ซี่โครงอ่อนตุ๋นเห็ดหอม

เช้าวันนี้ .. อยู่ดี ๆ แม่ก็มาถามพิมว่ามีรากผักชีไหม พิมก็แอบสงสัยเพราะปกติแม่ไม่ค่อยถามแบบนี้ค่ะ เลยถามแม่กลับไปว่าแม่จะเอาไปทำอะไรล่ะ แม่ก็ตอบมาว่า "จะให้ตุ๋นกระดูกอ่อนให้น่ะ พอดีมีกระดูกอ่อนอยู่หน่อย" .. พิมก็ อืมๆ มีน่ะแม่ .. แต่แม่จะให้ใครทำล่ะ แม่ก็บอกว่า "อ้าว...ก็ต้มเป็นอยู่คนเดียว ก็รับไปสิ" .. -*- ... แหม๊...แหมมม ทำไมแม่ต้องถามอ้อมไปสามบ้านแปดบ้านล่ะเนี่ย ใช้มาตรง ๆ เลยก็ได้ - -"
พูดถึง "กระดูกอ่อนตุ๋นเห็ดหอม" (หรือบางทีพิมก็เรียกว่า ซี่โครงอ่อนหมู) ... เมื่อก่อนที่บ้านพิมทำบ่อยพอควรเลยค่ะ ประมาณว่าเดือนละ 3--4 ครั้งได้ เพราะได้รับความอนุเคราะห์กระดูกอ่อนจากแม่สุดที่ร๊าาากกก แทบทุกอาทิตย์ แต่พอทำบ่อย ๆ เข้า มันก็เบื่อค่ะ (อะไรกินบ่อย ๆ มันก็เบื่อฉะนี้แล) ระยะหลัง ๆ ก็เลยไม่ค่อยจะได้ทำ .... พอมาได้ทำวันนี้ (หลังจากไม่ได้ทำมากว่า 3 เดือน) ก็เลยทำซะหม้อเบ้อเร่อเลย

ยังไงก็มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยเน๊าะค่ะ
:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::
1. ซี่โครงอ่อนหมู 1.5 กิโล
2. เห็ดหอมแห้ง 1 ขีด
3. รากผักชี 10 รากใหญ่ๆ
4. พริกไทยดำ 40 เม็ด
5. กระเทียม 1 1/2 หัว
6. ซีอิ๊วขาว 5-7 ชต.
8. ซอสปรงุรส 4-5 ชต.
9. น้ำมันหอย 5 ชต.
10. น้ำซุป 9 ถ้วย
11. ผักชี (ตามชอบ-ไว้โรยหน้า)

ป.ล. ดูรูปภาพและรายละเอียดของส่วนผสม-เครื่องปรุงแต่ละอย่างอย่างละเอียด ....ด้านล่างนะคะ
:: วิธีเตรียมของ-วิธีทำ ::
เริ่มแรกเรามาดูที่ "กระดูกหมู" กันก่อนค่ะ ... พิมเลือกใช้กระดูกอ่อนในเมนูนี้ เหตุที่ใช้กระดูกอ่อนเพราะว่า มันอร่อยค่ะ มีเนื้อที่เหนียวนิด ๆ พอประมาณ แล้วก็กรุบ ๆ ในบางส่วน เวลาเอาไปเคี่ยวจนเปื่อย มันก็จะยิ่งอร่อยมากขึ้นค่ะ
พิมใช้กระดูกอ่อนประมาณ 1.5 โลได้ (พอดีไม่ได้ชั่ง - ลืมค่ะ) แต่กระดูกอ่อนโดยปกติแผ่นนึงก็จะหนักราว ๆ นี้

นำเอากระดูกหมูอ่อนมาหั่นชิ้นตามต้องการค่ะ .. แล้วก็เอาไปล้างน้ำสะอาดสัก 1 ครั้ง .. ล้างเสร็จ ก็ใส่ตะกร้าโปร่ง ๆ ไว้ให้สะเด็ดน้ำ .. พักเอาไว้ก่อน


ต่อมาก็เป็น "เห็ดหอม" .. ปกติพิมชอบใช้ทั้งดอกใหญ่ (หั่นเป็นเส้น) และดอกเล็ก (ใส่ทั้งดอก) ผสมกันค่ะ แต่วันนี้ไม่มีตัวเลือกให้เลือก ก็เลยใช้แค่ดอกเล็กที่หาซื้อได้แถวบ้านค่ะ .. เห็นหอมนี่พิมใช้ประมาณ 100 กรัมได้ค่ะ

เอาเห็ดหอมไปล้างน้ำแบบผ่าน ๆ สัก 1-2 ครั้งค่ะ ให้เศษผงเศษฝุ่นหลุดออกไป แล้วก็นำไปแช่น้ำอุ่นสักพักนึง เพื่อให้ดอกฟูและนิ่ม

พอเห็ดหอมดอกนิ่มได้ที่ (จับแล้วนุ่มมือ ไม่มีส่วนแข็งกระด้าง) ก็นำมาตัดโคนทิ้งค่ะ (หรือถ้าใครชอบกินโคนเห็ดหอมจะไม่ตัดก็ได้นะคะ...ที่พูดแบบนี้ เพราะว่ามีเพื่อนพิมคนนึงชอบมากเลยน่ะค่ะ)
อ้อๆ ... น้ำแช่เห็ดหอมอย่าทิ้งนะคะ เก็บไว้ก่อน

ปกติถ้าเห็ดหอมดอกเล็กๆ แบบที่พิมใช้ในวันนี้ พอตัดโคนทิ้งแล้ว พิมก็จะใส่ทั้งดอกเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นดอกใหญ่ พิมจะหั่นเป็นเส้น ๆ แบบในภาพด้านล่างนี่ค่ะ .. แล้วก็พักเอาไว้ก่อน

หันมาเตรียมเครื่องตุ๋นกันบ้าง ... สำหรับเมนูนี้เครื่องตุ๋นก็มีแค่ "พริกไทย-กระเทียม-รากผักชี" ค่ะ ส่วนใครจะใส่พวกเก๋ากี๊เพิ่มก็ได้นะคะ อร่อยดี .. แต่วันนี้พิมหาซื้อตามร้านแถวบ้านไม่ได้เลยน่ะค่ะ

นำเครื่องตุ๋น หรือ ที่คนไทยเรามักเรียกติดปากว่า "สามเกลอ" มาโขลกรวมกันค่ะ ไม่ต้องละเอียดมาก แต่อย่าหยาบจนเกินไป (รากผักชีเอามาโขลก 6 ราก อีก 4 รากเก็บไว้ทุบใส่ในหม้อ)

ได้ออกมาเป็นแบบนี้นะคะ

แล้วก็นำไปใส่รวมกับกระดูกอ่อนที่เราเตรียมไว้ด้านบน ในกาละมังใบใหญ่หน่อย (เพราะต้องมีการคลุกเคล้าเครื่องหมัก)

แล้วก็เติมเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ลงไป .. ก็มี ซอสปรุงรส 3 ชต. / ซีอิ๊วขาว 4 ชต. และน้ำมันหอยอีก 3 ชต. ค่ะ (ส่วนที่เหลือไว้ปรุงรสน้ำซุปทีหลัง)

แล้วก็ทำการคลุกเคล้าให้เข้ากัน .... คลุกเสร็จ ก็หมักทิ้งไว้ราว ๆ 20 - 30 นาทีค่ะ

วันนี้พิมมีเวลาไม่มาก เพราะต้องรีบออกไปข้างนอก เลยหมักไว้แค่ 20 นาที ก็ได้ออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ

พอหมูหมักได้ที่ ... เราก็มาเริ่มลงมือตุ๋นกันค่ะ โดยการนำเอาน้ำซุปใส่หม้อ แล้วก็ตั้งไฟค่ะ .... รอจนน้ำซุปเดือดจัด ก็ค่อย ๆ ตักหมูหมักที่เราหมักเอาไว้ ทยอยใส่ลงไป
ป.ล. ในรูปพิมถ่ายให้ดูว่าเป็นขั้นตอนใส่หมูนะคะ เลยทำท่าเททั้งกาละมัง แต่จริง ๆ แล้วตักใส่เอาทีละทัพพีน่ะค่ะ

ทิ้งระยะสักแป๊บ น้ำเดือดอีกรอบ ก็ใส่เห็ดหอม .. ตามลงไปค่ะ

แล้วก็น้ำแช่เห็ดหอม (กรองด้วยกระชอนถี่ ๆ หรือผ้าขาวบาง ก่อนจะใส่ลงไปในหม้อตุ๋นนะคะ)

จากนั้นก็เร่งไฟแรงค่ะ เพื่อให้น้ำในหม้อเดือด

พอน้ำในหม้อเดือดจัด ก็ทุบ ๆ รากผักชีที่เหลืออีก 4 รากใส่ลงไปค่ะ ... แล้วก็รี่ไฟลง เหลือไฟอ่อนๆ ....... จากนั้นก็เคี่ยวไปเรื่อย ๆ

พอเคี่ยวไปได้สักพัก ... ก็ตักน้ำซุปมาชิมค่ะ ... ตอนแรกเราจะรู้สึกว่ายังจืด ๆ เพราะเรายังไม่ได้ปรุงรสเพิ่ม (นอกจากใส่หมูหมัก) ก็ให้เราปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวอีกสัก 3 ชต. ซอสปรุงรสสักอีก 2 และน้ำมันหอยสักอีก 1 ชต. ค่ะ .. แล้วก็ชิมอีกรอบ ถ้ายังจืดไป ก็เติมเพิ่มได้ตามชอบนะคะ บางคนอาจจะเติมน้ำตาลลงไปเล็กน้อย แต่พิมไม่ได้เติมน่ะค่ะ เพราะที่บ้านไม่ชอบ
พอชิมรสได้ตามชอบแล้ว (อย่าลืมเผื่อน้ำซุปงวด รสจะจัดขึ้นกว่าที่ชิมเอาไว้อีกหน่อย) ... ก็เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนหมูสุกนุ่มตามต้องการ ก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ

สุดท้ายก็ยกลงจากเตา .. แล้วตักใส่ชาม ... ขึ้นโต๊ะได้เลยค่ะ
อ้อๆ ... ก่อนกิน อย่าลืมโรยผักชีหั่นฝอยลงไปในชามด้วยนะคะ ... จะช่วยเพิ่มความหอมน่ะค่ะ ^___^


![]()
:: เพิ่มเติม ::
- สามารถใช้น่องไก่แทนกระดูกอ่อนได้
- หากไม่อยากใช้กระดูกอ่อน จะใช้เนื้อหมูส่วนสันคอแทน ก็ได้เช่นกัน
- สามารถไว้กินกับข้าว หรือ กินกับบะหมี่ เป็นบะหมี่หมูตุ๋นเห็ดหอม ก็ได้ค่ะ ... แต่ถ้าจะกินกับบะหมี่หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบอื่น ต้องเติมน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลกรวดลงไปสักหน่อย จะทำให้รสเข้ากันมากขึ้นค่ะ

Comments
Merry Christmas นะคะ คุณพิม.
Merry X'Mas เช่นกันค่า
ดูเเล้วเค้าคงชอบเพราะชอบทานเห็ ดหอม
เเต่ดิฉันไม่ชอบกลื่นของเห็ดหอม
ก็คงต้องทำให้ทานคนเดียว
เห็นรากผักชีเเล้วอยากร้องไห้
ที่นี้ตลาดไม่ขายรากผักชีค่ะตัด ทิ้งหมด
เมื่อปีที่เเล้วดิฉันต้องบอกให้ พี่คนไทยที่จะมาเมกาซื้อมาฝาก
ก็เลยเพิ่งทราบว่าเมืองไทยเดียว นี้รากผักชีนั้นต้องซื้อเเยกกัน กับใบเเล้ว
ก็เลยหายเสียใจไปนิดว่าเราอยู่ท ี่นี้ต้องซื้อเเบบไม่มีราก
ลองปลูกเองมันก็ไม่ได้ใหญ่อวบเเ บบในรูปเลย
นี้พี่เขาจะมาอีกเดือนหน้าก็คงต ้องให้ซื้อมาให้อีก
เเต่ต้องปั่นมามาเป็นรากไม่ได้เ พราะเป็นเรื่องผักที่ห้ามเอาเข้ าประเทศ
ที่นี้ก็มีขายเเช่เเข็งมาจากเมื องไทยประมาณ10รากก็1เหรียญค่ะ
ที่เมืองไทยตอนนี้เนี่ย ผักชีมี 2 แบบค่ะ
ก็คือ ขายทั้งต้นทั้งราก - กับแบบขายเฉพาะราก (ติดโคนต้นราว ๆ 2 นิ้ว) อ่ะค่ะ
วันก่อน พิมไปแมคโคร ก็ซื้อเฉพาะรากที่เค้าขายขีดละ 5 บาท มาเก็บไว้ประมาณ 4 ขีด เผื่อทำอะไรกินน่ะค่ะ
ว่าแต่แปลกนะคะ ทำไมเค้าต้องตัดรากทิ้งด้วย เพราะกลัวเน่าก็ไม่น่าจะใช่ เนื่องจากมันมักจะเน่าที่ลำต้นต ่างหาก
คราวหน้าถ้าคุณดวงจันทร์มาเมือง ไทย แล้วตรงกับหน้าผักชีถูกๆ
คุณดวงจันทร์ ซื้อมาแล้วตัดเอาแต่ราก ล้างให้สะอาด แล้วนำไปตากแดดจัด ๆ จนแห้ง
ซึ่งพอแห้งแล้ว สามารถเก็บไว้ (ในตู้เย็น) ใช้ได้เป็นปีๆ เลยค่ะ เวลาจะใช้ก็แค่เอามาแช่น้ำสักแป ๊บ (เหมือนเห็ดหอมแห้ง)
ก็จะใกล้เคียงกับรากผักชีสดอ่ะค ่ะ ^^
ขอบคุณสำหรับสูตรดี ดี นะคะ
ปล.ขอโทษที่ไม่ได้ถ่ายรูปส่งการบ้า นนะคะ :drunk:
...เป็นน้องใหม่ แนะนำตัว...
ช่วงนี้ขอcoppyสูตร ไปทำให้ลูกสาวทาน
ขอบคุณมากคะ =)
ทำติดบ้านไว้สักหม้อในวันหยุด จะสะดวกเรื่องการคิดเมนูอาหารไป อีกเยอะเลยค่ะ =)