ขนมถ้วย
ขนมไทยๆ ชนิดนี้ รีเควสมาโดยคุณ anii เพื่อนสมาชิกในเวบครัวบ้านพิมเนี่ยแหละค่ะ ... พอดีกับว่าพิมจะรื้อฟื้นขนมชนิดนี้ขึ้นมาทำขาย ทำแจกในช่วงปีใหม่อยู่ ก็เลยถือโอกาสนี้ลงมือทำตามสูตรที่ได้เคยทำมา...ซะเลยค่ะ
จริง ๆ คุณ anii ขอสูตรขนมชนิดนี้ เอาแบบสูตรที่ทำได้ไม่ยาก เพราะว่าอยู่ต่างแดน อะไรบางอย่างอาจจะหาได้ลำบากหรือว่าทำได้ลำบากอยู่ ....... ซึ่งสูตรที่พิมมีอยู่ และเคยทำมาหลายต่อหลายครั้ง จะต้องใช้แป้งผสมหลายอย่าง แม้จะอร่อย แต่ก็ดูแล้วยุ่งยากนิดนึง ... พิมก็เลยพยายายามไปทดลองสูตรอื่น ๆ ที่หาได้จากในเนต แต่ก็ยังไม่เจอสูตรไหนที่ทำแล้วอร่อยกว่าสูตรที่พิมมีอยู่ในมือเลยค่ะ ก็เลยขอเอาสูตรนี้มาลงไว้ก่อน ไว้วันไหนเจอสูตรที่ทำง่ายกว่านี้ ใช้ส่วนผสมน้อยกว่านี้ แล้วอร่อยกว่านี้ ....... จะค่อยเอามาฝากอีกทีนะคะ
พูดถึง "ขนมถ้วยตะไล" ... คนสมัยนี้ โดยส่วนใหญ่ จะเรียกกันว่า "ขนมถ้วย" เฉย ๆ แต่ที่บ้านพิมจะเรียกว่า ขนมถ้วยตะไลค่ะ .... ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกแบบนี้ แต่ตั้งแต่พิมจำความได้ ก็ได้ยินที่บ้านยาย บ้านแมพิม .... เรียกแบบนี้มาตลอดเลยอ่ะค่ะ
ตอนพิมยังเด็กมาๆ จนโตมาถึงชั้นประถม มัธยม ...... ที่บ้านยายพิม นอกจากขนมไทยจำพวกตะโก้ สลิ่ม ลอดช่อง บัวลอย ปลากริมไข่เต่า ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ฯลฯ แล้ว .... ก็ยังทำขนมถ้วยตะไลขายเป็นอาชีพหลักด้วยนะคะ วัน ๆ นึง ทำนับพันถ้วยเลยค่ะ ส่งตามสวนอาหารบ้าง ร้านอาหารบ้าง .... พิมยังจำได้เลยว่า สมัยเด็ก ๆ วันไหนเลิกเรียนเร็ว ก็จะรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วตรงดิ่งไปยังเรือนริมคลอง ซึ่งเป็นที่ๆ แม่พิมรับผิดชอบทำขนมถ้วยตะไลนี่แหละค่ะ (ถ้าเลิกช้า ไม่มีโอกาสไปช่วยแม่ทำขนมถ้วยเลย เพราะว่าแม่จะทำเสร็จก่อนแล้ว)
สมัยนั้น ..... พิมจำได้ว่ายายจะมีหน้าที่ผสมแป้ง แล้วแม่จะมีหน้าที่หยอดแป้ง+นึ่ง ส่วนพิมมีหน้าที่หยอดถั่วทองคั่วค่ะ (ขนมถ้วยตะไลบ้านพิม ใส่ถั่วทองคั่วที่ก้นถ้วยด้วยค่ะ กึ่ง ๆ ขนมถ้วย + ขนมก้นถั่ว) ... จำได้ว่าบรรยากาศในตอนนั้น ช่วงเวลานั้น ทำไป ก็มีแต่รอยยิ้มไป มีความสุขมากมาย.... พิมเองเมื่อนึกถึงช่วงเวลานั้นทีไร ก็อดอมยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้เลยค่ะ
แต่ว่ามาระยะหลัง ๆ เมื่อต้องแยกย้ายบ้านไปอยู่กันคนละหลัง คนละที่ บวกกับยายเริ่มอายุเยอะ เริ่มไม่ไหว น้าชาย น้าสาว ก็ไปทำงานรับราชการกันหมด ไม่เหลือใครจะช่วย ... ยายก็เลยเลิกทำขนมส่งส่วนอาหารไปโดยปริยายอ่ะค่ะ (แต่ก็ยังทำให้หลานกินอยู่นาน ๆ ที)
มาคราวนี้ .... สูตรที่พิมเอามาฝาก เป็นสูตรที่พิมปรับปรุงมาจากสูตร ๆ นึง ที่พิมเคยอ่านเจอในหนังสือเมื่อหลายปีก่อนค่ะ (นับสิบปีได้) ..... จริง ๆ อยากเอาสูตรของที่บ้านยายมาฝาก แต่ว่าสูตรนี้ยุ่งยากแล้ว เจอสูตรที่บ้านยายยุ่งยากกว่าอีกค่ะ เพราะว่าต้องโม่แป้งเอง แถมต้องใช้ข้าวสุกบดผสมด้วย ><" .... ก็เลยคิดว่าเอาสูตรนี้มาลงล่ะกัน (อร่อยเกือบเท่ากัน) แต่อย่างน้อยส่วนผสมทั้งหมดก็หาได้ ไม่ต้องลงมือทำเองน่ะค่ะ ^^
:: ส่วนผสม "ตัวขนม" ::
1. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
2. แป้งถั่วเขียว 1 1/4 ชต.
3. แป้งท้าวยายม่อม 3 ชต.
4. น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย + 2 ชต.
5. น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 4 ชต.
:: ส่วนผสม "หน้าขนม" ::
1. หัวกะทิ 2 ถ้วย
2. แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ. + 1 ชต.
3. เกลือป่น 1 ชช. กะอีกหยิบมือ
- หัวกะทิสำหรับทำหน้าขนม 2 ถ้วย + หางกะทิ สำหรับทำตัวขนม 1 ถ้วย ... คั้นจากมะพร้าวขูด 400 กรัม
- สูตรนี้ ทำขนมถ้วยตะไล ได้ประมาณ 33 ถ้วย (ถ้วยปากบานนะจ๊ะ มิใช่ถ้วยกลมเล็ก)
:: อธิบายส่วนผสม + เตรียมของ + ลงมือทำ ::
เริ่มแรก .... เรามาทำความรู้จักกับส่วนผสมของ "ตัวขนม" กันก่อนนะคะ
สูตรขนมชนิดนี้โดยทั่ว ๆ ไป จะมีส่วนผสมเป็นแป้งแค่ชนิดเดียว ก็คือ แป้งข้าวเจ้า หรืออย่างมากสุดก็จะมีแป้งมันด้วย แต่ว่าสูตรที่พิมมี (ไม่แน่ใจว่าได้มาจากไหน-หลายปีแล้ว) และก็นำมาปรับเป็นสูตรของตัวเองอีกที ... จะประกอบด้วยแป้ง 3 ชนิดด้วยกัน ก็คือ แป้งข้าวเจ้า + แป้งท้าว + แป้งถั่วเขียว (หรือที่บ้านพิมเรียกอีกอย่างว่าแป้งสลิ่ม)
โดย ..... แป้งข้าวเจ้า มีคุณสมบัติทำให้ตัวขนมแข็ง / แป้งท้าว+แป้งถั่วเขียว ... ทำให้ขนมใส + ไม่แข็งจนเกินไป
.......อ่าน ๆ ดู อาจจะรู้สึกว่ายุ่งยากจริงสูตรนี้ ทำไมต้องมีแป้งเยอะแยะมากมายหลายชนิด จะใส่แป้งอย่างเดียวหรือแค่สองอย่างไม่ได้รึไง ..... พิมอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองทำสูตรนี้ดูก่อนค่ะ แล้วเมื่อเพื่อน ๆ ได้ชิมขนม จะสามารถรับรู้ได้เองเลยค่ะว่าทำไมต้องใส่แป้งถึง 3 อย่างแบบนี้

เราก็นำเอาแป้งทั้ง 3 ชนิดนี้ ตวงตามปริมาณด้านบน แล้วใส่รวมกันไว้ในอ่างผสมค่ะ

ได้แบบนี้นะคะ ........ (ให้ดูความแตกต่างของแป้งแต่ละชนิด)
แล้วก็ใส่น้ำใบเตยคั้นเข้มข้นลงไป (คลิ๊กที่นี่ เพื่อดูวิธีคั้นน้ำใบเตยแบบดั้งเดิม) ...... ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ (ให้เลือกอย่างดี ๆ นะคะ จะได้ตัวขนมที่หอมๆ)
แล้วก็ค่อย ๆ ขยำส่วนผสม ..... และนวดให้เข้ากันดีค่ะ (การนวดส่วนผสมสักแป๊บนึง จะทำให้ตัวขนมถ้วย เหนียว ไม่ยุ่ยง่าย)
พอขยำจนแป้งละลายหมด (หรือเกือบหมด) ก็เทหางกะทิใส่ลงไป
แล้วก็ผสมให้เข้ากันอีกที
นำมากรองเอาส่วนที่ไม่ละลาย .... ทิ้งไป ...... แล้วก็พักตัวขนมไว้ก่อน
เมื่อทำตัวขนมเสร็จ ......... ก็หันมาทำ "หน้าขนม" กันต่อค่ะ
ตวงส่วนผสมสำหรับทำหน้าขนมทั้ง 3 อย่าง (หัวกะทิ + แป้ง + เกลือ) ตามปริมาณด้านบน ... แล้วก็จัดการเทใส่รวมกันในกาละมังผสม
ผสมส่วนผสมทั้ง 3 อย่างให้เข้ากันดี (แป้งไม่เป็ดเม็ด + เกลือละลาย)
แล้วก็ทำการกรองสักครั้ง เผื่อมีแป้งไม่ละลาย (แบบในภาพ ><")
ก็จะได้ส่วนผสมหน้าขนม .... หน้าตาแบบนี้นะคะ (ออกเค็ม ๆ มันๆ)
เมื่อผสมส่วนผสมทั้งตัวขนม และหน้าขนมเสร็จ ......... ก็หันไปตั้งรังถึง เพื่อนึ่งถ้วยตะไลให้ร้อนค่ะ (รังถึง 1 ชั้นของที่บ้านพิม จะใส่ถ้วยตะไล ได้ประมาณ 20 ถ้วย) ... ถ้านับเวลาหลังจากน้ำเดือดจัด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ถ้วยตะไลก็จะร้อนพอดีค่ะ
พอถ้วยตะไลร้อนดีแล้ว ก็จัดการหยอดส่วน "ตัวขนม" ลงไปในแต่ละถ้วย กะว่า..... ให้ได้ประมาณ 1/2 ถ้วยแต่ละใบอ่ะนะคะ
ใช้เวลานึ่งตัวขนมให้สุก (ไฟแรง) ประมาณ 7-8 นาที (ขึ้นกับความหนาของถ้วย และปริมาณขนมในถ้วย) ...... ซึ่งพอตัวขนมสุกแล้ว ก็จะหน้าตาประมาณนี้นะคะ
แล้วก็จัดการหยอดหน้าขนมใส่ลงไปให้เต็มถ้วย (ช่วงนี้ลดไฟลง ให้เหลือไฟอ่่อน ๆ เพื่อไม่ให้ไอน้ำพุ่งขึ้นมาแรงเกินไป จนทำให้เราร้อนมือ) .... พอหยอดเสร็จ ปิดฝาแล้ว ก็จัดการเร่งไฟให้แรง จนน้ำเดือดจัดค่ะ
นึ่งต่ออีกประมาณ 10 นาที ก็จะได้ขนมถ้วยตะไลออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ .... น่ากินไหมเอ่ย ^^
ซึ้งออกจะเลอะเทอะนิดนึง ..... พิมเลยเอามาจัดใส่จานแทน .... แบบนี้นะคะ
ก็กินกับคุณฝาละมีสุดที่รักไปซะ 10 ถ้วย .... แล้วที่เหลือก็เก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้ กะว่าพรุ่งนี้จะอุ่นใส่บาตรพระ 2 รูป สัก 10 ถ้วย และก็เก็บไว้ให้แม่กะน้องอีก 13 ถ้วยค่ะ ^__^

ยังไงเพื่อน ๆ คนไหน ที่สนใจและสามารถหาส่วนผสมได้ .... ลองเอาไปทำดูนะคะ สูตรนี้ อร่อยจริง ๆ ค่ะ
ส่วนสูตรด้านล่างนี้ ...... ที่พิมเอามาแถมให้ เป็นสูตรของร้าน ๆ นึงที่เค้าว่าทำขาย (ส่ง) วันละไม่ต่ำกว่า 1-2 หมื่นถ้วยค่ะ ....... ซึ่งเท่าที่พิมได้ลองทำสูตรนี้ดู 3 ครั้ง (ลองหลายครั้ง เผื่อว่าสูตรเค้าอร่อยจริง แต่เราทำพลาด) .... อืมม....ม อยากจะบอกว่า ไม่อร่อยเท่าสูตรที่พิมให้ไว้ด้านบนค่ะ
สูตรนี้ตัวขนมจะกระด้างกว่าสูตรบน แล้วก็หน้าขนม นึ่งยังไงก็ไม่แตกมันค่ะ แถมไม่หอมด้วย ..... ทำให้คิดไปได้ว่า ..... เจ้าของสูตรเค้าต้องไม่บอกสูตรที่แท้จริงแน่นอน แต่ยังไงหากเพื่อน ๆ คนไหน หาส่วนผสมตามสูตรด้านบนได้ไม่ครบ จะลองทำสูตรนี้ไปพลาง ๆ ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกนึงนะคะ
:: ส่วนผสมตัวขนม ::
- แป้งข้าวเจ้า 150 กรัม
- น้ำใบเตยเข้มข้น 75 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
- น้ำตาลทราย 100 กรัม
- หางกะทิ 1 ถ้วย + 3 ชต.
:: ส่วนผสมหน้าขนม ::
- หัวกะทิ 250 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 70 กรัม
- เกลือป่น 10 กรัม
:: ข้อแนะนำ ::
- เวลานึ่งตัวขนม ควรใช้ไฟแรง จะทำให้ขนมฟู ไม่ด้าน
- ควรนึ่งตัวขนมให้เกือบจะสุกเสียก่อน จึงค่อยหยอดหน้าขนม มิฉะนั้นแล้ว เวลาหยอดหน้าขนมลงไป จะทำให้ส่วนตัวขนม ไหลขึ้นมาปะปนกับหน้าขนม ... จะทำให้ขนมที่ออกมา ไม่สวย และหน้าขนมไม่ขาวจั๊วะอย่างที่ควรจะเป็น
- เวลานึ่งหน้าขนม ก็ควรใช้ไฟแรง เพราะจะได้ทำให้หน้าขนมเป็นคลื่น (ถ้าหน้าขนมเรียบ จะไม่สวย)
- หากรู้สึกว่าหน้าขนมอ่อนไป ใช้ช้อนหรือพายตักขนมขึ้นมา แล้วหน้าขนมเละเทะ สามารถเพิ่มแป้งข้าวเจ้าลงไปนิดหน่อยได้ แต่ว่าอย่าเพิ่มเยอะ เพราะว่ายิ่งใส่เยอะ จะทำให้หน้าขนมแข็ง กินแล้วไม่อร่อย
- ควรเทส่วนผสมใส่กระบอก หรือกา ที่มีปากแหลม เวลาหยอดส่วนผสมลงในถ้วยตะไล จะได้หยอดง่าย ไม่หกเลอะเทอะ

Comments
แล้วอร่อยมากๆ (แอบชอบเองนะคะ) กับหลานๆนี่ แย่งกันเลยคะ :love: :love:
ยังไงลองเปิดถุงแป้งท้าวขึ้นมาก ่อนนะคะ ถ้าไม่เหม็นหืน ไม่มีตัวมอด ไม่มีสิ่งแปลกปลอม ไม่มีรอยเจาะล่ะก็ .... น่าจะใช้ได้อ่ะค่ะ
วิธีคั้นน้ำใบเตย ...... ดูที่ลิ้งค์นี้เลยนะคะ
pim.in.th/.../...
รักทุกคนนะคับ
พอตอนหลังๆ เอ๊า ไอ้ที่ใช้ตวงของเหลวมันแบบนี้ :uhh: มิน่าละของปิ่นมันแข็ง แล้วยังเถียงกับอาอีกว่าเนี้ยตา มสูตรเป๊ะ :snooty:
ขำตัวเองจริงๆ คะ :snicker:
สูตรนี้เป็นสูตรที่พี่ว่าดีเลยน ะ เพื่อนพี่ และหลายคนที่เอาไปลอง บอกว่าอร่อยใช้ได้เลย แถมยังทำกลับมาให้พี่ชิมด้วยอีก ต่างหาก
ขอบคุณน้องพิมนะคะ ไว้ถ้าทำคราวหน้าพี่จะถ่ายรูปมา ให้ดูด้วยค่ะ
คุณจิ้มลิ้ม .... ^^ ดีใจที่ชอบค่า ส่วนเรื่องเค็มที่เราคุยกันอีกท ี่ ก็ลดเกลือนิดเน๊าะค่ะ คงจะพอดี
พี่ anynymous .... พิมจะรอชมนะคะพี่ =)
ขนมถ้วยอันนี้มันต้องใช้แป้งถั่ วเขียว แต่ เผอิญแถวบ้านจอย ไม่มีขายเลย
เขาไม่รับมาขายบอกว่ามันแพง
อยากจะทราบว่า จะใช้แป้งอื่น หรือ ส่วนผสมอื่น แทนได้ไหม ค่ะ ดูวิธีทำแล้วไม่ค่อย ยุ่งยาก
อาจจะทำขายคู่กับ ขนมตาลด้วยเลย
ปล. ขอรบกวนอีกสักรอบ ขอบคุณล่วงหน้ามากค่ะ
แป้งถั่วเขียว กับแป้งตัวอื่นคุณสมบัติมันไม่เ หมือนกัน ใช้แทนกันไม่ได้ค่ะ
จริง ๆ พิมมีสูตรอื่นอีกที่ไม่ได้ใช้แป ้งถั่วเขียว แต่ลองแล้วมันไม่อร่อยเท่าสูตรน ี้อ่ะค่ะ แล้วก็สูตรอื่นที่พิมมี และเคยลองทำ พอนึ่งเสร็จแล้วแป้งมันยังแข็ง ๆ ไม่นุ่มปาก พิมยังปรับสูตรให้อร่อยเท่าสูตร นี้ไม่ได้เลยอ่ะค่ะ เลยต้องขอใช้สูตรนี้ไปก่อนน่ะค่ ะ
ตอนแรกยังไม่ต้องใส่น้ำลงไปค่ะ (เพราะว่าน้ำใบเตยก็มีตั้ง 4 ชต. แล้ว และมีน้ำที่เป็นส่วนผสมของน้ำตา ลปี๊บอีก) แต่ถ้าผสมแล้วแป้งไม่สามารถรวมก ันเป็นก้อนได้ สามารถเติมกะทิ (จากในส่วนผสม) ใส่ลงไป ให้พอนวดเข้ากันได้ ก็ได้ค่ะ
ป.ล. สาคูไส้หมู เอ....เหมือนว่าเคยทำไว้นะคะ เดี๋ยวไปหาสต๊อกรูปในคอมส์ก่อนค ่ะพี่
ยังไง น้องพิม ช่วยหาสูตรที่อร่อย ๆ ให้หน่อย นะจ๊ะ จะไปขายแข่งวันละ 10000. 5555
ตัวแป้งสาคูก็บางพอดี ๆ ไม่หนาเกินไป กัดคำนึงได้รสชาติเต็ม ๆ ... ช่วงเค้าขายพิมซื้อแทบทุกวันเลย ค่ะ
แต่ว่าอยู่ดี ๆ เค้าก็ไม่ขายซะงั้นค่ะ เคยไปด้อมๆ มองๆ ถามเค้า เค้าก็ไม่ยอมเปิดเผยสูตร ฮ่ะๆ
ไว้พิมมีสูตรดี ๆ จะเอามาฝากนะคะ แต่สูตรที่ลองทำอยู่ พิมยังไม่ค่อยพอใจเลยอ่ะค่ะ
ก็จะมีช่องโหว่อีก ถ้า เป็น กรัม จะง่ายกว่า รึเปลาค่ะ เพราะจะเป็นน้ำหนักที่แน่นอนกว่ า ตวงยากอะ
ป.ล. ไว้วันหลังพิมจะตวงเป็นกรัมให้น ะคะ พอดีว่าบางทีพิมจดสูตรไว้เดิมว่ าเป็นถ้วย ก็เลยไม่ได้ตวงมาชั่งเป็นกรัมน่ ะค่ะ
อันนี้หนึ่งในเพื่อน ๆ ที่ทำมาให้พิมดูค่ะ
topicstock.pantip.com/food/topicstock/2009/11/D8577679/D8577679.html
ขอบอกว่าชอบบมากกกกกกกกก ,,, คุณพิมเก่งมากเลยทั้งถ่ายรูปไปท ำกับข้าวไป นับถือๆ อิอิ
พอดีว่าโออยากจะทราบนิดนึงน่ะค่ ะเรื่องราคาแป้งท้าว ว่าถุงนึงราคาประมาณเท่าไหร่ แล้วพวกอุปกรณ์การตวงต่างๆนี่แพ งมั้ยอะคะ อยากลองทำขนมด้วยตัวเองมานานละ แต่ยังไม่ค่อยรู้จักอุปกรณ์เหล่ านี้ดีเท่าไหร่ (- -") รบกวนคุณพิมด้วยนะคะ
เพราะมันแพงกว่าแป้งข้าวเหนียว ซึ่งแป้งข้าวเหนียวถุงนึงก็ปาเข ้าไป 18 บาทแล้วอ่ะค่ะ
ส่วนอุปกรณ์การตวงต่างๆ เนี่ย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยตวงของแห้ง ถ้วยตวงของเหลว และช้อนตวง
มีตั้งแต่แบบชุดละ 20 กว่าบาท ไปจนถึงหลักหลายร้อย ขึ้นกับวัสดุที่ใช้ทำ และคุณภาพของชุดถ้วยตวงนั้น ๆอ่ะค่ะ
ถ้าเราเริ่มต้นใช้แบบราคาประหยั ดหน่อยก่อนก็ได้ แล้วมีฝีมือมากขึ้น ก็ค่อยขยับขยายค่ะ
ซึ่งพวกถ้วยตวงอะไรนี่ หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเก อรี่ทั่วไป
หรือในห้างอย่างแมคโคร โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์
หรือในซุปเปอร์มาร์เกตของเดอะมอ ลล์ เซ็นทรัล พารากอน พวกนี้ก็มีขายนะคะ
ไว้มีโอกาส พิมจะเอาของที่พิมใช้มารีวิวให้ ดูนะคะ =)
ใส่น้ำไปมากกว่าสองถ้วยในมะพร้า วที่ซื้อมาใช่เป่า แล้วก็ตั้นให้ได้ออกมา ให้ได้สองถ้วย นี่คือหัวกะทิ แล้วเพิ่มน้ำเข้าไปอีก เยอะๆเลย เพราะยังไงก็เป้นหางกะทิแระ...(เอ...เยอะมากไม่ได้สิเน้อ...เพราะมันจะล้นเกิน และไปเฉลี่ยกับน้ำที่จะทิ้งไปแร ะ...)
แล้วหากผมซื้อเป็นแบบกะทิชาวเกา ะที่เป้นกล่องหล่ะ จะแยกยังไงว่าเป็นหัวกะทิ กับหางกะทิ ก็ให้ใช้เติมน้ำเพิ่มในส่วนที่เ ป้นถ้วยหางกะทิใช่เป่าครับ
จะลองทำดูนะคะ
พอดีได้แอบจดสูตรคุณพิมไปทำขอบอ กว่าอร่อยมากเลยค่ะตัวแป้งนุ่มม ากติดใจเลยค่ะ แต่ฝนแอบลดน้ำตาลกับเกลือลงนิดห น่อยค่ะ ขอบคุณสำหรับสูตรขนมถ้วยที่อร่อ ยๆนะค่ะ
แต่กับบางคน กำลังซื้อเค้าอาจจะมีน้อย หรือไม่อย่างนั้นก็ยังไม่แน่ใจว ่าจะชอบทำอาหารทำขนมจริงไหม
แค่อยากลองซื้อมาหัดทำเล่นๆ ก่อน
เพราะงั้นพิมคิดว่าในระยะเริ่มแ รก ..... หากเราไม่ได้มีทุนมากนัก การซื้ออุปกรณ์แพงๆ และคุณภาพดีมากๆ นั้น ไม่จำเป็นอ่ะค่ะ
รอให้รู้สึกว่าชอบจริงๆ หรือไม่ก็มีกำลังซื้ออจริง ๆ ค่อยซื้อหามาดีกว่าเน๊าะค่ะ
ป.ล. จะว่าไปจริงๆ พิมก็อยากมีอุปกรณ์ในการทำอาหาร ที่ดูดีๆ นะคะ แต่พิมยังเป็นเพียงคนชอบทำอาหาร ยังไม่ใช่คนทำอาหาร
เดี๋ยวรอพัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้ ก่อน + เก็บเงินอีกหน่อย จะค่อยไปถอยมาใช้ค่ะ ^^
=)
คุณฝน .... ขอบคุณที่กลับมาบอกนะคะ พิมแอบใจมากๆ เลยที่มีคนเอาสูตรนี้ไปทำแล้วชอ บอ่ะค่ะ
=)
ขอบอกว่าอร่อยมากกกกกก
เพื่อนบ้านชมกันทุกคนเลย
ขอบคุณนะคะที่มีสูตรขนมอร่อยๆมา แบ่งปันกัน :blush:
รบกวนด้วยค่ะ
ส่วนสูตรขนมกล้วย ลองเอาอันนี้ไปทำดูเป็นสูตรที่พ ิมใช้ทำขายอ่ะค่ะ (ปริมาณอาจจะเยอะ ไปหารสูตรเอาเองนะคะ)
- กล้วยน้ำว้าสุกงอมบดละเอียด 2.5 กก.
- แป้งข้าวเจ้า 4 ขีด
- แป้งมัน 1.5 ขีด
- แป้งท้าว 0.5 ขีด
- น้ำตาลปี๊บ 500-600 กรัม
- น้ำตาลทราย 100-150 กรัม
- เกลือป่นนิดหน่อย
- มะพร้าวอ่อนขูดเป็นชิ้นเล็กๆ 2 ถ้วย
- หัวกะทิ ... (อันนี้พิมไม่เคยจดปริมาณเอาไว้ อ่ะค่ะ ใช้กะด้วยความเคยชินทุกที)
- มะพร้าวทึนทึกขูดสำหรับโรยหน้า เคล้ากับเกลือป่นนิดหน่อย พอให้มีรสเค็มปะแหล่มๆ
ผสมทั้งหมดรวมกันค่ะ แล้วก็เอาไปนึ่งชิมดูก่อนที่จะน ึ่งจริง / ตอนชิม ก็ลองดูนะคะ หากหวานน้อยไปก็เติมน้ำตาลเพิ่ม
ป.ล. ปริมาณน้ำตาล บางทีอาจจะต้องลดหรือเพิ่ม ขึ้นกับความสุกงอม ความหวานของกล้วย
ป.ล. ความอร่อยของขนมชนิดนี้ ขึ้นกับความสุกงอมของกล้วยเป็นห ลัก อีกทั้งทำออกมาแล้ว จะต้องนิ่มพอดี ไม่แข็งไป ไม่เหลวเกินไป นะคะ
=)
จะไปลองทำดูค่ะ ได้ผลเป้นยังงัยแล้วจะมาบอกนะคะ =D
เพราะถ้าปัจจัยบางอย่าง เช่น กล้วยที่เราใช้มีความสุกงอมต่าง กัน น้ำตาลมีความหวานต่างกัน (ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว)
ผลที่ออกมา ก็จะต่างกันไปด้วย
ยังไงก่อนจะนึ่งจริง ๆ ลองนึ่งชิมดูก่อนสักนิดนะคะ =)
o_O จอยไม่ทราบว่าถ้วยตวงมันแบ่งเป็ นตวงของแห้งกับตวงของเหลว ใช้ถ้วยเดียวกันเลยอ่ะค่ะ :uhh: ถึงว่ามันออกจะแข็งๆ ไว้คราวหน้าจะลองใหม่ให้ตามสูตร พี่พิมเป๊ะๆนะคะ =D
ฉะนั้นจึงต้องหาถ้วยตามความสูงแ บบดั้งเดิมสิท่า :eyebrow:
คุณ long ..... พิมแอบงงจ้า อธิบายอีกนิดได้ไหมค่ะ =)
คลิ๊กตามนี้เลยนะคะ
ป.ล. ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ครูพิมด้วยค นนะคะ
เพราะว่าถ้านึ่งหลายชั้น ไอน้ำที่อยู่ชั้นบน อาจจะกลายเป็นหยดน้ำ
หยดใส่หน้าขนมถ้วยชั้นล่าง ๆ ทำให้หมดความสวยไปได้อ่ะค่ะ
ป.ล. ดีใจที่ชอบนะคะ =)
แต่พอทำออกมา ตัวขนมแข็งมากหน้าก็เค็ม พอมาดูสูตรอีกทีอ้าวจดสูตรผิด แป้งถั่วเขียว 1 1/4 ชต แต่จดเป็น 1 1/4 ถ้วย
และมือหนักใส่เกลือมากไปหน่อยหน ้าก็เลยเค็ม พอมาลองทำใหม่ตามสูตรเป๊ะๆ ทีนี้ออกมาอร่อยมากตัวขนมนุ่มหน ้าก็กำลังดี เพื่อนน้องสาว
กินแล้วร้องให้ทำอีก ขอบคุณมากค่ะ
ปรากฎว่ามีคนเอาสูตรขนมอย่างนึง ไปทำ (พิมจำไม่ได้แล้วค่ะว่าขนมอะไร)
แล้วผลลัพธ์ออกมากินไม่ได้เลย เพราะเค้าจดผิดไป
จาก 3/4 ถ้วย กลายเป็น 3-4 ถ้วย (เค้าเลยใส่ไปซะ 4 ถ้วย เต็มที่)
แต่เค้าไม่ได้รู้น่ะค่ะว่าจดผิด เลยมาเช้งพิมใหญ่เลย :kawaii:
ยังดีนะคะที่คุณแดงได้กลับมาดูส ูตรใหม่ ดีใจที่ชอบกันทั้งบ้านอ่ะจ้า =)
คือว่าใส้แป้งถั่งเขียวเพิ่มขึ้ นเพื่อแทนแป้งท้าวน่ะค่ะ เพราะเห็นคุณพิมบอกว่าทำให้ขนมน ิ่มเหมือนกันอ่ะค่ะ
ปล พอดีว่าอยู่ต่างประเทศมันหาไม่ไ ด้แต่อยากจะทานมากๆเลยอ่ะค่ะ :sigh::
แป้งมันจะออกมานิ่ม ๆ เละ ๆ หน่อย ไม่เหมือนใส่แป้งท้าวด้วยอ่ะค่ะ =_=
ซึ่งถ้วยตวงมันมี 2 แบบ แบบตวงของแห้ง จำพวกแป้ง น้ำตาล ... จะขายเป็นชุด ชุดนึงมีถ้วยตวงประมาณ 4 ชิ้น คือ 1/4 ถ้วย 1/3 ถ้วย 1/2 ถ้วย และก็ 1 ถ้วยค่ะ ....... กับแบบตวงของเหลวจำพวกน้ำ นม ครีม น้ำมัน ซึ่งถ้วยตวงแบบนี้จะมีลักษณะเป็ นถ้วย 1 ใบ แล้วมีขีดปริมาณบอกเอาไว้เป็นระ ยะ ๆ บนถ้วยน่ะค่ะ มีทั้งแบบพลาสติค แบบแก้วธรรมดา และแบบแก้วทนความร้อนที่เอาเข้า เตาอบหรือไมโครเวฟได้น่ะค่ะ
... เวลาใช้ ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องนะคะ
อ่านบทความของคุณพิมแล้วอมยิ้มแ ละชื่นชม ยกย่อง โดยส่วนตัวชอบและอนุรักษ์ความเป ็นไทย และด้านขนมไทย ซึ่งปัจจุบันหาทานขนมไทยยากเต็ม ที และยังคาดหวังไว้ในใจว่าหากยังม ีคนอุดหนุน บริโภคขนมไทย คนทำก็มีกำลังใจมากขึ้น อ่านเรื่องขนมถ้วยตะไลแล้ว หากมีโอกาสจะลองทำขนมถ้วยสูตรขอ งคุณพิมดู รบกวนคุณพิมสอบถามเกี่ยวกับ การทำน้ำใบเตยเข้มข้น และอยากให้คุณพิม สอนการทำขนม ปากริมไข่เต่า อยากทานมาก หาร้านอร่อยๆทานยาก ตัวผมอยู่หาดใหญ่ หาร้านขนมแบบนี้ทานไม่ได้เลย แม้แต่ลอดช่องน้ำกะทิ ยังหาทานให้อร่อยชื่นใจยังยาก นอกเสียจากมีโอกาสไปกรุงเทพฯ แล้วซื้อลอดช่องวัดเจษฯ กลับมาทานเอา รบกวนคุณพิมเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ
สำหรับวิธีการทำน้ำใบเตยเข้มข้น ... พิมเขียนเนื้อหาเอาไว้แล้วนะคะ ลองคลิ๊กดูตรงด้านซ้ายมือ หมว ดความรู้ก้นครัวอ่ะค่ะ มีหัวข้อการทำน้ำใบเตยเข้มข้นอย ู่
ส่วนลอดช่องกับปลากริม ... ไว้รอพิมว่าง ๆ นิดนึงนะคะ จะทำมาให้ดู เพราะช่วงหลายเดือนมานี่พิมงานเ ยอะมากเลยค่ะ
ส่วนเรื่องหัวกะทิ ... สูตรที่ใช้หัวกะทิก็ต้องใช้หัวก ะทิค่ะ ใช้น้ำเปล่าแทนไม่ได้ .. ยังไงลองดูใหม่นะคะ
ป.ล. ความรู้สึกส่วนตัวของพิม รู้สึกว่ากะทิกล่องมีส่วนผสมของ แป้งอยู่ด้วย เพราะงั้นอาจจะลดปริมาณแป้งข้าว เจ้าลงสักครึ่ง ชต. อาจจะช่วยได้นะคะ
ขอผลบุญนี้ส่งเสริมให้น้องมีควา มเจริญรุ่งเรืองในทุกทุกด้านนะจ ๊ะ
ว่าแต่พิมเพิ่งรู้นะคะเนี่ยว่าเ ค้ามีขนมถ้วยแช่แข็งแบบแช่ไปทั้ งถ้วยด้วยอ่ะค่ะ แล้วทีนี้เวลาจะทานเค้าต้องเอาไ ปทำยังไงค่ะพี่ เอาไปนึ่ง เอาไปเวฟ หรือว่าทิ้งไว้ให้มันคลายความเย ็นเองอ่ะค่ะ ??
แต่เมืองที่พี่อยู่ดีจังเลยนะคะ มีขายสารพัดอย่างจากเมืองไทยเลย อย่างนี้ไปอยู่ไม่อดอาหารไทยแน่ ๆ
ป.ล. ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะพี่
ส่วนมะพร้าวแก่แค่ไหนถึงจะดี ก็ต้องให้เปลือกดำมากค่ะ ถ้าเปลือกยังสีน้ำตาลหรือดำอ่อน ๆ จะเป็นมะพร้าวทึนทึก เหมาะเอามาทำขนมมากกว่าค่ะ
ป.ล. พิมเองก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายค่ ะ มีความสามารถที่พอจะดีอยู่บ้างก ็ไม่กี่อย่าง แต่ก็พยายามทำอยู่ค่ะ ^^