ขนมถั่วแปบ จากแป้งข้าวเหนียวดำ
ขนมถั่วแปบเป็นอีกหนึ่งขนมนึงที่พิมทำขายแล้วขายดีค่ะ .... ทำครั้งนึงประมาณ 150 ตัว ขายรวมกับขนมอื่นประมาณ 2 ชม. กว่าๆ ก็หมด วันนี้พิมเลยขอเอามาโพสต์ไว้ เผื่อใครที่ตกงาน อยากลองหัดทำขนมขาย จะได้เอาไปเป็นตัวอย่างนะคะ
"ขนมถั่วแปบ" .. ที่พิมทำขาย ปกติพิมจะทำถั่วแปบธรรมดา ถั่วแปบใบเตย ถั่วแปบอัญชัน แล้วก็ถั่วแปบข้าวเหนียวดำค่ะ (แต่วันไหนคึก ๆ ทำครบ 7 สี ก็มีนะคะ แต่น๊านนนน นานที เพราะเวลามีไม่พอ) ... และใจจริงวันนี้ก็อยากจะโพสต์ทั้ง 4 แบบเลยนะคะ แต่ว่าวัตถุดิบหลายอย่างไม่มีค่ะ หมดสต๊อกอย่างแรง ก็เลยต้องขอโพสต์เฉพาะขนมถั่วแปบที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวดำก่อน (เพราะเหลือแต่แป้งข้าวเหนียวดำอย่างเดียว) .... ส่วนถั่วแปบแบบอื่น ๆ (ซึ่งใช้แป้งข้าวเหนียวขาว) ..... ขอติดไว้ก่อนนะคะ ^^"
:: ส่วนผสมถั่วแปบ ::
1. แป้งข้าวเหนียวขาว 100 กรัม
2. แป้งข้าวเหนียวดำ 100 กรัม
3. หัวกะทิ หรือน้ำลอยดอกมะลิ 2/3 ถ้วย (ปกติพิมใช้หัวกะทิค่ะ แต่วันนี้ไม่สามารถออกไปซื้อมะพร้าวได้ เพราะฝนตกหนัก เลยขอใช้น้ำลอยดอกมะลิล่ะกันนะคะ)
4. ถั่วเขียวเลาะเปลือก หรือที่พิมเรียกว่า ถั่วทอง ... นึ่งสุกแล้ว 2 ถ้วย <--- (ได้มาจากถั่วดิบประมาณ 3/4 ถ้วย)
5. มะพร้าวทึนทึกขูดด้วยมือแมว 3 ถ้วย
6. เกลือนิดหน่อย
7. ใบเตยแก่ๆ 5 ใบ
8. น้ำสะอาด สำหรับต้มแป้งถั่วแปบ
(รูปส่วนผสมแต่ละอย่าง ดูในส่วนวิธีทำนะคะ)
:: ส่วนผสมน้ำตาลที่ใช้กินกับถั่วแปบ ::
1. น้ำตาลทรายขาวเม็ดเล็ก 100 กรัม
2. งาขาว/งาดำ คั่วใหม่ ๆ แล้วบดหยาบ 3 ชต. <--- ได้จากงาดิบประมาณ 2 ชต.
:: วิธีทำ ::
เพื่อให้คนที่ไม่เคยทำขนมชนิดนี้มาก่อนเลย ได้มีความเข้าใจในขนมชนิดนี้ พิมขออธิบายแบบละเอียดนิดนึงนะคะ
ขนมถั่วแปบ ... จะมีวิธีการทำใน 2 ส่วนด้วยกัน ก็คือ ส่วนตัวขนม (แป้ง+ไส้) กับส่วนของน้ำตาลสำหรับโรยหน้านะคะ ..... ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาที่พิมทำกิน หรือทำขาย พิมจะแช่ถั่วที่ไว้ทำเป็นไส้ ด้วยน้ำร้อนจัดไว้ประมาณ 3 ชม. ... ระหว่างรอถั่วนิ่มได้ที่ ก็จะขูดมะพร้าวทึนทึกไปพลาง ๆ เมื่อขูดมะพร้าวเสร็จ ก็ได้เวลาที่ถั่วแช่น้ำได้ที่ ..... จากนั้นก็นำถั่ว และมะพร้าวไปนึ่งให้สุก แล้วระหว่างนึ่ง พิมก็จะมาทำน้ำตาล+งาสำหรับโรยหน้าขนมค่ะ แล้วพอนึ่งถั่วกับมะพร้าวสุกดี พักไว้ให้อุ่นๆ สักแป๊บนึง ก็จะมาผสมไส้ พอผสมเสร็จ ก็จะค่อยไปนวดแป้งทีหลังสุดเลยน่ะค่ะ
แต่มาวันนี้พิมขอสาธิตให้ดูอีกแบบ เพื่อเพื่อน ๆ จะได้เข้าใจง่ายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมากกว่านะคะ
เริ่มต้น .... เราก็มาทำส่วนของตัวขนมกัน ซึ่งตัวขนม จะประกอบไปด้วย ตัวแป้ง+ไส้ ..... โดยเราจะทำไส้ขนมทิ้งเอาไว้ก่อนค่ะ
ไส้ขนมถั่วแปบ .... ก็จะประกอบไปด้วย ถั่วเขียวเราะเปลือก (พิมเรียกว่า ถั่วทอง) กับ มะพร้าวทึนทึกขูด ... และเกลือนิดหน่อย ค่ะ
ถั่วทองเนี่ย .... สำหรับถั่วแปบประมาณ 15 ชิ้น จะใช้ถั่วทองดิบประมาณ 3/4 ถ้วย ซึ่งพอแช่น้ำราว 6 ชม. แล้วนำไปนึ่งให้สุก จะได้ถั่วนึ่งสุกแล้วราว ๆ 2 ถ้วย ผสมกับมะพร้าวทึนทึกที่ใช้ที่ขูดแบบมือแมว ขูดเป็นเส้นบาง ๆ ความยาวราว ๆ 1 นิ้ว ประมาณ 2 ถ้วยเช่นกัน ... กับเกลือนิดหน่อย (ปริมาณตามในภาพ) เพื่อให้ไส้มีรสเค็มนิ๊ดๆ เวลากินแล้ว จะได้ไม่รู้สึกว่าขนมมีรสชาติน่ะค่ะ
สำหรับถั่ว .... ตอนเรานึ่ง เราจะต้องนึ่งให้สุกดีนะคะ อาจจะนึ่งให้เมล็ดถั่วแตกนิด ๆ แบบในภาพ เวลากินแล้ว จะไม่รู้สึกกระด้างหรือว่าแข็งไปค่ะ .... แต่ก็อย่านึ่งถั่วจนสุกมากไป ไม่งั้นเวลาเราปั้นตัวถั่วแปบ ขณะเราใช้มือบี้แป้ง ถั่วที่ติดกับแป้งจะแหลกเหลวอ่ะค่ะ
ส่วนมะพร้าวทึนทึก ก็ต้องขูดด้วยมือแมวอย่างแผ่วเบา ให้ได้เส้นมะพร้าวที่บางๆ เวลากินจะได้เข้ากันกับขนมส่วนอื่นได้เป็นอย่างดี (ไม่รู้สึกว่ามันโดดออกมา) น่ะค่ะ และให้เลือกมะพร้าวทึนทึกแบบที่ไม่ทึนทึกมาก คือยังนิ่ม ๆ อยู่บ้าง เนื้อไม่แข็ง เพราะหากเนื้อมะพร้าวแข็ง เวลากินจะรู้สึกไม่ค่อยเข้ากับเนื้อขนมอ่ะค่ะ
ป.ล. ถ้าเราทำขนมถั่วแปบเสร็จแล้ว กินเลยภายใน 1-2 ชม. ไม่ต้องนึ่งมะพร้าวก็ได้ค่ะ แต่ถ้าจะเก็บไว้กินนานกว่านั้น ควรนึ่ง เพื่อยืดอายุมะพร้าวไม่ให้เสียไว และมีกลิ่นที่แปลกไป
นำเอามะพร้าว และถั่วทอง (ขณะกำลังอุ่นๆ) ทั้งหมดผสมกัน เหยาะเกลือป่นลงไปสักปลายช้อน เคล้าให้ส่วนผสมไส้ทั้งหมดเข้ากันดี แล้วชิมให้มีรสเค็มปะแหล่ม ๆ เล็กน้อย ก็เป็นอันใช้ได้ ..... แล้วก็ปิดฝาหรือหาอะไรครอบเอาไว้ก่อน เพื่อไมให้ไส้ถูกลม ... พักไว้ก่อนค่ะ

แล้วหันมาทำน้ำตาลสำหรับราดขนมกันต่อ ....... ด้วยการผสมงาขาวหรืองาดำ (หรือจะงาทั้งสองอย่าง) ที่คั่วและบดหยาบแล้ว ประมาณ 3-4 ชต กับน้ำตาลทรายเม็ดเล็กสัก 100 กรัม ... ผสมให้เข้ากันดีแล้ว ก็พักเอาไว้ก่อน (ใส่กระปุกปิดฝา หรือใส่ถุงมัดปาก กันความชื้น)
ป.ล. คั่วงา ต้องใจเย็น ๆ ใช้ไฟอ่อนค่อนมาทางไฟกลาง ๆ นะคะ อย่าใจร้อน ใช้ไฟแรง .. เพราะไม่งั้น งามันจะไหม้ก่อนจะสุกน่ะค่ะ
ป.ล. ใบเตยในภาพด้านล่าง เอาไว้ใส่ในน้ำต้มแป้งถั่วแปบค่ะ ..... ^^

เมื่อทำส่วนผสมไส้ - ทำน้ำตาลสำหรับโรยหน้าเสร็จ ...... ก็มาทำตัวแป้งกันค่ะ
ในส่วนของตัวแป้งเนี่ย วันนี้พิมขอทำโดยใช้แป้งข้าวเหนียวดำเป็นหลัก และใช้แป้งข้าวเหนียวขาวผสม เพื่อไม่ให้ขนมกระด้าง และสีเข้มเกินไป ..... ซึ่งจะทำให้ขนมถั่วแปบที่ได้ มีสีม่วงเข้มตามในรูปด้านบนสุด แต่ถ้าใครไม่ชอบสีแบบนี้ จะเปลี่ยนไปใช้แป้งข้าวเหนียวขาวล้วน ๆ แทนก็ได้นะคะ
พิมใช้แป้งข้าวเหนียวดำ 100 กรัม และแป้งข้าวเหนียวขาว 100 กรัม ผสมกันค่ะ แล้วก็ใช้หัวกะทิที่ไม่ข้นมาก 3/4 ถ้วย หรืออาจจะมากกว่านี้นิดหน่อย ขึ้นอยู่กับความชื้นของแป้งนะคะ......... (แต่วันนี้ไม่มีหัวกะทิ ขอใช้น้ำสะอาด ผสมกลิ่นมะลิแทน)
นำเอาแป้ง 2 ชนิดเทใส่กาละมังผสม แล้วเติมน้ำสะอาด/กะทิลงไป สัก 1/3 น้ำของตามสูตรด้านบนก่อน แล้วค่อยๆ นวดแป้งให้เข้ากับน้ำ แล้วก็ค่อยๆ ทยอยเติมน้ำลงไป สลับกับการนวดแป้ง จนกระทั่งน้ำหมด ก็นวดแป้งต่อไปอีกสักพัก .... นวดจนกระทั่งรู้สึกว่าแป้งเหนียวนุ่ม ไม่ติดมือ และไม่ติดกาละมัง ก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ
และถ้าขณะที่เรานวด เรารู้สึกว่าแป้งเหลวไป นวดแล้วนวดอีกก็ยังติดมืออยู่ดี เราสามารถเติมแป้งข้าวเหนียวลงไปได้อีกนิดหน่อยค่ะ ... (ตามในภาพด้านล่าง)


เมื่อนวดแป้งเสร็จแล้ว ให้หาผ้าอะไรคลุมเอาไว้ก่อน แล้วหันมาตั้งหม้อใส่น้ำสะอาดบนเตาไฟ (อย่าลืมใส่ใบเตยมัด ๆ ลงไปด้วย)
พอน้ำเดือด ก็ค่อย ๆ ปั้นแป้งเป็นกลมๆ แล้วกดให้แบน หย่อนลงไปต้มในหม้อ

ต้มไปจนกระทั่งแป้งสุก (แป้งยังดิบ = แป้งจมน้ำ / แป้งสุก = แป้งจะลอยขึ้นมา กดตรงกลางแป้งแล้ว จะรู้สึกนิ่มจนถึงแป้งอีกด้าน และไม่แข็งเป็นไต) ... ก็ตักขึ้นใส่กาละมังที่เราผสมไส้ถั่วเอาไว้
ป.ล. แป้งถั่วแปบ ถ้าใช้แป้งข้าวเหนียวดำผสม จะใช้เวลาต้มให้สุก ... ช้ากว่า การใช้แป้งข้าวเหนียวขาวล้วนๆ

เมื่อช้อนแป้งขึ้นมาจากหม้อต้มหมดแล้ว ก็มาทำการปั้นแป้งให้เป็นขนมถั่วแปบกันค่ะ
โดยปกติ ถ้าพิมทำขาย จะใส่ถุงมือด้วย ...... แต่วันนี้ทำกินเอง เพื่อความสะดวก แค่ล้างมือสะอาดก็พอ ไม่ต้องใส่ถุงมือเน๊อะค่ะ ^^ (ป.ล. แต่สมัยโบราณ จะเอาก้อนแป้งที่ต้มสุกแล้ว ใส่ในถุงพลาสติคที่ผ่าครึ่ง วางบนเขียง แล้วกลิ้งทับด้วยขวดกลม ๆ เพื่อให้แป้งแผ่นแบนๆ น่ะค่ะ)
วิธีปั้นถั่วแปบ ก็ง่ายสุดๆ (แต่ทำตอนแรก อาจจะรู้สึกยากหน่อย) ... หยิบแป้งขึ้นมาชิ้นนึง แล้วคลุกด้วยไส้ถั่วให้ทั่วแป้งทั้งสองด้าน (ไม่งั้นมันจะติดมือ) จากนั้นก็ทำการแผ่แผ่นแป้งให้กว้างออก และบางขึ้น ด้วยการใช้นิ้วมือกับนิ้วชี้ (ทั้งสองมือ) .... พอแผ่แผ่นแป้งได้กว้างประมาณ 2 นิ้วกว่าๆ แล้ว ก็ให้เราตักไส้ ใส่ไว้ตรงกลางแป้งพูน ๆ แบบในภาพค่ะ

แล้วก็ทำการพับแผ่นแป้ง 2 ข้าง ประกอบกัน (ไส้จะอยู่ตรงกลาง) ดังในภาพ .... แล้วยก็ตกแต่งเล็กน้อย (เพื่อให้เหมือนถั่วแปบจริงๆ) ด้วยการใช้ปลายนิ้ว กดแผ่นแป้ง 2 ด้านให้ติดกัน พร้อมทั้งแผ่ให้บางขึ้นด้วยน่ะค่ะ
สุดท้ายเมื่อปั้นเสร็จ ก็นำตัวขนมไปคลุกด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดบาง ๆ ที่เราผสมเกลือไว้นิดหน่อยให้พอมีรสเค็มปะแหล่มๆ .... อีกที ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ

แล้วเมื่อปั้นครบทั้ง 15 ตัว ก็จะได้ขนมถั่วแปบออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ
ยังไงถ้าใครสนใจ ... ลองไปทำดูค่ะ ไม่ยาก (แต่ขั้นตอนอาจจะยุ่งยากหน่อย ทำน้อยๆ เปลืองค่าแก๊สนึ่งถั่วค่ะ - -") ... ขนมไทยๆ หัดไว้ก็ไม่เสียดายค่ะ ^^
ป.ล. บางคนนิยมใส่น้ำตาลและงาผสมลงไปในใส่ถั่วแปบเลย เพื่อจะได้ไม่ต้องใส่น้ำตาลอีกในขณะกิน ซึ่งถ้าทำเลย กินเลย จะดีค่ะ แต่ถ้าทำแบบนั้น แล้วทิ้งเอาไว้นาน น้ำตาลจะละลาย ทำให้ขนมแฉะ กินแล้วจะไม่ค่อยอร่อยนะคะ
ป.ล. แป้งที่ใช้ทำตัวถั่วแปบ ถ้าใช้แป้งข้าวเหนียวขาว จะออกมานุ่มนวลกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ แต่ถ้าใช้แป้งข้าวเหนียวดำผสมแป้งข้าวเหนียวขาวจะออกมานุ่ม แต่ไม่นุ่มมาก (ขึ้นกับปริมาณแป้งข้าวเหนียวดำน่ะค่ะ) ... แต่ว่ากินแล้วก็อร่อยเหมือนกัน
ป.ล. งาที่ใช้ ควรเป็นงาที่ไม่เก่าเก็บ เพราะจะเหม็นหืน แล้วก็ควรจะเป็นงาที่นำมาคั่วบดใหม่ ๆ เพราะว่าจะหอมมากค่ะ
ป.ล. บางสูตรนิยมปั้นแป้งดิบ-ห่อไส้ แล้วจึงนำไปต้ม และเมื่อต้มคลุก ก็นำมาคลุกมะพร้าว .... ซึ่งพิมไม่แนะนำวิธีนี้ค่ะ เพราะบางคนกดแป้ง 2 ด้านที่ห่อไส้ไม่แน่น เวลาเอาไปต้มแล้วแตก ไส้ทะลักออกมาเต็มหม้อต้มเลยน่ะค่ะ แต่ถ้าใครอยากลองวิธีนี้ดู ก็ไม่เสียหายเช่นกันค่ะ ^^

Comments
อีกอย่างตรงเม้นท์ทำให้ไม่ต้องใ ส่โคัดไม่ได้เหรอคะ
แต่บางวันที่งานยุ่งมากๆ หรือว่าแม่ทำกับข้าวที่ยุ่ง ๆ ก็ไม่ได้ทำน่ะค่ะพี่
ยังไงพี่เจี๊ยบมาเมื่อไหร่ บอกพิมอีกทีนะคะพี่
ป.ล. ตรง comment นี่ พิมไม่เคยลองใส่ code เลยค่ะ เดี๋ยวขอลองก่อนนะคะพี่ =D
มีสูตร และวิธีการทำ ขนมถั่วแปบปากหม้อ หรือเปล่าคะ เห็นเขาทำขาย ทำไมคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อคะ
ถั่วแปบแป้งสดน่ะเหรอค่ะ ....... พิมไม่มีค่ะ ยังไม่เคยทำเลย แต่ถ้าอยากได้สูตร PM มาหาพิมอีกทีนะคะ เดี๋ยวพิมจะไปหามาให้
ไม่รบกวนหรอกค่ะ แต่พิมเอ๋อมาก วันก่อนหาสูตรเจอแล้ว แต่นึกไม่ออกค่ะว่า ใครขอไว้ ขอไว้ตรงไหน (เบลอสุดๆ พอดีคุยกับเพื่อนๆ หลายทางมาก) ก็เลยวางแผ่นกระดาษไว้บนโต๊ะทำค รัว แล้วมันก็หายไปไหนไม่รู้ค่ะ T__T ยังไงเดี๋ยวพิมกลับไปหาให้อีกรอ บนะคะ
ว่าจะทำหลายครั้งเเล้วก็ไม่ทำ
ก้เเบบที่คุณพิมบอกว่ายุ่งยากพอ นึกจะทำก็หยุด
สงสัยต้องทำจริงๆเสียทีของก็มีท ุกอย่างเเล้ว
ถ้าทำเเล้วจะมาบอกผลการทำค่ะ
พิมจะรอค่ะ :nuu:
ปล.จะหัดทำ ไปขาย ( หาค่านมลูก ) ขอบคุณมากๆๆ
ถ้าใช้แป้งข้าวเหนียวขาวธรรมดา ก็มีส่วนผสมตัวแป้ง แค่แป้งกับน้ำธรรมดาค่ะ แต่ถ้าอยากให้อร่อยกว่าปกติก็ใส ่หัวกะทิเพิ่มลงไป หรือไม่ก็ใช้น้ำมะพร้าวอ่อนแทนน ้ำธรรมดาอ่ะค่ะ
ซึ่งถ้าจะทำเป็นสีเขียว ก็ใช้น้ำคั้นใบเตย แทนน้ำเปล่า และถ้าจะทำเป็นสีฟ้าหรือสีม่วง ก็ใช้น้ำดอกอัญชันนะคะ ถ้าชอบสีส้ม ก็ใช้น้ำคั้นจากแครอท หรือถ้าชอบสีแดงหน่อย ก็ใช้น้ำคั้นจากหัวบีทรูทอ่ะค่ะ
ติดขัดตรงไหนถามมาได้ค่ะ
อย่างเช้าวันอาทิตย์ พิมมีเวลาขายตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนประมาณ 9 โมง ซึ่งขนมที่พิมทำไปขายก็จะมีถั่ว แปบประมาณ 50 กล่อง ขนมกล้วยขนมฟักทอง ขนมเผือก ประมาณ 250 - 300 ชิ้น ... เป็นหลัก แล้วก็มีขนมอื่นๆ แปรผันไปตามเวลาที่มีอีก 1 อย่าง ... ประมาณนี้แหละค่ะ ซึ่งก็แทบจะไม่เคยเหลือกลับบ้าน เลยสักครั้ง (แต่ช่วงนี้หยุดพัก เนื่องจากงานประจำเยอะมาก จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ก็เลยต้องงดทำขนมไปขายก่อนอ่ะค่ ะ)
ป.ล. เคล็ดลับในการขายขนมของพิมคือ
- ทำในแบบที่เรากิน และต้องมั่นใจว่าอร่อย
- ทำเต็มที่ ไม่หวงเครื่อง
- หน้าตาขนมต้องดูดี แพคเกจต้องดูดี
- ขั้นตอนการทำ ต้องทำแบบสะอาด / เวลาไปขาย ก็ต้องแต่งตัวให้ดูสะอาด
- ราคาขาย ต้องสัมพันธ์กับปริมาณและความอร ่อย ซึ่งจะต้องไม่แพงเกินไป และไม่ถูกเกินไป (คือเราอยู่ได้ ลูกค้าก็ซื้อกินบ่อยๆ ได้)
- เวลาขายต้องยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาสุภาพ และขายอย่างจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า
ประมาณนี้ล่ะค่ะ
=)
เพราะว่าแป้งข้าวเหนียวที่เค้าท ำออกมาแต่ละล๊อต แต่ละยี่ห้อ ความชื้นจะไม่เท่ากันอ่ะค่ะ
ซึ่งถ้าแป้งชื้นมาก ก็ใส่น้ำน้อยหน่อย หรือถ้าใส่น้ำเยอะไปแล้ว นวดออกมาเละ
อาจจะต้องใส่แป้งเพิ่มนิดหน่อยอ ่ะค่ะ (สังเกตุดูตอนนวดนะคะ)
หากแป้งมีความชื้นน้อย นวดแล้วแห้งไป อาจจะต้องเพิ่มปริมาณน้ำ (หัวกะทิ) ให้มากขึ้นอ่ะค่ะ
ส่วนสูตรขนมตะโก้ เดี๋ยวจะเอามาลงให้นะคะ
ป.ล. ที่พิมทำขายเป็นถั่วแปบใบเตย ถั่วแปบแป้งข้าวเหนียวดำ และก็ถั่วแปบที่ใช้น้ำอัญชัน
หากพี่ CK จะทำขาย ลองทำหลาย ๆ สีดูนะคะ
ป.ล. เวลาทำขาย พิมจะทำเยอะกว่าในสูตรนี้หลายเท ่า และก็ไม่ได้ตวงแน่นอนค่ะ ใช้วิธีสัมผัสเอาทุกที
แต่ก็อ้างอิงจากในสูตรที่ลงไว้ใ ห้นี่แหละค่ะ
=)
ขอถามหน่อยค่ะ
1.สูตรดูไม่มีอะไร แล้วความอร่อยของแต่ละเจ้าอยู่ท ี่อะไรคะ
2.ลองทำแล้ว หลังจากต้มขึ้นมาเป็นแผ่นแบนแล้ ว ไม่เห็นมันจะแผ่ให้แบนออกไปได้อ ีกเลย มันดูเหมือนจะออกไปนิดๆ แต่ก็หดกลับมาอีก
รบกวนคุณพิมตอบด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
พัส
ลืมค่ะ...ขอสูตรขนมกล้วยด้วยได้ไหมคะ ชอบกินมาก แต่เวลาซื้อดูเหมือนจะมีแต่แป้ง ไงก็ไม่รู้
พัส
- แป้งต้องเหนียวนุ่ม ต้มได้สุกกำลังดี ไม่เหนียวไป ไม่แข็งไป
- มะพร้าวต้องไม่แข็งกระด้าง
- ถั่วต้องนึ่งให้สุกกำลังดี ไม่แข็งกระด้าง
ที่สำคัญ ... งาที่ผสมกับน้ำตาล ต้องคั่วใหม่ บดใหม่ ๆ ทุกวันที่ขาย
อย่าคั่วทิ้งไว้ บดทิ้งไว้หลายๆ วัน จะทำให้ความหอมลดลงไปอ่ะค่ะ
ส่วนเรื่องว่าทำไมแผ่แป้งไม่ได้ พิมอยากจะบอกว่าแรก ๆ ก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะ จะรู้สึกว่ามันแผ่ไม่ได้
หรือแผ่ไปแล้ว ทำไมอีกแป๊บ แป้งจะหดเข้ามาเหมือนเดิม
เพราะว่าแป้งที่เรามีความเหนียว ค่ะ มันจึงเป็นปกติที่เวลาเรายืดแป้ งไป แล้วแป้งจะหดกลับมา
เพราะนั้นเวลาเราแผ่แป้งเผื่อหุ ้มไส้ เราจะต้องแผ่ออกไปให้มากหน่อย เผื่อที่ให้สำหรับมันหดกลับมานิ ดนึง
แล้วขณะแผ่แป้ง ให้เราเอาแป้งคลุกถั่วหรือมะพร้ าวบ้าง ถั่ว+มะพร้าว จะช่วยยึดไม่ให้แป้งหดกลับจนมาก เกินไปอ่ะค่ะ
=) =)
(ปริมาณอาจจะเยอะ ไปหารสูตรเอาเองนะคะ)
- กล้วยน้ำว้าสุกงอมบดละเอียด 2.5 กก.
- แป้งข้าวเจ้า 4 ขีด
- แป้งมัน 1.5 ขีด
- แป้งท้าว 0.5 ขีด
- น้ำตาลปี๊บ 500-600 กรัม
- น้ำตาลทราย 100-150 กรัม
- เกลือป่นนิดหน่อย
- มะพร้าวอ่อนขูดเป็นชิ้นเล็กๆ 2 ถ้วย
- หัวกะทิ ... (อันนี้พิมไม่เคยจดปริมาณเอาไว้ อ่ะค่ะ ใช้กะด้วยความเคยชินทุกที)
- มะพร้าวทึนทึกขูดสำหรับโรยหน้า เคล้ากับเกลือป่นนิดหน่อย พอให้มีรสเค็มปะแหล่มๆ
ผสมทั้งหมดรวมกันค่ะ แล้วก็เอาไปนึ่งชิมดูก่อนที่จะน ึ่งจริง
ตอนชิม ก็ลองดูนะคะ หากหวานน้อยไปก็เติมน้ำตาลเพิ่ม
ป.ล. ปริมาณน้ำตาล บางทีอาจจะต้องลดหรือเพิ่ม ขึ้นกับความสุกงอม ความหวานของกล้วย
ป.ล. ความอร่อยของขนมชนิดนี้ ขึ้นกับความสุกงอมของกล้วยเป็นห ลัก
อีกทั้งทำออกมาแล้ว จะต้องนิ่มพอดี ไม่แข็งไป ไม่เหลวเกินไป นะคะ
=) =)
พัส
สงสัย...
ทำไมเราไม่กดแป้งให้แบนใหญ่ๆไปเ ลยก่อนเอาไปต้มคะ
แต่สำหรับพิมเนี่ย พิมว่ากดให้บางขนาดนี้ จะกำลังดีสำหรับพิม พิมจะสามารถหยิบมาปั้นได้ถนัดมื ออ่ะค่ะ
แต่ถ้าหากคุณพัชลองแล้ว ว่าถ้ากดให้แป้งแบนใหญ่กว่านี้ จะทำง่ายกว่า .... ก็ตามที่คุณพัชสะดวกเลยค่ะ
ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว พิมทำไว้ให้เป็นแนวทางเท่านั้นอ ่ะค่ะ =)
ป.ล. แต่ระวังอย่าให้แผ่นใหญ่มากไป จะลำบากตอนหยิบใส่ในหม้อ และตอนที่ช้อนขึ้นแล้วมันติดกัน หลายแผ่น
หากบาง ๆ แบนมาก เวลาดึง แป้งจะขาดเป็นรูง่ายกว่าอ่ะค่ะ
=)
อยากได้มาทำขนมกินหลายอย่างเลยค ่ะ ช่วยตอบหน่อยนะคะ T_T
มีขายแทบจะทุกร้าน ถุงนึงก็ครึ่งกิโลจ้า ..... และก็มีอยู่ประมาณ 2-3 ยี่ห้อ
เคยซื้อมาใช้ทุกยี่ห้อ (ที่ร้านแถวบ้านพี่มีขาย) คุณสมบัติแทบไม่ต่างกันเลย เพราะนั้นใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ค่ะ
ป.ล. ครึ่งกิโลนี่ ถ้าจำไม่ผิดจะเกือบ 40 บาทนะคะ
แต่ว่าส่วนตัวพิมชอบแบบน้ำกะทิแ ยกต่างหากมากกว่า เพราะว่าพิมใช้มะพร้าวทึนทึกแบบ ขูดเป็นเส้น
หากเอามาบีบ ๆ คั้นกะทิออกสักหน่อย เส้นจะไม่สวยเอาอ่ะค่ะ =)
(พิมเห็นแม่บ้านต่างประเทศบางคน เค้าทำกันประมาณนี้ เค้าว่าพอแทนกันได้อ่ะค่ะ แต่พิมไม่เคยใช้)
ป.ล. มะพร้าวทึนทึกที่เอามาทำขนมเนี่ ย ต้องอย่าให้อ่อนหรือแก่เกินไป
เพราะถ้าอ่อนมาก ขูดแล้วจะไม่ได้เนื้อ + นิ่มจนเกินไป ขนมจะแหยะ ๆ ไม่สวย
แต่ถ้าแก่ไป เนื้อมะพร้าวมันจะกระด้าง กินแล้วไม่ค่อยเข้ากับขนม ไม่ลื่นลิ้นอ่ะจ้า =)
ส่วนมะพร้าวที่ใช้เป็นมะพร้าวทึ นทึก กะลามะพร้าวจะออกสีน้ำตาลเข้มเก ือบจะดำ แต่ถ้ากะลามะพร้าวดำมาก ชนิดดำสนิท อันนั้นเป็นมะพร้าวแก่ เอาไว้ขูดสำหรับคั้นกะทินะคะ