ไข่พะโล้เห็ดหอม
สองอาทิตย์ก่อน ที่บ้านพิมเค้าไปทำธุระที่กำแพงเพชรกันค่ะ ขากลับเพื่อให้คุ้มค่าน้ำมันรถ ><" ก็เลยซื้อไข่เป็ดไล่ทุ่งจากแถวนั้นมาเกือบพันใบ หลังจากแจกจ่ายกันไปตามบ้านเพื่อนบ้านพี่น้องแล้ว ที่เหลือก็เก็บเอามาทำเมนูอาหารสารพัดไข่ ตย. เช่น ไข่พะโล้ในวันนี้ล่ะค่ะ
"ไข่พะโล้" ....... เป็นอาหารที่จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่พิมจำความได้ พิมก็คุ้นเคยกับมันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยนะคะ เพราะสมัยตอนพิมยังเด็ก ๆ เนี่ย ที่บ้านพิมเลี้ยงทั้งไก่เนื้อและก็ไก่ไข่ค่ะ ตอนนั้นที่บ้านพิมก็เลยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารประเภทไข่เอามาก ๆ ทั้งไข่ดาว ไข่เจียว ไข่พะโล้ ไข่ลูกเขย ไข่ต้ม และไข่อื่น ๆ (หลานสาว โตมา เลยหน้าเหมือนไข่เลย ><") ...... เพราะงั้นอาหารประเภทไข่ ส่วนใหญ่แล้ว พิมก็เลยทำเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ (ก็แหงล่ะค่ะ ..... ที่บ้านทำบ่อยออกจะขนาดนั้น หุหุ)
ไข่พะโล้ ... สมัยก่อนโน้น ที่บ้านพิม (ซึ่งเป็นคนไทยแต้ๆ) จะทำแบบใส่ซีอิ๊วดำค่ะ ซึ่งสีน้ำพะโล้ สีไข่มันก็จะออกมาดำ ๆ แดง ๆ หม่น ๆ แล้วก็มีกลิ่นซีอิ๊วดำประมาณนึง แต่พิมในตอนนั้น ไม่ได้คิดอะไรค่ะ แบบว่าเด็ก ๆ นี่ค่ะ อะไรปรุงรสออกมาอร่อยก็พอแล้ว กินได้ล่ะ .... แต่พอมีช่วงนึง พิมต้องไปช่วยบ้านป๊าที่เป็นคนจีนแต้ ๆ ทำกับข้าวขายแถวหัวลำโพง เยาวราช (ที่มีแต่คนจีนรายล้อม) ...... ซึ่งหนึ่งในกับข้าวที่ป๊าพิมเค้าทำขายทุกวัน (วันละประมาณ 20 อย่าง) ก็จะมีไข่พะโล้อยู่ด้วยค่ะ (และขายดีมากๆ)
ตอนแรกพิม (ในสมัยโน้นนนนน) คิดเอาเองว่า ...... ไข่พะโล้ที่ไหน ๆ ก็คงทำเหมือนบ้านเราแหละ เหยาะซีอิ๊วดำ เพื่อให้สีน้ำพะโล้มันแดง ๆ ดำ ๆ แล้วก็ปรุงรสเอาเค็ม ๆ หวาน ๆ เท่านั้น ....... แต่เปล่าเลยค่ะ ที่บ้านป๊าพิม เค้าไม่ได้ใส่ซีอิ๊วดำ แต่เค้าใช้วิธีเคี่ยวน้ำตาลปี๊บให้เป็นสีแดงน้ำตาลแทน ตอนแรกที่พิมเห็นก็แปลกใจค่ะ ว่า หือ......อ ทำไมเค้าทำกันแบบนี้ ทำไมเค้าไม่ทำเหมือนที่เราทำ ฯลฯ สารพัดคำถามที่โผล่ขึ้นมาในใจเลยค่ะ แต่ว่าพิมก็ไม่ได้ถามทางบ้านป๊าออกไปนะคะ ก็เก็บงำความสงสัยเอาไว้ แล้วค่อย ๆ เรียนรู้เอาเองจากที่ไปช่วยงานวันสองวัน จนเป็นหลายเดือนน่ะค่ะ ....... ซึ่งพอพิมโตขึ้นมาอีกหน่อย พอจะได้รับอนุญาติให้เข้าครัวทำอะไรที่ต้องใช้เตาไฟนาน ๆ ได้แล้ว ก็ได้จำวิธีนี้มาลองทำกินเอง ปรากฎว่า อืมมม.....ม มันอร่อยและมีกลิ่นหอมกว่าพะโล้ที่ใส่ซีอิ๊วดำเยอะเลยค่ะ ..... และตอนนั้นแหละ ถึงได้รู้ว่า ไม่ใช่บ้านป๊าเราคนเดียวซะหน่อย ที่ทำแบบนี้ ....... โฮ๊ะๆ ^^"
ว่าแล้ว ............ เราก็มาทำไข่พะโล้ ...... แบบไม่ใส่ซีอิ๊วดำ .... กินกันดีกว่าค่ะ
อ๊ะ ...... ดูหน้าตากันก่อนนะคะ ว่าหน้าเจี๊ยะขนาดหนายยยยยยยยยยย ^^
ต่อมา .... ก็มาดูส่วนผสมกันนะคะ ว่ามีอะไรบ้าง (พิมทำไข่พะโล้คราวนี้ .... เพลินไปหน่อยค่ะ ไม่ได้จดมาว่าอะไรใช้อย่างละเท่าไหร่ ไม่ว่ากันนะคะ ไว้คราวหน้าทำอีก จะจดมาให้ครบ ๆ เลยค่ะ)
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
1. ไข่เป็ด 5 ฟอง
2. หมูสามชั้น หั่นชิ้นหนา 500 กรัม
3. เห็ดหอมแห้งดอกเล็ก 70 กรัม
4. เครื่องพะโล้ 1 ห่อ (สำหรับเนื้อสัตว์ 1 กก.)
5. กระเทียมไทยกลีบเล็ก 1 หัว , รากผักชี 3 ราก , พริกไทยเม็ด 30 เม็ด
6. ผักชี 2 ต้นใหญ่
7. น้ำตาลปี๊บ
8. ซีอิ๊วขาว
9. ซอสปรุงรส
10. เกลือป่น
11. น้ำซุป
12. น้ำมันสำหรับผัดเครื่อง นิดหน่อย
:: วิธีทำ ::
เริ่มแรก .... ก่อนจะลงมือทำอย่างอื่น เรามาทำการต้มไข่กันไว้ก่อนเลยนะคะ
ด้วยการใส่น้ำสัก 4 ถ้วยลงในหม้อต้มไข่ค่ะ พอน้ำเดือดก็ใส่เกลือลงไปหน่อย ประมาณสัก 1/2 ชต. (เพื่อให้ไข่มีรสชาติ และเพื่อให้เปลือกไข่หลุดง่ายขึ้น) แล้วก็ตามด้วยไข่เป็ดที่เราล้างสะอาดแล้วค่ะ
ป.ล. พิมต้มหลายลูก เผื่อไว้สำหรับทำไข่ลูกเขยด้วยน่ะค่ะ

ก็ต้มไข่ไปประมาณสัก 10 นาที ..... เราก็จะได้ไข่ต้มออกมาหน้าตาแบบนี้ (ล้างน้ำซะ 1 ครั้ง แล้วเอามาแช่น้ำเย็นไว้ จะได้เย็นไว ๆ)
พอไข่เริ่มเย็น .. ก็ทำการปอกเปลือกไข่นะคะ เอาตามจำนวนที่เราจะใช้อ่ะค่ะ (ไอ้ที่พิมต้มเผื่อไว้จะทำไข่ลูกเขย พิมยังไม่ปอกนะคะ)

ปอกเสร็จ 5 ฟอง ได้มาเป็นแบบนี้ค่ะ (ทำไมบางฟองมันแอบเหลืองล่ะเนี่ย ตอนถ่าย ยังไม่เหลืองเลย ><")
พอต้มไข่เสร็จแล้ว ก็พักไว้ก่อนนะคะ ..... หันมาจัดการกับเห็ดหอมกันต่อ
เห็ดหอม .... ใครมีดอกใหญ่ ใช้ดอกใหญ่ ใครมีดอกเล็ก ใช้ดอกเล็กค่ะ .... แต่ถ้าให้เลือก พิมชอบดอกเล็กมากกว่า เพราะว่าเคี้ยวทั้งดอก (ที่ชุ่มน้ำพะโล้) มันอร่อยมากๆ เลยค่ะ
ก็เอาเห็ดหอมล้างน้ำแบบผ่าน ๆ ให้สะอาดซะ 1 รอบนะคะ ... ล้างเสร็จ ก็แช่เอาไว้ในน้ำอุ่นประมาณสัก 20 นาทีค่ะ

พอเห็ดหอมนิ่มดีแล้ว ก็นำมาตัดปลายที่แข็ง ๆ ทิ้งไป เหลือไว้แต่เฉพาะตัวดอกและส่วนนิ่ม ๆ แบบนี้ค่ะ ........ (แต่เพื่อนพิมที่อยู่ต่างประเทศ บอกว่าเค้าไม่ตัดหรอกค่ะ มันเสียดายอ่ะ เพราะอยู่นั่น เห็ดหอมแพง ต้องกินให้ครบทุกส่วน)

อ้อ ๆ .. อย่าลืมเก็บน้ำแช่เห็ดหอมอย่างในภาพด้านล่างนี่ไว้ด้วยนะคะ (เราจะเอาไว้ใส่ในน้ำพะโล้ ให้มีกลิ่นหอมของเห็ดหอมมากขึ้น)
จากนั้นก็หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นใหญ่ ๆ นะคะ ......... (ก่อนหั่น เอามีดโกนขูดขนตรงบริเวณหนังออกให้หมด แล้วนำไปล้างนำให้สะอาดก่อนนะคะ)
ผักชี + รากผักชี ..... ก็จัดการล้างไว้ให้สะอาดค่ะ / กระเทียมไทย ก็แกะไว้เป็นกลีบ ๆ กลีบไหนเปลือกแข็ง ก็ปอกเปลือกทิ้งไปนะคะ เปลือกไม่แข็ง ก็อนุโลมใช้ทั้งเปลือกได้

ต่อมา ... ก็มาโขลก "สามเกลอ" ซึ่งก็มี พริกไทย + รากผักชี + กระเทียม กันค่ะ ......... โขลกออกมาแล้วได้แบบนี้นะคะ (ไม่ต้องโขลกละเอียดมากก็ได้) .... แล้วพักไว้ก่อน

สุดท้ายก็มาดูที่ตัวเครื่องพะโล้กันค่ะ .... ส่วนตัวพิมชอบเครื่องพะโล้ที่เป็นชิ้นๆมากกว่าเป็นผงค่ะ เพราะเราสามารถเลือกใช้ได้ตามที่เราต้องการ อีกทั้งเราสามารถรู้ได้ว่ามันสดใหม่แค่ไหน แต่วันนี้ไม่มีตัวเลือกให้เลือกมากนัก ก็เอาเท่าที่หาซื้อได้แถวบ้านแบบนี้ล่ะค่ะ
นำเอาเครื่องพะโล้ที่เป็นชิ้นมาล้างน้ำนะคะ ผึ่งให้แห้งนิด ๆ แล้วนำมาคั่วหรือย่างไฟให้หอมค่ะ

ทีนี้เมื่อเตรียมเครื่องทุกอย่างพร้อม ..... ก็มาลงมือผัดเครื่องกันได้แล้วค่ะ
เริ่มต้นด้วย .... การเอาหมูสามชั้นลงไปผัดๆ ในกระทะเปล่า ๆ เพื่อให้ผิวหมูด้านนอกมันสุกสักหน่อยค่ะ (ไม่ต้องใส่น้ำมันนะคะ เพราะเดี๋ยวพอผัดไปสักแป๊บ น้ำมันจากมันหมู มันจะออกมาเอง) ...... แล้วพอผิวนอกหมูสุก + เริ่มเหลือง ก็ตักขึ้นพักไว้ในหม้อก่อนค่ะ

จากนั้นก็เติมน้ำมันพืชลงไปในกระทะอีกนิดนึง (กระทะใบเดิมแหละค่ะ) ... พอน้ำมันร้อน ก็ใส่เครื่องที่เราโขลกไว้แล้วลงไป + เครื่องพะโล้ชนิดผง ผัดจนกระทั่งส่งกลิ่นหอมฉุยไปสามบ้านแปดบ้าน ก็ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปประมาณสัก 200 -250 กรัมค่ะ (อาจจะใส่มากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับน้ำตาลที่เพื่อน ๆ ใช้น่ะค่ะ)

แล้วเราก็ลดไฟลงให้เหลือไฟกลาง ๆ ผัดไปจนกระทั่งน้ำตาลปี๊บละลาย และเคี่ยวต่ออีกสักนิด จนกระทั่งน้ำตาลปี๊บ กลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม และริมขอบกระทะออกไหม้ ๆ นิด ก็เป็นอันว่าใช้ได้ ..... ใส่หมูสามชั้นที่เราผัดไว้เมื่อกี้ลงไปได้เลยค่ะ
แล้วก็อย่าลืม .... ตามด้วย ไข่เป็ดนะคะ ......... (ตรงนี้ต้องทำเร็วนิดนึง / ระวังไหม้ / หากกลัวไหม้ เติมน้ำเห็ดหอมลงไปได้สักครึ่งนึงก่อนค่ะ)
แล้วก็ผัดให้ไข่ + หมู เข้ากันดีกับน้ำตาล .... จนน้ำตาลเคลือบไข่กับหมูไปทั่วๆ
ก็เติมน้ำแช่เห็ดหอม + เห็ดหอมลงไป ตามด้วยน้ำซุป (วันนี้ไม่มี ใช้น้ำสะอาดแทน) ........ ปริมาณน้ำนี่พิมไม่ได้ตวงมา แต่ให้ท่วมเครื่องเยอะนิดค่ะ เพราะกว่าเราจะเคี่ยวหมูเปื่อยนุ่มได้ที่ น้ำพะโล้ก็จะลดลงไปเยอะมาก
และก็อย่าลืมเติมเครื่องปรุงรสทั้งหมดลงไปด้วยนะคะ ... ซึ่งก็จะมี ซีอิ๊วขาว + ซอสปรุงรส + เกลือป่นนิดหน่อย ..... แถมพิมเพิ่มผักชีต้นใหญ่ไปอีกต้น เนื่องจากว่ารากผักชีมีน้อยเกินไปค่ะ

หลังจากนั้นก็ปิดฝา แล้วตั้งเคี่ยวไปประมาณสัก 1/2 ชม. ก็มาแอบชิมดุว่ารสชาติเป็นยังไงนะคะ ถูกใจหรือไม่ถูกใจ ก็ปรุงเพิ่มเอาตามชอบเลยค่ะ (เค็มนำ หวานนิดๆ หอมเครื่อง)
แล้วก็เคี่ยวต่อไป (ไฟอ่อน) อีกประมาณ 30 นาที ......... เบ็ดเสร็จแล้วใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม. เราก็จะได้ไข่พะโล้-สามชั้น-เห็ดหอม ออกมาแบบนี้นะคะ ..... (น้ำมันที่เห็นลอยหน้า มาจากมันหมูสามชั้นค่ะ เวลาเราจะทานก็ตักทิ้งไปบ้างก็ได้นะคะ เยอะไป มันจะเลี่ยนเอาอ่ะค่ะ)
เวลาจะทาน ..... เราก็ตักไข่พะโล้ใส่ชามใบย่อม ๆ นะคะ แล้วก็โรยหน้าด้วยผักชีซอยฝอย ๆ ซะหน่อย เพื่อตกแต่งสี และกลิ่น ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ....... ^^ ........ แค่นี้ก็อร่อย อย่าบอกใครเลยค่ะ
ว่าแล้วก็ ...... รับไข่สักลูก หรือหมูสัก 2 ชิ้นไหมค่ะ
หรือจะเอาเป็นเห็ดหอมดี ...... เห็ดหอมก็มีเยอะนะคะ เกือบ 20 ดอกได้ แถมแต่ละดอกชุ่มไปด้วยน้ำพะโล้ ..... อร่อยมากมายเลยค่ะ ^^
แล้วพิมก็ขอฝากรูปพะโล้รูปสุดท้าย ไว้ที่รูปนี้นะคะ ...... ใครที่อยากลองทำพะโล้แบบไม่ใส่ซีอิ๊วดำอย่างพิมดู ก็ลองได้เลยนะคะ ไม่ยากจริง ๆ ค่ะ ^_____^

Comments
จะได้ไม่ต้องทำกับข้าว =D =D (คุณพิมคะ ชอบทานไข่เป็ด มากกว่า
ไข่ไก่อีกคะ แต่ถ้าไม่มีไข่ไก่ ก็ไม่เป็นไร) :love: :love:
ต้องไข่เป็ด ต้องเคี่ยวน้ำตาล ของกิ๊ฟต้องมีอีกอย่างด้วย...ต้องเต้าหู้ทอด =D
ที่คุณพิมทำนี่น่าหม่ำมาก ๆ เลยแหละ!!
ปล.ยังไม่เคยใส่เห็ดหอม ว่าแต่เห็ดหอมแพงหรือเปล่าเนี่ย ไม่ได้ซื้อมานานแล้ว
คุณปู ....... มาเมืองไทย จะทำพะโล้ไข่เป็ดให้กิน =D
Quoting กิ๊ฟ ณ in-kitchen:
คุณกิ๊ฟฟฟฟฟฟฟ ....... ปกติถ้าทำกินกับแม่ กับน้องก็จะใส่เต้าหู้ทอดด้วยน๊ า แบบทั้งเต้าหู้พวง ๆ และก็เต้าหู้ขาวเอามาทอด
แล้วพอเอาลงไปต้ม ทิ้งไว้ข้ามคืน เต้าหู้มันอมน้ำพะโล้ .... อร่อยมากๆ เลย ^^
ใส่ซีอิ๊วดำ ก็จะได้กลิ่นแบบซีอิ๊วดำ แต่ถ้าใช้เป็นน้ำตาลเคี่ยวแทน จะได้กลิ่นที่หอมหวานอ่ะค่ะ
ส่วนราคาเห็ดหอมแห้ง ก็แล้วแต่ขนาดและความสมบูรณ์ของ ดอกค่ะ ... แบบที่เห็นในภาพ พิมซื้อมาขีดละ 20 บาทค่ะ
ขอบคุณเช่นกันนะคะคุณ homemade ที่มา comment ไว้ เป็นกำลังใจที่ดีให้พิม
สำหรับพิม .. พิมพยายามจะทำอาหารแบบที่ไม่เร่ งรัดและไม่เร่งรีบค่ะ อะไรที่เป็นของเดิมเค้า ถ้าหามาทำได้ พิมก็จะพยายามหาค่ะ จะไม่พยายามลดต้นทุน เอาของโน่นมาแทนของนี่ ยกเว้นแต่มันจะแทนกันได้จริง ๆ
เพราะพิมมีความเชื่อลึก ๆ ว่า อาหารอร่อย นอกจากคนทำจะต้องตั้งใจทำแล้ว ยังจะต้องมีส่วนประกอบที่ดีอีกด ้วยอ่ะค่ะ =)
ไม่ได้อ่านวิธีนี้เพราะเคยทำมาห ลายครั้งก็คิดว่าเหมือนที่เคยทำ
มาเจอวิธีไม่ใส่ซีอิ๊วดำเเละใส่ เห็ดหอมเลยเสียดายที่ไม่ได้ทำ
ตามตำราของคุณพิมไว้คราวหลังจะล องใหม่
เเต่ปัญหาอยู่ตรงที่เห็ดหอมดิฉั นไม่ชอบกลิ่นสะเลย
เเต่ก็พอทานได้เเต่สามีกลับชอบ
ทำอาหารที่ใช้เห็ดหอมก็ใส่เเต่ด ิฉันไม่ทานเห็ดค่ะหรือไม่ทานกับ ข้าวนั้น
ถ้าทำไข่พะโล้วิธีนี้ อาจจะทำให้ชอบกินไข่พะโ้ล้มากกว ่าเดิมก็ได้ค่ะ
เพราะว่ามันไม่มีกลิ่นเหม็นซีอิ ๊วดำเลย กลับกลายเป็นกลิ่นหอมหวาน (แต่หวานไม่หวานขึ้นกับเราปรุง) ของน้ำตาลมากกว่าอ่ะค่ะ
หากไม่ชอบเห็ดหอมไม่ต้องใส่ก็ได ้ แต่พิมว่าใส่แล้วอร่อยกว่านะคะ =)
ขอบคุณ คุณพิม ที่นำสูตรดีๆมาแบ่งปันกัน
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ =D
งานเข้าเลย ไปแระๆ ต้มไข่ๆ ก่อนเลย
จดๆๆ..
ใสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส สสสส
ขนาดลูกหมูทำกับข้าวไม่ค่อยเปงค นในครอบครัวยังชมว่าอร่อยมั่กๆๆ ๆรุย
ต้องขอบคุณเกือบทุกสูตรรุยคร้า..คริๆๆ
:blush: =D :drunk:
จะลองไปทำดู อยากกินมากกกก
=)
ละก็ใส่ข่าลงไปโขลกกับกระเทียม พริกไทย รากผักชีค่ะ ทำให้น้ำข้นขึ้นค่ะ คิดว่าสูตรที่บ้านอร่อยสุดๆแล้ว นะคะ แต่เด่วว่าจะลองดัดแปลง ใช้สูตรของคุณพิมดูค่ะ โดยไม่ใส่ซีอิ๊วดำค่ะ ยังไม่เคยทำเองเลยเคยแต่เป็นลูก มือ คราวนี้ขอทำดูบ้างได้ผลยังงัยจะ มาบอกอีกทีนะคะ แฟนบอกอยากกินมานานละ ไม่ได้ทำซะที กลัวทำไม่อร่อย อิอิ =)
ป.ล. ใส่ข่าแล้วเป็นไงบ้างค่ะ ไว้วันหน้าพิมทำ จะลองใส่ข่าดูบ้างจ้า =)
ใส่บาตร ตอนเช้า 2 วัด .....นี่นุ่นว่าจะทำอีก รอเป็ดที่บ้านไข่เยอะๆๆๆ พอไข่เยอะแม่ก็ขายไปก่อน นุ่นเลยไม่ได้ทำ นี่จะลองทำไข่ลูกเขยค่ะ
นุ่นเคยทำไปรับปริญญาตัวเอง ใส่กล่องตอนร้อนๆก็ปิดฝาเลย พอเปิดอีกทีบูดค่ะ =_=
ป.ล. บ้านนุ่นเลี้ยงเป็ดเยอะเหรอ ที่บ้านพี่นะเลี้ยงแต่ไก่ไข่ เป็ดไม่ได้เลี้ยงอ่ะ
แต่ว่าพอถึงช่วงสงกรานต์ น้องชายพี่ไปบ้านแฟนเค้าที่กำแพ งเพชร ก็จะซื้อไข่เป้ดไล่ทุ่งมาฝากเยอ ะแยะทุกปีเลยอ่ะ
ไว้ปีนี้พี่จะทำไข่เค็มบ้าง ^^
ป.ล. ใส่กล่องอย่างนั้นก็บูดสิอีหนู =_= แต่ถ้าเป็นช่วงนี้คงไม่บูดหรอก เพราะอากาศหนาวมากๆ =)
ปล.ที่ทำเยอะเพราะอยากทานให้อิ่มไป เป็นเดือนๆๆเลยค่ะ =D
พี่ก็วิ่งจับ ๆ ได้เกือบทุกตัว ยกเว้นตัวนึง วิ่งจับเท่าไหร่ก็จับไม่ได้ซะที
น้องชายพี่ก็เอารองเท้าแตะปา กะให้ขวางหน้าเจ้าเจี๊ยบจะได้หย ุดวิ่ง พี่จะได้จับได้
ปรากฎว่ารองเท้าโดนหัวเจี๊ยบดับ ป๊อก น๊อคไปไม่ฟื้นเลย T_T
หมูก็จะนุ่มเปื่อย อร่อยมากค่ะ =)
ผมให้เมียทำกินกับลูกที่ สวีเดน
แม่ผมก็ทำให้ทานประจำแต่เด็ก จนโตครับ
คุณอุ้มอิ้ม .... ลองดูในเวบได้เลยค่ะ เมนูทุกเมนูในเวบ พิมว่ามือใหม่ทำตามได้ไม่ยากเลย ค่ะ ^^