Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

สังขยาในลูกฟักทอง

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/small.jpg

วันนี้พิมมีโอกาสได้ทำ "สังขยาในลูกฟักทอง" มาโชว์ ก็เพราะว่าคุณแม่สุดที่ร๊ากกกกกก ของพิม เค้ามาสั่งให้พิมทำ  เพื่อเอาไปเป็นของฝากให้กับคนรู้จักน่ะค่ะ ... ก็ทำไปด้วยกันทั้งหมด 5 ลูก  แต่ละลูกก็ออกมาดูหน้าตาดี พอไปวัดไปวาได้  สมใจที่หวังเอาไว้ (ไม่ทำให้คนทำขายหน้า...ฮ่ะๆ)  ... ใครที่สนใจอยากดู อยากลองทำสังขยาในแบบนี้ ... ก็ตามมาเลยนะคะ

หมายเหตุ :: ไม่ได้ถ่ายรูปตอนผ่าเป็นชิ้นมาให้ดูนะคะ เพราะว่าเอาไปฝากเค้าแบบทั้งลูกเลย

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/000-1.jpg

วันนี้พิมขอมาแบบไม่พูดพล่ามทำเพลงล่ะนะคะ  แบบว่าวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน  พอถึงเวลานี้ ก็เลยแอบง่วง ... -*-  .... เพราะงั้นไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

:: ส่วนผสมสังขยาในลูกฟักทอง ::

1. ฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักประมาณ 700-800 กรัม  5 ลูก
2. ไข่ไก่ 9 ใบ
3. ไข่เป็ดใบใหญ่  10 ใบ
4. หัวกะทิ 4 1/2 ถ้วย
5. น้ำตาลปึก / น้ำตาลปีีบอย่างดี 4 ถ้วย + 3 ชต.
6. เกลือป่น 1/3 ชช.
7. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ชต.
8. ใบเตย 5-8 ใบ

:: วิธีทำ ::

เริ่มแรก...เราก็จะต้องมาจัดการกับลูกฟักทองกันก่อนนะคะ

วันนี้พิมมีฟักทองอยู่ด้วยกัน 5 ลูก  แต่เอามาเรียงเป็นตัวอย่างแค่ 3 ลูก ... (จริง ๆ มี 6 ไม่รู้มันหายไปไหนลูกนึง)

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/001.jpg

ฟักทองเนี่ย ... พิมใช้ฟักทองลูกเล็กค่ะ น้ำหนักราว ๆ 700-800 กรัม  จะใช้ฟักทองลูกเล็กกว่านี้ก็ได้  แต่อย่าพยายามใช้ลูกใหญ่กว่านี้ เพราะว่าเวลานึ่ง มันจะต้องนึ่งนาน ทำให้เปลืองถ่านเปลืองแก๊สมากๆ ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/002.jpg

เราจะต้องเอาฟักทองแต่ละลูก  มาเจาะด้านบนออก  แล้วคว้านไส้กันก่อน ... เพื่อไว้บรรจุตัวสังขยา .. อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะลูกฟักทองของเราก็มีแค่มีดบางปลายแหลมเล่มนึงเท่านั้นค่ะ   แต่ให้เลือกใช้มีดที่คม ๆ หน่อย จะได้ไม่ต้องออกแรงเยอะ  และเนื้อฟักทองจะได้ไม่ช้ำด้วย ^^  (แต่มีดที่พิมมี ทื่อมาก ๆ -*-)

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/004.jpg

และก่อนที่จะเจาะ .. ให้เรากะเอาด้วยสายตาก่อนนะคะ ว่าจะเจาะลูกฟักทอง ตรงไหน  เจาะให้มีลักษณะรูปร่างยังไง  และให้มีความกว้างยาวประมาณเท่าไหร่ .. สำหรับของพิม จะเจาะแบบสี่เหลี่ยม (เพราะมันง่ายดี  ^^") และก็มีความกว้างยาวประมาณเท่านี้ค่ะ   (ตามสี่เหลี่ยมสีแดงๆ  ในภาพด้านซ้าย) ... จากนั้นก็ลงมือเจาะได้เลย

ป.ล. ทั่ว ๆ ไปเค้าก็มักจะเจาะเป็นสี่เหลี่ยม ไม่ก็วงกลม ... แต่บางที  (เวลาขยันๆ)  พิมก็เคยเจาะเป็นรูปดาว - รูป 6 เหลี่ยมด้วยนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/005.jpg

พอเจาะได้รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมแล้ว ก็ให้เราจับขั้วฟักทองขยับเบา ๆ ไปมาค่ะ  ... สักแป๊บบบบ  ขั้วฟักทองพร้อมกับสี่เหลี่ยมที่เราเจาะเอาไว้ (ขอเรียกว่า "ฝา") ก็จะหลุดตามมือเราออกมา

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/006.jpg

จากนั้นก็ให้เราเอาช้อนขูดเอาไส้และเมล็ดฟักทองข้างในออกมาให้หมด รวมทั้งพวกเยื่อ ๆ ที่อยู่ติดเนื้อฟักทองด้วยนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/007.jpg

แล้วเราก็จะได้ลูกฟักทองที่เจาะเรียบร้อยแล้ว .. ออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ ... อ้อๆ ส่วนฝา อย่าลืมเอามีดปาดไส้ออกให้เรียบอย่างนี้ด้วยนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/008.jpghttp://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/009.jpg

จากนั้นก็ให้เราเอาไปทำความสะอาดทั้งด้านใน ด้านนอก ... ด้านในก็ล้างน้ำนะคะ และถ้ายังมีไส้ฟักทองติดอยู่ ก็เอาช้อนขูดออกให้เรียบร้อย จนเนื้อด้านในเรียบเสมอกัน   ส่วนด้านนอก ก็ใช้แปรงสีฟัน (ใหม่) ที่มีขนแปรงนุ่ม ๆ ขัดเบาๆ ตามรอยหยักของเปลือก แล้วก็ล้างน้ำให้สะอาดค่ะ .... พอล้างเสร็จ ก็นำไปคว่ำไว้แบบนี้ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/010.jpg

จากนั้น ... เราก็จะมาทำตัวสังขยากัน   ซึ่งส่วนผสมในการทำสังขยา ก็จะมี หัวกะทิ - ไข่ - น้ำตาล - เกลือและแป้งสาลีอเนกประสงค์ อย่างละนิดหน่อย ... จะว่าไปก็เหมือนๆ กับทำสังขยาปกติล่ะค่ะ

อันดันแรก... เราก็มาดูที่หัวกะทิกันค่ะ  ... พิมใช้หัวกะทิทั้งหมด 4 1/2 ถ้วย  โดยคั้นจากมะพร้าวขูด 1.2 กก.   (จะเป็นมะพร้าวขูดธรรมดา หรือมะพร้าวขูดขาวก็ได้)

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/011.jpg

แล้วก็ใช้ไข่เป็ดใบใหญ่ 10 ฟอง - ไข่ไก่เบอร์ 2-3 อีก 9 ฟองค่ะ   (รวมทั้งหมดให้ได้ปริมาณ 4 1/2 ถ้วย / ถ้าของใครเป็นไข่ใบใหญ่มาก ก็ลดจำนวนไข่ลงค่ะ)

จริง ๆ แล้ว... เราจะใช้แต่เฉพาะไข่ไก่หรือไข่เป็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้นะคะ  แต่สมัยโบราณเค้าจะนิยมใช้ไข่เป็ดอย่างเดียว  เพราะจะได้สังขยาที่มีลักษณะอยู่ตัว  เนื้อสังขยาสวย และดูเนื้อแน่นกว่าสังขยาที่ทำจากไข่ไก่  ... แต่ส่วนตัวพิมเอง พิมชอบใช้ไข่สองอย่างผสมกัน   เพราะมีความรู้สึกว่าจะได้สังขยาที่นุ่มกว่าใช้ไข่เป็ดอย่างเดียวน่ะค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/012.jpg

แล้วเราก็จะใช้น้ำตาลปี๊บประมาณ 800 กรัมค่ะ  .... น้ำตาลเนี่ยให้เลือกใช้อย่างดีหน่อยนะคะ  สังขยาของเราจะได้ออกมามีทั้งรสหวานและกลิ่นหอม ... อ้อ ... สีของสังขยาขึ้นอยู่กับสีของน้ำตาลปี๊บด้วยนะคะ  ถ้าอยากได้สังขยาสีเข้มหน่อย  ให้เลือกใช้น้ำตาลสีเข้ม ๆ แต่ถ้าอยากได้สังขยาสีอ่อน ๆ ให้เลือกใช้น้ำตาลสีอ่อนหน่อยค่ะ

เผอิญว่าน้ำตาลของพิมเป็นน้ำตาลปี๊บแบบปึก ๆ ค่ะ .. ค่อนข้างจะแข็งหน่อย  เพื่อจะให้บี้เข้ากับกะทิได้ง่าย  พิมก็เลยเอามาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้ก่อนค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/016.jpg

แล้วก็อย่าลืมใบเตยนะคะ ... จะช่วยทำให้ขยำไข่ น้ำตาล เข้ากับกะทิได้โดยง่าย และช่วยดับกลิ่นคาวของไข่ เพิ่มความหอมให้เนื้อสังขยาด้วยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/018.jpg

นอกนั้นก็จะมีเกลือป่น  ที่ไว้ช่วยทำให้รสหวานของสังขยาเข้มขึ้น กับแป้งอเนกประสงค์ ที่ช่วยทำให้เนื้อสังขยาอยู่ตัว .. อีกอย่างละนิดหน่อยค่ะ  (ส่วนผสม 2 อย่างนี้ พิมไม่ได้ถ่ายรูปมานะ)

เมื่อเราเตรียมส่วนผสมครบแล้วทุกอย่าง ... ก็มาลงมือทำกันเลยค่ะ

เริ่มต้นก็ตอกไข่ใส่ถ้วยนะคะ ... อย่างที่พิมบอกด้านบน  เราจะใช้ไข่ทั้งหมด 4 1/2 ถ้วยค่ะ (ถ้วยเดียวกับถ้วยตวงน้ำกะทิ)  ถ้าเราตอกไข่ทั้งหมดแล้ว  ได้ปริมาณน้อยกว่า 4 1/2 ถ้วย  (เนื่องจากว่าไข่มันใบเล็กมากกกกก)  ก็ให้เราเพิ่มไข่ลงไปอีก  จะไข่ไก่หรือไข่เป็ดก็ได้   จนได้ปริมาณไข่ครบ 4 1/2 ถ้วยค่ะ ... แต่ถ้าเกิดไข่ที่เราใช้ ใบใหญ่มากกกกกกกกกก  ตวงแล้วมันเกิน 4 1/2 ถ้วย  เราก็ใช้แค่ 4 1/2 ถ้วยนะคะ  (ที่เหลือเอาไปเจียวไข่กิน ^^) ... แล้วเอาไข่ทั้งหมด เทรวมกันในอ่างผสมที่ใบใหญ่หน่อยค่ะ

ป.ล. ควรตอกไข่ใส่ถ้วยเล็ก ๆ ทีละใบก่อน เพื่อเช็คดูว่ามีไข่เสียหรือเปล่า  แล้วค่อยเทรวมใส่ถ้วยตวง  ... เพราะไม่งั้นหากมีไข่ใบไหนเสียขึ้นมา  เราจะเสียไข่ทั้งหมดไปโดยใช่เหตุนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/013.jpghttp://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/014.jpg

จากนั้นก็เทหัวกะทิทั้งหมดใส่ลงไปเลยค่ะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/015.jpg

ตามด้วยน้ำตาลปี๊บทั้งหมดที่เราเตรียมเอาไว้ ... พร้อมเกลือป่น และแป้งอเนกประสงค์

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/017.jpg

แล้วก็ทำการขยำให้ไข่-น้ำตาล-กะทิ-แป้ง-เกลือ  เข้ากันค่ะ (ใช้ใบเตยช่วยในการขยำ)

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/019.jpg

ขยำไปจนกระทั่งทุกอย่างเข้ากันดี ... ก็เป็นอันว่าใช้ได้

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/020.jpg

แล้วก็ทำการกรองด้วยกระชอนตาถี่ ๆ หรือผ้าขาวบาง 1 ครั้ง  (เผื่อว่ามีเศษผง แป้งหรือน้ำตาลที่ยังละลายไม่หมด) ... ก็จะได้ออกมาเป็นส่วนผสมสังขยา (ที่พร้อมจะเอาไปนึ่ง)  หน้าตาแบบนี้นะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/022.jpg

ถึง ณ. ตรงนี้  ก็ให้เราหันกลับไปดูที่ฟักทองของเราค่ะ .... ซึ่งลูกฟักทองของเราในตอนนี้ ด้านใน น้ำแห้งหมดแล้ว ...  ก็ให้เราหงายลูกขึ้น แล้วจัดเตรียมเอาไปวางในซึ้ง (รังถึง) เพื่อรอบรรจุส่วนผสมสังขยานะคะ

แต่ทีนี้เนี่ย ... หากเรานึ่งสังขยาฟักทองทั้งลูกแบบไม่มีอะไรรองลูกฟักทองเลย  บางทีนึ่ง ๆ ไป ลูกฟักทองจะแตกออก  ทำให้ได้สังขยาในลูกฟักทองที่ไม่สวย....  เราจึงต้องหาถ้วยหรือชามอะไรที่ทนความร้อนได้  ขนาดใกล้เคียงกับลูกฟักทอง  มารองลูกฟักทองเอาไว้แบบนี้ค่ะ ... หรือถ้าไม่มี จะใช้เชือกสีขาว ๆ (พิมไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าเชือกอะไร) ที่เมื่อก่อนเค้าไว้ใช้มัดกล่องพัสดุไปรษณีย์น่ะค่ะ ... มามัดรอบลูกฟักทองเอาไว้ก็ได้  แต่มันจะยุ่งยากกว่ามากเลย

ป.ล. สังเกตุได้ว่า ชาม/ถ้วย รองลูกฟักทองของพิม จะมีหลายแบบมากเลย ก็เอาตามที่มีและสะดวกอ่ะนะคะ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/023.jpghttp://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/024.jpg

จากนั้นเพื่อให้เทส่วนผสมสังขยาใส่ลูกฟักทองได้โดยง่าย  ไม่หกเลอะเทอะ ....  พิมก็จัดการเทส่วนผสมฯ ใส่ลงไปในถ้วยที่ปากถ้วยเป็นร่องแบบนี้ก่อนค่ะ  (ก็เลยใช้ถ้วยที่ตวงน้ำกะทิ ตวงไข่เมื่อกี้แหละค่ะ ไม่ต้องล้างหลายรอบ)

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/025.jpg

แล้วก็ค่อยเอาไปเทใส่ในลูกฟักทองค่ะ ... ค่อย ๆ เทนะคะ ระวังหก  (เสียดายของ)

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/026.jpg

เทจนเกือบเต็มแบบนี้ หรือมากกว่านี้นิดหน่อย ... ก็ใช้ได้ค่ะ   แต่อย่าเทให้เต็มลูก แบบปริ่ม ๆ ขอบเลย  เพราะว่าเดี๋ยวเวลานึ่ง สังขยามันจะฟูขึ้นมาอีกค่ะ  หากเทเต็มมากเกินไป สังขยาที่ได้ จะล้นออกมามากไป จนไม่สวย

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/027.jpg

จากนั้นก็นำไปนึ่งในน้ำเดือด  ใช้ไฟกลางนะคะ ประมาณ 50-60 นาที    (ระยะเวลาในการนึ่ง ขึ้นอยู่กับขนาดของลูกฟักทอง และขนาดของรังถึง)

และเมื่อครบ 1 ชม. ผ่านไป ... เราก็จะได้สังขยาในลูกฟักทอง ออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ .. น่ากินเน๊าะ ... อิอิ

http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/032.jpg
http://www.pim.in.th/images/all-thai-dessert/steamed-custard-in-pumpkin/031.jpg

ใครสนใจ ก็ลองเอาไปทำดูนะคะ  ติดขัดตรงไหน  โพสต์ถามพิมไว้ในบอร์ดได้เลย แล้วพิมจะเข้าไปตอบให้ค่ะ

http://www.pim.in.th/images/img-line/line26.gif




Comments 

 
#1 Poo 2009-10-28 08:55
เป็นขนมที่ชอบ ใส่บาตรมากที่สุดเลยคะ (เป็นขนมที่สวย และอร่อย ) ถ้าทานเองไม่เกิน 3 ชิ้น (แต่ตอนนี้ที่นั่งพิมพ์ ถ้ามีขนมชนิดนี้อยู่ตรงหน้า จะกินให้หมดทั้งลูกเลย)....ฮือ ฮือ หิว. :drunk: :drunk: :drunk:
Quote
 
 
#2 kung 2010-01-13 08:50
ถ้าทำไส่ในลูกไข่ล่ะค่ะตอบหน่อย ทำงานส่งอาจารญ์นวัตกรรมค่ะ
Quote
 
 
#3 พิม Enya 2010-01-20 21:17
ทำใส่ในเปลือกไข่ที่เรากะเทาะออ ก ก็ไม่มีอะไรอ่ะค่ะ ทำตามปกติ

แต่ล้างเปลือกไข่ด้านนอกให้สะอา ดนะคะ แล้วก็ตกแต่งขอบให้เรียบร้อย
ถ้าต้องการให้เวลาสุกแล้ว เต็มพอดีไข่ ไม่ล้น ก็หยอดไปประมาณ 3/4
แต่ถ้าต้องการให้ล้น ๆ หน่อย ก็หยอดเกือบ ๆ เต็มนะคะ
เวลาที่นึ่ง ก็น่าจะสัก 20-25 นาทีก็สุกแล้วล่ะค่ะ
Quote
 
 
#4 ตวง Tcake Time 2010-02-23 19:41
ขอบคุณสำหรับ สูตรและฝีมือดีๆอย่างคุณพิมค่ะ
นึ่งออกมาสวย ไม่แตก เดาว่าเนื้อสังขยาคงเนียนละมุนแ น่ๆ =D
Quote
 
 
#5 นก 2010-02-23 20:07
น่าทานมาก อยากให้หั่น จะได้เห็นเนื้อค่ะ
Quote
 
 
#6 พิม Enya 2010-02-24 11:01
Quote:
ขอบคุณสำหรับ สูตรและฝีมือดีๆอย่างคุณพิมค่ะ
นึ่งออกมาสวย ไม่แตก เดาว่าเนื้อสังขยาคงเนียนละมุนแ น่ๆ =D

Quoting นก:
น่าทานมาก อยากให้หั่น จะได้เห็นเนื้อค่ะ

สวัสดีค่ะคุณตวง คุณนก ... มาเม้นท์กันถึงที่นี่เลย ขอบคุณมากค่ะ

คุณนกค่ะ ที่ไม่ได้หั่นให้ดู เพราะว่าแม่พิมหอบหิ้วเอาไปฝากเ พื่ือนที่อีกบ้านค่ะ ก็ไกลพอดู ถ้าหั่นไปก่อน จะลำบากค่ะ และกว่าจะถึงบ้านงาน สังขยาอาจจะเละได้ แต่พิมเอาที่เคยทำไว้มาให้ดูนะค

Quote
 
 
#7 จ๋าแม่ปังกะสิบ 2010-02-28 13:44
แอบตามมาจาก ลงค์ในเว็ปพันทิบ เห็นหน้าตาเวบสวยมากๆๆ วิธีทำละเอียด เลยแอบทำตาม อร่อยมั่กกกกก ๆๆๆ ขอบอก เดี๋ยวจะขโมยสูตรอื่นๆเรี่อยๆนะ คะ :snicker:
Quote
 
 
#8 พิม Enya 2010-03-04 00:24
Quoting จ๋าแม่ปังกะสิบ:
แอบตามมาจาก ลงค์ในเว็ปพันทิบ เห็นหน้าตาเวบสวยมากๆๆ วิธีทำละเอียด เลยแอบทำตาม อร่อยมั่กกกกก ๆๆๆ ขอบอก เดี๋ยวจะขโมยสูตรอื่นๆเรี่อยๆนะ คะ :snicker:

ดีใจที่ชอบค่ะคุณจ๋า ^^
Quote
 
 
#9 มะนาว 2010-03-04 03:09
น่าทานมากกกกเลยค่ะคุณพิม แต่มะนาวคงต้องอดใจรอให้ถึงหน้า ฟักทอง
ก่อน คงอีกสาม-สี่เดือนอ่ะค่ะ =(
Quote
 
 
#10 ดวงจันทร์ 2010-03-05 08:51
ทำมาหลายครั้งหลายตำราไม่เคยมีต ำราไหนบอกว่าให้วางฟักทองในจานท ำที่ไรเเบบไหนก็เเตกหมด
มาเจอวิธีของคุณพิมออกมามีความส ุขค่ะไม่เเตกออกมาสวยมากค่ะ
ต้องขอบคุณคุณพิมที่ทำให้มีกำลั งใจที่จะทำอีก
Quote
 
 
#11 มะนาว 2010-03-08 02:26
แถวมะนาวอยู่อะไรๆก็เป็นไปตามฤด ูอ่ะค่ะ ปีหนึ่งมีสี่ฤดู ฤดูใบร่วง (ลมแรงมากๆฝนตกทั้งวันหนาวสุดๆ) ฤดูหนาว-หิมะตกตลอดทั้งวัน-คืนอากาศ
ลบ 5-10 องศา(เป็นอย่างน้อย)วันที่21 มี.ค เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ แต่
อากาศก็ยังหนาวอยู่ดี รอจนถึงปลายๆเดือน พ.ค นั่นแหล่ะค่ะ พวกชาวนา
เขาจึงจะลงมือปลูกพืชผักกัน ต้นเดือน ก.ค เริ่มเข้าหน้าร้อน กลางๆเดือน
สิงหาโน่นแหล่ะค่ะจึงจะมีฟักทอง ขาย มะนาวเคยซื้อมาตุนไว้เหมือนกันแ ต่
อากาศมันหนาวมากเลยทำให้ฟักทองฝ ่อหมด X_X แต่ไม่เป็นไรค่ะมะนาว
จะไปร้านไทยวันพุธนี้เพราะสั่งฟ ักทองเขาไว้(ตรงมาจากเมืองไทยเล ย)
แต่ไม่มีไข่เป็ดอ่ะ (ไข่ไก่อย่างเดียวได้ไม๊ค่ะ) :kawaii: :kawaii:
Quote
 
 
#12 today is a gift 2010-03-10 10:23
รบกวนถามค่ะคุณพิม ถ้าต้องการทำแค่ฟักทอง ลูก หรือสองลูก ต้องใช้สัดส่วนเครื่องปรุ่งไงคะ

ขอบคุณค่ะ
Quote
 
 
#13 พิม Enya 2010-03-10 20:56
คุณมะนาวค่ะ ... แสดงว่าพิมโชคดีสิค่ะเนี่ย มีฟักทองกินตลอดปีเลย ^^ แต่ว่าแอบอิจฉานะคะ แถวบ้านคุณมะนาวมีฤดูหนาวด้วย เพราะเมืองไทยเดี๋ยวนี้มีแต่ฤดู ร้อนมาก กับฤดูร้อนมากกว่าอ่ะค่ะ T__T

ส่วนเรื่องไข่เป็ด ไข่ไก่ ... ก็ใช้ไข่ไก่อย่างเดียวได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ส่วนรายละเอียดตอบไปทางเมล์แล้ว น๊า
Quote
 
 
#14 พิม Enya 2010-03-10 20:59
คุณ today is a gift ค่ะ .... ถ้าทำแค่ลูกเดียว ก็เอาสัดส่วนทั้งหมดหารด้วย 5 เลยค่ะ ก็จะได้ออกมาประมาณนี้นะคะ (สัดส่วนโดยประมาณ)

1 ฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักประมาณ 700-800 กรัม 1 ลูก
2. ไข่ 4 ใบ
4. หัวกะทิเกือบๆ 1 ถ้วย
5. น้ำตาลปีีบอย่างดีเกือบๆ 1 ถ้วย
6. เกลือป่นหยิบมือ
7. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ชต.
8. ใบเตย 3-4 ใบ

ยังไงลองทำดูนะคะ ^^ ได้ผลยังไงบอกกันบ้างอ่ะค่ะ พิมจะรอ =)
Quote
 
 
#15 พิม Enya 2010-03-10 21:00
Quoting มะนาว:
น่าทานมากกกกเลยค่ะคุณพิม แต่มะนาวคงต้องอดใจรอให้ถึงหน้า ฟักทอง
ก่อน คงอีกสาม-สี่เดือนอ่ะค่ะ =(

ที่แถวคุณมะนาวอยู่ ฟักทองไม่ได้ออกตลอดปีหรอกเหรอค ่ะ ... แปลกดีนะคะเนี่ย เพราะถ้าเมืองไทยล่ะก็ ฟักทองมีทั้งปีเลย

Quoting ดวงจันทร์:
ทำมาหลายครั้งหลายตำราไม่เคยมีต ำราไหนบอกว่าให้วางฟักทองในจานท ำที่ไรเเบบไหนก็เเตกหมด
มาเจอวิธีของคุณพิมออกมามีความส ุขค่ะไม่เเตกออกมาสวยมากค่ะ
ต้องขอบคุณคุณพิมที่ทำให้มีกำลั งใจที่จะทำอีก

ดีใจด้วยนะคะ ^__^ ดีใจที่ทำออกมาแล้วสำเร็จสวยงาม ด้วยดีค่ะ .. =)
Quote
 
 
#16 เปปเปอร์ 2010-03-30 15:50
น่ากินนนนน ขอบคุณสำหรับสูตร
เคยซื้อใส่บาตรพระตอนเช้า ๆ
ชิ้นหนึ่ง(ย่อม ๆ)ราคา 25 บาท
เดี๋ยวจะลองทำดู ถ้าดีจะใส่บาตรตอนเช้า
(จะสวยเหมือนต้นฉบับไม๊น๊า สงสัยจัง..)
Quote
 
 
#17 พิม Enya 2010-03-30 23:01
คุณ pepper ค่ะ

ลองดูนะคะ ทำไม่ยากค่ะ ... หากทำครั้งแรกออกมาแล้วไม่สวยถู กใจ
ลองทำครั้งถัดๆ ไปดู พิมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถขอ งคุณ pepper อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#18 เอ๋ 2010-06-03 16:28
สูตรที่บอกว่า 4 ถ้วย + 3 ช.ต คือ ใส่เพิ่มไปอีก 3 ช้อนหรอค่ะ งง อ้ะ
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2010-06-03 16:42
คุณเอ๋ ค่ะ .... ใช่ค่ะ อย่างที่เข้าใจเลย คือปกติ 1/4 ถ้วยจะเท่ากับ 4 ชต. แต่ว่าถ้าใส่เพิ่มอีก 4 ชต. (หรือ 1/4 ถ้วย) สำหรับพิมจะหวานไปเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับน้ำตาลที่ใช้ด้วย) ดังนั้นพิมก็เลยเพิ่มอีกแค่ 3 ชต. อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#20 งา 2010-06-10 11:56
คุณพิมคะ สูตรนี้ไม่หวานใช่มั๊ยค่ะ (ไม่ชอบทานหวานน่ะค่ะ) =D
Quote
 
 
#21 พิม Enya 2010-06-11 00:36
คุณ ramida .... หวานกลางค่ะ ไม่หวานมากจนเกินไป เพราะจำได้เสมอเวลาทำสังขยาสูตร นี้ แม่พิมจะบอกว่าอยากให้เติมหวานล งไปอีก เพราะว่าเค้าชอบกินหวาน (กว่าพิม)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ... ขึ้นอยู่กับน้ำตาลที่ใช้ด้วยนะค ะ ถ้าน้ำตาลหวานจัด ใส่ปริมาณเท่าพิม อาจจะหวานเกินไปก็ได้

หรือถ้าน้ำตาลที่ใช้หวานน้อย แล้วใส่ปริมาณเดียวกับพิม อาจจะหวานน้อยเกินไปก็ได้อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#22 Bannana 2010-06-15 19:15
สวัสดีค่ะคุณพิมอ่านสูตรแล้วแอบ ทำตามคุณพิมหลายเมนูเหมือนกันค่
จะรบกวนถามนิดนึงค่ะพอดีชอบทานฟ ักทองสังขยามากค่ะ(ทั้งบ้านเลยู ^"^)เราไม่มีใบเตยค่ะจะใช้ตะกร้อต ีไข่ แทนการขยำไข่กับใบเตยได้หรือเปล ่าค่ะ
Quote
 
 
#23 พิม Enya 2010-06-15 23:41
คุณ Bannana ค่ะ .... ใช้แทนได้ค่ะ แต่ว่าอาจจะมีกลิ่นคาวของไข่หลง เหลืออยู่บ้าง เพราะที่ใช้ใบเตยขยำ เนื่องจากกลิ่นหอมของใบเตยจะช่ว ยดับกลิ่นคาวไข่ได้ด้วยอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#24 Banana 2010-06-21 15:04
สวัสดีค่ะคุณพิมจะรบกวนถามคุณพิ มอีกรอบค่ะ เมื่อวานนี้มีโอกาศลองทำสังขยาฟ ักทองค่ะ หลังนึ่งเสร็จปล่อยให้เย็นแล้วต ัด เนื้อไข่กลายร่างเป็นรูๆไม่เนีย นค่ะ ถ้าเราอยากทำให้เนื้อไข่เนียนๆไ ม่ทราบต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ(เป็ นรูๆฟองอากาศเต็มเลยค่ะ แต่รสชาดอร่อยถูกใจที่สุด)คุณสา มีที่บ้านปลื้มใหญ่เลย ยกความอร่อยดีให้เจ้าของสูตรเลย ค่ะ
Quote
 
 
#25 พิม Enya 2010-06-22 00:26
คุณ Banana ค่ะ .... สังขยาเนื้อไม่เนียน คงเพราะมีฟองอากาศในเนื้อสังขยา มากเกินไป ซึ่งถ้าเป็นเพราะสาเหตุนี้นะคะ เวลาขยำ เราก็ขยำต่ำ ๆ หน่อยค่ะ ไม่ต้องยกมือขึ้นสูง (การขยำยกมือขึ้นสูงจะทำให้ฟองอ ากาศเข้าไปเนื้อสังขยาได้มากขึ้ น) หรือไม่ก็พอขยำเสร็จ ทิ้งไว้สักแป๊บเพื่อให้ฟองอากาศ ในส่วนผสมหดตัวลงหรือหายไปบ้าง หรือไม่อย่างนั้นก็ทำแบบเค้กค่ะ คือ พอเอาส่วนผสมสังขยาใส่ไปในลูกฟั กทองแล้ว ใช้ส้อมคนส่วนผสมเบา ๆ วนไปมา เพื่อให้ฟองอากาศในนั้นแตกตัว ... น่าจะพอช่วยได้นะคะ
Quote
 
 
#26 Banana 2010-06-24 14:50
ขอบคุณมากนะค่ะคุณพิม แล้วจะลองเอาไปปฏิบัติดูค่ะได้ผ ลยังไงจะเข้ามารายงานอีกทีจร้า
Quote
 
 
#27 MeowKy 2010-08-03 15:51
ถ้าไม่ใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ ใช้แป้งข้าวโพดได้มั้ยค่ะ
Quote
 
 
#28 MeowKy 2010-08-03 15:53
สังขยาสูตรนี้สามารถนำไปทำเป็นห น้าข้าวเหนียวสังขยาได้มั้ยค่ะ เพราะเคยทำข้าวเหนียวมูลสังขยา แล้วสังขยานิ่มเกินไปนะค่ะ
Quote
 
 
#29 พิม Enya 2010-08-04 21:25
คุณ Meow ใช้แป้งข้าวโพดแทนไม่ได้นะคะ เพราะว่าคุณสมบัติไม่เหมือนกันอ ่ะค่ะ ^^

แล้วก็สังขยาสูตรนี้ใช้ทำหน้าข้ าวเหนียวมูนได้ค่ะ แต่อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นใช้ไข่เ ป็ดแทนทั้งหมด เพราะว่าสังขยาหน้าข้าวเหนียว ต้องเป็นเนื้อสังขยาที่แน่นกว่า แบบใช้ใข่ไก่ และก็อาจจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีกหน ่อย เพราะไข่เป็ดจะใบใหญ่กว่าไข่ไก่ อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#30 นุ่น 2010-08-13 08:35
พี่พิมหน้านี้หน้าฝน ฟักทองราคาถูกค่ะ เมื่อวานซื้อมา ลูกเล็กๆค่ะ แต่หนัก 2กิโลรัม 30 บาท แต่เป็นฟักทองเอาไว้สำหรับต้ม หรือแกงค่ะ เลยทำไม่ได้ อิอิ :blush: เดี๋ยวจะไปหาซื้อมาใหม่แล้วจะลอ งทำทานค่ะ
แม่ชอบบ่นนุ่น ทำโน้น ทำนี่ แต่แม่ทานของหวานไม่ได้ เป็นโรคเบาหวานค่ะ -_-
Quote
 
 
#31 พิม Enya 2010-08-18 18:51
น้องนุ่น ... ทำไมฟักทองบ้านน้องนุ่น ถูกดีจริง ๆ แถวบ้านพี่ตอนนี้ลูกเล็กลูกใหญ่ ยังราคากิโลละ 25 บาทอยู่เลยอ่ะ
แต่เนื้อเหนียวดีนะ วันก่อนซื้อมาทำขนมฟักทอง อร่อยเชียวอ่ะ

ป.ล. พี่ก็เคยเป็นโรคเบาหวานนะ แต่ตอนนี้ไม่รู้ยังเป็นไหม เพราะกินยาหาหมออยู่ 8 เดือน
พอเปลี่ยนหมอใหม่ (รพ. เดิม หมอคนเก่าลาออก) หมอใหม่ก็บอกว่า
ดูจากประวัติและพฤติกรรมพี่แล้ว พี่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานอ่ะ
แล้วก็เลยสั่งหยุดยา ไม่ต้องมาหาหมออีก ..
จนตอนนี้ผ่านมาปีครึ่งแหละ ว่าจะไปตรวจอีกสักรอบ ว่าตกลงเป็นแน่หรือไม่ได้เป็น
Quote
 
 
#32 First 2010-09-13 17:22
คุณพิมคะ ถ้าไม่มีแป้งสาลี ไม่ต้องใส่ได้มั้ยคะ
แล้วแป้งสาลีเนี่ย เราใส่เพื่ออะไรคะ คืออยากรู้เอาไว้เป็นความรู้หนะ คะ
มือใหม่จริงๆ
Quote
 
 
#33 พิม Enya 2010-09-16 01:06
คุณ First ค่ะ .... ที่พิมใส่แป้งเพื่อช่วยทำให้สัง ขยามัน set ตัวง่ายขึ้น
เพราะว่าสังขยาของเรา ใช้ทั้งไข่ไก่+ไข่เป็ด ..... (ไม่ได้ใช้ไข่เป็ดทั้งหมดอ่ะค่ะ ) ซึ่งโดยปกติเนื้อไข่ของไข่เป็ด จะแข็งกว่าไข่ไก่
หากใช้ไข่เป็ดล้วนๆ เวลาทำสังขยาออกมาแล้ว เนื้อสังขยาจะ set ตัวง่าย และเป็นทรงสวยดี แต่ว่าจะไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่
พิมเลยใช้ไข่ไก่ช่วย เลยจำต้องเพิ่มแป้งสาลีเข้าไปช่ วยการเซ้ตตัวของไข่ไก่อ่ะค่ะ

แต่ถ้าคุณ first ใช้ไข่เป็ดทั้งหมด หรือไม่มีแป้ง ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ
Quote
 
 
#34 บุหงา 2010-09-26 22:16
:flame: วันนี้..ตั้งใจจะนึ่งข้าวเหนียว กินกะสังขยา เหลือบเห็นฟักทอง เปลี่ยนมานึ่งฟักทอง ไม่ได้คำนวนน้ำหนัก..ฟักทอง 3.7 กิโล.ลูกโต๊โต เกือบเต็มรังถึง เนี่ย .ก่อนทำมาเปิดเวป.ของคุณพิมแล้ว.แต่ลืมสังเกตุน้ำหนัก..ผลลัพธ์ 1 ชั่วโมงไม่สุก น้ำรังถึงเกือบแห้งต้องเติมน้ำใ หม่ นึ่งต่ออีก 1/2 ชั่วโมง ปรากฏว่า..555+..ฟักทองเริ่มปริ.แต่สังขยารั่วลงรังถึงตั้งเยอะ..สังขยาหายไป 1/2 ขำกลิ้งคนเดียว..
..ไม่เข็ด วันก่อนนึ่งฟักทองกลางดึก..หลับลืม.ตื่นมาควันคลุ้งทั้งบ้าน ฟักทองแห้งเกรียม หม้อแห้ง/ทะลุ ดีแก๊สไม่ระเบิด นอนสำลักควัน.เกือบไป..แต่.ใจยังรัก..ฟักทองนึ่งนะ
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2010-09-27 13:03
คุณบุหงาค่ะ ... ถ้าจะทำสังขยาในลูกฟักทอง ต้องใช้ฟักทองลูกเล็กๆ หน่อยน๊า สักไม่เกินลูกละ 8 ขีดจะกำลังดีเลยค่ะ
เพราะว่าถ้าเป็นลูกใหญ่ สังขยาจะสุกยากมาก และกว่าสังขยาจะสุก เนื้อฟักทองก็จะเละ ปริแตกไปซะแล้วอ่ะค่ะ

คราวหน้าถ้าทำอีก หาฟักทองลูกเล็ก ๆ หน่อยนะคะ ^^

ป.ล. พิมเคยเอ๋อค่ะ นึ่งขนมอะไรสักอย่างทิ้งไว้แล้ว ลืม นึ่งตั้งแต่ห้าทุ่มครึ่ง นอนตี 1 ... เช้าตื่นมา 6 โมง จะไปทำกับข้าว
เจอซึ้ง ตั้งอยู่บนเตา พร้อมกับก้นทะลุไปแล้วค่า =D
Quote
 
 
#36 บุหงา 2010-10-01 23:24
^_^ คุณพิมคะ..ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำ..ชื่นใจมากเลย.มีกำลังใจที่จะฝึกวิทยายุทธต่อ..แล้วจะส่งข่าวนะคะ..
Quote
 
 
#37 พิม Enya 2010-10-09 01:39
คุณบุหงา .... พิมจะรอฟังข่าวนะคะ

=)
Quote
 
 
#38 นุ่น 2010-10-13 20:37
นุ่นหายไปน้าน นาน ไม่ได้เข้ามาแจม หายอาทิตย์
พอดีที่โรงเรียนประถม เค้าแข่งกีฬา ตำบลค่ะ
ก็เลยคิดๆๆๆว่าจะเอาอะไรไปขายดี :eyebrow: น้องสาวก็ชวนขาย ค่าที่วันละ 40 บาท
นุ่นย่างไก่อร่อย (อันนี้คนกินเค้าชมค่ะ ปีหนึ่งขาย 2-3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 10 วันของดีต้องนานๆๆทีได้กิน =) )เพราะขี้เกลียดตื่นไปตลาดตั้งแ ต่ตี4ค่ะ ก็เลยได้ไอเดียร์ไปขายไก่ย่าง มีตูด กับปีกค่ะ มันสุกง่าย ไม่เปลืองถ่าน น้องสาวขายส้มตำ =D ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ยำวุ้นมาม่า ลูกชิ้นนึ่ง กับปิ้ง โห้ ขายดีค่ะพี่พิม ขายถูกด้วยไม้ละ 5 บาท ลงทุนไป 2,000 บาทได้กำไรวันละ 200 บาท =D แถมไปขายก็สาย ไม่9 โมงไม่ออกจากบ้าน บ่ายโมงเก็บของกับบ้านมานอนตีพุ ง(แม่ค้าเค้าอิจฉาจะตายขายวันละ 4 ชั่วโมงของหมดกลับค่ะ)นอกเรื่อง ไปเสียยาวเชียว เมื่อวานฝนตกเดินไปเดินมา มองเห็นฟักทองแม่ปลูกไว้หน้าบ้า น มีแต่ลูกใหญ่ๆๆค่ะ เอากิโลไปชั่งเลยค่ะ ลูกละ 3-4 กิโล ไอ้ลูกเล็กๆๆแม่ให้เค้าหมด หาทั่วบ้านมี2ลูก 600 กรัม คิดแล้วคิดอีกจะพอกินไหมน้อ :snicker: ก็เลยเอาลูก1400 กรัมมาทำลูกหนึ่ง นึ่งไม่นานค่ะ บ่ายสองยัน 6 โมงเย็น น่ากินมากๆและก้อร่อยด้วย แต่ไข่น้อยไปหน่อย มีฟักทอง3 ลูกแต่ใส่ไข่ 6 ฟอง ไข่เป็ดเน่าไป 2 ฟอง =( โอกาศหน้าจะทำใหม่ค่ะ ขอบคุณพี่พิมมากนะค่ะที่มีเมนูอ ร่อยๆๆมาให้หัดทำ
อ้อ ลืมไปที่บอกว่าจะส่งรูปให้พี่พิ มดูก็หาเมล์ไม่เจอ ขอเมล์พี่พิมด้วยนะค่
Quote
 
 
#39 พิม Enya 2010-10-15 17:14
ดีจ้าน้องนุ่น .... ดีนะเนี่ยเรา หัวการค้าแต่เด็กเลย ^^ ทำบ่อย ๆ อีกหน่อยรวย อิอิ

สมัยเด็ก ๆ (เริ่มสาว) พี่ก็เคยทำเหมือนกันนะ ประมาณว่าแม่จะต้องไปขายของที่แ ผงอยู่แล้ว ช่วงปิดเทอมพี่ก็เก็บผักเล็กผัก น้อยแถวบ้านไปฝาแม่ขายด้วย ปรากฎว่าพอเปิดเทอมมา มีกะตังค์ซื้ออุปกรณ์การเรียนเอ งโดยไม่ต้องขอแม่ แบบว่ามีความภูมิใจมากๆ เลย ^^

ส่วนเรื่องสังขยาฟักทองเนี่ย เวลาจะทำนุ่นต้องเลือกลูกเล็ก ๆ หน่อยน๊า เพราะยิ่งลูกใหญ่ กว่าจะนึ่งให้สังขยาสุกได้ เนื้อฟักทองก็จะเละไปซะแล้ว ... สำหรับพี่ พี่ว่าลูกไม่เกิน 700 กรัม นี่กำลังโอเคเลย แต่มากสุดก็สัก 800 กรัม พอไหวอ่า แต่ถ้า 1400 กรัม (กิโลกะ 4 ขีด) พี่ว่ามันใหญ่ไปน๊า ถึงจะออกมาอร่อย แต่กว่าจะสุกต้องนึ่งนาน เปลืองไฟเปลืองแก๊สอ่า (ถ้าเป็นแม่พี่ บ่นไป 3 วัน 8 วัน เลย หุหุ)

=) =)
Quote
 
 
#40 นวลอนงค์ ลิขุนทด 2010-10-23 20:21
วันนี้เข้ามาอ่านที่พี่พิมคอมเม ้นท์ไว้แล้วใจหายเรื่องน้ำท้วมน ี่แหละค่ะ
นุ่นกะจะไปโคราช แต่รอฝนหยุดก่อน =) อยากกินสปาเก็ตตี้มาก แล้วก็จะมาทำทานเองด้วย แต่น้ำท้วมโคราชก่อน T_T จะไปตลาดยังไปไม่ได้เลยค่ะ ถนนน้ำท้วม แถมขาดอีก รถยนต์ไปไม่ได้เลย ผ่านไป 8-9 วันน้ำลดแล้วค่ะ ดีใจ =) พอดีพ่อปลูกมันเทศไว้ค่ะ น้ำมันท้วม ก็เลยไปขุดมาหมดเลย นุ่นหิวขนมไข่นกกระทาจังค่ะพี่พ ิม บอกวีธีทำหน่อยนะค่ะ
เมื่อก่อนซื้อทาน 2 ลูกบาท แต่ตอนนี้ลูกละบาทแล้วเล็กนิดเด ียว เนื้อมันเทศก็ไม่ค่อยเยอะ กัดทีหนึ่งมีแต่แป้ง (ขอรบกวนพี่สาวของนุ่นด้วยนะค่ะ :blush: )
บ้านนุ่นก็ท้วมค่ะ แต่ท้วม ไร่ข้าวโพด ไร่พริก ไร่มันสำปะหลัง แล้วก้ข้าว จมมิดเลยค่ะ ตอนนี้พริกก็ตายหมดแล้ว พึ่งไปดูมาเมื่อวานเองค่ะ
Quote
 
 
#41 พิม Enya 2010-10-26 00:32
น้องนุ่น ..... พี่ได้รับเมล์น้องนุ่นแล้วน๊า ที่ส่งรูปขนมมาให้อ่ะ น่ากินมาก แต่พี่ว่าวุ้นแอบสีจัดไปนิ๊ดดดน ึง
ยังไงทำคราวหน้า ลดปริมาณสีลงหน่อยก็ดีน๊า ^^

ว่าแต่น้องนุ่นอย่าเพิ่งไปเลยโค ราช รอน้ำลดก่อนนะ ตอนนี้พี่มีเพื่อนที่เค้าอยู่ที ่นั่น 2-3 ครอบครัว กำลังลำบากมากๆ
เพราะน้ำท่วมบ้าน หาที่อยู่ไม่ได้เลย พี่ก็เป็นห่วงเค้า แต่ไม่รู้จะทำไง ได้แต่ส่งกำลังใจไปให้ เพราะติดต่อกันไม่ได้เลย
กะว่าน้ำลดสักหน่อยแล้วจะไปเยี่ ยมเค้าเหมือนกัน เป็นห่วง

น้องนุ่นก็ดูแลตัวเองกับครอบครั วเยอะๆ นะ อย่าไปที่อันตราย พี่เป็นห่วง มีอะไรมาส่งข่าวคราวบ้างนะ พี่รอฟังอยู่
ยังไงขอให้น้ำลดโดยไว แล้วก็ตั้งตัวกันใหม่ เฮ้อๆ (เครียดแทน)

ว่าแต่จะทำขนมไข่นกกระทา เดี๋ยวพี่ไปดูสูตรก่อนนะ เคยทำครั้งสองครั้งเมื่อนานมาแล ้ว ไม่รู้สูตรจะยังอยู่ไหม
ถ้าไม่มีจะหาสูตรอื่น (ที่คิดว่าดี) มาแทนให้นะจ๊ะ รอหน่อย ๆ อาทิตย์หน้านี้แหละ

ป.ล. ท่วมกันไปทุกหัวระแหงเลยเน๊อะ บ้านพี่ขนาดอยู่กรุงเทพฯ แต่ส่วนที่เป็นดินมันต่ำๆ ปลูกผักสวนครัวไว้ ก็ตายหมดเลยเช่นกัน
นี่ก็กลัว ๆ ว่าน้ำจะท่วมบ้านเหมือนกัน เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขนาดฝนไม่ตกหนักอย่างนี้ พายุไม่เข้าอย่างนี้
น้ำยังเคยท่วมปริ่ม ๆ ขอบรั้ว ประมาณว่าถนนหน้าบ้าน น้ำสูงประมาณเกือบหัวเข่าเลย

=)
Quote
 
 
#42 นวลอนงค์ ลิขุนทด 2010-10-26 20:13
พี่พิมก็อย่าห่วงแต่คนอื่นน้า ห่วงตัวเองและครัวครัวด้วยนะค่ะ =D
ขอบคุณค่ะพี่สาวสุดที่รักของนุ่ น และขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำ วุ้นกรอบค่ะ ^_^
นุ่นจะรอสูตรขนมไข่นกกระทานะค่ะ :snicker:
นุ่นก็เรียนจบจากราชภัฎโคราชค่ะ นี่ก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว เคยมีครั้ง1 ปี 48 จำได้แม่นมาก น้ำท้วมหน้า the mall นุ่นไปทำงานช่วงปิดเทอมก่อนเข้า มหาลัยค่ะ ฝนตกตอน บ่ายสองโมง หยุด จริงๆๆก็ อีกวันใหม่ค่ะ แต่มันแรงมากๆๆตอน บ่ายสอง ถึง ห้าโมงเย็น นอกนั้นก็ ไม่แรงมากค่ะ ตอนนั้นมันท้วมแค่ หน้า the mall และหลัง the mall ด้านหลัง mall จะเป็นคลองค่ะ นุ่นขี่มอเตอร์ไวด์ กลับถึงห้อง ห้าทุ่มครึ่ง ทั้งๆๆที่ออกจาก the mall สามทุ่มเองค่ะ แล้วห้องนุ่นก็อยู่ห่างจาก the mall 1 กิโลเอง แต่มาปีหนี้ท้วมหนักมากๆๆเลย ฝนตกหนักเป็นอาทิตย์เลย (เฮ้อสงสาร ชาวไร่ชาวสวน)ต้องเริ่มต้นใหม่ไ ด้ก็ปีหน้าโน้นแล้วค่ะ
แต่ก็ยังดีค่ะ รัฐบาลมีเงินช่วยเหลือ ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็พากันมาถ่ ายรูปที่ นาข้าวบ้านนุ่น XD เพราะเค้าน้ำไม่ท้วม(อ้าววววร่ว มด้วยช่วยกันค่ะ) =D
Quote
 
 
#43 พิม Enya 2010-10-29 00:01
น้องนุ่น ... ฮ่าๆ จะพยายามจ๊ะ

ว่าแต่ขนมไข่นกกระทา เมล์มาเตือนพี่หน่อยน๊า บางทีพี่ก็ลืมอ่ะ บอกกันตามตรงเลย =_=
แบบว่า list ที่จะต้องทำตาม request มันเยอะมาก ประมาณ 50 กว่ารายการ บางทีก็มีเบลอ ๆ บ้างอ่า

ว่าแต่น้องนุ่นเรียนจบ 3 ปีแล้วเหรอเนี่ย กำๆ พี่นึกว่าเราเพิ่งเรียนอยู่ มหาลัยสักปี 2 นะเนี่ย แบบว่าพูดจาออกแนวน่ารัก ๆ
ก็เลยยังคิดมาตลอดว่านุ่นต้องเป ็นเด็ก ๆ อยู่แน่เลย

วันนี้พี่ดูข่าวน้ำท่วมโคราช ดูกี่ทีก็เศร้าใจอ่ะนุ่น นึกไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นพี่ตกอยู ่ในสถานการณ์อย่างนั้นจะทำยังไง ดี
จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหน จะทำยังไงกับทรัพย์สินที่สูญหาย ไป แม้จะรู้ว่ามันเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้
แต่กว่าจะหาใหม่ได้เนี่ย มันไมใช่แค่ปีสองปีเลยนะ เฮ้อๆ....อ

แล้วก็ดูข่าวที่แถวบางกรวยอ่ะ ที่เค้าปลูกผักชีฝรั่งขาย 9 ไร่ เค้าบอกว่าตอนแรกก็กะว่าจะเก็บแ ล้วแหละผักชีฝรั่งเนี่ย
แต่คิดว่าไว้เก็บพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะราคามันน่าจะขึ้นอีกกิโลละ 20 (คือจากโลละ 50 เป็น 70) คือ เค้าคิดว่าน้ำคงยังไม่มาอ่ะนะ
แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นแค่ 3 หรือ 4 ชม. เค้านั่งร้องไห้เลย เพราะอยู่ดีๆ น้ำมาจากไหนไม่รู้ ท่วมมิดหัวเค้าเลยอ่ะ
บางที่ท่วมตั้ง 4 เมตรแน่ะ T_T เห็นแล้วก็สงสารเค้าเลย

บางคนก็สิ้นเหนือประดาตัว เพราะน้ำท่วมคราวนี้ ยังไงก็มีอะไรก็ช่วยๆ กันเน๊าะน้องนุ่น :notfunny:
Quote
 
 
#44 นิดหน่อย 2010-11-13 10:43
ขอบคุณค่ะคุณพิม ขออนุญาตนำไปแบ่งปันกับเพื่อนๆใ นเฟซบุ๊คนะคะ ทำลิงค์ไม่เป็นได้แต่บอกชื่อเว็ บไซค์ ฮ่าๆๆๆ
Quote
 
 
#45 พิม Enya 2010-11-13 15:51
คุณนิดหน่อยค่ะ FB ของพิมอันนี้นะคะ .th ... เผื่อจะได้คุยกันทาง FB จ้า =)
Quote
 
 
#46 om 2011-01-26 22:00
เรื่องความหวานของสังขยา ก่อนจะนำสังขยาใส่ในฟักทอง ให้นำสังขยามาใสในเปลือกไข่ที่ต อกทำสังขยาประมาณ 1-2 ชต แล้วนำเปลือกไข่ไปปิ้งพอสังขยาส ุกจะหอมมากจนอยากปิ้งหลายๆใบ เราจะรู้ว่าใส่น้ำตาลขนาดนี้หวา นพอสำหรับเราแล้วรึยัง ส่วนเรื่องน้ำตาลพี่จะใส่ทั้งน้ ำตาลปื๊บและน้ำตาลทราย เพราะน้ำตาลปี๊บบางทีจะมีเปรี้ย วให้รู้สึกจึงใช้น้ำตาลทรายช่วย แต่พี่ขอชมว่าสูตรน้องพิมอร่อยม ากเหมือนที่แม่พี่ทำซึ่งสมัยนี้ หาทานยาก พี่ดีใจ พอพี่รู้อะไรจึงอยากบอกต่อ
Quote
 
 
#47 พิม Enya 2011-01-26 23:42
พี่ om ค่ะ .... เอาสังขยาไปลองใส่เปลือกไข่แล้ว ปิ้งทานดูเนี่ย
ฟังแล้วมันน่าอร่อยมากเลยค่ะ ท่าทางคงจะหอมตลบอบอวลไปทั้งบ้า
คราวหน้าพิมจะลองทำดูค่ะพี่ แต่คงอีกพักใหญ่
เพราะตอนนี้กะทิก็แพง มะพร้าวก็แพง น้ำตาลปี๊บก็ขึ้นราคา
แม่บ่น ๆ ทุกทีที่ทำอาหารเป็นกะทิเลยค่ะ

แต่พิมขอบคุณพี่ om มากเลยนะคะ รู้สึกว่าเวลาพี่มาบอกอะไรให้ฟั
เหมือนพี่สาวสอนน้องสาวอ่ะค่ะ ดีใจนะคะ =)
Quote
 
 
#48 Royal Lancaster 2011-04-19 12:25
สวัสดีครับ ตามลิงค์มาจากที่มีคนโพสต์ไว้ที ่พันทิปเรื่องหมูกรอบครับ

ขอรบกวนสอบถามนิดนึงครับคือใบเต ยกับฟักทองหาไม่ได้เลยมีแต่ฟักท องจีนฟักทองญี่ปุ่นลูกสีส้มๆ ไม่ทราบว่าถ้าใช้เจ้าฟักทองสีส้ มนี่มาทำจะพอกล้อมแกล้มไปได้ไหม ครับ

ส่วนใบเตยพยายามหาแล้วแต่ก็ไม่ม ีเลย (เช่นเดียวกับผักและสมุนไพรอีกห ลายชนิด T-T) คุณพิมชี้แจงไว้ว่าขยำใบเตยจะช่ วยลดกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมให้ แก่สังขยา ถ้าสุดวิสัยจริงๆผมหาได้เฉพาะกล ิ่นใบเตยสำเร็จรูปแบบเป็นขวด (หรือกลิ่นวานิลา? กลิ่นกาแฟ?) เติมไปนิดหน่อยแล้วขยำส่วนผสมจน เนียนนี่จะพอไหวไหมครับ เพราะดูท่าทางเจ้าใบเตยนี่ก็คงช ่วยให้ส่วนผสมเข้ากันง่ายขึ้นอย ู่เหมือนกัน

รบกวนด้วยครับ ^^
Quote
 
 
#49 พิม Enya 2011-04-20 12:18
คุณ Royal ค่ะ .... พิมเห็นเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ ก็ใช้ฟักทองญี่ปุ่นที่เปลือกสีล ้ม ๆ เหมือนกันค่ะ (พันธุ์โอซาก้า) ก็ว่าอร่อยดี แต่เนื้อฟักทองอาจจะแตกต่างกันอ ยู่บ้าง แต่ใช้แทนกันได้ค่ะ

ส่วนใบเตยเนี่ย .... อืมๆๆ ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ (ก็มันหาไม่ได้นี่เน๊าะ) แต่พิมไม่แนะนำให้ใช้พวกกลิ่นสั งเคราะห์ใส่ลงไปแทนเลยค่ะ เพราะเคยลองแล้วไม่เวิร์คเท่าไห ร่ ไม่เหมือนกับใช้ใบเตยจริง ๆ แต่ถ้าจะใส่ อาจจะใส่สักครึ่ง ชช. ถึง 1 ชช. ก็น่าจะพอไหวอ่ะค่ะ

ส่วนเรื่องการขยำ หากไม่มีใบเตย ใช้ถุงพลาสติคสะอาด ๆ ผ่าครึ่ง แล้วใช้ช่วยในการขยำก็ได้อ่ะค่ะ ^^
Quote
 
 
#50 kayo 2011-06-18 00:42
สวัสดีคะคุณพิม วันนี้ได้ถือโอกาสพูดคุยกับคุณพ ิมเพราะชอบทานมากเลยคะ อยากรู้สัดส่วนของไข่ที่ใช้คะ เห็นคุณพิมทำตั้ง5ลูกคงจะทานไม่ หมด คงกินเอง1ลูก อีก4ลูกคงต้องวางขายหน้าบ้านเลย คะเพราะกินไม่ไหว :P ถ้าทำแค่ลูกเดียว ต้องใช้ไข่เป็ด กี่ฟอง ไข่ไก่กี่ฟองดีคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ ส่วนสูตรอื่นแอบขโมยสูตรไปทำหลา ยอย่างแล้วค้า อร่อยถูกใจคนที่บ้านมากเลย รับประกันความอร่อยคะ เพื่อนๆ
Quote
 
 
#51 พิม Enya 2011-06-18 02:52
ถ้าจะทำแค่ฟักทอง 1 ลูก ก็เอา 5 หารส่วนผสมทุกอย่างเลยอ่ะค่ะ
อันไหนเป็นเศษ เช่น ไข่เป็ด 9/5 = 1.8 ก็ปัดขึ้นเป็น 2 ฟอง
หรืออย่างหัวกะทิ 4.5/5 = 0.9 ก็ปัดเป็น 1 ถ้วยเลย
ส่วนอะไรที่เล็กน้อยมาก อย่างเกลือป่น ก็สักหยิบมือเดียว ไม่ต้องตวงก็ได้ ........ ทำนองนี้น่ะค่ะ
Quote
 
 
#52 Kannikar Kwan 2011-06-21 17:47
ta mai mee sugar beb na kah
chai sugar chai tan dai mai ka
lea kor mai mee bang arnekpasong dui na ja
man ja yang aroi yu mai ja
Quote
 
 
#53 พิม Enya 2011-06-22 14:39
คุณ Kannikar Kwan ค่ะ ...... ใช้น้ำตาลทรายแทนน้ำตาลปี๊บไม่ไ ด้ค่ะ เพราะคนละรสคนละกลิ่นกัน ส่วนไม่มีแป้งอเนกประสงค์ ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ แต่ว่าสังขยามันก็จะอยู่ตัวน้อย ลงนะคะ
Quote
 
 
#54 น้องตี้ 2011-09-06 11:36
น่าทานมากเลยค่ะ เดี๋ยวน้องขอสูตรไปทำบ้างนะค่ะ อยากทานมาหลายวันแล้ว หาซื้อไม่ค่อยได้
Quote
 
 
#55 พิม Enya 2011-09-07 22:08
คุณน้องตี้ .... เอาเลยจ้า
Quote
 
 
#56 นู๋เอ๋โอ๋ 2011-09-12 16:14
เมื่อวันอาทิตย์ได้ไปลองทำมาแล้ วเช่นกันค่ะคุณพิม หลังจากอ่านและเล็งจะทำมานาน ^___^
ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่ทำแต่ขอ บอกว่าอร่อยมากเลยค่ะ ไม่ผิดหวังจริงๆ ไว้เด๋วจะลองเมนูอื่นๆดูบ้างแล้ วจะมารายงานค่ะ
Quote
 
 
#57 พิม Enya 2011-09-13 22:27
คุณนู๋เอ๋โอ๋ .... เอาเลยจ้า แล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ :roll:
Quote
 
 
#58 candybee 2011-10-24 16:49
สอบถามนะค่ะหากว่าเราจะทำใส่ฝัก ทองลูกสักประมาณกลางๆ1ลูกนะค่ะส่วนผสมจะเหลือสัดส่วนเ ท่าไรอะค่ะ
Quote
 
 
#59 พิม Enya 2011-10-25 22:25
คุณ candybee .... สูตรนี้เป็นสูตรสำหรับฟักทอง 5 ลูก แต่ละลูกมีขนาดประมาณ 700 - 800 กรัมค่ะ

หากคุณ candybee ใช้ฟักทองที่มีขนาดเดียวกับพิม ก็เอาสูตรทั้งหมดหารด้วย 5 นะคะ ก็จะได้สัดส่วนของส่วนผสมแต่ละอ ย่างที่ต้องใช้

แต่ถ้าฟักทองลูกเล็กหรือใหญ่กว่ านี้ ก็ต้องลดเพิ่มส่วนผสมอีกนิดหน่อ ยอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#60 joyjoy123 2011-12-19 22:39
อืมมมมมมมมมมม แล้วถ้าไม่มีแป้งสาลีอเนกประสงค ์นี่ทำไงค่ะคุณพิมพอจะหาอะไรแทน ได้ป่าวค่ะ แป้งมันได้มั๊ย หรือว่าแป้งข้าวโพดพอไหวป่าวค่ะ อิอิ อยากลองทำจังเยย
Quote
 
 
#61 emily 2011-12-28 14:14
ทำทีไรก็แตกทุกที เละอีกต่างหาก ไม่ได้กินดีสักครั้ง อย่างงี้ควรทำยังคะ รบกวนแนะนำหน่อยคะ
Quote
 
 
#62 พิม Enya 2011-12-30 16:35
คุณ joy ...... คุณสมบัติแป้งข้าวโพดกะแป้งสาลี ไปคนละทางกันเลยจ้า ถ้าไม่มีแป้งสาลีใช้แป้งข้าวเจ้ าก็พอไหวค่ะ แต่พิมไม่ค่อยอยากแนะนำ เพราะตัวพิมเองยังไม่เคยลองเลยจ ้า เอาเป็นไม่ต้องใส่เลยก็ได้นะคะ แต่ให้ใช้ไข่เป็ดแทนไข่ไก่ทั้งห มดค่ะ :roll:
Quote
 
 
#63 พิม Enya 2011-12-30 16:36
คุณ emily ..... หมายถึงลูกฟักทองหรือเปล่าค่ะ ? ที่ว่าแตกเนี่ยได้เอาลูกฟักทองใ ส่ถ้วยหรือมัดด้วยเชือกรอบลูกก่ อนนึ่งหรือเปล่าอ่ะค่ะ ถ้าทำแล้วยังแตกอีก แสดงว่าไฟเตาแรงไป หรือไม่ก็นึ่งนานเกินไปค่ะ
Quote
 
 
#64 wattbkk 2012-01-04 22:57
อร่อยมากค่ะ เข้ามาคารวะอาจารย์
Quote
 
 
#65 องุ่นหวาน 2012-01-12 20:04
ขอถาม คุณพิม ว่า ต้องตั้งน้ำให้เดือด ก่อนแล้วถึงจะนำฝักทองลงนึ่งหรื อเปล่า และจะรู้ได้ไงว่าสุกแล้ว ค่ะ แล้วจะส่งการบ้านนะคะ
Quote
 
 
#66 Chanthana 2012-04-10 00:06
If no have ไข่เป็ด what can i do ???
Quote
 
 
#67 พิม Enya 2012-05-03 23:39
คุณองุ่นหวาน .... ต้องตั้งน้ำให้เดือดก่อนค่ะ แล้วพอน้ำเดือดค่อยเอาซึ้งที่ใส ่ลูกฟักทองวางลงไป ส่วนว่าดูยังไงถึงจะสุกก็ใช้หลั กการเดียวกับการเช็คสุกเค้กได้ค ่ะ คือหาอะไรจิ้ม เช่น ไม้ปลายแหลมจิ้มลงไป ถ้าติดน้ำแฉะ ๆ ขุ่นๆ มีเศษไข่ติดมา แสดงว่ายังไม่สุกค่ะ

------------------------

คุณ Chanthana ..... ไม่มีไข่เป็ด ก็ใช้ไข่ไก่นะคะ แต่เนื้อสังขยาจะนิ่มกว่า
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh