Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

สังขยาใบเตย แบบไร้แป้ง

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-01.JPG

สังขยาใบเตยแบบไร้แป้งสูตรนี้  พี่งา Ramida รีเควสมาค่ะ พิมก็จัดให้ (พอดีทำง่าย+วัตถุดิบไม่เยอะ) แม้จะช้าไปหน่อย จนพี่งาต้องมาบอกอีกรอบ แต่ก็ไม่ลืมนะคะ ^^

พูดถึงสังขยาสำหรับจิ้มขนมปังเนี่ย ถ้าไม่นับเรื่องสีเขียว สีส้มแล้ว ก็จะแยกได้เป็น 2 แบบ ก็คือ แบบใส่แป้งกับแบบไม่ใส่แป้ง .. (พิมแยกเองแหละค่ะ ^^"> .... ซึ่งในครัวบ้านพิมเนี่ย ..... พิมเคยโพสต์แบบมีส่วนผสมของแป้งไปเมื่อปีที่แล้ว...แล้ว  แต่ส่วนสูตรที่ไม่ผสมแป้งเนี่ย ก็เพิ่งจะได้ฤกษ์งามยามดีมาโพสต์ในวันนี้กันล่ะค่ะ

สำหรับสูตรที่ไม่ผสมแป้ง (สูตรนี้เนี่ย)  หากถามพิมว่าถ้าเทียบกับสูตรผสมแป้งแล้ว อันไหนอร่อยกว่ากัน  พิมก็ต้องขอบอกว่าสูตรนี้อร่อยกว่านิดนึงค่ะ  เพราะมีความข้นที่เกิดจากไข่ล้วนๆ  ไม่ได้ใส่แป้งแม้แต่น้อย  ทำให้ละมุนลิ้นเอามากๆ    แต่ว่าพิมไม่ค่อยได้ทำขาย ทำแต่ไว้กิน  (เพราะต้นทุนสูง ขายลำบากในตลาดแถวบ้านพิม)  ซึ่งก็มักจะทำตอนกลางคืน เพราะงั้นก็เลยไม่เคยได้เอามาโพสต์ซะทีค่ะ  จนกระทั่งพี่งา ramida รีเควสสูตรอันนี้มา วันนี้พิมก็เลยถือโอกาสทำตอนกลางวัน แล้วเอามาโพสต์ไว้ในครัวบ้านพิมซะหน่อยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-19.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-03.JPG

:: ส่วนผสม ::

- หัวกะทิ 1 + 1/2 ถ้วย
- ไข่ไก่ 10 ฟอง (เบอร์) 2
- น้ำตาลทรายขาว 2 - 2 1/4 ถ้วย  ..... (หากชอบหวานจัด ใช้ 2 1/4 ถ้วย หากชอบหวานกลางๆ ใช้ 2 ถ้วยก็พอค่ะ)
- น้ำใบเตยคั้นแบบเข้มข้น 2 1/2 ชต.
- นมข้นจืด 3 ชต.
- ใบเตยแก่ๆ ใบใหญ่ๆ 5-6 ใบ  (ไว้ช่วยขยำไข่ เพื่อดับคาว  ขาดไม่ได้)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-06.JPG

:: รายละเอียดส่วนผสมและวิธีทำ ::

อันดับแรกก็มาดูรายละเอียดส่วนผสมแต่ละอย่างกันก่อนนะคะ

"หัวกะทิ 1 + 1/2 ถ้วย"   ... พิมคั้นจากมะพร้าวขูดขาว 500 กรัมค่ะ   โดยตอนคั้นใส่น้ำไปประมาณเกือบถ้วยนึง คั้นแล้วก็จะได้หัวกะทิประมาณถ้วยครึ่งนี่แหละค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-09.JPG

"ไข่ไก่" ..... พิมใช้ไข่ไก่เบอร์ 2 นะคะ กำลังพอดี  ก็ใช้ทั้งหมด 10 ฟอง หรือราว ๆ  2 + 1/2 ถ้วยอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-07.JPG

"น้ำตาลทราย" .... ใช้น้ำตาลทรายขาวนะคะ  ยี่ห้ออะไรก็ได้ ตามชอบเลย  ประมาณ 2 1/4 ถ้วย  แต่หากชอบหวานกลางๆ ใช้ 2 ถ้วยก็พอค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-10.JPG

"น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น"  .... พิมใช้ใบเตยแก่ๆ แต่ใบไม่ค่อยใหญ่นัก 18 ใบอ่ะค่ะ โขลกเสร็จก็เติมน้ำสะอาดลงไปนิดหน่อย ก็จะได้น้ำใบเตยเข้มข้นประมาณเกือบ 3 ชต. ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-08.JPG

เมื่อเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ก็มาเริ่มลงมือทำกัน ..... อันดับแรกก็เทหัวกะทิ กับไข่ไก่ทั้งหมด ใส่ลงในภาชนะอะไรก็ได้ ที่ใหญ่หน่อยนะคะ (จะได้คนง่ายๆ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-11.JPG

แล้วก็ใส่น้ำคั้นใบเตยตามลงไป

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-12.JPG

จากนั้นก็ด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันดีค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-13.JPG

แล้วก็ทำขยำ ๆ ส่วนผสมด้วยใบเตยซะหน่อย (ไม่มีภาพนะจ๊ะ พอดีมือเลอะมาก)  เพื่อดับกลิ่นคาวของไข่  ... พอขยำเสร็จ ก็เอาใบเตยทิ้งไป  และก็จะได้ออกมาเป็นแบบนี้นะคะ  (ไม่ต้องตกใจที่สีออกมาดูจืดๆ  เพราะเดี๋ยวเวลาเราเอาไปตุ๋นให้สุก  สีจะสวยงามพอดีเลยค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-14.JPG

แล้วก็เอาไปกรองซะ 1 รอบ เผื่อว่าจะมีส่วนผสมของไข่ที่เราตีไม่เข้ากันดี หรือมีเศษผง เปลือกไข่ที่ติดมาอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-15.JPG

อ้อๆ ... ลืมบอกไปนิดว่าตอนกรองเนี่ย เอาผ้าขาวบางรองกระชอนก่อนสักชั้นนึงนะคะ  แล้วพอเทส่วนผสมหมดแล้ว  ก็เอามือรูดๆ บี้ๆ  ตรงปลายผ้าขาวบางสักหน่อย เพื่อให้ส่วนผสมรอดหลุดออกมาให้หมด  (แอบงก)  แต่ว่าวันนี้ตอนที่ทำ อีกมือนึงพิมต้องจับกล้อง ก็เลยขอใช้ทัพพีแทนนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-16.jpg

แล้วเราก็จะได้ส่วนผสมออกมาหน้าตาอย่างนี้นะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-17.JPG

ขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะเอาไปตุ๋น ก็คือให้เราใส่น้ำตาลทั้งหมดลงไป ... อย่างที่พิมบอก หากชอบหวานใส่ 2 + 1/4 ถ้วย  หากไม่ค่อยชอบหวานใส่ 2 ถ้วยก็พอ ... และพอใส่น้ำตาลแล้ว ก็เอาตะกร้อมือคน ๆ ให้น้ำตาลละลายสักหน่อยนึงนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-18.JPG

ก็จะได้ออกมาเป็นแบบนี้ล่ะค่ะ  (สีมันเพี้ยนไปเพี้ยนมา ก็อย่าแปลกใจไปนะคะ พอดีบางช่วงก็มีแสงแดด บางช่วงก็มึดฟ้าฝนเลยค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-04.JPG

จากนั้นให้เราหันมาตั้งหม้อหรือกระทะหรือใช้ก้นซึ้งก็ได้ค่ะ  ที่มีขนาดใหญ่กว่าภาชนะที่เราจะใช้ตุ๋นสังขยา (อย่างของพิม ก็คือกาละมังในภาพด้านบน)   ให้เราใส่น้ำลงไปในกระทะ  (พิมใช้กระทะ)  กะปริมาณว่าเมื่อใส่ภาชนะตุ๋นสังขยาลงไปแล้ว ระดับน้ำจะพอดีหรือมากกว่าระดับของสังขยาอยู่สัก 1 นิ้ว   (แต่ถ้าตอนหลังที่ตั้งภาชนะลงไปแล้ว น้ำน้อยหรือมากกว่าที่คิดไว้ ก็สามารถเพิ่มหรือตักออกได้) .....  แล้วนำไปตั้งไฟให้เดือด

พอน้ำเดือด เราก็พับผ้าขนหนูผืนเล็กๆ  ขนาดผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าโพกผม ที่ไม่ได้ใช้ (แต่สะอาด)  แล้ววางลงไปที่ก้นกระทะแบบในภาพอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-20.jpg

จากนั้นก็วางภาชนะที่ใส่สังขยาลงไปบนผ้าค่ะ ... ช่วงนี้สังเกตุว่าถ้าน้ำในกระทะน้อยไป ก็ให้เติมได้นะคะ   แต่ถ้ามากเกินไป (1/2 - 1 นิ้ว) ก็ตักออกสักนิดนึง

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-21.JPG

แล้วก็เริ่มตุ๋นไปเรื่อย ๆ ... ช่วงที่ตุ๋นเนี่ย ก็ให้ทำการคนหรือกวนด้วยตะกร้อมือไปเรื่อยๆ  เลยนะคะ   ... ไม่ต้องกวนเร็ว กวนไปเรื่อย ๆ  ไฟก็ใช้ไฟกลางๆ  (สัก 40%)  หากเมื่อยก็สลับมือซ้ายมือขวา หรือเรียกคนที่บ้านมาช่วยกวนนะคะ หรือพักมือได้แป๊บนึง  (นับ 1-5 ในใจ)  แต่ห้ามหยุดเด็ดขาด ไม่งั้นเนื้อสังขยาอาจจะเป็นเม็ด ไม่เนียนได้อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-222.jpg

แล้วพอกวนครบ 35-40 นาที (ขึ้นกับไฟที่ใช้) ก็จะได้สังขยาใบเตยออกมาหน้าตาประมาณนี้นะคะ  ... ก็ปิดไฟเตา และยกลงได้ล่ะ  (ความข้นที่ใช้ได้คือ เวลาเราลากตะกร้อมือแล้ว จะเห็นเป็นเส้นจางๆ บนหน้าสังขยา)

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-24.JPG

สุดท้ายก็ทำการใส่นมข้นจืดลงไปค่ะ เพื่อเพิ่มความเข้มข้น หอม มัน

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-25.jpg

ใส่แล้ว ก็กวนหรือผสมให้เข้ากันดี  ....... จากนั้นก็ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น  (จะข้นขึ้นอีกมาก)  แล้วก็ค่อยตักใส่กระปุก ตักใส่ถุง ตักใส่กล่องเล็กๆ  ตามที่มี .....  แช่ตู้เย็นเอาไว้กินกับขนมปังนึ่งร้อนๆ อร่อยมากเลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-26.JPG

หากเพื่อนๆ สนใจลองไปทำดูนะคะ ^^ ......... ข้นไม่แพ้แบบที่มีส่วนผสมของแป้งเลยค่ะ  (แต่จะไม่ลื่นๆ แบบใส่แป้งนะคะ)

ป.ล. พิมไม่มีภาพตอนกินกับขนมปังมาให้เพื่อน ๆ ดูนะคะ แบบว่าทำเสร็จ ก็ใกล้จะมึดแล้ว  ....  ไว้พรุ่งนี้ถ้าได้ซื้อขนมปังมา แล้วจะถ่ายรูปมาฝากอีกทีนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-dessert/sangkaya-no-powder/sangkaya-non-powder-19.JPG




Comments 

 
#1 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-18 22:14
เอาขนมปังมานั่งรอแล้ว ขอกินด้วยคนได้ไม๊ค๊ะ.... :snicker:
Quote
 
 
#2 พิม Enya 2010-08-18 22:58
ฮี่ๆ ... คุณบี๋ค่ะ เอามาเผื่อพิมด้วยนะขนมปังเนี่ย แบบว่าอยากกินมากเลยอ่า ขอโฮลวีตได้ยิ่งดี =D
Quote
 
 
#3 Poo 2010-08-19 02:16
:snicker: :snicker: :snicker:
Quote
 
 
#4 งา 2010-08-19 09:59
รอมาตั้งนาน =D แต่ก็ไม่ผิดหวัง จะเอาไปลองทำดูบ้างนะคะ ขอบคุณมากมายเลยค่ะน้องพิม
พี่งาเอง
Quote
 
 
#5 กลม 2010-08-19 10:00
น่าทาน มากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับสูตร อย่างที่น้องพิม บอกนะค่ะ ทำขายคงขาดทุน แต่ถ้า ทำทานเองก้คุ้ม

สูตรนี้ อร่อยมั้ยค่ะ น้องพิม จะได้ทำบ้าง แล้วเก็บไว้ตู้เย็นได้กี่วันค่ะ
Quote
 
 
#6 กลม 2010-08-19 10:06
น้องพิม แล้ว ทำแบบสีส้ม หละค่ะ ใช้ทำอย่างไร สูตรเหมือนกันหรือเปล่า
Quote
 
 
#7 กลม 2010-08-19 10:30
อีกนีส สสสสส.... นะคะ น้องพิม
พอดีกลับไปดู แบบ ใส่แป้งนะค่ะ จะสอบถามว่า ถ้าใส่แป้ง เห็นน้องพิมบอกว่า ใช้แป้ง สาลี ใช่ แป้งสาลี อเนกประสงค์ ว่าว ได้มั้ยค่ะ แป้งสาลี กับ แป้งสาลี อเนกประสงค์ ต่างกันมั้ยค่ะ
Quote
 
 
#8 หนิง 2010-08-19 14:33
แล้วถ้าเราจะเอาไปทำเป็นไส้ขนมป ังมันจะทำได้ไหมคะเนี่ย
Quote
 
 
#9 พิม Enya 2010-08-20 20:23
พี่กลม ค่ะ .... สูตรนี้พิมว่าอร่อยนะคะพี่กลม รสค่อนข้างเข้มข้น
หอมใบเตย หวาน มัน แต่เนื้อมันจะไม่ลื่นๆ เหมือนสูตรใส่แป้งนะคะ

แต่เรื่องว่าเก็บในตู้เย็นได้นา นไหม พิมไม่แน่ใจอ่ะค่ะ
ตอนที่เคยทำเยอะ ๆ ก็อยู่ได้เป็นอาทิตย์นะคะ
แต่หลังจากนี้ไม่แน่ใจค่ะพี่ เพราะว่ามันหมดไปซะก่อน ^^

ส่วนแบบสีส้ม ให้ชงชาตรามือแบบเข้มข้นมากๆ (น้ำน้อยๆ)
แล้วเอามาใส่แทนน้ำใบเตยค่ะพี่ แต่อาจจะต้องใส่เยอะหน่อย
แล้วก็กวนนานขึ้นสักนิด พอเสร็จแล้วจะได้ข้นเท่าๆ กันค่ะพี่

ส่วนว่าสูตรใส่แป้งนั่น คือแป้งสาลีแบบไหน ขอตอบว่าแป้งอเนกประสงค์จ้า ^^

เรื่องแป้งสาลีแต่ละชนิด ว่าอันไหนคือยังไง แตกต่างกันอย่างไร พี่กลมลองดูที่หน้านี้นะคะ
pim.in.th/.../...
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2010-08-20 20:23
ฮี่ๆ พี่งาค่ะ ... รอนานนิดนึงค่ะ
ตอนนี้มีบางเมนู บางขนม บางอาหารที่เพื่อน ๆ req มาเป็นนานแสนนานแล้ว
พิมยังไม่ได้ทำให้เลยก็มี ต้องแอบขออภัยพี่ๆ เพื่อน ๆ มา ณ ทีนี้ด้วยนะคะ =_=
Quote
 
 
#11 ลี่ เพื่อนร๊ากกก 2010-08-20 22:52
สูตรนี้ ขอ confirm & funfirm เลยค่ะ ว่าอร่อยจริง เพราะเมื่อวานได้กินไปหน่อยนึง โฮ๊ะๆๆ (แต่เค้าชอบสูตรใส่แป้งมากกว่าอ ่ะพิม)
Quote
 
 
#12 Poo 2010-08-21 08:40
น่าหม่ำมากคะ คุณพิม ไข่ 10 ฟองเลยเหรอคะ (แล้วถ้าแบบเนี้ยจะลดได้ปะคะ เพราะทานคนเดียวอะคะ)...คิดถึงนะตัวเอง.
Quote
 
 
#13 พิม Enya 2010-08-27 00:04
คุณหนิง ... เอาไปทำไส้ขนมปังแบบขนมปังนึ่งไ อน้ำได้ค่ะ
แต่เอาไปทำไส้ขนมปังพวกก้อน ๆ นี่ พิมว่าเอาแบบใส่แป้งสักหน่อยจะด ีกว่านะคะ
Quote
 
 
#14 พิม Enya 2010-08-27 00:05
ยัยลี่ ..... ขอบคุณจ๊ะที่มาเป็นหน้าม้า :nuu:

คุณปู ค่ะ .... ใช่แล้ว สูตรนี้เน้นไข่ค่ะ เพราะว่าไม่ได้ใส่แป้ง เลยต้องใส่ไข่เยอะหน่อย
ถ้าคุณปูทำ ทำครึ่งสูตรพิมว่าก็พอล่ะมั้งค่ ะ เอาสักแค่ไข่ 5 ฟอง ก็โอแล้วอ่ะ 10 ฟองมันจะเยอะไปจริงๆ
Quote
 
 
#15 อาม่า 2010-08-27 11:19
ทำไมคุณถึงไม่ใส่แป้งสาลี หรือแป้งข้าวโพดด้วย
เพราะโดยปกติสังขยาจะต้องใส่แป้ งสาลี หรือแป้งข้าวโพดด้วย
หรือไม่บางสูตรก็จะใช้แป้งทั้งส องอย่างนะ
Quote
 
 
#16 อาม่า 2010-08-27 11:27
ขอโทษทีค่ะเพิ่งอ่านเห็นข้อความ ก่อนหน้า
ที่ว่าเป็นสูตรไม่ใช้แป้ง ใช้แต่ไข่ (ใช้แต่ไข่มันเปลือง) T_T
Quote
 
 
#17 พิม Enya 2010-08-27 11:54
คุณอาม่าค่ะ .... ไม่จำเป็นว่าสังขยาใบเตย ที่ไว้สำหรับจิ้มขนมปังทุกสูตร จะต้องใส่แป้งนะคะ =)
บางสูตรเค้าก็ใส่ บางสูตรเค้าก็ไม่ใส่ แล้วแต่ความชอบและสูตรของแต่ละค นค่ะ เหมือนกับสูตรอาหาร สูตรขนมอื่น ๆ แหละค่ะ

อย่างไก่ผัดเม็ดมะม่วง .... บางคนก็เอาไก่ไปชุบแป้งทอดก่อน บางคนแค่คลุกแป้งแล้วทอด บางคนไม่คลุกอะไรแล้วทอด
แต่บางคนผัดแบบไม่ทอดเลยก็มี ... มันแล้วแต่สูตรของแต่ละคนนะคะ

สำหรับสูตรใส่แป้ง ..... พิมก็มีค่ะ หากสนใจ ลองเปิดๆ ดูได้ พิมโพสต์ไว้ในเวบนี้แล้วแหละค่ะ =)

ป.ล. จะว่าไป ถึงใช้ไข่อย่างเดียวก็ไม่ได้ลงท ุนสูงเลยนะคะ
ทั้งหมดเนี่ย ลงทุนไปราวๆ 60 บาท พิมทำได้ 1 กระปุก ปริมาณเยอะกว่าที่ซื้อแบบใส่แป้ ง 60 บาทตามร้านขายปาท่องโก๋ซะอีกอ่ะ ค่ะ :nuu:
Quote
 
 
#18 ณัฐ 2010-08-30 08:29
คุณพิมค่ะ

ลองทำตามคุณพิมแล้ว ปรากฎว่าเป็นก้อนน่ะคะ ไม่แน่ใจว่าไฟแรงหรือว่าทำอะไรผ ิดพลาดหรือเปล่า คนอยู่ตลอดเลยนะคะ แต่พอผ่านไป 20 นาที มันสุกเร็วมาก เนื้อไม่เนียนเลย

ช่วยหน่อยนะคะ
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2010-08-30 13:18
คุณณัฐ ค่ะ ... พิมคิดว่าน่าจะไฟแรงไปนะคะ เพราะว่าที่พิมทำเนี่ย ตอนประมาณ 20 นาที สังขยายังใสๆ ไม่ข้นเลยอ่ะค่ะ
ยังไงคราวหน้าถ้าทำ ลดไฟลงนิดนะคะ

บางทีถ้าเราใช้ภาชนะที่มีความบา ง (พิมใช้แสตนเลส ค่อนข้างหนา ตัวกระทะก็ค่อนข้างหนา) ไฟกลางๆ อาจจะยังแรงไปก็ได้อ่ะค่ะ

และก็ย้ำว่า ต้องคนตลอดจริง ๆ นะคะ ยิ่งช่วงที่เริ่มข้น ยิ่งต้องคน (ด้วยตะกร้อมือ-เท่านั้น) ให้มากขึ้น ไม่งั้นโอกาสจับตัวเป็นก้อนๆ เยอะค่ะ
Quote
 
 
#20 ณัฐ 2010-08-30 17:19
ขอบคุณมากนะคะ คุณพิม เดี๋ยวเสาร์หน้าจะลองสูตรมีแป้ง ดูบ้าง

ถึงเป็นก้อนเพื่อนๆบอกว่ารสชาติ กับความหอมกินขาดมนต์นมสดเลยค่ะ

เป็นความภาคภูมิใจของคนไม่เคยทำ ขนมมาก่อนค่ะ

=)
Quote
 
 
#21 คุณโอ๋ 2010-09-02 11:18
สวัสดีค่ะ..คุณพิม
น่าทานจังเลย อยากทำขายค่ะ สูตรนี้จะเก็บได้กี่วันค่ะ ( เพิ่งเข้ามาชม wed ของคุณพิมค่ะ ดีมากเลย )ขอเป็นสมาชิกด้วยได้ป่าวค่ะ
Quote
 
 
#22 พิม Enya 2010-09-03 02:10
คุณณัฐ ค่ะ .... สูตรแบบใส่แป้ง เนื้อสังขยาจะข้นในลักษณะแบบลื่ นๆ นะคะ จะต่างกับเนื้อสังขยาในแบบนี้

แต่ยังไงก็ไม่ว่าสังขยาแบบไหน ให้ระวังเรื่องไฟ เวลา และการคนให้มากที่สุดค่ะ
สังขยาที่อร่อย ไม่ใช่แค่เพียงรสชาติ และกลิ่น แต่เนื้อสังขยาที่เนียนก็เป็นส่ วนสำคัญนะคะ ^^

ดีใจด้วยจ้า
Quote
 
 
#23 พิม Enya 2010-09-03 02:11
คุณโอ๋ ค่ะ .... ยินดีต้อนรับค่ะ ยังไงสมัครสมาชิกได้เลยค่ะ พิมยินดีเสมอ ^^

ว่าแต่เรื่องสังขยาพิมไม่แน่ใจว ่าเก็บไว้ได้กี่วันค่ะ เพราะเคยทำไว้ 3-4 วันก็เกลี้ยงจากตู้เย็นแล้วค่ะ =_=
Quote
 
 
#24 เล็ก 2010-09-09 05:17
=)น่าทานจัง =) พอดีเลยกะจะทำซาลาเปาใส้สังขยาน ะค่ะ ไม่ทราบว่า สูตรนี้จะทำเป็นใส้ได้ไหมค่ะ น้องใหม่ยังไงขอฝากตัวด้วยคนนะค ่ะ
Quote
 
 
#25 พิม Enya 2010-09-10 02:20
คุณเล็ก ค่ะ .... ไส้ตัวนี้มันข้นจริงนะคะ แต่พิมว่ามันไม่เหมาะเอาไปทำไส้ สังขยาอ่ะค่ะ
เพราะว่าซาลาเปาต้องกินร้อนๆ แล้วเวลาซาลาเปาร้อน ไส้สังขยามันจะเหลวๆ พิมเกรงจะเหลวเกินไปอ่ะค่ะ
ใช้แบบสูตรใส่แป้งสักหน่อยน่าจะ เหมาะกว่า
Quote
 
 
#26 ck 2010-09-13 15:43
น้องพิม ด่วนค่ะ ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ว่าจะทำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ ติดอยู่ นิดเดียวค่ะว่า นมข้นจืด ค่ะเป็นยังไง ไปหาซื้อ ของ คาร์เนชั่น
มีแต่ป้ายบอกว่า ครีมข้นหวาน แล้วก็อีกกระป๋องไม่มีเขียนคำว่ า นมข้นจืดเลย แต่บอกว่า ใช้ปรุงอาหาร เช่นใส่ในไข่เจียว ใส่ในต้มยำ แต่เท่าที่เคยเห็น ถ้าแบบใส่ ต้มยำ มันจะไม่ข้นเหนี่ยวนี่ค่ะ มันก็จะเป็นแบบไม่ข้นแต่สี จะเป็นสีขาว ตกลง คำว่า นมข้นจืด คือ อะไร ยี่ห้ออะไร แล้วลักษณะเป็น ข้น ๆ เหมือน นมข้นหวานตรามะลิ หรึอเปล่า เลย ไม่กล้าทำเลย
Quote
 
 
#27 พิม Enya 2010-09-13 16:29
พี่ CK ค่ะ ... นมข้นจืด ก็คือนมที่แม่ค้าขายกาแฟโบราณเค ้าใช้ชง + โรยบนถุงกาแฟอ่ะค่ะพี่
ที่พิมใช้อยู่ก็ยี่ห้อคาร์เนชั่ นจ้า ที่กระป๋องทรงสูง ฉลากขาวๆ โลโก้แดงๆ ประมาณนั้นแหละค่ะ
Quote
 
 
#28 พัส 2010-09-20 08:51
คุณพิมคะ
ทดลองทำดูแล้ว ปรากฏว่าพอใส่กาละมังสังขยาลงกร ะทะ แล้วมันก็ลอย เลยเปลี่ยนเป็นชามแก้ว pyrex มันก็ตื้น แล้วก็ไม่สามารถใส่น้ำในกระทะให ้ท่วมสังขยาในชามได้ พอน้ำเดือด น้ำมันก็แอบเข้าไปในสังขยา ต้องปิดไฟ ตักน้ำออก วุ่นวายทีเดียว ตอนเสร็จก็ดูสวย รสชาดดี แต่ว่าพอเย็น ก้เริ่มเป็นก้อนๆ ทำไงดีคะ
ขอบคุณค่ะ
พัส
Quote
 
 
#29 ck 2010-09-20 09:36
น้องพิม จ๋า
เมื่อวันอาทิตย์ พี่ทำแล้วค่ะ ปรากฎว่า มันไม่เนียน แบบน้องพิม เลยอะ
แต่ ก็ไม่ได้เป็น เม็ด ๆ หรือ ก้อน ๆ นะค่ะ เนื้อมันจะไม่เนียน เหมือนน้องพิม อะ แต่ว่า มันจะ เหมือน ผิว ขรุ ขระ ๆๆๆๆ อะ น้องพิม ช่วยบอกเคล็ดลับหน่อยค่ะ ว่า ทำไง ถึงจะให้เนียน เหมือนน้องพิม แต่ของพี่ สุกไว มากเลย หรือว่า ครึ่งสูตร ก็ไม่รู้ ใช้ไวลา ไม่ถึง 10 นาทีเลยก็ข้น ละ
ช่วยบอกหน่อยนะ ทำไง ถึงจะเนียนน่าทาน เหมือนหนูพิม
Quote
 
 
#30 พิม Enya 2010-09-22 22:41
คุณพัสค่ะ ... อย่างที่เราคุยกันไปทาง m เน๊าะค่ะ ว่าหากทำครึ่งสูตร น้ำหนักของสังขยาไม่พอที่จะกดให ้ชามจมลงในน้ำได้
อย่างนั้นอาจจะต้องลดน้ำในกระทะ ลงหรือไม่ก้ใช้วิธี double boiling แทนอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#31 พิม Enya 2010-09-22 22:42
พี่ ck ค่ะ .... พิมคิดว่าน่าจะเป็นที่ไฟนะคะ สังขยาเนี่ยต้องกวนแบบใจเย็น ๆ ค่ะ ไฟอย่าแรง
ถ้ารู้สึกว่ามันร้อนไป น้ำเดือดแรงไป (น้ำจะแค่ปุดๆ) จะต้องลดไฟลงอีกหน่อย
ไม่งั้นหากสังขยาสุกไว้ มันจะจับตัวกันเป็นก้อน เป็นขยัก ๆ เนื้อไม่เนียนอ่ะค่ะพี่
ลองดูใหม่นะคะ (ครึ่งสูตรน่าจะใช้เวลาสัก 20 นาที)

อ้อๆ แล้วพอดับไฟแล้ว ก็กวนๆ ด้วยตะกร้อมือต่อไปอีกสักแป๊บจน สังขยาอุ่นๆ ก็จะช่วยได้อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#32 พัณณิตา ซู 2010-10-06 14:19
ขอบคุณ คุณพิมมาก ถึงมากที่สุดไม่ได้อยู่ในเมืองไ ทยน่ะค่ะ ของบางอย่างเลยหาไม่ได้ แต่คุณพิมสอนได้ละเอียด และเข้าใจง่ายมากเลย ที่ทำสำเร็จและอร่อยมากที่สุดก็ คือ ขนมถั่วแปบ ขนมดอกจอก ขนมครก แต่ทีทำไม่สำเร็จ และขนาดตัวเองยังไม่กล้ากินก็คื อสังขยาค่ะ แบบว่าไม่มีใบเตย ก็เลยเอาแบบที่คุณพิมแนะนำให้ใช ้ใบชาตรามือ แก่ๆ และป้าก็ใช้กระทิกะป๋องด้วยน่ะ ถ้ายังไงคุณพิมช่วยแนะนำหน่อยว่ าถ้าใช้กระทิกระป๋อง ต้องใช้ประมาณเท่าไหร่ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ
Quote
 
 
#33 พิม Enya 2010-10-09 02:11
คุณป้าพัณณิตาค่ะ ... ก็ยังไงตามที่เราคุยกันทาง MSN นะคะ หากมีข้อสงสัยอะไร ถามมาได้อีกนะคะ แต่พิมอาจจะตอบช้านิดถึงช้ามากห น่อย เพราะว่าช่วงนี้พิมงานยุ่งมากเล ย อาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาในเวบ และได้ออน msn อ่ะค่ะ

=)
Quote
 
 
#34 พัณณิตา ซู 2010-10-11 15:54
ขอบคุณ คุณพิมจริงๆ สังขยา ทำครั้งที่2ก็โอเค ค่ะ ถึงหน้าตาไม่สวยงาม น่ากินเหมือนของคุณพิม แต่ทั้งรส และกลิ่น ก็ถือว่าผ่านค่ะ ขอบอกว่า เคล็ดลับเล็กๆน้อย ที่คุณพิมสอน มาจะละเลยไม่ได้เลย มีประโยชน์มาก
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2010-10-13 00:37
คุณป้าพัณณิตาค่ะ .... พิมดีใจค่ะ ^^ ที่ได้ยินคุณป้าบอกอย่างนี้ ถ้าทำคราวหน้าออกมาดีสมใจ อย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะคะ

=)
Quote
 
 
#36 kroopoom 2010-11-08 10:20
=D สวัสดีค่ะคุณพิม ลองทำสังขยา สูตรที่คุณพิมให้ ครั้งแรกค่ะ เนื้อสังขยาเหมือนเป็นเม็ดทรายล ะเอียด ๆ หน่อยน่ะค่ะ น่าจะเป็นที่ไฟใช่ไหมคะ เพราะเวลากวน น้ำเดือดมากเลยค่ะ แต่รสชาติก็โอเคนะคะ :snicker: ..ทีนี้อยากถามว่า เวลาทานรู้สึกว่ามันหวานอย่างเด ียวค่ะ คือมันน่าจะมีรสเค็มได้หรือเปล่ าคะ..ไม่มีความรู้เลย ขอถามหน่อยนะคะ
Quote
 
 
#37 พิม Enya 2010-11-10 21:46
คุณ kroopoom ค่ะ ....ปกติสังขยาที่บ้านพิม หรือสังขยาที่พิมเคยกิน เค้าจะไม่ใส่เกลือนะคะ
คือจะออกหวานแล้วก็มัน แค่นั้นเอง ไม่มีรสเค็มเลยแม้แต่นิดเดียว
(เพราะพอจิ้มกับขนมปัง ซึ่งมันเหมือนจะเค็มหน่อยๆ แล้วมันจะรู้สึกพอดี)
แต่ถ้า kroopoom อยากให้มีรสเค็มสักหน่อย จะใส่เกลือบ้างก็ได้นะคะ ไม่มีข้อจำกัดค่ะ
แต่อย่าใส่เยอะไปนะคะ เดี๋ยวจะเค็มเกินค่ะ

ส่วนเรื่องเป็นเม็ดทรายนี่เป็นเ พราะไฟจริง ๆ ค่ะ ต้องใจเย็นมาก อย่าให้น้ำเดือดจัด ต้องให้น้ำแค่ปุด ๆ สักไม่ถึง 50% น่ะค่ะ
ต้องใจเย็นจริง ๆ ถึงจะได้สังขยาอร่อยนะคะ

=)
Quote
 
 
#38 จันทนา จิงหะรานนท์ 2010-11-14 16:29
สวัสดีค่ะ คุณพิม ติดตามคุณพิมมานาน แต่ไม่เคยลงทะเบียนเลย วันนี้ก็เลยมาให้กำลังใจคุณพิมด ีกว่า ว่ายังมีคนที่ติดตามผลงานคุณพิม อยู่นะ อยากบอกว่าภาษาเขียน อ่านง่าย เข้าใจง่าย ทำง่าย จะติดตามผลงานเรื่อยๆนะค่ะ
Quote
 
 
#39 พิม Enya 2010-11-16 13:59
สวัสดีค่ะคุณอ้อย .... ขอบคุณมากจ้า พิมก็พยายามจะสร้างสรรค์เมนูใหม ่ ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเอาไปทำดูกันนะคะ =)
Quote
 
 
#40 ป้าใจ 2010-12-17 16:10
เก่งจังค่ะ น่าอร่อย
Quote
 
 
#41 พิม Enya 2010-12-23 00:00
สวัสดีค่ะป้าใจ ....... สังขยาสูตรนี้ หอม มัน ข้น แต่ไม่หวานมาก หากป้าใจชอบแบบนี้ ลองทำดูนะคะ
(แต่เวลากวนต้องใจเย็นมากๆ ไม่งั้นสังขยาจะออกมาเป็นเม็ด ไม่อร่อย เนื้อไม่เนียนอ่ะค่ะ)

=)
Quote
 
 
#42 น้ำค่ะ 2011-01-28 14:43
สวัสดีค่ะ เพิ่งเข้ามาครั้งแรก ยินดีที่ได้รู้จักคุณพิมนะคะ

จิงๆแล้วเปนคนชอบทำอาหาร (ถึงจะทำไม่ค่อยเป็น) จะพยายามทำตามสูตรของคุนพิมไปเร ื่อยๆนะคะ ขอบคุณจริงๆคะ
Quote
 
 
#43 พิม Enya 2011-02-02 23:55
คุณน้ำค่ะ ... ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ทำไม่เป็น แต่หัดทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งค่ะ เชื่อพิมเถอะ :blush:
Quote
 
 
#44 ศศิ 2011-02-08 22:08
ขอบคุณสำหรับสูตรค่ะคุณพิม สังขยาออกมาเนียนดี หอม ถ้าได้กะทิคั้นสดๆ หอมๆ อย่างบ้านเราคงอร่อยกว่านี้เยอะ ครั้งหน้าจะลดน้ำตาลนิดค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปันกันค่ะ
Quote
 
 
#45 พิม Enya 2011-02-08 22:11
คุณศศิค่ะ ........ หวานไปเหรอค่ะ ^^ งั้นคราวหน้าลองลดน้ำตาลดูนะคะ ดีใจที่คุณศศิชอบจ้า

ป.ล. ลิ้งค์รูปจาก flickr โพสต์ที่นี่ไม่ได้ค่า พิมก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน :kawaii:

www.flickr.com/.../5428356386
Quote
 
 
#46 ศศิ 2011-02-09 00:55
[quote name="pimmyz"]คุณศศิค่ะ ........ หวานไปเหรอค่ะ ^^ งั้นคราวหน้าลองลดน้ำตาลดูนะคะ ดีใจที่คุณศศิชอบจ้า

พอดีไม่ค่อยชอบทานหวานจัดค่ะคุณ พิม อาจจะพอดีสำหรับคนชอบทานหวาน อย่างที่คุณบอกค่ะ ถ้าไม่ชอบหวานมากใส่น้ำตาลสัก 2 ถ้วยน่าจะพอดี คนไม่ค่อยชอบหวานลดลงมานิดนึงก็ ได้ =)

ตามความเห็นส่วนตัว สูตรนี้อร่อยกว่าสูตรใส่แป้งที่ เคยทานมาค่ะ เข้ม ข้น มัน เมื่อก่อนคุณพ่อชอบทำให้ทาน อร่อยมาก และคิดถึงมาก สูตรนี้รสชาติและเนื้อเหมือนที่ คุณพ่อทำเลย ขอบคุณคุณพิมมากจริงๆ ค่ะ

โอลืมบอก ตอนกวนลองชิมดูมันหวานมาก เลยใส่เกลือนิดหน่อย รสชาติดีขึ้นนิดนึง

ป.ล. ลิ้งค์รูปจาก flickr โพสต์ที่นี่ไม่ได้ค่า พิมก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน :kawaii:



อันนี้เปล่าน้า
Quote
 
 
#47 Guest 2011-03-10 14:22
น้องพิม สังขยาใบเตยพี่เคยทำหลายครั้ง สูตรของพี่ใช้แป้งข้าวโพดจ้ะ เวลาตุ๋นพี่ใช้หม้อ 2 ใบ ซ้อนกัน น้ำใส่แล้วหม้อลูกในจะปริ่มพอดี และน้ำจะไม่เดือดแต่ร้อน พี่มีเทคนิคการคั้นน้ำใบเตย เวลากรองให้ใช้สำลีรองกรวยก่อนก รอง จะได้น้ำใบเตยที่ไม่มีเศษใบเตยเ หลืออยู่เลย ขนมจะมีสีเนียนสวย และข้อสำคัญอย่างที่น้องพิมบอก หลังจากผสมส่วนผสมแล้ว จะต้องกรองด้วยผ้าขาวบาง มิฉะนั้นเวลาตุ๋นสังขยาจะเป็นลู ก ไม่เนียน จากพี่น้อง
Quote
 
 
#48 พิม Enya 2011-03-10 15:40
พี่น้อง .... ขอบคุณสำหรับเทคนิคดี ๆ มากมายเลยค่ะพี่ พิมจะจำไปใช้บ้าง ^^

สังขยาสูตรของที่บ้านพิมจะมีอยู ่ 2 สูตรด้วยกันอ่ะค่ะ ก็คือ สูตรที่ใส่แป้ง กับสูตรที่ไม่ใส่แป้ง
ซึ่งสูตรที่ใส่แป้ง จะใส่แป้งสาลีอ่ะค่ะ แต่ถึงใส่ไม่ใส่ สังขยา 2 สูตรก็จะออกมาเนื้อข้นคล้ายครีม เหมือนกันค่ะ

ส่วนสูตรของพี่น้อง ที่ใส่แป้งข้าวโพด ลองจินตนาการดู
คิดว่าคงจะเนื้อลื่น ๆ มัน ๆ คล้ายหน้าตะโก้ที่ใส่แป้งข้าวโพ ด ประมาณนั้นหรือเปล่าอ่ะค่ะพี่

=) =)
Quote
 
 
#49 มะนาว 2011-03-11 20:09
คุณพิมขราาา

ถ้าเปลี่ยนเป็นแยมโรลใส้สังขยาใ ด้ไม๊ค่ะ X_X
มะนาวอยากลองทำสูตรนี้มากๆเลยแต ่สั่งใบเตยที่ร้านไทยมาหลายอาทิ ตย์
แล้วยังไม่ได้เลยอ่า :snooty: พี่แกบอกว่าไม่ผ่านการตรวจ,ลูกส าวคนเล็กอยากกินลอดช่องไทยใส่กะ ทิสดเธอรอมาเข้าอาทิตย์ที่สามแล ้วยังบ๊อได๊กินเลย..เง้อ =( =(
Quote
 
 
#50 พิม Enya 2011-03-17 10:14
คุณมะนาวค่ะ .... ไม่ได้ค่า เพราะเนื้อสังขยาอันนี้จะเหลวไป เกรงว่ามันจะโรลออกมาไม่ได้เรื่ องอ่ะน๊า

ว่าแต่คุณมะนาวพูดถึงลอดช่องแล้ วนึกอยากทำ ไว้รอดูที่คุณมะนาวทำดีกว่า
(เพราะช่วงนี้งานเข้าตลอดเลย ไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยค่า)

คิดถึงคุณมะนาวนะคะ =)
Quote
 
 
#51 ใบบัว 2011-03-17 22:52
พึ่งเริ่มติดตามผลงานของคุณพิม ชอบมาก บอกวิธีทำละเอียดมากมาย สามารถทำตามได้ และมีตอบกระทู้เพือ่นสมาชิกที่ม ีปัญหาสงสัยด้วย สุดยอดจริง ๆ ขอบคุณมากนะคะ สำหรับการแบ่งปัน และความเสียสละ จะรอติดตามต่อไปค่ะ
Quote
 
 
#52 พิม Enya 2011-03-18 20:47
คุณใบบัว ..... สำหรับเวบนี้ พิมก็ทำเต็มความสามารถที่พิมจะท ำได้ โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรอ่ะ ค่ะ
ยังไงอยากให้ติดตาม และเป็นกำลังใจกันไปเรื่อย ๆ นะคะ ...... ขอบคุณค่ะ =)
Quote
 
 
#53 roung84 2011-05-28 17:51
เป็นคนชอบทานสังขยามาก ๆ ค่ะ แต่ยังไม่เคยลองทำ อ่านมาหลายสูตร บอกตรง ๆ ชอบสูตรคุณพิม เพราะชอบทานสังขยาที่ข้น ๆ มากกว่า เวลาทาขนมปัง จะได้ติดเนื้อขนมปังไง ค่ะ จะลองทำดูน่ะค่ะขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
Quote
 
 
#54 พิม Enya 2011-05-28 22:57
คุณ roung84 ลองดูนะคะ สังขยาสูตรนี้เนื้อเค้าค่อนข้าง ข้นมาก แต่เวลากวนต้องใจเย็นอย่างแรงค่ ะ อย่าใจร้อนอย่าใช้ไฟแรงเด็ดขาด ไม่งั้นเนื้อสังขยาจะออกมาไม่เน ียนไม่ข้นแบบนี้อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#55 แม่พลอย 2011-06-30 15:17
คุณพิมค่ะสูตรสังขยาแบบใส่แป้งข องคุณพิม ที่ใช้ไข่ 10 ฟอง จะรบกวนคุณพิมลงสูตรให้ได้มั๊ยค ่ะ ตามสูตรที่ลงไว้คุณพิมบอกว่าทุก อย่าง คูณ2 ทีนี้ติดตรงที่ว่าถ้าเป็น 1/3ถ้วยต้องคิดยังงัยค่ะ
สูตรเนี่ยค่ะไม่รู้ถูกหรือป่าวร บกวนตรวจให้หน่อยค๊า
หัวกะทิ 2.5 ถ้วย คูณ2 = 5ถ้วย?
น้ำตาลทราย 1 3/4 ถ้วย คูณ2 = 3 1/2 ถ้วย?
นมข้นจืด 3/4 ถ้วย คูณ2 = 1 1/2 ถ้วย?
ไข่ไก่ 5 ฟอง คูณ2 = 10 ฟอง
น้ำใบเตยคั้น 1/2 ถ้วย คูณ2 = 1 ถ้วย?
แป้งสาลี 1/3 ถ้วย คูณ2 = ?
เกลือป่น 1ชช. คูณ2 = 2ชช.

ขอบคุณค่ะ
Quote
 
 
#56 พิม Enya 2011-07-01 21:26
คุณแม่พลอยค่ะ ............. ถ้า 1/3 ถ้วย ........... 2 เท่าก็คือ 2/3 ถ้วยค่ะ

หัวกะทิ 2.5 ถ้วย คูณ2 = 5ถ้วย?
น้ำตาลทราย 1 3/4 ถ้วย คูณ2 = 3 1/2 ถ้วย?
นมข้นจืด 3/4 ถ้วย คูณ2 = 1 1/2 ถ้วย?
ไข่ไก่ 5 ฟอง คูณ2 = 10 ฟอง
น้ำใบเตยคั้น 1/2 ถ้วย คูณ2 = 1 ถ้วย?
แป้งสาลี 1/3 ถ้วย คูณ2 = 2/3 ถ้วย
เกลือป่น 1ชช. คูณ2 = 2ชช.

ถูกต้องนะคะ ^^
Quote
 
 
#57 แดง 2011-07-30 21:00
คุณพิมวันนี้พี่ได้ลองทำสังขยาส ูตรนี้แล้วค่ะรสชาติก็ดีค่ะ แต่สีเขียวมันดูหม่นๆหรือเป็นที ่พาชนะหรือเปล่าก็ไม่รู้ พี่ใช้หม้ออลูมิเนียมค่ะ
อ้อ แล้วก็เนื้อสังขยามันไม่ค่อยเนี ยนเท่าไหร่จะเป็นที่กะทิที่เราก วนไม่ดีหรือเปล่านะคะ
Quote
 
 
#58 พิม Enya 2011-07-30 23:23
พี่แดงค่ะ .... เวลากวนสังขยา ควรจะใช้หม้อเคลือบ หรือแสตนเลสแบบที่พิมใช้มากกว่า อ่ะค่ะ ใช้อลูมิเนียม สีจะออกมาไม่ค่อสวย ไม่รู้ทำไมเหมือนกันอ่ะค่ะ แล้วอีกอย่างก็อาจจะเป็นที่สีขอ งใบเตยที่พี่แดงใช้ อาจจะสีเข้มไม่เท่าที่พิมใช้ กวนเสร็จออกมาแล้ว สีก็เลยอ่อนเกินไป เลยดูหม่น ๆ ไม่สวยน่ะค่ะ

ส่วนเรื่องเนื้อสังขยาที่ไม่เนี ยน สาเหตุหลัก ๆ เลยก็คือ ไฟแรงเกินไป ทำให้ส่วนผสมข้นไว กวนไม่ทัน หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะไม่ได้ก วนตลอดเวลา (หรือเปล่าค่) ก็เลยทำให้เนื้อสังขยาไม่เนียนน ่ะค่ะพี่
Quote
 
 
#59 แดง 2011-08-01 16:31
ขอบคุณค่ะคุณพิม เดี๋ยวครั้งหน้าจะใช้หม้อเคลือบ และสงสัยพี่จะใช้ไฟแรงไป เพราะเวลากวนพี่กวนอยู่ตลอดอ่ะค ่ะ
Quote
 
 
#60 พิม Enya 2011-08-01 17:02
พี่แดง เคยทำสังขยาแบบที่ใส่แป้งไหมอ่ะ ค่ะ :-)
Quote
 
 
#61 พิม Enya 2011-08-01 22:07
อันนี้เป็นภาพสังขยาที่น้องยู้ ทำส่งการบ้านพิมไว้ค่ะ เลยเอามาโพสต์แปะไว้ด้วยเลย

Quote
 
 
#62 ป้าแดง 2011-08-09 16:52
หนพิมจ๊ะ ป้าภูมิใจในตัวหนูมากนะ ทีรู้จักบอกสิ่งดีๆ และจริงใจ ให้เป็นวิทยาทาน ทั้งๆที จะเอาเวลาไปทำธุระส่วนตัว ก็ได้และไม่ได้คิดเอาเงินเอาอะไ ร แต่ดูหนูมีความสุขกับการให้นะ ดีแล้วลูกคนทำดีต้องได้ดี ป้าเป็นกำลังใจให้นะค่ะ หนูพิม ช่วยเอาสูตร ต่างๆทำเป็นหนังสือได้ไหมลูก ทำออกวางจำหน่ายเลย ในชื่อ ครัวบ้านพิม นั้นแหละ น่ารักดี ป้าคิดว่าขายดีแน่เลย เพราะจดแล้วมันผิดสูตร บ้างลืมบ้าง หาไม่เจอบ้าง ถ้าเป็นเล่มคง สะดวกดี ทำได้ไหมลูก บอกป้าด้วยนะ ป้าขอให้หนูมีแต่ความสุขความเจร ิญ นะลูก พิมเป็นเล่มเล้กๆ ก่อนก้ได้ ลองคิดทำดูนะจ๊ะ วันหนึ่งคนต้องรู้จักหนู ในนามเชฟ มือทอง นะจ๊ะ โชคดีนะค่ะ
Quote
 
 
#63 พิม Enya 2011-08-11 03:10
ป้าแดงค่ะ .... ขอบพระคุณมากค่ะที่ป้าเอ็นดูหนู เป็นบุญของหนูจริงๆ ค่ะ :roll:

เรื่องทำหนังสือหนูเคยคิดเหมือน กันอ่ะค่ะ แต่ว่าถ้าจะทำเอง ไม่ผ่านพวก สนพ.ทั้งหลาย ต้องลงทุนหลายหมื่นหรืออาจจะเป็ นแสน ซึ่งพิมไม่มีทุนตรงนี้ อีกทั้งเนื่องจากเราต้องจ้างเค้ าทุกอย่าง ต้นทุนต่อเล่มก็จะสูงมาก สูงกว่าหนังสือเล่มอื่น ซึ่งถ้าเราจะเอากำไรพอ ๆ กับเล่มอื่น ราคาขายก็จะไปสู้คนอื่นเค้าไม่ไ ด้อ่ะค่ะป้า

ก็คงจะต้องรอให้มีคนมาสนใจก่อนน ่ะค่ะป้า

แต่จะว่าไปพิมเคยเห็นเวปไซต์บาง แห่งรับพิมพ์หนังสือในประมาณน้อ ย แค่สัก 10 เล่มก็มีนะคะ คุณป้าอยากได้สูตรอะไร อันไหนบ้าง ลองบอกพิมมานะคะ เผื่อพิมจะไปติดต่อเวปนั้นดูอ่ะ ค่ะ :-)
Quote
 
 
#64 Nadia 2011-08-14 11:23
สวัสดีค่ะคุณพิม นาเดียเพิ่งจะลองทำสังขยาสูตรคุ ณพิม เนื้อเนียนอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ ลองทำมาตั้งหลายสูตรเพิ่งมาเจอส ูตรคุณพิมนี่แหละที่อร่อยที่สุด :-)
Quote
 
 
#65 พิม Enya 2011-08-16 22:11
คุณนาเดีย .... ขอบคุณจ้า พิมก็ชอบสูตรนี้เหมือนกัน เนื้อเนียนนุ่มไม่หวานมาก อร่อยจริงๆ :-)
Quote
 
 
#66 champormoke 2011-08-23 18:55
สวัสดีค่ะคุณพิม
ลองทำดูครั้งแรกเลย เนื้อสังขยาเป็นเหมือนไส้ครีมที ่ใส่ในขนมโตเกียวเลย จะเปลี่ยนเป็นใส่ขนมโตเกียวแทนค ่ะ
Quote
 
 
#67 พิม Enya 2011-08-23 20:01
K.champormoke เอ๊... ทำไมข้นขนาดนั้นล่ะค่ะเนี่ย ตวงแป้งถูกไหมอ่ะค่ะ เพราะที่พิมทำมาหลายครั้งเนี่ย มันจะไม่ข้นมากเกินไป เวลาเอาขนมปังจิ้มแล้วยกขนมปังข ึ้น เนื้อสังขยาก็ยังมีไหลนิด ๆ แบบในภาพเลยอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#68 champormoke 2011-08-24 19:21
ทำตามสูตรที่ไม่ใส่แป้งค่ะ
Quote
 
 
#69 พิม Enya 2011-08-26 02:42
K.champormoke .... เอ อย่างนั้นพิมก็นึกไม่ออกแล้วอ่ะ ค่ะว่าผิดพลาดตรงไหน ยังไงลองเช็คดูนะคะว่าได้ทำตามท ี่พิมอธิบายไว้ทุกอย่างหรือเปล่ า และถ้าหากทำแล้ว มันผิดพลาด ลองใหม่ค่ะ พิมเชื่อว่ามันจะต้องโอเค :roll:
Quote
 
 
#70 champormoke 2011-08-26 21:07
ขอบคุณมากค่ะ คุณพิม
ทำใส่ขนมปังแผ่นแล้วนึ่งให้ร้อน เอามาให้พี่ที่ทำงานชิมแล้ว
พี่ๆๆ แนะนำว่า อาจจะใช้ไฟแรงไป หรือใส่ไข่เยอะกว่ากะทิ
เดี๋ยวจะลองทำดูใหม่อีกครั้ง แล้วจะแจ้งผลให้ทราบว่า
จะออกมาเป็นสังขยาหรือไส้ครีมอ่ ะค่ะ...
Quote
 
 
#71 ทัศปัน 2011-08-28 21:27
วันนี้ทำสังขยาสูตรคุณพิมทุกคนท ี่บ้านบอกอร่อยมากให้ทำขายที่ร้ ่านด้วย ขอบคุณคุณพิมมากค่ะที่ลงสูตรดีๆ ๆๆให้
Quote
 
 
#72 พิม Enya 2011-08-29 00:09
คุณ champormoke .... พิมจะรอนะคะ :roll:
Quote
 
 
#73 พิม Enya 2011-08-29 00:10
คุณทัศปัน .... เปิดร้านขายอะไรอยู่เหรอค่ะเนี่ ย ถ้าไม่ไกลจะได้แวะไปอุดหนุนบ้าง ดีใจที่ชอบสังขยาสูตรนี้จ้า :roll:
Quote
 
 
#74 champormoke 2011-08-29 20:53
ลองทำดูใหม่โดยลดครึ่งสูตร... อิ..อิ ;-)
ออกมาแล้ว โอ.เค ดีกว่าเดิมเยอะมาก
แต่ยังไม่เนียนสวยใส น่ากินเหมือนคุณพิม
จะพยายามใหม่...แล้วจะบอกอีกครั้งน่ะค่ะ
ขอบคุณคุณพิม อีกครั้งที่ให้สูตรอาหารและการท ำที่ละเอียดจ้า :roll:
Quote
 
 
#75 พิม Enya 2011-08-31 00:06
คุณ champormoke ดีใจที่ครั้งที่สองนี่ดีขึ้นกว่ าเดิมมาก ดีใจจริง ๆ นะคะ อย่างนั้นลองใหม่ แล้วมาบอกให้พิมฟังอีกทีน๊า ^^
Quote
 
 
#76 น้องอิม 2011-09-11 13:21
ขอบคุณนะค่ะที่น้าพิม นำสูตรสังขยาให้หนูได้ลองทำ หนูจะไปหัดทำตามสูตร ขอบคุณค่ะ
Quote
 
 
#77 ออม 2011-12-28 13:05
แง้ๆๆๆๆ เพราะความรีบแท้ๆ เลยใช้ไฟแรงเนื้อของมาเป็นก้อนๆ ๆๆๆเลยอ่า รสชาติอร่อยแต่เนื้อมันสากๆเหมื อนเป็นเนื้อไข่คนอ่ะคะ เสียดาย รอบหน้าทำใหม่ ขอบคุณสำหรับสูตรนะค่ะ คราวหน้าจะทำตอนที่ว่างจริงๆแหล ะ นี่ทำไปคุยโทรศัพท์ ดูลูก ดูลูกค้าหลายอย่างจัด ฮือออออ
Quote
 
 
#78 พิม Enya 2011-12-30 16:37
คุณออม ..... ทำขนมต้องใจเย็นนะค๊า ท่องไว้ๆๆ อย่าใจร้อน ขนมจะออกมาไม่อร่อยค่า :roll:
Quote
 
 
#79 Ying Kempson 2012-01-21 17:14
เพิ่งค้นพบเวปของคุณพิมเมื่อไม่ นานนี่เองค่ะ ไม่ค่อยได้ทำกับข้าวเอง แต่พอแต่งงานต้องย้ายตามสามีไปต ่างประเทศเลยต้องลงมือทำเองค่ะ สามีชอบทานอาหารไทยมาก เคยลองหาสูตรตามเวปต่างๆดูไม่มี ที่ถูกใจเหมือนของคุณพิมเลยค่ะ มาอยู่ต่างประเทศหลายปีแล้วแต่ไ ม่เคยเข้าเพจนี้เลยแต่จากนี้ไปจ ะขอเป็นแฟนตัวจริงคุณพิมตลอดไปเ ลยละค่ะ วันนี้ลองทำสังขยาใบเตยสูตรนี้ อร่อยเหาะค่ะ สามีทานไม่หยุดจนต้องบอกให้พอก่ อน เดี๋ยวทานมื้อเย็นไม่ลง 5555 ขอบคุณคุณพิมมากนะค๊ะ คนไกลบ้านอย่างเราหายเหงาไปเยอะ

สิ่งที่คุณพิมทำอยู่นี้ เป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอไปนะค๊ะ ไว้กลับเมืองไทยคงต้องขออนุญาตเ จอตัวเป็นๆหน่อยล่ะ คนสวยน้ำใจงามแบบนี้ หายากเต็มทีสมัยนี้
You have done a wonderful thing. May God bless you and your family.
Quote
 
 
#80 ป้าพริก 2012-01-29 22:19
สวัสดีค่ะหนูพิม
ป้าเข้ามาหาสูตรสังขยา เจอที่ครัวบ้านหลังนี้ น่าทานมากค่ะ
ป้าขอไปลองทำบ้างนะคะ และจะทำตามคำแนะนำทุกประการค่ะ
ขอบคุณที่ให้คำอธิบายชัดเจนมากๆ ป้าขอมาเป็นสมาชิกบ้านนี้ด้วยนะ จ๊ะ
Quote
 
 
#81 พิม Enya 2012-01-31 12:07
คุณ Ying Kempson ... ก่อนอื่นต้องบอกว่ายินดีที่ได้ร ู้จักกันเลยนะคะ แม้จะแค่ผ่านตัวอักษรก็ตาม ^^

พิมเองทำเวบนี้ เพราะว่าพิมชอบทำอาหาร และอยากแบ่งปันสูตรอาหารที่ตัวเ องคิดว่ามันก็โอเค ให้เพื่อนๆ ได้ไปลองทำกันบ้าง และทุกคนที่เพื่อนๆ เอาไปลองทำแล้วมีเสียงตอบรับกลั บมาว่ามันก็ใช้ได้น๊า อร่อยน๊า พิมก็ดีใจมากๆ เลยค่ะ และก็มีกำลังใจที่จะสรรหาสูตรให ม่ ๆ มาให้ลองกันต่อไป

ยังไงติดตามกันไปนาน ๆ นะคะ :roll:
Quote
 
 
#82 พิม Enya 2012-01-31 12:07
คุณป้าพริกค่ะ ..... คุณป้าได้ลองทำหรือยังค่ะ ถูกปากไหมน๊า รอฟังผลค่า :roll:
Quote
 
 
#83 เจีย 2012-02-02 16:39
ใบเตยแก่ๆ ใบใหญ่ๆ 5-6 ใบ (ไว้ช่วยขยำไข่ เพื่อดับคาว ขาดไม่ได้) ทำยังไงค่ะ ไม่เห็นวิธีทำค่ะ
Quote
 
 
#84 พิม Enya 2012-02-03 14:56
คุณเจีย ....ก็เอาใบเตยล้างสะอาดแล้ว ใส่ลงไปในกาละมังส่วนผสมสังขยาแ ล้วขยำ ๆ ค่ะ ขยำจนใบเตยออกช้ำ ๆ หน่อย ก็เอาใบเตยทิ้งไป กลิ่นเตยจะช่วยดับกลิ่นคาวไข่ได ้ค่ะ
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh