Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

แกงคั่วกระดูกอ่อนหมูกับสะตอ แบบน้ำขลุกขลิก

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-01.JPG

เนื่องจากว่าวันนี้ไม่รู้จะทำอะไรกินดี เลยไปค้นตู้เย็นแล้วเจอสะตอที่แม่พิมแกะใส่ตู้เย็นเอาไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว  เจอกระดูกหมูอ่อนๆ ที่คุณสามีเพิ่งซื้อมาเมื่อวาน เจอพริกแกงคั่วที่แม่ตำเอาไว้ .... ก็เลยตัดสินใจทำเมนูนี้ล่ะค่ะ

พูดถึงอาหารจานนี้เนี่ย .... ต้นฉบับมาจากแกงเผ็ดสะตอแบบของใต้ที่พิมเคยได้กินที่บ้านสามีเมื่อหลายปีก่อนอ่ะค่ะ  แต่ว่าพิมเองชอบพริกแกงแบบภาคกลางมากกว่า ก็เลยลองเอาสะตอมาแกงกับพริกแกงภาคกลางดู และหลังจากลองทำ ลองจับโน่นใส่นี่ ปรับตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อย ก็ได้มาเป็นแกงคั่วกระดูกอ่อนหมูกับสะตอแบบภาคกลางหน้าตาประมาณนี้เลยอ่ะค่ะ... น่ากินไหม ^__^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-03.JPG

วันนี้พิมไม่ขอพูดพล่ามทำเพลงล่ะนะคะ .... เนื่องจากเลยเวลาเข้านอนแล้ว เพราะงั้นต้องรีบปั่นซะหน่อยค่ะ เดี๋ยวจะโพสต์เมนูนี้ไม่จบอ่ะนะ ^^

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

1. กระดูกอ่อนหมู  350 กรัม
2. หัวกะทิ  3/4 ถ้วย
3. หางกะทิ 3/4 ถ้วย
4. พริกแกงคั่ว 2 ชต.
5. พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด
6. ใบมะกรูด 5 ใบ
7. พริกขี้หนูแดงเม็ดใหญ่ 5 เม็ด
8. น้ำตาลปี๊บ
9. เกลือป่น
10. น้ำปลา

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-04.JPG

:: ขั้นตอนการเตรียมของ และลงมือทำ ::

เริ่มต้นเราก็มาดูรายละเอียดของวัตถุดิบแต่ละอย่างกันก่อนนะคะ

"กระดูกอ่อน" .....  สับเป็นชิ้นพอประมาณ หากใครไม่มีหรือหาไม่ได้ ใช้กระดูกแก้วแทน หรือเนื้อหมูส่วนสันคอหั่นเป็นก้อนแทนก็ได้ค่ะ   แต่ไม่แนะนำให้ใช้ส่วนสามชั้น เพราะว่ามันจะค่อนข้างเลี่ยนไปหน่อย ... หั่นเสร็จก็เอาไปล้างน้ำ ให้คราบเลือดและสิ่งสกปรกหมดไป  ล้างเสร็จ ก็ใส่ตะแกรงผึ่งไว้ให้สะเด็ดน้ำค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-06.JPG

ระหว่างรอกระดูกหมูสะเด็ดน้ำ ... ก็จัดการเอาน้ำใส่หม้อหรือกระทะใบย่อม ๆ นะคะ   แล้วไปตั้งไฟ ... รอจนน้ำเดือดจัด ก็ค่อย ๆ หย่อนหมูใส่ลงไปในกระทะ (พิมใช้กระทะ เพราะรู้สึกว่าสะดวกกว่าใช้หม้อ)  แล้วก็ต้มเคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกระดูกหมูเปื่อยและนุ่มดี  (ระหว่างต้ม ช้อนฟองๆ ด้านบนทิ้งด้วย)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-05.jpg

พอกระดูกหมูนุ่มเปื่อยดีแล้ว  ก็ใช้กระชอนโปร่งๆ ตักขึ้นใส่กาละมังไว้ก่อนค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-07.JPG

จากนั้นก็หันมาดู "กะทิ" กันบ้าง.... กะทิที่พิมใช้วันนี้เนี่ยมี 2 ส่วน คือหัวกับหาง  อย่างละเท่าๆ กัน  และพิมใช้คั้นเอาจากมะพร้าวขูด 350 กรัมอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-10.JPG

ส่วน "สะตอ" ... พิมมีที่แม่แกะเป็นเมล็ดๆ ใส่ถุงแช่เอาไว้ในตู้เย็นแล้ว ก็เพียงแต่เอามาผ่าครึ่ง แล้วก็ล้างนิดหน่อยก็พอค่ะ (ไม่ต้องแช่น้ำนะ สะตอมันจะจืด)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-08.JPG

"พริกแกง" ... พิมใช้พริกแกงคั่วค่ะ (คือพริกแกงเผ็ดที่ไม่ผสมเครื่องเทศ จำพวกลูกผักชี ยี่หร่า) เอามาตำรวมกับพริกขี้หนูสวน  (ตำแค่พอให้พริกแหลกแบบหยาบๆ)  เพื่อให้มีกลิ่นหอม และรสที่เผ็ดจัดจ้านมากขึ้น ... ซึ่งปริมาณพริกขี้หนูเนี่ย ใครชอบเผ็ดมาก จะใส่ไปสัก 30-40 เม็ดเลยก็ได้นะคะ  แต่สำหรับพิมชอบเผ็ดกลาง ๆ ใส่ 20 เม็ดก็พอค่ะ ^__^   (ขืนใส่มากกว่านี้ เกรงว่าจะต้องกินน้ำแทนข้าวอ่ะ)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-09.JPG

สุดท้ายก่อนจะลงมือทำ ... ก็อย่าลืมผ่าครึ่งพริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดง   (ล้างก่อนแล้วค่อยเอามาผ่าครึ่ง / ผ่าครึ่งเสร็จแล้ว ไม่ต้องล้าง)  และซอยใบมะกรูดให้ละเอียด ๆ นะคะ ^^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-23.jpg

เมื่อเตรียมเครื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว เราก็มาเริ่มต้นลงมือทำกันเลยค่ะ  .... อันดับแรกก็เทหัวกะทิครึ่งนึง ใส่ลงไปในกระทะนะคะ   แล้วก็ทำการเคี่ยวหัวกะทิให้แตกมัน  (ระวังกะทิเป็นลูก น้ำแกงจะไม่สวย)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-11.jpg

พอกะทิแตกมันดีแล้ว  (คือเห็นเหมือนมีน้ำมันลอยอยู่บนผิวหน้า)  ก็ใส่พริกแกงที่โขลกรวมกับพริกขี้หนูไว้แล้วลงไป ... และก็ผัดให้เข้ากันดี

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-12.jpg

จากนั้นก็ผัดไปเรื่อย ๆ เพื่อให้พริกแกงหอม  ซึ่งระหว่างผัดเนี่ย หากแห้งไป ก็เติมหัวกะทิได้เป็นระยะ ๆ นะคะ   (พิมใช้จนหมด)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-13.jpg

พอผัดพริกแกงจนส่งกลิ่นหอมและแตกมันได้ที่แล้ว ก็เอากระดูกหมูที่เราต้มจนเปื่อยแล้่วใส่ลงไป ... ผัดให้เข้ากัน  ทิ้งระยะเวลาไว้สัก 1 นาที

 

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-14.jpg

แล้วก็เติมหางกะทิลงไปค่ะ  (ใส่ทั้งหมดเลย)  และทำการปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ  (ใครไม่มี ใช้น้ำตาลทรายแทนได้  แต่ใช้น้ำตาลปี๊บจะอร่อยกว่า)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-15.jpg

เหยาะเกลือใส่ไปหน่อย  น้ำปลาอีกนิดนึง   (น้ำปลา=เค็มและหอม / เกลือ=เค็มและกลมกล่อมและชูรส)

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-16.jpg

แล้วก็โรยใบมะกรูดหั่นฝอย และใส่สะตอตามลงไป

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-17.jpg

จากนั้นก็ผัด ๆ ให้เข้ากัน  แอบชิมรสชาติดูว่าชอบไหม  ถ้าไม่ชอบก็ปรุงแต่งเพิ่มตามชอบใจ  แต่ถ้าเค็มไปหวานไป ให้เติมน้ำซุปที่ได้จากการต้มกระดูกหมูนะคะ ......   แล้วทิ้งระยะเวลารอให้สะตอสุก ... สักแป๊บนึง

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-18.JPG

พอสะตอสุกดีแล้ว ก็ใส่พริกแดงตามลงไปค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-190.JPG

ผัด ๆ ให้เข้ากัน 2-3 ที  นับ 1-20 ในใจ  ก็ปิดไฟ แล้วตักใส่ชามได้เลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-20.JPG

และแล้ว หลังจากผ่านไปประมาณ 40 นาที ... เราก็จะได้แกงคั่วกระดูกอ่อนหมูกับสะตอ แบบน้ำขลุกขลิก หน้าตาประมาณนี้มาแล้วอ่ะค่ะ ^__^

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-21.JPG

รสชาติก็เข้มข้นมาก หอมเครื่องแกง ใบมะกรูด  สะตอ ... กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แนมด้วยปลาสลิดเค็มสักหน่อย  อร่อยเหาะไปเลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-22.JPG

หากชอบ ก็ลองทำดูนะคะ ไม่ยากค่ะ ... เป็นอีกหนึ่งเมนูที่พิมมักจะใช้กำจัดสะตอ .... ยังไงก็ลองทำกันดูนะคะ ^__^   ... ส่วนวันนี้พิมไปล่ะจ้า

http://pim.in.th/images/all-side-dish-pork/pork-and-parkia-in-red-curry/pork-and-parkia-in-red-curry-03.JPG




Comments 

 
#1 Poo 2010-08-19 02:13
:snicker: :snicker: Yummy na ka Khun. Pim
Quote
 
 
#2 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-19 14:23
ตั้งแต่สตอเริ่มเข้ามาครองกรุงเ นี่ย บี๋ได้กินทุกวันเลยอ่ะ แต่พอเห็นที่คุณพิมทำ น่ากินกว่าของบี๋ซะอีก.... :drunk:
Quote
 
 
#3 พิม Enya 2010-08-20 20:26
ดีจ้าคุณปูคนสวย .. ทางโน้นเป็นไงบ้าง ร้อนหรือหนาวค่ะเนี่ย ส่วนบ้านพิม ฝนตกหนักทุกวันเลย =_=

คุณบี๋ ค่ะ .... ว่างๆ คุณบี๋ทำมาโพสต์บ้างสิค่ะ เผื่อมีอะไรใหม่ๆ พิมจะได้ทำตามบ้างอ่า บางทีก็เบื่อกับข้าวตัวเองเหมือ นกัน :notfunny:
Quote
 
 
#4 Milk PB. 2010-08-20 22:49
จานนี้ของโปรดของน้องมิลด์เลยค่ ะพี่พิม ตอนคุณแม่ยังอยู่ แม่ทำแบบผัดพริกแกงใต้ที่ใส่ขมิ ้นด้วยอ่ะค่ะ เวลาแม่ทำทีไร กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งบ้านเลย

พูดถึงคิดถึงคุณแม่ T_T
Quote
 
 
#5 ลี่ เพื่อนร๊ากกก 2010-08-20 22:50
โอ้โห น่ากินมากเลยยัยพิม....ไว้ลี่จะลองไปทำดูบ้าง แล้วจะมาบอกผลนะ
Quote
 
 
#6 มินตรา 2010-08-20 22:51
พี่ไม่ชอบสะตอค่ะน้องพิม เปลี่ยนไม่ใส่สะตอไปใส่ผักอย่าง อื่นแทนได้ไหมค่ะเนี่ย
Quote
 
 
#7 Nathapong 2010-08-21 02:24
โหยย พี่พิม น่ากินมากๆค่ะ

ที่เชียงใหม่ตอนนี้ ฝนตกจนน่ารำคาญไปเลยค่ะ อยากจะกรี๊ดดดด :grr: ใส่ฝนที่กำลังตก แต่ก็กลัวฟ้าจะผ่าเอาอ่ะค่ะ 5555
จะตกอะไรนักหนาก็ไม่รู้

ปล. พี่พิม ดูแลตัวเองด้วยนะคะ เพื่อนหนูนี่ทยอยเป็นไข้เลือดออ กกันสนุกจิงๆ ตอนนี้หนูก็ทอนซิลอักเสบ เพราะเปิดแอร์นอนตอนฝนตก :snooty: เนื่องจากไม่ชอบอากาศชื้นๆแฉะๆเ วลาฝนตก เห้อ แย่ๆๆๆ

ฝันดีค่ะ พี่พิม
Quote
 
 
#8 Dark-Master 2010-08-21 15:10
จานนี้อร่อยครับ confirm =D สะตอกรอบกำลังดีเลย =D

อยากทานบ้างใช่ไหมหละครับท่านผู ้ชม โดยเฉพาะถ้ากัดไปโดนตรงผังผิดที ่เป็นมันนะ อื้อหือ climax :snicker:
Quote
 
 
#9 พิม Enya 2010-08-27 00:03
น้องมิลด์ ... ลองทำสิจ๊ะ ไม่ยากเลยนะเมนูนี้เนี่ย หากมิลด์ลองทำแล้วติดขัดตรงไหน msn ถามพี่ได้เลยจ๊ะ

ยัยลี่ .... พิมจะรอนะ (ถึง 10 ปีไหมอ่ะ คิคิ)

พี่มินตรา ค่ะ .... ใส่ถั่วฝักยาว หรือถั่วแขกน่าจะได้นะคะพี่
แต่ว่าไม่ต้องผัดนาน แค่ใส่ลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน แล้วก็ปิดไฟเลย น่าจะดีเหมือนกันค่ะพี่ ^^
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2010-08-27 00:04
คุณฝาละมี ... ขอบคุณนะจ๊ะที่ชมอ่ะ เค้าเขินนะ :nuu:
Quote
 
 
#11 พิม Enya 2010-10-22 15:27
น้อง Tam .... โหห ขอบคุณที่เตือนนะจ๊ะ ปีก่อนอ่ะที่บ้านพี่เป็นไข้เลือ ดออกพร้อมกัน 2 คนเลยคือแฟนพี่กับน้องพี่ เล่นเอาพี่วิ่งรอก 2 รพ. เช้าเย็น หน้ามึดเลยอ่ะ

ปีนี้ยุงแถวบ้านพี่ก็เยอะเหมือน เดิม ก่อนจะนอนก็หมั่นเอาไม้ตียุง ไล่ตียุงรอบ ๆ ห้องเลยอ่ะ ก็พอช่วยได้อยู่เหมือนกันนะ

ป.ล. ว่าแต่เป็นไข้เลือดออกนี่สนุกจร ิง ๆ เหรอ :snicker:

ป.ล. น้อง Tam เป็นทอมซิลอักเสบเหรอเนี่ย หายหรือยังนะป่านนี้ ถ้ายังไม่หาย ก็สู้ๆ เค้านะ พักผ่อนเยอะๆ จะได้หายไว ๆ จะได้มาคุยกันอีก ^^

=)
Quote
 
 
+1 #12 iamtiank 2011-08-13 09:13
น่ากินมากๆเลยค่ะ เรียกน้ำย่อยเลย
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh