คั่วกลิ้ง

คุณแฟนพิมเค้าเป็นคนใต้ จ.สุราษฎร์ โดยกำเนิดค่ะ ... สมัยยังอยู่ใต้กับที่บ้านเค้า เค้าก็เลยได้กินอาหารใต้แทบทุกวัน แบบว่าบ่อยมากๆ แต่พอมาอยู่กับพิม ... พิมทำอาหารใต้ไม่เป็นค่ะ คุณแฟนพิมเค้าก็เลยอดกินอาหารใต้ไปโดยปริยาย ... พิมเองเห็นเค้าไม่บ่น ไม่ได้พูดถึง ไม่ได้ว่าอะไร พิมก็เลยไม่คิดจะฝึกปรือฝีมือทำอาหารใต้ ... จนอยู่มาวันหนึ่ง....??
วันนั้นพิมกับเค้ากลับลงไปเยี่ยมบ้านแม่เค้าที่สุราษฎร์ค่ะ แล้วพอเค้าได้กินอาหารที่บ้านมื้อแรก ซึ่งเป็นอาหารใต้แต้ๆๆๆๆๆๆ เค้าก็บ่นกับแม่เค้าทันทีเลยว่า เค้าอยากกินอาหารใต้มานานแล้ว แต่อยู่กรุงเทพฯกับพิม พิมไม่เคยทำอาหารใต้ ไม่เคยซื้อหาอาหารใต้มาให้เค้าเลย เค้าอยากกินอาหารใต้มากๆ ...... แล้วก็ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะ ........ -*- เป็นอันเข้าใจได้ว่า ไอ้ที่ตลอดมาหลายปีเค้าไม่บ่น ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่อยากกิน ..... T___T
พอพิมได้ยิน พิมก็เลยสำนึกได้ค่ะ (ฮ่ะๆ) ตั้งแต่นั้นมาพิมก็เลยพยายามหัดทำอาหารใต้เพื่อคุณแฟนโดยเฉพาะเลยค่ะ ทำได้อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง ก็ว่ากันไป จนได้ย้ายไปอยู่บ้านคุณแฟนที่ใต้นั่นแหละ เป็นเวลากว่าปีนึง ก็เลยได้ฝึกปรือฝีมือทำอาหารใต้จากคนงานที่บ้านคุณแฟน...ขึ้นมาอีกระดับ (ฮ่ะๆ) ... ก็เลยเป็นที่มาของ "คั่วกลิ้ง" อาหารใต้อย่างแรกที่แทบทุกคนต้องนึกถึง .... ที่พิมอยากนำเสนอในวันนี้แหละค่ะ .. (มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย -*-)

เมื่อพูดถึง "คั่วกลิ้ง" อาหารของทางใต้ ... ทีไร พิมจะต้องนึกไปถึง "หมูชะมวง" อาหารพื้นเมืองของทางจันทบุรีทุกทีเลยค่ะ เพราะว่าคั่วกลิ้งกับหมูชะมวงเนี่ย มีส่วนคล้ายกันอยู่อย่างนึงก็คือ ถึงแม้แต่ละอย่างจะเป็นอาหารพื้นเมืองประจำจังหวัด ประจำภาคเดียวกัน แต่วิธีทำ เครื่องปรุงบางอย่างก็แตกต่างกันไปตามพื้นที่ (ไม่เหมือนกันซะทั้งหมด)
อย่างคั่วกลิ้งเนี่ย .... สูตรและวิธีทำตามที่บ้านแฟนพิม เค้าจะไม่ใช่น้ำมันเลยค่ะ จะเอาหมูไปคั่ว ๆ แล้วก็ใส่พริกแกง แต่ในบางพื้นที่ จะเอาพริกแกงไปผัดกับน้ำมันก่อน บางพื้นที่ก็ผัดกับน้ำเปล่าก่อน .... เรียกว่าต่างพื้นที่ก็แตกต่างกันไป
วันนี้พิมก็จะมานำเสนอ "คั่วกลิ้ง" สูตรของที่บ้านคุณแฟนพิมค่ะ
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
1. หมูสับ 220 กรัม
2. พริกแกงคั่วกลิ้ง 2 1/2 ชต.
3. กะปิ 1 ชช.
4. ใบมะกรูด หรือใบยี่หร่า 4-5 ใบ
5. น้ำตาลทราย
6. น้ำปลา
สำหรับเนื้อหมูบด ..... ปกติพิมก็จะซื้อแบบชิ้น ๆ แล้วให้ทางร้านเค้าบดมาให้เลย แต่วันนี้พิมไม่ได้ไปจ่ายตลาดค่ะ ... และมีเนื้อหมูแบบชิ้น ๆ อยู่ในตู้แล้ว ก็เลยคิดว่าเอามาสับเองก็ได้

หากใครจะเอาเนื้อหมูแบบชิ้น ๆ มาสับเองอย่างพิม ก็เอาผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาด ๆ แล้วมาเช็ดทำความสะอาดเนื้อหมูก่อนนะคะ จากนั้นก็เอามาหั่นให้เป็นชิ้นย่อม ๆ หน่อย (เพื่อให้สับได้ง่ายขึ้น) ... แล้วก็ทำการสับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้ออกมาเป็นหมูสับแบบนี้ล่ะค่ะ น้ำหนักราว ๆ 220 กรัมได้

มีหมูแล้ว ... ก็ต้องมีพริกแกง .. ซึ่งถ้าไม่ตำเอง ก็ซื้อเอาจากร้านขายพริกแกงในตลาดสดก็ได้ค่ะ ... ที่พิมซื้อมานี่ก็ซื้อมาจากร้านขายของทำอาหารใต้ ๆ ที่ตลาดบางกะปิ ขีดละ 8 หรือ 10 บาทเนี่ยแหละค่ะ ... หอมดี .. พิมใช้พริกแกงประมาณ 2 ช้อนโต๊ะกว่า ๆ ค่ะ

แล้วก็มีใบมะกรูดค่ะ ... จริง ๆ ตามสูตรดั้งเดิมของที่บ้านแฟนพิม เค้าจะใช้ใบยี่หร่า (แม่แฟนพิมเรียกว่าใบรา) แต่ว่าที่บ้านพิมไม่มีค่ะ (เคยมี แต่มันตายไปแล้ว เพราะโดนกระต่ายกัดต้นขาด -*-) ... แล้วก็จำได้ว่าแม่แฟน เคยบอกว่าใช้ใบมะกรูดแทนได้ พิมก็เลยเลือกใช้ใบมะกรูดค่ะ ... ใช้ใบกลางแก่กลางอ่อน สัก 4-5 ใบ (อ่อนไป ไม่หอม / แก่ไป เคี้ยวยาก)

นำเอาใบมะกรูดมาล้างซะหน่อย สะบัดๆ น้ำออกไป แล้วก็ทำการม้วนๆ (ตามภาพ) เพื่อให้ซอยได้ง่ายขึ้น ... แล้วก็จัดการซอยฝอยๆ เลยค่ะ ... ได้ออกมาเป็นใบมะกรูดซอย ตามภาพด้านล่างเลย


ส่วนเครื่องปรุงคั่วกลิ้ง ... ก็จะมีแค่น้ำปลาดี ๆ หน่อย , น้ำตาลทราย , และกะปินิดนึงค่ะ

เมื่อเตรียมเครื่องและส่วนผสมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ... ก็ถึงเวลามาลงมือทำกันค่ะ
เริ่มแรก .. ก็เอาหมูบดหรือหมูสับที่เราสับไว้ ใส่ลงไปในกระทะเปล่าๆ เลยค่ะ ไม่ต้องใส่น้ำมัน ไม่ต้องใส่น้ำเปล่าใด ๆ ทั้งสิ้น

เอาตะหลิวยี ๆ เนื้อหมูบดให้กระจายออกจากกัน ไม่เป็นก้อน .... แล้วก็ผัด ๆ คั่ว ๆ หมูไปสักแป๊บ (ใช้ไฟกลางๆ ) ... แล้วแป๊บนึง เราก็จะเห็นว่าหมูบดในกระทะของเรา ค่อย ๆ มีน้ำซึมออกมา

ก็คั่วหมูไปจนกระทั่งหมูสุก และน้ำเริ่มแห้ง

แล้วก็เอาพริกแกงคั่วกลิ้ง + กะปิ ใส่ลงไป

จัดการผัด ๆ คั่วๆ ให้พริกแกง - กะปิ - เนื้อหมู เข้ากันดี ... (กะปิ และพริกแกง ต้องไม่เหลือเป็นก้อน)

พอพริกแกงเข้ากับเนื้อหมูดีแล้ว ก็ค่อยเติมน้ำตาลลงไปนิดนึง ประมาณปลายช้อนชา .. แล้วก็น้ำปลาลงไปหน่อยนึง ...ซึ่งน้ำปลาเนี่ย อย่าเติมเยอะนะคะ ระวังจะเค็ม ... ให้เติมไปสักหน่อยก่อน แล้วชิม ถ้าไม่เค็ม ค่อยเติมเพิ่มน่ะค่ะ
ป.ล. ถ้าใช้พริกแกงที่ซื้อเค้ามา เค้าจะใส่เกลือลงมาในพริกแกง เพื่อช่วยยืดระยะอายุของพริกแกง ทำให้พริกแกงสำเร็จรูปแทบทุกชนิดมีรสเค็ม บางเจ้าเค็มมาก บางเจ้าเค็มน้อยน่ะค่ะ

จากนั้นก็ชิมรส .. เอาตามชอบเลย ของพิมจะออกเผ็ด เค็ม นำค่ะ ... หวานแทบไม่มี ^^ (เพราะหวานอยู่แล้ว .... ฮ่ะๆ) .. แล้วพอชิมรสได้ที่แล้วก็ผัด/คั่วต่อไปอีกสักระยะ จนเริ่มแห้ง ก็จัดการเอาใบมะกรูดที่เราซอยฝอย ๆ ไว้ โรยลงไปเลยค่ะ

แล้วก็คลุกเคล้า ผัดให้เข้ากันอีกรอบ ... ก็เป็นอันว่าใช้ได้

จากนั้นก็ตักใส่จาน ... เสริฟพร้อมข้าวร้อน ๆ ได้เลยเจ้าค่ะ ^__^

![]()
:: เพิ่มเติม ::
- สามารถใช้เนื้อไก่บด / ไข่ / เต้าหู้แข็ง แทนหมูได้นะคะ ... ก็จะอร่อยไปอีกแบบ
- สามารถเก็บไว้ทานได้หลายมื้อ และหากเก็บในตู้เย็น ช่องธรรมดา ก็ได้เป็นเดือน โดยไม่เสียค่ะ

Comments
แต่ไข่เจียววุ้นเส้นนี่พิมไม่เค ยกินเลยค่ะ ไม่เคยทำด้วย ไว้ต้องลองๆ .... ^^
ป.ล. แต่กินแกงส้ม ผอมน๊าาาาาาาา
คุณ anii ได้รับคำตอบแล้วน๊าา
วันนี้ว่าจะผัดอีกครั้งพอนึกถึง ความเผ็ดเลยต้องหยุดก่อน
ดิฉันก็เพิ่งรู้จักอาหารนี้โดยห ลานสะใภ้ทำให้ทาน
คือพี่สาวเค้าเอาพริกเเกงมาจากเ มืองไทย
เเต่เห็นพริกเเกงของคุณพิมเเล้ว มันต่างกันมาก
ของหลานดิฉันมันออกเเดงเหมือนมี เเต่พริกค่ะไม่มีเขียวๆปนอยู่
ก็เลยคิดว่ามันต้องมีเครื่องปรุ งพริกเเกงต่างกันเเต่มีอย่างเดี ยวคือเผ็ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ค่ะ
ก็เลยใส่เเต่น้อยทำเเล้วไม่อร่อ ยเลย
คุณน้อง ค่ะ ... คั่วกลิ้ง ถึงแม้จะเป็นอาหารใต้ แต่มันเหมือนอาหารท้องถิ่นอ่ะค่ ะ จากประสบการณ์ที่พิมเคยไปอยู่ใต ้มาราวๆ 2 ปี และต้องเดินทางไปในหลายๆ อำเภอในภาคใต้ ....พิมก็พบว่าบางพื้นที่ก็จะทำแบบม ีน้ำขลุกขลิก บางพื้นที่ก็คั่วแบบแห้ง ๆ (อย่างในภาพที่พิมทำ) บางพื้นที่ก็ทำแบบผัดพริกแกงก็ม ีค่ะ ... สงสัยว่าขึ้นอยู่กับความชอบอ่ะม ั้ง
ส่วนพิมชอบแบบแห้ง ๆ เหมือนกันค่ะ ... ให้ความรู้สึกว่า มันเป็น "คั่ว+กลิ้ง" จริงๆ
ตอนนี้เลยอยากทำกินเองมั่ง ขอบคุณสำหรับสูตรนะคะ แต่ว่าไม่มีสูตรน้ำพริก เดี๋ยวแอบไปหาเวบอื่นก่อนดีกว่า ^^
คุณ mango frappe .... เง้ออ พิมลืมเรื่องสูตรน้ำพริกคั่วกลิ ้งไปเลยค่ะ ว่าจะจดมาฝากแต่ก็ลืมทุกที ไว้คราวหน้าจะไม่ลืมนะคะ =)
ปกติพิมตำพริกแกงเองหรือตำพริกแ กงขายก็จะใส่กะปิไปพร้อมกับการต ำพริกแกงเหมือนกันค่ะ
ไม่ว่าจะพริกแกงภาคกลาง ภาคใต้ แกงส้ม แกงคั่ว แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน
แต่ว่าทางบ้านสามีพิม (บ้านส้อง สุราษฎร์) เค้าแยกพริกแกงกับกะปิต่างหากกั นอ่ะค่ะ ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันค่ะว่าทำไ ม
แล้วครั้งแรกที่พิมรู้จักวิธีทำ คั่วกลิ้งก็จากที่บ้านแฟนนี่แหล ะค่ะ ซึ่งเค้าเป็นร้านขายอาหารเก่ามา 30-40 ปีแล้ว
พิมคิดว่าคงเป็นสูตรทางเค้าโดยเ ฉพาะอ่ะมั้งค่ะ (แต่เห็นหลายคนก็ใช้วิธีแยกพริก แกงกับกะปิเหมือนกัน
แต่บางคนก็เอามาตำรวมกันก่อน บางคนก็เอามาแยกแบบพิม คงแล้วแต่ความชอบ และสูตรของแต่ละที่อ่ะค่ะ) =)
บางคนเป็นแบบผัดกับน้ำมัน บางคนก็จะเป็นแบบน้ำแฉะ ๆ อาจจะแล้วสูตรและความเคยชินของแ ต่ละคนก็เป็นได้น่ะค่ะ
สำหรับที่บ้านสามีพิม คั่วกลิ้งที่ใส่พริกไทยอ่อน จะเป็นพวกคั่วกลิ้งหมูป่า คั่วกลิ้งกระดูกอ่อนพวกนั้นมากก ว่า
แต่หากเป็นคั่วกลิ้งหมู ไก่ ปลา ไข่ จะไม่ใส่พริกไทยอ่อนอ่ะค่ะ
=)
แถบชุมพรกับสุราษฎ์ จะแยกเคยกับพริกแกงเวลาคั่วกลิ้ ง กลิ่นมันจะต่างกันด้วย แต่แกงอย่างอื่นจะนิยมโคลกกะปีไ ปพร้อมพริกแกงค่ะ ลองสังเกตุเวลาแกงดูนะค่ะ ตอนเด็กๆเวลานุชแกงแล้วมีผู้ใหญ ่เดินผ่านมาที่บ้าน ท่านจะทักเลยว่า แกงกะปิน้อย มากไป ขนาดผู้ชายยังทักเลยค่ะ เวลาเราแกงพวกอาหารทะเลไม่ต้องเ น้นกะปิมากนะค่ะ ลองดูนะ เคล็ดจากแม่นุชเอง
บางอย่างอาจจะมีผิดพลาดบ้าง รบกวนคุณนุช (และเพื่อนๆ ท่านอื่น) ช่วยแนะนำด้วยนะคะ ^^
ว่าแต่พูดเรื่องกะปิน้อยไป อันนี้พิมนึกถึงตอนหัดทำแกงส้ม คั่วกลิ้ง แกงต่างๆ ของใต้เลยอ่ะค่ะ
แบบว่าคุณสามีมาชิม (เป็นนักกิน แต่ไม่ใช่นักทำ ฮ่ะๆ) แล้วเค้าก็จะบอกว่าขาดกะปินะ กะปิน้อยไปนิดนึง เพิ่มอีกสักเท่านี้ๆ
อะไรอย่างนี้เหมือนกันเลยอ่ะค่ะ ^^
=)
พิมเคยตำเองแล้ว แต่คิดว่ายังตำไม่อร่อยพอที่แม่ สามีทำ
แต่ยังไงจะเอาสูตรที่จดไว้มาฝาก นะคะ แต่รอนิดนึง เพราะว่าสมุดจดไม่ได้อยู่ที่ตัว อ่ะค่ะ :notfunny:
ตามคุณพิม แล้วใส่จินตนาการตามใจตามปากตัว เองที่ชอบ
ลงไปบ้าง หวังวาคงคงถูกใจและสมหวังแน่ๆๆน ะครับ ขอบคุณ
ทุกๆๆคน ทื่มีความคิดเห็นหลากหลาย ต้องไปตัดตะไคร้ ข่าขมิ่น
พริก มะกรูด ยี่หรา ที่บ้านมีวัตถุดิบเครื่องแกงเกื อบครบ จะลองตำ
เครืองแกงเองดู
พี่พิมค่ะพอดีหนูอยู่หน้ารามว่า แต่พี่พิมค่ะพริกแกงคั่วกลิ้งอร ่อยๆมีขายที่ไหนค่ะแถวหน้ารามที ่หนูอยู่มีไหมพี่พิมพอจะรู้ไหมค ่ะ
ร้านที่พี่พิมไปซื้อเขายังขายอย ู่ไหมอยู่ในตลาดบางกะปิเลยเหรอค ่ะ
แต่ถ้าพี่บางกะปิ จะมีร้านพริกแกงใต้ (ที่ขายช่วงกลางวัน) อยู่ประมาณ 2 เจ้า
จะอยู่ตรงแถบขายปลาทะเล กับแถบที่ขายผัก จุดละเจ้าอ่ะ
พริกแกงคั่วกลิ้งที่แต่ละร้านเค ้าขายมันจะมี 2 แบบ แบบธรรมดาเกรดรองนิดนึง กับแบบที่ดีหน่อยอ่ะ
ลองไปดูนะจ๊ะ
ว่าแต่แอบประหลาดใจเล็กน้อยนะคะ ที่พี่มดคลอดโดยหมอตำแย ^^ คือเคยคิดว่าหมอตำแยคงมีในเมือง ไทยเมื่อนานมากๆ สมัยอย่างยุคแม่พิมอะไรงี้อ่ะค่ ะ ไม่คิดว่าพี่มดที่อายุห่างจากพิ มแค่ 2 ปี จะคลอดโดยหมอตำแยด้วย ^^"
แต่ขออวดหน่อยค่า บ้านพิมก็มีครกใหญ่ ๆ นะคะ เป็นครกเอาไว้ตำข้าว สมัยแม่พิมยังสาว ๆ ปลูกข้าวกินเองอ่ะค่ะ พอโตมาหน่อยก็ไว้ตำแป้งขนม ประมาณนั้นเลย ยังนึกถึงสมัยเด็ก ๆ ที่ยายทำขนมหม้อแกงด้วยการเอาแผ ่นสังกะสีมาวางประกอบบนล่างถาด คล้ายเตาอบเลยอ่ะค่ะ