ผัดเผ็ดหมูป่า แบบใส่นมสด
เมื่อสัก 2 อาทิตย์ก่อนมีลูกค้าแกงของที่บ้านพิมเอาหมูป่ามาฝากแม่พิมประมาณครึ่งกิโลค่ะ พอกลับมาถึงบ้าน ด้วยความที่ยังไม่รู้จะเอามาทำอะไร ก็เลยจับยัดใส่ช่องแข็งเอาไว้ จนกระทั่งถึงวันนี้แหละค่ะ
...... มาวันนี้พิมไม่รู้ว่าจะทำอะไรเป็นกับข้าวมื้อเย็นให้คุณสามีดี เลยไปรื้อ ๆ ตู้เย็น (ช่องแช่แข็ง เหมือนขุมสมบัติของบ้านพิมอ่ะ) ก็พบเจ้าเนื้อหมูป่าอยู่ชิ้นนึงค่ะ เลยลงไปรื้อช่องผัก อ๊ะ...เจอมะเขือเปราะอยู่ 2-3 ลูก พริกชี้ฟ้าแดงอีก 2 เม็ด พริกแกงที่แม่ตำไว้อีก 1 กระปุกเล็ก ๆ กับกระชายที่เหลือจากการทำน้ำยากะทิในอาทิตย์ก่อน แถมเจอนมข้นจืดที่เหลืออยู่ก้นกระป๋องนิดหน่อย เลยเดินๆ เข้าไปในสวน โอ้ว ... มีใบโหระพาเหลือติดต้นอยู่ 2-3 กิ่งพอดี .... เพราะงั้นก็มาทำผัดเผ็ดหมูป่ากันดีกว่าค่ะ ^^ (จริง ๆ ขาดพริกไทยอ่อนไปอีกอย่าง แต่ไม่เป็นไรค่ะ ความอยากกินมีมากกว่าอ่ะ)
ว่าแล้ว .. ไม่พูดพล่ามทำเพลงมาดูผัดเผ็ดหมูป่า ฉบับบ้านพิมกันเลยดีกว่านะคะ ... นี่ค่ะ น่ากินไหม ^^
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
- หมูป่า 200 กรัม
- พริกแกง 3 ชต.
- น้ำซุป/น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
- นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
- มะเขือเปราะ 2 ลูก
- กระชายซอย 5 รากอ้วนๆ
- พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
- พริกไทยอ่อน 3 ช่อ ........... (แต่วันนี้พิมไม่มี เลยไม่ได้ใส่นะคะ)
- ใบโหระพา 3 กิ่ง
- น้ำตาลทราย/น้ำตาลปี๊บเกือบๆ 1 ชช.
- เกลือป่น 1/2 ชช.
- น้ำปลา 1 ชต.
- น้ำมันสำหรับผัด 2 1/2 ชต.
ป.ล. ปริมาณเครื่องปรุงรส จำพวก น้ำตาล เกลือ น้ำปลา .. อาจจะต้องใส่มากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นกับความเค็มของพริกแกงและรสชาติน้ำซุปที่เพื่อนๆ ใช้นะคะ
:: วิธีทำ ::
เริ่มต้นก็มาทำดูที่หมูป่ากันก่อนเลยนะคะ .. สำหรับหมูป่าที่พิมได้มาเนี่ย ถ้าดูจากด้านบนจะหน้าตาแบบนี้อ่ะค่ะ
แต่ถ้าผ่าดูด้านในแล้ว ก็จะมีหน้าตาแบบนี้นะคะ (ก็คล้าย ๆ เนื้อหมูทั่วไป เพียงแต่หนังจะหนามากๆ และมีชั้นไขมันน้อยอ่ะค่ะ)
ก็ให้เราเอาหมูป่ามาทำความสะอาดนะคะ แล้วก็หั่นเป็นชิ้นพอคำเอาไว้ค่ะ
ส่วนใบโหระพาล้างเสร็จ ก็เด็ดเป็นใบ ๆ ไว้นะคะ / กระชายก็ใช้ปลายมีดขูดๆ ผิวออกหน่อย ล้างน้ำสักนิด แล้วซอยเป็นเส้นเล็ก ๆ ไว้ค่ะ (อย่าให้ยาวมาก) / มะเขือเปราก็ผ่าครึ่งลูกตามแนวตั้ง แล้วหั่นเป็นชิ้นไว้อย่างในภาพ (ไม่ต้องบางมากนะคะ) ส่วนพริกชี้ฟ้าก็ล้างน้ำแล้วหั่นเฉียง ๆ แบบในภาพเช่นกันค่ะ (ถ้าไม่ชอบเม็ดพริก หั่นแล้วก็ล้างเอาเม็ดพริกออกนะคะ)

เมื่อเราเตรียมเครื่องต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็มาลงมือทำกันค่ะ
เริ่มต้นด้วยการเอาน้ำมันสำหรับผิดใส่ลงไปในกระทะ ... พอน้ำมันเริ่มร้อนก็ใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอมไปสามบ้านแปดบ้านเลยค่ะ (โบราณเค้าว่าไว้อ่ะ)

พอพริกแกงหอมดี ก็ใส่หมูป่าลงไป ผัดให้เข้ากันกับพริกแกง

แล้วก็เติมน้ำเปล่าหรือน้ำซุปลงไป เติมเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล น้ำปลา เกลือ และสุดท้ายก็อย่าลืมใส่นมข้นจืดนะคะ

จากน้นก็ผัดให้เข้ากันดี พอน้ำแกงเดือดปุดๆ เล็กน้อย ก็แอบเอาช้อนตักน้ำแกงขึ้นมาชิมหน่อยว่ารสชาติถูกปากเราไหม ก็จะออกเค็ม เผ็ด นุ่มๆ หน่อย แต่ไม่หวานอ่ะนะคะ ซึ่งถ้าหากขาดรสไหนไปเติมเอาตามใจชอบเลยค่ะ ..... เสร็จแล้วก็ใส่มะเขือเปราะลงไป ผัดให้เข้ากันดี

รอจนมะเขือสุก ก็ใส่กระชาย พริก ใบโหระพา (และพริกไทยอ่อน) ลงไป
ผัดให้เข้ากันอีกที .... น้ำแกงเดือดปุด ๆ แบบนี้ ก็จัดการปิดไฟเตา และตักใส่ชามได้เลยจ้า
และแล้ว ... เราก็จะได้ผัดเผ็ดหมูป่าแบบชาวกรุงออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ (ที่ว่าแบบชาวกรุง เพราะใส่นมข้นจืดนี่แหละค่ะ)
เป็นไงค่ะ ... หน้าตาโอเคไหม นี่ถ้าได้พริกไทยอ่อนซะหน่อย จะออกมาหน้าตาน่ากินกว่านี้อีกนะคะ ^^
หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจก็ลองทำดูค่ะ ถ้าไม่มีหมูป่า จะใช้หมูเนื้อแดง หมูส่วนสะโพก แทนได้หรือถ้าเอาแบบใกล้เคียงสุด ๆ ก็เนื้อหมูส่วนขาหมูนะคะ ... อร่อยไม่แพ้กันเลย
.... ลองไปทำดูนะคะ ^__^
ป.ล. ขออวดต้นลำไยที่บ้านกรุงเทพฯ หน่อยค่ะ ซึ่งตอนนี้กำลังให้ลูกดกมากๆ อีกประมาณเดือนนึงก็จะได้กินแล้ว ฮี่ ๆ (ได้กินก่อนลำไยทางเหนือซะอีกเน้อออ)

Comments
อ้อ ๆ ... จริงๆ เมนูนี้เค้าจะต้องใส่พริกไทยอ่อ นเพื่อเพิ่มกลิ่น รส และความเผ็ดร้อนด้วยนะคะ
แต่วันนี้พิมไม่มี เลยไม่ได้ใส่ค่ะ (ไม่งั้นจะดูน่ากินกว่านี้อีกอ่ า)
ป.ล. หมูป่าไม่มี เอาหมูเนื้อแดง เนื้อหมูส่วนขาหมู หรือหมูส่วนสะโพกก็ได้จ้า =)
ป.ล. หมูป่าแท้สมัยนี้ หาแทบไม่มีแล้วค่ะคุณรัช (นอกจากแบบต่างจังหวัดมากๆ จริงๆ) ส่วนใหญ่มีแต่หมูป่าเลี้ยงอ่ะจ้ า ... หมูป่าที่พิมใช้ทำผัดเผ็ดหมูป่า วันนี้เนี่ย ก็เป็นหมูเลี้ยงเหมือนกัน แต่เนื้อไม่เหนียวเท่าไหร่ค่ะ หนังก็จะกรุบ ๆ กรอบ ๆ ... สรุป .... พิมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดูยังไง =D
ป.ล.โฮ โห ลำไยยยยยยยยเหรอเนี๊ยะ ลูกดกจังเลย อยากไปช่วยเก็บจัง :drunk:
รัชทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอาหารสั ตว์น่ะค่ะแล้วจะมีบางช่วงที่ต้อ งสั่งวัตถุดิบมาจากต่างประเทศขน ส่งมาทางเรือมันมีค่าใช้จ่ายเยอ ะน่ะค่ะรัชถึงจะได้ทำโอทีก็เลิก ดึกเหมือนกันนะประมาณ5ทุ่มแต่ก็ พอไหวอยู่ทำประมาณ4วันก็เสร็จแล ้วล่ะค่ะ.ขอบคุณคุณพิมที่เป็นห่วงนะคะรัช ก็ให้คุณสามีมารับแหละเนี่ยแอบไ ปกินข้าว+ลีโอแล้วก็มานอนหลับรอ รับรัชกับบ้านอยู่ที่ออฟฟิศรัชน ี่แหละค่ะ. =) (ไม่ได้นินทานะแต่เป็นเรื่องจริ ง :blush: )
(แม่ประมาณเอาไว้ว่าต้นนี้น่าจะ ได้ราว ๆ 40 โลขึ้นไปอ่ะค่ะ) ... สงสัยจะกินกันจนตาแฉะก็งวดนี้แห ละ ฮ่ะๆ
ป.ล. ทำเสร็จแล้ว เอารูปมาฝากกันบ้างนะคะ =)
คุณสามีให้ค่าขนมพิเศษ เลยพาเค้าไปเลี้ยงตอบแทนมาค่ะ =D
ส่วนที่ผัดแล้วเนื้อหมูจะนุ่ม ๆ เนี่ย นมก็มีส่วนเยอะเลยค่ะ เพราะว่านมเป็นไขมัน
เหมือนเวลาเราเอานมไปหมักกับเนื ้อสัตว์แล้วมันจะนุ่มขึ้น ทำนองนั้นเลยอ่ะค่ะ
แต่อันนี้จะไม่นุ่มมากเท่าไหร่น ัก เพราะเราแค่เอาไปผัด แต่ก็โอเคเลยค่า ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวให้เมื่อยปา กมากนัก :snicker:
ส่วนเคล็ดลับวิธีทำผัดเผ็ดให้มะ เขือไม่ดำ...สำหรับพิม ก็คือ ใช้ไฟแรงค่ะ แล้วก็ให้มะเขือสุกจริง ๆ มะเขือก็จะไม่ดำค่ะ
ส่วนจะให้มะเขือสุกมากน้อยแค่ไห น อันนี้ก็แล้วแต่ชอบนะคะ และมะเขือจะหั่นชิ้นเล็กชิ้นใหญ ่แค่ไหนก็ตามชอบอีกค่ะ
แต่ที่พิมหั่นชิ้นเล็กอย่างนี้ เพราะว่ามันกินง่าย คุณสามีเค้าจะไม่เขี่ยออกอ่ะค่ะ XD
ว่าแต่เรื่องเหล้าเบียร์เนี่ย แคชเค้าน่ารักจริง ๆ นะคะ (ขอเม้าท์หน่อยเถอะ) เคยมีครั้งนึงเค้าฝากพิมซื้อเบี ยร์ 2 ป๋อง
ป๋องแรกก็กินคืนนั้นเลยค่ะ ส่วนอีกป๋องกินเมื่อ 3 เดือนถัดไป (ฮ่ะๆ) ..... นานมากๆ กว่าจะกิน พิมเลยยอมให้กินได้อ่ะค่ะ
แต่เอานะคะ สามีคุณรัชดื่มแล้วไม่โวยวาย นอนหลับอย่างเดียวก็ดีมากๆ แล้วค่า
(สมัยป๊าพิมดื่มนะ ดื่มแล้วมักจะชอบเต้นร้องเพลงโว ยวายประจำ จนชาวบ้านเค้าไม่ได้หลับไม่ได้น อน หุหุ)
ยังไงเรื่องทำงานดึก ..... ทำมากๆ แล้วอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยน๊า
วันหยุดก็นอนเก็บไว้เยอะ ๆ นะคะ ออกกำลังกายบ้าง จะได้แข็งแรงๆ (เหมือนแม่พิม)
พิมก็จะไปหัดเล่นโยคะอยู่เหมือน กันล่ะค่ะ =)
เพราะปีนี้ตอนช่วงที่เค้าออกดอก ฝนตกหนักมากค่ะ พิมกับแม่ยังคุยกันเลยว่าสงสัยป ีนี้จะไม่ได้กิน
เพราะฝนตกหนัก ๆ ช่อดอกมักจะร่วงน่ะค่ะ แต่เอาเข้าจริงๆ พอเค้าเริ่มเป็นเม็ด เม็ดเริ่มโต
พิมก็ต้องร้องโอ้โห เพราะว่ามันดกจริง ๆ อ่ะค่ะ ..... ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะได้ปุ๋ยอึน้ องกระต่ายของพิมก็ได้นะคะ
แม่พิมเค้าเอาไปใส่ทุก 15 วันค่ะ ใส่ทั้งมะกรูด มะนาวด้วย ... ใบงาม ลูกดกมากๆ เลยค่ะ (วันหลังจะถ่ายรูปมาให้ดูจ้า) =D
อยากทำให้เค้ากินเหมือนกัน แต่เกรงใจห้องข้าง ๆ กลัวเขาจะว่าเอา (อยู่แมนชั่น) มันไม่สะดวกเหมือนอยู่บ้านเราเล ยเนอะ T_T
สมัยพี่อยู่คอนโด (ราวเกือบปี) พี่ก็ไม่ได้ทำอาหารเลยเหมือนกัน อาศัยซื้อกินตลอด ถูกปากไม่ถูกปาก ก็อีกเรื่องนึงอ่า =_=
แต่ว่าอาหารเยอรมันนี่เหมือนจะย ังไม่เคย แต่ไว้วันไหนถ้าพิมทำได้ พิมจะมารีวิวให้ดูนะคะ