Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

ต้มส้มปลาตะเพียน (ทอง)

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-01.JPG

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลุงข้างบ้านไปตกปลาที่คลองธรรมชาติแถวคลอง 7 มาค่ะ แล้วได้ปลาธรรมชาติอย่างปลาตะเพียน ปลากะแหตัวใหญ่ ๆ มาสิบกว่าตัว ลุงเค้าก็เลยแบ่งมาให้ที่บ้านพิม แล้วพิมก็เลยเอามาทำต้มส้มนี่แหละค่ะ

ลุงที่อยู่ข้าง ๆ บ้านพิม เค้าเป็นคนที่ชอบตกปลาเป็นงานอดิเรก (เพื่อความบันเทิงและคลายเครียด) เอามากๆ เลยค่ะ   แล้วสถานที่ ๆ ลุงเค้าไปตกปลา ก็มักจะเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ....  เพราะนั้นปลาที่ลุงได้มา ก็เลยมักจะเป็นปลาธรรมชาติค่ะ

แล้วทีนี้เนี่ย ลุงกับป้าเค้าทำงานราชการด้วยกันทั้งคู่  กว่าจะกลับถึงบ้านก็ค่ำเย็นค่ำแล้ว  กลับมาถึงก็เหนื่อย  ไม่มีแรงจะทำกับข้าวหนัก ๆ กิน  เพราะงั้นปลาที่ลุงเค้าได้มา  ลุงเค้าก็เลยมักจะแบ่งให้ที่บ้านพิม กับอีก 2 บ้านข้าง ๆ เสมอ ๆ เลยค่ะ .... บางงวดปลาที่ได้รับแจกมา เป็นปลาเทโพตัว 10 กว่าโล หรือปลาสวายตัว 20 กว่าโลก็มีค่ะ ><"   ซึ่งถ้าเป็นตัวใหญ่มากๆ  แบบนั้น ส่วนใหญ่ที่บ้านพิมจะตัดเอาไว้กินส่วนนึง  และส่วนที่เหลือก็เอาไปขายที่ตลาด  แล้วนำเงินมาคืนให้ลุงเค้าเป็นค่าเหยื่อ ค่าน้ำมันรถน่ะค่ะ

แต่คราวนี้ปลาที่ลุงตกมาได้ เป็นพวกปลากระแห ปลาตะเพียนทอง  ซึ่งตัวไม่ใหญ่มากนัก  (แต่ใหญ่สุดก็โลกว่า) จำนวนสิบกว่าตัว ..... พอพิมเดินไปบ้านลุงเค้า  คือจริง ๆ ไปดูเฉย ๆ น๊า .. ไม่ได้จะไปขออ่าาาาา ><" แต่ลุงเค้าก็แบ่งมาให้ 3 ตัวใหญ่ ๆ เลยค่ะ  มีตะเพียนทอง 1 และก็กระแห 2  ^^"

ตอนแรกพิมกับแม่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาปลาเหล่านี้มาทำอะไรกินดีค่ะ ..... แบบว่าทั้งตะเพียนทองและกระแห ก็เป็นปลาในวงศ์ตะเพียน  ซึ่งเป็นปลาที่มีก้างเยอะและก็ก้างถี่ซะเหลือเกิน จะเอาไปทอดหรือย่างกิน ก็ขี้เกียจจะแกะก้างอ่ะนะคะ   ..... ครั้นจะเอามาทำตะเพียนต้มเค็มไร้ก้างรึ .... ก็ไม่มีใครกินค่ะ  (บ้านพิมไม่ค่อยชอบกับข้าวรสเค็มๆ หวานๆ)  ...... สรุปสุดท้ายหลังจากดูวัตถุดิบที่มีอยู่ในบ้าน ก็เลยกลายมาเป็นปลาตะเพียนต้มส้ม แบบที่พิมจะเอามานำเสนอในวันนี้แหละค่ะ

ก่อนอื่น ....... มาดูหน้าตาของปลาตะเพียนต้มส้มกันก่อนนะคะว่าเป็นยังไง ....... นี่ค่ะ หน้าตาแบบนี้เลย  (จริง ๆ ไม่มีพริกนะคะ ใส่ลงไปเพื่อให้ดูสวย ๆ เท่านั้นเอง)

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-02.JPG

ปกติถ้าเราทำต้มส้ม  ซึ่งเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยวหวานนำ ....  สิ่งที่จะทำให้ต้มส้มมีรสเปรี้ยว (เฉพาะในสมัยนี้)  ถ้าไม่เป็นน้ำมะขามเปียก ก็จะเป็นน้ำส้มสายชู ...... แต่ในวันนี้พิมขอใช้ "มะดัน" ตามสูตรโบราณนะคะ

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

1. ปลาตะเพียนทำเรียบร้อยแล้ว 2 ตัว (หนักตัวละประมาณ 4 ขีด)
2. น้ำสะอาด 6 ถ้วย
3. มะดัน 5 ลูก  (ถ้าไม่มีใช้น้ำมะขามเปียก หรือน้ำส้มสายชูแทน) 
4. น้ำตาลปี๊บอย่างดี 130 - 150 กรัม
5. ขิงแก่ 20 กรัม + 100 กรัม
6. ต้นหอม 7 ต้น
7. หอมแดง 4 หัว
8. กะปิ 1 ชต.
9. เกลือป่น (แบบธรรมดา) 15 - 20 กรัม

ป.ล. ปริมาณของส่วนผสมและเครื่องปรุงในสูตรด้านบน ... เป็นแค่การอ้างอิงนะคะ เพราะว่าพิมกับเพื่อน ๆ ใช้วัตถุดิบไม่เหมือนกัน  น้ำตาลอาจะหวานไม่เท่ากัน เกลืออาจเค็มไม่เท่ากัน เพราะนั้นเพื่อน ๆ ที่สนใจเมนูนี้ ต้องปรุงไป ชิมไป นะคะ .... จะได้ไม่ผิดพลาดอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-07.JPG

:: ขั้นตอนการเตรียมของ และลงมือทำ ::

เริ่มต้นเลย ..... เราก็มาดูที่ปลาของเรากันก่อนนะคะ

วันนี้พระเอกของเมนูนี้ ก็คือ ปลาตะเพียนทอง กับปลากระแหค่ะ ...... ซึ่งทั้งสองปลา หน้าตาเป็นแบบในภาพด้านล่างนี้นะคะ ... ให้เรานำเอาปลาทั้งสอง มาจัดการขอดเกล็ด ควักไส้ ผ่าท้อง ล้างให้สะอาดดี แล้วก็นำมาบั้งถี่ ๆ ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-06.JPG

บั้งเสร็จ .... ก็หั่นแต่ละตัวออกเป็น 2 ชิ้น .....  (ที่ต้องหั่นเป็น 2 ชิ้น เพราะว่าจะแบ่งเอาไว้ใส่บาตรพระ 2 รูป รูปละ 1 ชิ้นน่ะค่ะ)  ..... แล้วก็พักเอาไว้ก่อน

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-20.jpg

จากนั้นหันมาโขลกเครื่องต้มส้มกันบ้าง ... ซึ่งก็มีแค่ หอมแดง + กะปิ + ขิงแก่ 20 กรัม และก็เกลือเท่านั้นค่ะ  (เกลือใส่ไปแค่ครึ่งเดียวจากในสูตรก่อนค่ะ เผื่อว่ากะปิจะเค็มมาก)

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-10.JPG

โดยก่อนจะโขลก ให้นำขิง กับหอมแดง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ  + เกลือ โขลกให้ละเอียดก่อนนะคะ แล้วค่อยใส่กะปิลงไปโขลกให้เข้ากันอีกที ..... โขลกเสร็จก็พักไว้ก่อนเหมือนกัน

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-11.jpg

ขิงที่เหลือจากข้างบนอีก 100 กรัม ก็นำมาปอกเปลือก หั่นบาง ๆ แล้วก็ซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ เอาไว้นะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-18.jpg

ส่วนต้นหอม ก็ตัดรากทิ้ง ดึงใบเหลือง ใบเน่าทิ้งไปซะ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วก็หั่นเป็นท่อนสั้นประมาณ 1 นิ้วค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-23.JPG

จากนั้นหันมาเทน้ำสะอาดใส่หม้อที่เราจะใช้ต้มส้มกันค่ะ ....... ก็เทใส่ไปทั้งหมด 6 ถ้วยเลย .... แล้วก็เปิดไฟเตาได้

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-09.JPG

ระหว่างรอน้ำเดือด .... ก็ให้เราทำการล้างมะดันที่เราเตรียมไว้ให้สะอาดนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-08.jpg

พอน้ำเดือดดี ... ก็ค่อย ๆ หย่อนมะดันลงไปในหม้อค่ะ  ... แล้วก็ต้มมะดันไปเรื่อย ๆ (ไม่นาน) จนกระทั่งมะดันสุกเละก็เป็นอันว่าใช้ได้

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-12.jpg

ก็ตักมะดันขึ้นใส่ถ้วย  แล้วก็ใช้ช้อนบี้ ๆ ให้เละแบบในภาพด้านล่างนี่นะคะ   ... แล้วก็พักเอาไว้ก่อน (^^)

ป.ล. มะดันที่ต้มสุกดี  ก็คือ เมื่อเวลาเราเอาช้อนไปบี้  เนื้อกับเมล็ดจะแยกออกจากกันทันที  โดยที่เนื้อมะดัน จะเละ ชนิดไม่เป็นก้อนแข็งเลยอ่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-14.JPG
http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-13.jpg

หันมาดูน้ำที่เราใช้ต้มมะดันกันบ้าง ....... น้ำนี่เราไม่ทิ้งนะคะ เราจะนำเอามาใช้ต้มส้มนี่แหละค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-15.JPG

โดยนำหม้อน้ำนั้นตั้งเตาไฟ  ใช้ไฟกลาง ๆ ก็พอ ..... พอน้ำเดือดก็ตักน้ำสัก 1 ทัพพี ใส่ลงไปในครกที่เราโขลกเครื่องเอาไว้  คน ๆ ด้วยทัพพี ให้เครื่องต้มส้มกระจายตัว เข้ากับน้ำดี ไม่เป็นก้อน  ... ก็ค่อยตักเครื่องต้มส้มใส่ลงไปในหม้อ  และทำการปรุงรสด้วยเนื้อมะดัน (หรือน้ำมะขามเปียก/น้ำส้มสายชู)  ...... .... น้ำตาลปี๊บ และก็เกลือป่น  (เกลือป่นอย่าเพิ่งใส่ทั้งหมดนะคะ เพราะเราไม่รู้ว่ากะปิเค็มแค่ไหน) ...... แล้วใช้ทัพพีคนจนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด ก็ให้ชิมดูว่า รสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม หอมเครื่อง..... ถูกใจไหม  ... ถ้ายังไม่ถูกใจ ก็ปรุงเพิ่มตามชอบเลยนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-16.jpghttp://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-17.jpg

หลังจากปรุงรสเรียบร้อยแล้ว ก็ใส่ขิงแก่ที่เราหั่นซอยไว้ทั้งหมด ลงไป

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-19.JPG

ต้มขิง กับน้ำต้มส้ม ไปสัก 5 นาที (ไฟอ่อน)  แล้วก็ค่อย ๆ หย่อนปลาทั้งหมดลงไป (ขณะน้ำเดือด)

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-21.JPG

จากนั้นก็ต้มไปสักประมาณ 7- 10 นาที .... จนกระทั่งปลาสุกดี

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-22.JPG

พอปลาสุกดีแล้ว ก็ใส่ต้นหอมที่เราหั่นไว้ทั้งหมด ..... ลงไปค่ะ ......

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-24.JPG

แล้วก็คนเบา ๆ ให้ต้นหอมกระจายตัว ปิดฝาหม้อ ทิ้งไว้แค่อึดใจเดียว ก็ทำการดับไฟได้เลย ...... เป็นอันว่า ต้มส้มของเราเสร็จเรียบร้อยดีแล้วค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-25.JPG

สุดท้าย ........ ก็ตักใส่ชาร์มเสริฟร้อนๆ ...... ^^ อร่อยเหาะไปเลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-26.JPG

หากใครที่ชอบให้ต้มส้มมีรสเผ็ดของพริกนิด ๆ ก็สามารถซอยพริกใส่ลงไปได้นะคะ ....... ปริมาณก็ตามชอบเลยค่ะ .... ส่วนพิมขอแค่ประดับข้างหน้าเม็ดเดียว ให้ดูสวยงามก็พอ ^^

http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-03.JPG
http://www.pim.in.th/images/all-side-dish-fish/fish_soup_with_ginger/fish-soup-with-ginger-02.JPG




Comments 

 
#1 Poo 2009-12-03 08:03
เมนูนี้น่าลองมากๆ เลยคะ คุณพิม. คุณพิม บั้งปลาสวยมากๆ เลย.
Quote
 
 
#2 พิม Enya 2009-12-16 23:47
Quoting Poo again:
เมนูนี้น่าลองมากๆ เลยคะ คุณพิม. คุณพิม บั้งปลาสวยมากๆ เลย.

เมนูนี้โบราณมากมายเลยค่ะคุณปู ถ้าคุณปูมีปลาเจ้านี่ ลองทำดูนะคะ
Quote
 
 
#3 Tammy 2010-05-10 03:53
ก้างมันไม่เยอะหรอคร่ะ อยากได้สูตรต้มปลาตะเพียนที่กิน ได้ทั้งก้างอ่ะคร่ะ

พี่พิม พอจะมีไหมคร่ะ
Quote
 
 
#4 น้องแมว 2010-05-12 15:38
:meow: ขอแฮ้ปสูตรนี้ไปลองทำให้สามีทาน หน่อยนะคะ เพราะเค้าชอบทานพวกต้มส้มแบบนี้ ล่ะค่ะ ดีใจจังได้สูตรแล้ว อิอิ =D
Quote
 
 
#5 พิม Enya 2010-05-12 19:45
น้อง Tammy ..... วิธีต้มปลาตะเพียนให้กินได้ทั้ง ก้างก็ไม่ยากค่ะ แต่ต้องใจเย็น และก็ใช้เวลา
โดยการเอาอ้อยปอกเปลือกรองก้นหม ้อนะคะ เรียงปลาพร้อมเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ลงไป
วางด้านบนปลาด้วยหมูสามชั้นหั่น ชิ้นพอเหมาะ ใส่น้ำพอท่วม แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ
เหตุที่ใส่หมูสามชั้น เพราะหมูสามชั้นจะช่วยรัดเนื้อป ลาให้แข็ง ไม่เละ และช่วยให้ก้างปลาเปื่อยไวค่ะ
พี่ทำบ่อยครั้งเมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ทำแล้ว เพราะว่าไม่ค่อยชอบทานอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#6 พิม Enya 2010-05-12 19:45
คุณน้องแมวค่ะ .... ลองดูนะคะ เผื่อจะชอบ แม่พิมน่ะเค้าเป็นต้นตำรับสูตรน ี้ค่ะ ทำมานานมาก ตั้งแต่สมัยยายยังสาวเลยค่ะ
Quote
 
 
#7 Nathapong 2010-07-28 04:11
พี่พพิมคะ -- หนูจำได้ครั้งนึงค่ะ เคยไปทานกะแม่ที่ตลาด อะไรสักอย่างตอนเป็นเด็ก เป็นร้านที่เป็นแพริมแม่น้ำในตล าดเลยอ่ะค่ะ มีหลายร้านมาก เสียดายจำชื่อตลาดไม่ได้ คือ ที่ร้านเค้าจะมีหม้อใหญ่ๆ เลยค่ะ แล้วก็มีปลาตะเพียนต้มเค็มนี่แห ละค่ะ ลอยอยู่ในหม้อ แต่ หนูไม่เห็นอ้อยเลยนะคะ เห็นแต่ สับปะรด ลอยเต็มไปหมด และ อร่อยมากๆเลยค่ะ สงสัยจะเป็นคนละสูตรกะพี่พิม :snooty: แต่ขอบคุณพี่พิมมากเลยนะค่ะ ได้สูตรใหม่อีกสูตรแล้วค่ะ =D
Quote
 
 
#8 พิม Enya 2010-07-31 00:13
น้อง Tam ..... สูตรพี่บางทีเครื่องอาจจะไม่ครบ หรือว่าไม่เยอะเหมือนที่อื่นเค้ า แต่รับรองได้รสชาติความเป็นโบรา ณ ๆ เพราะว่าส่วนใหญ่ถ้าเป็นอาหารเก ่า ๆ พี่ก็ได้มาจากแม่พี่ จากยายพี่ ซึ่งก็สืบทอดกันมาเรื่อย ๆ เนี่ยแหละ

ป.ล. จะว่าไป ตอนพี่ไปอยู่สุราษฎร์ คนทางโน้นเค้าแกงเทโพ (น้อง tam รู้จักใช่ไหมจ๊ะ) ใส่สับปะรดอ่ะ สับปะรดเยอะพอ ๆ กับผักบุ้งเลย แปลกมากมายสำหรับพี่ แต่ก็อร่อย
Quote
 
 
#9 จิราพร ปรางจโรจน์ 2011-03-30 00:45
น่าทานมากๆๆคะเพาะปกติเวลาทำไม่ เคยใส่มะดั่นเลยมันน่าจะอะไรและ ก็ไม่เคยใส่กะปิด้วยต้องลองทำดู แล้วแหละ :kawaii:
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2011-03-30 23:04
คุณจิราพร ...... ใส่มะดันแล้วรสมันจะกลมกล่อม นุ่มนวล ในขณะเดียวกัน ก็ให้ความเปรี้ยวที่จี๊ดแบบใส ๆ ขึ้นมาหน่อย
แบบว่าอร่อยขึ้นมากเลยอ่ะค่ะ ลองดูนะคะ =)
Quote
 
 
#11 รถถัง 2011-12-12 23:03
พี่พิมไม่มีมะดันแล้วค่ะ ปลาตะเพียน เนื้อนุ่มอร่อย มันด้วย รถถังชอบมากแต่เกลียดก้างเค้าเห ลือเกิน จะทำไปเสริฟ์แม่อาทิตย์หน้า
แม่ซดน้ำชื่นใจแน่ๆ
Quote
 
 
#12 พิม Enya 2011-12-15 22:31
รถถัง .... ไม่มีมะดันก็เอาน้ำมะขามเปียกแท นนะ แต่น้ำต้มส้มจะขุ่นๆ นิดนึง จะไม่ใส่เหมือนใช้มะดันอ่ะ แต่ความอร่อยนี่ก็ไม่แพ้กันเลย

ส่วนปลาเนี่ยยังไงก็เลือกตัวใหญ ่ ๆ หน่อยนะ เนื้อจะได้เยอะนิดนึง แต่พี่ว่าผู้ใหญ่น่าจะชอบเมนูนี ้อ่ะ :roll:
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh