่ะค่ะ ..... จากนั้นก็ชิมรสเอาตามชอบ แล้วก็เปิดไฟอ่อน เคี่ยวข้าวกับน้ำซุปไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ข้าวอ่อนนุ่มอ่ะค่ะ (ส่วนจะให้อ่อนนุ่มเท่าไหน ก็ตามความชอบของแต่ละคนเลยนะคะ แต่ยิ่งเคี่ยวนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งคล้ายข้าวต้มเครื่องแบบโบราณที่น้ำขุ่น ๆ น้ำข้าวมียางมากๆ อ่ะค่ะ)

และเมื่อข้าวได้ที่แล้ว ก็ปิดไฟเตา .... หันมาทำหน้ากุ้งสับกันต่อค่ะ
ด้วยการตั้งกระทะใบที่เราเจียวกระเทียม (พร้อมน้ำมันที่ยังเหลืออยู่ในกระทะ) บนเตาไฟ เปิดไฟกลาง ๆ ก็พอนะคะ พอน้ำมันเริ่มร้อนก็ใส่หมูสับลงไป ใช้ปลายตะหลิวยี ๆ ให้หมูสับกระจายตัวออกจากกัน ทิ้งระยะเวลาให้หมูสับเริ่มสุกสักนิดนึง ก็ใส่กุ้งสับตามลงไป ยี ๆ กุ้งสับใก้กระจายตัวออกจากกันเช่นเดียวกับหมูอ่ะค่ะ แล้วก็เติมน้ำซุปลงไปสัก 1/2 ถ้วยปรุงรสแต่งกลิ่นด้วยซีอิ๊วขาวกับพริกไทยนิดหน่อย ..... พอหมูสุกดี กุ้งสุกดี ก็ปิดไฟเตาได้เลยค่ะ (ไม่ต้องรอให้น้ำในกระทะงวดลงนะ)

และเมื่อต้มข้าวต้มเสร็จ เตรียมเครื่องต่าง ๆ เสร็จแล้ว ......... เราก็ตักข้าวต้มพร้อมน้ำข้าวต้มใส่ชามสวย ๆ สักใบค่ะ
และก็ตักหน้ากุ้งสับใส่ลงไปบนข้าวต้ม (สัดส่วนนี้กินได้ประมาณ 4 คน) โรยพริกไทยป่นนิดหน่อย กระเทียมเจียวเยอะ ๆ (พิมชอบเป็นพิเศษ ฮ่ะๆ) และก็แปะด้านบนด้วยผักชีหั่นหยาบ ๆ ค่ะ (หรือจะเป็นคึ่นช่ายก็ได้นะคะ ตามชอบเลยอ่ะ) . แล้วเราก็จะได้ "ข้าวต้มกุ้งสับ" ออกมาหน้าตาแบบนี้ล่ะค่ะ
คุณสามีพิมเค้าบอกว่าโอเคเลย ขอ 2 ชามซะด้วย สงสัยจะถูกปากมากค่ะ ^^
สำหรับคนที่ไม่ชอบกุ้งสับ จะใช้เป็นกุ้งตัว ๆ ก็ได้นะคะ หรือจะใช้เป็นปลาหมึก ปลากะพง ไก่สับ พวกนี้แทนก็ได้อ่ะค่ะ .... ตามที่ชอบเลยอ่ะ
อ้อ ๆ เกือบลืม ๆ พิมจะบอกว่า .... ปกติถ้ามื้อเช้าทำข้าวต้มแบบนี้ แสดงว่ามีข้าวสวยเหลือจากมื้อเย็นอ่ะค่ะ ยังไงก็ถ้าเพื่อน ๆ ชอบ และไม่รู้จะกำจัดข้าวเย็นยังไง (แบบว่าไม่อยากกินเป็นข้าวสวยแล้วอ่ะ) ก็ลองทำข้าวต้มแบบนี้ดูนะคะ ^^

Comments
(จริง ๆ ก็ทำเหมือนที่คนอื่นทำแหละค่ะ แต่ก็ยังอยากจะเอามาโพสต์นะ :kawaii: )
กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัว ได้เร็วน่ะค่ะ :kawaii:
เวลาที่หนูทำนะคะ พี่พิม จะชอบลืมเจียวกระเทียมตลอดเลย XB
กินๆไปก็รู้สึกว่าขาดอะไรไปน๊า นึกก็นึกไม่ออก มาเห็นพี่พิมทำนี่อ๋อ เลย
55555 =D
คราวหลังจะไม่ลืม
ปล. สูตรที่หนูทำจะใส่ถั่วแดง ลูกเดือย พวกธัญพืชอ่ะค่ะ เป็นแบบข้าวต้มกึ่งมังสวิรัติ ก็อร่อยอีดแบบนะคะ อิอิ
ส่วนพิมอ่ะชอบกินต้มยำค่ะ เวลาไม่สบายได้กินต้มยำทีไร เหมือนพลังจะกลับมาทุกที :snicker:
แต่ทีนี้ถ้ากินไม่หมดมื้อเดียว เวลาอุ่นกินอีก พิมมีความรู้สึกว่าเนื้อหมูเนื้ อกุ้งมันจะแข็ง ๆ ขึ้น
กินไม่ค่อยอร่อย เลยลองมาประยุกต์ทำแบบนี้ พิมว่ามันก็อร่อยไปอีกแบบ
ยิ่งใส่ตั่งฉ่ายหน่อยยิ่งอร่อยค ่ะ :kawaii:
อยากกินขึ้นมาเลยค่ะ
คือบี๋ไม่รู้หรอกค่ะ เพียงแต่ว่าตอนเด็กๆ บี๋ไปซื้อข้าวต้ม ก็จะซื้อบะเต็งหมู ตลอดเลย
พอบี่เห็นคุณพิมทำเป็นกุ้งแล้วเ อามาโรยหน้า เหมือนบะเต็งหมู ก็เลยบอกว่าบะเต็งกุ้งหน่ะค่ะ
(ไม่ได้มีประโยชน์เล๊ยยยยย =( )
ป.ล. จริง ๆ ก็ไม่รู้เรียกว่าอะไรเหมือนกันค ่ะ แต่เอาง่าย ๆ เรียกว่า กุ้งสับผัดปรุงรสล่ะกัน อิอิ =)
โอโฮ.สุดยอดอาหารจิงจิงคะคุนพิม
ที่นี่...ฝนยังมั่ยหยุด
อากาศเย็๊นเย็น
วันนี้อยู่เวรบ่าย
พรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้า.......ทำทานดีฝ่า
ท่าทางน่าหม่ำ.....สุดสุด ^_^ =D
เป็นห่วงเพื่้อนๆ ที่ต่างจังหวัดเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ชาวใต้ ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงกันบ้าง
ป.ล. ทำทานแล้วมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะ คะ =)
วันนี้ที่นราธิวาสฝนหยุดตกแล้วค ะ
........ที่ตั้งจัยว่า
จะทำข้าวต้มสูตรคุณพิมทานเช้านี ้
ปากดว่า.....
ตื่นสายซะงั้น
=( ...........
วั้ยทำหม่ำเมื่อหรั่ย
จะบอกคุนพิมเป็นคนแรกเลยคะ =D
เห็นที่บ้านคุณสามี อยู่สุราษฎร์ก็บอกว่าฝนหยุดแล้ว เหมือนกัน ..... ค่ะ =)
เพราะทุกครั้งที่ตั้งจัย มีอันต้องตื่นสายทุกทีเลย
สำหรับข้าวต้มเนี่ย พิมว่ามันควรเป็นอาหารที่ทานง่า ย ไม่ต้องเคี้ยวมาก แล้วก็ย่อยง่าย เพราะงั้นแล้วหากใส่ข้าวสวยลงไป เลย บางทีพิมว่ามันก็ไม่ค่อยอร่อยอ่ ะค่ะ เคี่ยวให้ข้าวนุ่ม ๆ หน่อยน่าจะดีกว่า แต่ก็แล้วแต่ความชอบอ่ะค่ะ
เรื่องโจ๊ก ... พิมเคยคิดว่าจะทำมาลงเวบเหมือนก ันค่ะ แต่ส่วนใหญ่วันที่ทำเนี่ย จะไม่สะดวกถ่ายรูป เพราะอยู่กันหลายคน แต่ไว้สักวันจะถ่ายรูปและจดสูตร มาให้นะคะ