สังขยาในลูกฟักทอง

วันนี้พิมมีโอกาสได้ทำ "สังขยาในลูกฟักทอง" มาโชว์ ก็เพราะว่าคุณแม่สุดที่ร๊ากกกกกก ของพิม เค้ามาสั่งให้พิมทำ เพื่อเอาไปเป็นของฝากให้กับคนรู้จักน่ะค่ะ ... ก็ทำไปด้วยกันทั้งหมด 5 ลูก แต่ละลูกก็ออกมาดูหน้าตาดี พอไปวัดไปวาได้ สมใจที่หวังเอาไว้ (ไม่ทำให้คนทำขายหน้า...ฮ่ะๆ) ... ใครที่สนใจอยากดู อยากลองทำสังขยาในแบบนี้ ... ก็ตามมาเลยนะคะ
หมายเหตุ :: ไม่ได้ถ่ายรูปตอนผ่าเป็นชิ้นมาให้ดูนะคะ เพราะว่าเอาไปฝากเค้าแบบทั้งลูกเลย

วันนี้พิมขอมาแบบไม่พูดพล่ามทำเพลงล่ะนะคะ แบบว่าวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน พอถึงเวลานี้ ก็เลยแอบง่วง ... -*- .... เพราะงั้นไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ
:: ส่วนผสมสังขยาในลูกฟักทอง ::
1. ฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักประมาณ 700-800 กรัม 5 ลูก
2. ไข่ไก่ 9 ใบ
3. ไข่เป็ดใบใหญ่ 10 ใบ
4. หัวกะทิ 4 1/2 ถ้วย
5. น้ำตาลปึก / น้ำตาลปีีบอย่างดี 4 ถ้วย + 3 ชต.
6. เกลือป่น 1/3 ชช.
7. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ชต.
8. ใบเตย 5-8 ใบ
:: วิธีทำ ::
เริ่มแรก...เราก็จะต้องมาจัดการกับลูกฟักทองกันก่อนนะคะ
วันนี้พิมมีฟักทองอยู่ด้วยกัน 5 ลูก แต่เอามาเรียงเป็นตัวอย่างแค่ 3 ลูก ... (จริง ๆ มี 6 ไม่รู้มันหายไปไหนลูกนึง)

ฟักทองเนี่ย ... พิมใช้ฟักทองลูกเล็กค่ะ น้ำหนักราว ๆ 700-800 กรัม จะใช้ฟักทองลูกเล็กกว่านี้ก็ได้ แต่อย่าพยายามใช้ลูกใหญ่กว่านี้ เพราะว่าเวลานึ่ง มันจะต้องนึ่งนาน ทำให้เปลืองถ่านเปลืองแก๊สมากๆ ค่ะ

เราจะต้องเอาฟักทองแต่ละลูก มาเจาะด้านบนออก แล้วคว้านไส้กันก่อน ... เพื่อไว้บรรจุตัวสังขยา .. อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะลูกฟักทองของเราก็มีแค่มีดบางปลายแหลมเล่มนึงเท่านั้นค่ะ แต่ให้เลือกใช้มีดที่คม ๆ หน่อย จะได้ไม่ต้องออกแรงเยอะ และเนื้อฟักทองจะได้ไม่ช้ำด้วย ^^ (แต่มีดที่พิมมี ทื่อมาก ๆ -*-)

และก่อนที่จะเจาะ .. ให้เรากะเอาด้วยสายตาก่อนนะคะ ว่าจะเจาะลูกฟักทอง ตรงไหน เจาะให้มีลักษณะรูปร่างยังไง และให้มีความกว้างยาวประมาณเท่าไหร่ .. สำหรับของพิม จะเจาะแบบสี่เหลี่ยม (เพราะมันง่ายดี ^^") และก็มีความกว้างยาวประมาณเท่านี้ค่ะ (ตามสี่เหลี่ยมสีแดงๆ ในภาพด้านซ้าย) ... จากนั้นก็ลงมือเจาะได้เลย
ป.ล. ทั่ว ๆ ไปเค้าก็มักจะเจาะเป็นสี่เหลี่ยม ไม่ก็วงกลม ... แต่บางที (เวลาขยันๆ) พิมก็เคยเจาะเป็นรูปดาว - รูป 6 เหลี่ยมด้วยนะคะ

พอเจาะได้รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมแล้ว ก็ให้เราจับขั้วฟักทองขยับเบา ๆ ไปมาค่ะ ... สักแป๊บบบบ ขั้วฟักทองพร้อมกับสี่เหลี่ยมที่เราเจาะเอาไว้ (ขอเรียกว่า "ฝา") ก็จะหลุดตามมือเราออกมา

จากนั้นก็ให้เราเอาช้อนขูดเอาไส้และเมล็ดฟักทองข้างในออกมาให้หมด รวมทั้งพวกเยื่อ ๆ ที่อยู่ติดเนื้อฟักทองด้วยนะคะ

แล้วเราก็จะได้ลูกฟักทองที่เจาะเรียบร้อยแล้ว .. ออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ ... อ้อๆ ส่วนฝา อย่าลืมเอามีดปาดไส้ออกให้เรียบอย่างนี้ด้วยนะคะ


จากนั้นก็ให้เราเอาไปทำความสะอาดทั้งด้านใน ด้านนอก ... ด้านในก็ล้างน้ำนะคะ และถ้ายังมีไส้ฟักทองติดอยู่ ก็เอาช้อนขูดออกให้เรียบร้อย จนเนื้อด้านในเรียบเสมอกัน ส่วนด้านนอก ก็ใช้แปรงสีฟัน (ใหม่) ที่มีขนแปรงนุ่ม ๆ ขัดเบาๆ ตามรอยหยักของเปลือก แล้วก็ล้างน้ำให้สะอาดค่ะ .... พอล้างเสร็จ ก็นำไปคว่ำไว้แบบนี้ค่ะ

จากนั้น ... เราก็จะมาทำตัวสังขยากัน ซึ่งส่วนผสมในการทำสังขยา ก็จะมี หัวกะทิ - ไข่ - น้ำตาล - เกลือและแป้งสาลีอเนกประสงค์ อย่างละนิดหน่อย ... จะว่าไปก็เหมือนๆ กับทำสังขยาปกติล่ะค่ะ
อันดันแรก... เราก็มาดูที่หัวกะทิกันค่ะ ... พิมใช้หัวกะทิทั้งหมด 4 1/2 ถ้วย โดยคั้นจากมะพร้าวขูด 1.2 กก. (จะเป็นมะพร้าวขูดธรรมดา หรือมะพร้าวขูดขาวก็ได้)

แล้วก็ใช้ไข่เป็ดใบใหญ่ 10 ฟอง - ไข่ไก่เบอร์ 2-3 อีก 9 ฟองค่ะ (รวมทั้งหมดให้ได้ปริมาณ 4 1/2 ถ้วย / ถ้าของใครเป็นไข่ใบใหญ่มาก ก็ลดจำนวนไข่ลงค่ะ)
จริง ๆ แล้ว... เราจะใช้แต่เฉพาะไข่ไก่หรือไข่เป็ดเพียงอย่างเดียวก็ได้นะคะ แต่สมัยโบราณเค้าจะนิยมใช้ไข่เป็ดอย่างเดียว เพราะจะได้สังขยาที่มีลักษณะอยู่ตัว เนื้อสังขยาสวย และดูเนื้อแน่นกว่าสังขยาที่ทำจากไข่ไก่ ... แต่ส่วนตัวพิมเอง พิมชอบใช้ไข่สองอย่างผสมกัน เพราะมีความรู้สึกว่าจะได้สังขยาที่นุ่มกว่าใช้ไข่เป็ดอย่างเดียวน่ะค่ะ

แล้วเราก็จะใช้น้ำตาลปี๊บประมาณ 800 กรัมค่ะ .... น้ำตาลเนี่ยให้เลือกใช้อย่างดีหน่อยนะคะ สังขยาของเราจะได้ออกมามีทั้งรสหวานและกลิ่นหอม ... อ้อ ... สีของสังขยาขึ้นอยู่กับสีของน้ำตาลปี๊บด้วยนะคะ ถ้าอยากได้สังขยาสีเข้มหน่อย ให้เลือกใช้น้ำตาลสีเข้ม ๆ แต่ถ้าอยากได้สังขยาสีอ่อน ๆ ให้เลือกใช้น้ำตาลสีอ่อนหน่อยค่ะ
เผอิญว่าน้ำตาลของพิมเป็นน้ำตาลปี๊บแบบปึก ๆ ค่ะ .. ค่อนข้างจะแข็งหน่อย เพื่อจะให้บี้เข้ากับกะทิได้ง่าย พิมก็เลยเอามาหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้ก่อนค่ะ

แล้วก็อย่าลืมใบเตยนะคะ ... จะช่วยทำให้ขยำไข่ น้ำตาล เข้ากับกะทิได้โดยง่าย และช่วยดับกลิ่นคาวของไข่ เพิ่มความหอมให้เนื้อสังขยาด้วยค่ะ

นอกนั้นก็จะมีเกลือป่น ที่ไว้ช่วยทำให้รสหวานของสังขยาเข้มขึ้น กับแป้งอเนกประสงค์ ที่ช่วยทำให้เนื้อสังขยาอยู่ตัว .. อีกอย่างละนิดหน่อยค่ะ (ส่วนผสม 2 อย่างนี้ พิมไม่ได้ถ่ายรูปมานะ)
เมื่อเราเตรียมส่วนผสมครบแล้วทุกอย่าง ... ก็มาลงมือทำกันเลยค่ะ
เริ่มต้นก็ตอกไข่ใส่ถ้วยนะคะ ... อย่างที่พิมบอกด้านบน เราจะใช้ไข่ทั้งหมด 4 1/2 ถ้วยค่ะ (ถ้วยเดียวกับถ้วยตวงน้ำกะทิ) ถ้าเราตอกไข่ทั้งหมดแล้ว ได้ปริมาณน้อยกว่า 4 1/2 ถ้วย (เนื่องจากว่าไข่มันใบเล็กมากกกกก) ก็ให้เราเพิ่มไข่ลงไปอีก จะไข่ไก่หรือไข่เป็ดก็ได้ จนได้ปริมาณไข่ครบ 4 1/2 ถ้วยค่ะ ... แต่ถ้าเกิดไข่ที่เราใช้ ใบใหญ่มากกกกกกกกกก ตวงแล้วมันเกิน 4 1/2 ถ้วย เราก็ใช้แค่ 4 1/2 ถ้วยนะคะ (ที่เหลือเอาไปเจียวไข่กิน ^^) ... แล้วเอาไข่ทั้งหมด เทรวมกันในอ่างผสมที่ใบใหญ่หน่อยค่ะ
ป.ล. ควรตอกไข่ใส่ถ้วยเล็ก ๆ ทีละใบก่อน เพื่อเช็คดูว่ามีไข่เสียหรือเปล่า แล้วค่อยเทรวมใส่ถ้วยตวง ... เพราะไม่งั้นหากมีไข่ใบไหนเสียขึ้นมา เราจะเสียไข่ทั้งหมดไปโดยใช่เหตุนะคะ


จากนั้นก็เทหัวกะทิทั้งหมดใส่ลงไปเลยค่ะ

ตามด้วยน้ำตาลปี๊บทั้งหมดที่เราเตรียมเอาไว้ ... พร้อมเกลือป่น และแป้งอเนกประสงค์

แล้วก็ทำการขยำให้ไข่-น้ำตาล-กะทิ-แป้ง-เกลือ เข้ากันค่ะ (ใช้ใบเตยช่วยในการขยำ)

ขยำไปจนกระทั่งทุกอย่างเข้ากันดี ... ก็เป็นอันว่าใช้ได้

แล้วก็ทำการกรองด้วยกระชอนตาถี่ ๆ หรือผ้าขาวบาง 1 ครั้ง (เผื่อว่ามีเศษผง แป้งหรือน้ำตาลที่ยังละลายไม่หมด) ... ก็จะได้ออกมาเป็นส่วนผสมสังขยา (ที่พร้อมจะเอาไปนึ่ง) หน้าตาแบบนี้นะคะ

ถึง ณ. ตรงนี้ ก็ให้เราหันกลับไปดูที่ฟักทองของเราค่ะ .... ซึ่งลูกฟักทองของเราในตอนนี้ ด้านใน น้ำแห้งหมดแล้ว ... ก็ให้เราหงายลูกขึ้น แล้วจัดเตรียมเอาไปวางในซึ้ง (รังถึง) เพื่อรอบรรจุส่วนผสมสังขยานะคะ
แต่ทีนี้เนี่ย ... หากเรานึ่งสังขยาฟักทองทั้งลูกแบบไม่มีอะไรรองลูกฟักทองเลย บางทีนึ่ง ๆ ไป ลูกฟักทองจะแตกออก ทำให้ได้สังขยาในลูกฟักทองที่ไม่สวย.... เราจึงต้องหาถ้วยหรือชามอะไรที่ทนความร้อนได้ ขนาดใกล้เคียงกับลูกฟักทอง มารองลูกฟักทองเอาไว้แบบนี้ค่ะ ... หรือถ้าไม่มี จะใช้เชือกสีขาว ๆ (พิมไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าเชือกอะไร) ที่เมื่อก่อนเค้าไว้ใช้มัดกล่องพัสดุไปรษณีย์น่ะค่ะ ... มามัดรอบลูกฟักทองเอาไว้ก็ได้ แต่มันจะยุ่งยากกว่ามากเลย
ป.ล. สังเกตุได้ว่า ชาม/ถ้วย รองลูกฟักทองของพิม จะมีหลายแบบมากเลย ก็เอาตามที่มีและสะดวกอ่ะนะคะ


จากนั้นเพื่อให้เทส่วนผสมสังขยาใส่ลูกฟักทองได้โดยง่าย ไม่หกเลอะเทอะ .... พิมก็จัดการเทส่วนผสมฯ ใส่ลงไปในถ้วยที่ปากถ้วยเป็นร่องแบบนี้ก่อนค่ะ (ก็เลยใช้ถ้วยที่ตวงน้ำกะทิ ตวงไข่เมื่อกี้แหละค่ะ ไม่ต้องล้างหลายรอบ)

แล้วก็ค่อยเอาไปเทใส่ในลูกฟักทองค่ะ ... ค่อย ๆ เทนะคะ ระวังหก (เสียดายของ)

เทจนเกือบเต็มแบบนี้ หรือมากกว่านี้นิดหน่อย ... ก็ใช้ได้ค่ะ แต่อย่าเทให้เต็มลูก แบบปริ่ม ๆ ขอบเลย เพราะว่าเดี๋ยวเวลานึ่ง สังขยามันจะฟูขึ้นมาอีกค่ะ หากเทเต็มมากเกินไป สังขยาที่ได้ จะล้นออกมามากไป จนไม่สวย

จากนั้นก็นำไปนึ่งในน้ำเดือด ใช้ไฟกลางนะคะ ประมาณ 50-60 นาที (ระยะเวลาในการนึ่ง ขึ้นอยู่กับขนาดของลูกฟักทอง และขนาดของรังถึง)
และเมื่อครบ 1 ชม. ผ่านไป ... เราก็จะได้สังขยาในลูกฟักทอง ออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ .. น่ากินเน๊าะ ... อิอิ


ใครสนใจ ก็ลองเอาไปทำดูนะคะ ติดขัดตรงไหน โพสต์ถามพิมไว้ในบอร์ดได้เลย แล้วพิมจะเข้าไปตอบให้ค่ะ
![]()

Comments
kungkeaw_dean99
แต่ล้างเปลือกไข่ด้านนอกให้สะอา ดนะคะ แล้วก็ตกแต่งขอบให้เรียบร้อย
ถ้าต้องการให้เวลาสุกแล้ว เต็มพอดีไข่ ไม่ล้น ก็หยอดไปประมาณ 3/4
แต่ถ้าต้องการให้ล้น ๆ หน่อย ก็หยอดเกือบ ๆ เต็มนะคะ
เวลาที่นึ่ง ก็น่าจะสัก 20-25 นาทีก็สุกแล้วล่ะค่ะ
นึ่งออกมาสวย ไม่แตก เดาว่าเนื้อสังขยาคงเนียนละมุนแ น่ๆ =D
Quoting นก:
สวัสดีค่ะคุณตวง คุณนก ... มาเม้นท์กันถึงที่นี่เลย ขอบคุณมากค่ะ
คุณนกค่ะ ที่ไม่ได้หั่นให้ดู เพราะว่าแม่พิมหอบหิ้วเอาไปฝากเ พื่ือนที่อีกบ้านค่ะ ก็ไกลพอดู ถ้าหั่นไปก่อน จะลำบากค่ะ และกว่าจะถึงบ้านงาน สังขยาอาจจะเละได้ แต่พิมเอาที่เคยทำไว้มาให้ดูนะค ะ
ดีใจที่ชอบค่ะคุณจ๋า ^^
ก่อน คงอีกสาม-สี่เดือนอ่ะค่ะ =(
มาเจอวิธีของคุณพิมออกมามีความส ุขค่ะไม่เเตกออกมาสวยมากค่ะ
ต้องขอบคุณคุณพิมที่ทำให้มีกำลั งใจที่จะทำอีก
ลบ 5-10 องศา(เป็นอย่างน้อย)วันที่21 มี.ค เริ่มเข้าฤดูใบไม้ผลิ แต่
อากาศก็ยังหนาวอยู่ดี รอจนถึงปลายๆเดือน พ.ค นั่นแหล่ะค่ะ พวกชาวนา
เขาจึงจะลงมือปลูกพืชผักกัน ต้นเดือน ก.ค เริ่มเข้าหน้าร้อน กลางๆเดือน
สิงหาโน่นแหล่ะค่ะจึงจะมีฟักทอง ขาย มะนาวเคยซื้อมาตุนไว้เหมือนกันแ ต่
อากาศมันหนาวมากเลยทำให้ฟักทองฝ ่อหมด X_X แต่ไม่เป็นไรค่ะมะนาว
จะไปร้านไทยวันพุธนี้เพราะสั่งฟ ักทองเขาไว้(ตรงมาจากเมืองไทยเล ย)
แต่ไม่มีไข่เป็ดอ่ะ (ไข่ไก่อย่างเดียวได้ไม๊ค่ะ) :kawaii: :kawaii:
ขอบคุณค่ะ
ส่วนเรื่องไข่เป็ด ไข่ไก่ ... ก็ใช้ไข่ไก่อย่างเดียวได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ส่วนรายละเอียดตอบไปทางเมล์แล้ว น๊า
1 ฟักทองลูกเล็ก น้ำหนักประมาณ 700-800 กรัม 1 ลูก
2. ไข่ 4 ใบ
4. หัวกะทิเกือบๆ 1 ถ้วย
5. น้ำตาลปีีบอย่างดีเกือบๆ 1 ถ้วย
6. เกลือป่นหยิบมือ
7. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ชต.
8. ใบเตย 3-4 ใบ
ยังไงลองทำดูนะคะ ^^ ได้ผลยังไงบอกกันบ้างอ่ะค่ะ พิมจะรอ =)
ที่แถวคุณมะนาวอยู่ ฟักทองไม่ได้ออกตลอดปีหรอกเหรอค ่ะ ... แปลกดีนะคะเนี่ย เพราะถ้าเมืองไทยล่ะก็ ฟักทองมีทั้งปีเลย
Quoting ดวงจันทร์:
ดีใจด้วยนะคะ ^__^ ดีใจที่ทำออกมาแล้วสำเร็จสวยงาม ด้วยดีค่ะ .. =)
เคยซื้อใส่บาตรพระตอนเช้า ๆ
ชิ้นหนึ่ง(ย่อม ๆ)ราคา 25 บาท
เดี๋ยวจะลองทำดู ถ้าดีจะใส่บาตรตอนเช้า
(จะสวยเหมือนต้นฉบับไม๊น๊า สงสัยจัง..)
ลองดูนะคะ ทำไม่ยากค่ะ ... หากทำครั้งแรกออกมาแล้วไม่สวยถู กใจ
ลองทำครั้งถัดๆ ไปดู พิมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถขอ งคุณ pepper อ่ะค่ะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ... ขึ้นอยู่กับน้ำตาลที่ใช้ด้วยนะค ะ ถ้าน้ำตาลหวานจัด ใส่ปริมาณเท่าพิม อาจจะหวานเกินไปก็ได้
หรือถ้าน้ำตาลที่ใช้หวานน้อย แล้วใส่ปริมาณเดียวกับพิม อาจจะหวานน้อยเกินไปก็ได้อ่ะค่ะ
จะรบกวนถามนิดนึงค่ะพอดีชอบทานฟ ักทองสังขยามากค่ะ(ทั้งบ้านเลยู ^"^)เราไม่มีใบเตยค่ะจะใช้ตะกร้อต ีไข่ แทนการขยำไข่กับใบเตยได้หรือเปล ่าค่ะ
แล้วก็สังขยาสูตรนี้ใช้ทำหน้าข้ าวเหนียวมูนได้ค่ะ แต่อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นใช้ไข่เ ป็ดแทนทั้งหมด เพราะว่าสังขยาหน้าข้าวเหนียว ต้องเป็นเนื้อสังขยาที่แน่นกว่า แบบใช้ใข่ไก่ และก็อาจจะต้องเพิ่มน้ำตาลอีกหน ่อย เพราะไข่เป็ดจะใบใหญ่กว่าไข่ไก่ อ่ะค่ะ
แม่ชอบบ่นนุ่น ทำโน้น ทำนี่ แต่แม่ทานของหวานไม่ได้ เป็นโรคเบาหวานค่ะ -_-
แต่เนื้อเหนียวดีนะ วันก่อนซื้อมาทำขนมฟักทอง อร่อยเชียวอ่ะ
ป.ล. พี่ก็เคยเป็นโรคเบาหวานนะ แต่ตอนนี้ไม่รู้ยังเป็นไหม เพราะกินยาหาหมออยู่ 8 เดือน
พอเปลี่ยนหมอใหม่ (รพ. เดิม หมอคนเก่าลาออก) หมอใหม่ก็บอกว่า
ดูจากประวัติและพฤติกรรมพี่แล้ว พี่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานอ่ะ
แล้วก็เลยสั่งหยุดยา ไม่ต้องมาหาหมออีก ..
จนตอนนี้ผ่านมาปีครึ่งแหละ ว่าจะไปตรวจอีกสักรอบ ว่าตกลงเป็นแน่หรือไม่ได้เป็น
แล้วแป้งสาลีเนี่ย เราใส่เพื่ออะไรคะ คืออยากรู้เอาไว้เป็นความรู้หนะ คะ
มือใหม่จริงๆ
เพราะว่าสังขยาของเรา ใช้ทั้งไข่ไก่+ไข่เป็ด ..... (ไม่ได้ใช้ไข่เป็ดทั้งหมดอ่ะค่ะ ) ซึ่งโดยปกติเนื้อไข่ของไข่เป็ด จะแข็งกว่าไข่ไก่
หากใช้ไข่เป็ดล้วนๆ เวลาทำสังขยาออกมาแล้ว เนื้อสังขยาจะ set ตัวง่าย และเป็นทรงสวยดี แต่ว่าจะไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่
พิมเลยใช้ไข่ไก่ช่วย เลยจำต้องเพิ่มแป้งสาลีเข้าไปช่ วยการเซ้ตตัวของไข่ไก่อ่ะค่ะ
แต่ถ้าคุณ first ใช้ไข่เป็ดทั้งหมด หรือไม่มีแป้ง ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ
..ไม่เข็ด วันก่อนนึ่งฟักทองกลางดึก..หลับลืม.ตื่นมาควันคลุ้งทั้งบ้าน ฟักทองแห้งเกรียม หม้อแห้ง/ทะลุ ดีแก๊สไม่ระเบิด นอนสำลักควัน.เกือบไป..แต่.ใจยังรัก..ฟักทองนึ่งนะ
เพราะว่าถ้าเป็นลูกใหญ่ สังขยาจะสุกยากมาก และกว่าสังขยาจะสุก เนื้อฟักทองก็จะเละ ปริแตกไปซะแล้วอ่ะค่ะ
คราวหน้าถ้าทำอีก หาฟักทองลูกเล็ก ๆ หน่อยนะคะ ^^
ป.ล. พิมเคยเอ๋อค่ะ นึ่งขนมอะไรสักอย่างทิ้งไว้แล้ว ลืม นึ่งตั้งแต่ห้าทุ่มครึ่ง นอนตี 1 ... เช้าตื่นมา 6 โมง จะไปทำกับข้าว
เจอซึ้ง ตั้งอยู่บนเตา พร้อมกับก้นทะลุไปแล้วค่า =D
=)
พอดีที่โรงเรียนประถม เค้าแข่งกีฬา ตำบลค่ะ
ก็เลยคิดๆๆๆว่าจะเอาอะไรไปขายดี :eyebrow: น้องสาวก็ชวนขาย ค่าที่วันละ 40 บาท
นุ่นย่างไก่อร่อย (อันนี้คนกินเค้าชมค่ะ ปีหนึ่งขาย 2-3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 10 วันของดีต้องนานๆๆทีได้กิน =) )เพราะขี้เกลียดตื่นไปตลาดตั้งแ ต่ตี4ค่ะ ก็เลยได้ไอเดียร์ไปขายไก่ย่าง มีตูด กับปีกค่ะ มันสุกง่าย ไม่เปลืองถ่าน น้องสาวขายส้มตำ =D ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ยำวุ้นมาม่า ลูกชิ้นนึ่ง กับปิ้ง โห้ ขายดีค่ะพี่พิม ขายถูกด้วยไม้ละ 5 บาท ลงทุนไป 2,000 บาทได้กำไรวันละ 200 บาท =D แถมไปขายก็สาย ไม่9 โมงไม่ออกจากบ้าน บ่ายโมงเก็บของกับบ้านมานอนตีพุ ง(แม่ค้าเค้าอิจฉาจะตายขายวันละ 4 ชั่วโมงของหมดกลับค่ะ)นอกเรื่อง ไปเสียยาวเชียว เมื่อวานฝนตกเดินไปเดินมา มองเห็นฟักทองแม่ปลูกไว้หน้าบ้า น มีแต่ลูกใหญ่ๆๆค่ะ เอากิโลไปชั่งเลยค่ะ ลูกละ 3-4 กิโล ไอ้ลูกเล็กๆๆแม่ให้เค้าหมด หาทั่วบ้านมี2ลูก 600 กรัม คิดแล้วคิดอีกจะพอกินไหมน้อ :snicker: ก็เลยเอาลูก1400 กรัมมาทำลูกหนึ่ง นึ่งไม่นานค่ะ บ่ายสองยัน 6 โมงเย็น น่ากินมากๆและก้อร่อยด้วย แต่ไข่น้อยไปหน่อย มีฟักทอง3 ลูกแต่ใส่ไข่ 6 ฟอง ไข่เป็ดเน่าไป 2 ฟอง =( โอกาศหน้าจะทำใหม่ค่ะ ขอบคุณพี่พิมมากนะค่ะที่มีเมนูอ ร่อยๆๆมาให้หัดทำ
อ้อ ลืมไปที่บอกว่าจะส่งรูปให้พี่พิ มดูก็หาเมล์ไม่เจอ ขอเมล์พี่พิมด้วยนะค่
สมัยเด็ก ๆ (เริ่มสาว) พี่ก็เคยทำเหมือนกันนะ ประมาณว่าแม่จะต้องไปขายของที่แ ผงอยู่แล้ว ช่วงปิดเทอมพี่ก็เก็บผักเล็กผัก น้อยแถวบ้านไปฝาแม่ขายด้วย ปรากฎว่าพอเปิดเทอมมา มีกะตังค์ซื้ออุปกรณ์การเรียนเอ งโดยไม่ต้องขอแม่ แบบว่ามีความภูมิใจมากๆ เลย ^^
ส่วนเรื่องสังขยาฟักทองเนี่ย เวลาจะทำนุ่นต้องเลือกลูกเล็ก ๆ หน่อยน๊า เพราะยิ่งลูกใหญ่ กว่าจะนึ่งให้สังขยาสุกได้ เนื้อฟักทองก็จะเละไปซะแล้ว ... สำหรับพี่ พี่ว่าลูกไม่เกิน 700 กรัม นี่กำลังโอเคเลย แต่มากสุดก็สัก 800 กรัม พอไหวอ่า แต่ถ้า 1400 กรัม (กิโลกะ 4 ขีด) พี่ว่ามันใหญ่ไปน๊า ถึงจะออกมาอร่อย แต่กว่าจะสุกต้องนึ่งนาน เปลืองไฟเปลืองแก๊สอ่า (ถ้าเป็นแม่พี่ บ่นไป 3 วัน 8 วัน เลย หุหุ)
=) =)
นุ่นกะจะไปโคราช แต่รอฝนหยุดก่อน =) อยากกินสปาเก็ตตี้มาก แล้วก็จะมาทำทานเองด้วย แต่น้ำท้วมโคราชก่อน T_T จะไปตลาดยังไปไม่ได้เลยค่ะ ถนนน้ำท้วม แถมขาดอีก รถยนต์ไปไม่ได้เลย ผ่านไป 8-9 วันน้ำลดแล้วค่ะ ดีใจ =) พอดีพ่อปลูกมันเทศไว้ค่ะ น้ำมันท้วม ก็เลยไปขุดมาหมดเลย นุ่นหิวขนมไข่นกกระทาจังค่ะพี่พ ิม บอกวีธีทำหน่อยนะค่ะ
เมื่อก่อนซื้อทาน 2 ลูกบาท แต่ตอนนี้ลูกละบาทแล้วเล็กนิดเด ียว เนื้อมันเทศก็ไม่ค่อยเยอะ กัดทีหนึ่งมีแต่แป้ง (ขอรบกวนพี่สาวของนุ่นด้วยนะค่ะ :blush: )
บ้านนุ่นก็ท้วมค่ะ แต่ท้วม ไร่ข้าวโพด ไร่พริก ไร่มันสำปะหลัง แล้วก้ข้าว จมมิดเลยค่ะ ตอนนี้พริกก็ตายหมดแล้ว พึ่งไปดูมาเมื่อวานเองค่ะ
ยังไงทำคราวหน้า ลดปริมาณสีลงหน่อยก็ดีน๊า ^^
ว่าแต่น้องนุ่นอย่าเพิ่งไปเลยโค ราช รอน้ำลดก่อนนะ ตอนนี้พี่มีเพื่อนที่เค้าอยู่ที ่นั่น 2-3 ครอบครัว กำลังลำบากมากๆ
เพราะน้ำท่วมบ้าน หาที่อยู่ไม่ได้เลย พี่ก็เป็นห่วงเค้า แต่ไม่รู้จะทำไง ได้แต่ส่งกำลังใจไปให้ เพราะติดต่อกันไม่ได้เลย
กะว่าน้ำลดสักหน่อยแล้วจะไปเยี่ ยมเค้าเหมือนกัน เป็นห่วง
น้องนุ่นก็ดูแลตัวเองกับครอบครั วเยอะๆ นะ อย่าไปที่อันตราย พี่เป็นห่วง มีอะไรมาส่งข่าวคราวบ้างนะ พี่รอฟังอยู่
ยังไงขอให้น้ำลดโดยไว แล้วก็ตั้งตัวกันใหม่ เฮ้อๆ (เครียดแทน)
ว่าแต่จะทำขนมไข่นกกระทา เดี๋ยวพี่ไปดูสูตรก่อนนะ เคยทำครั้งสองครั้งเมื่อนานมาแล ้ว ไม่รู้สูตรจะยังอยู่ไหม
ถ้าไม่มีจะหาสูตรอื่น (ที่คิดว่าดี) มาแทนให้นะจ๊ะ รอหน่อย ๆ อาทิตย์หน้านี้แหละ
ป.ล. ท่วมกันไปทุกหัวระแหงเลยเน๊อะ บ้านพี่ขนาดอยู่กรุงเทพฯ แต่ส่วนที่เป็นดินมันต่ำๆ ปลูกผักสวนครัวไว้ ก็ตายหมดเลยเช่นกัน
นี่ก็กลัว ๆ ว่าน้ำจะท่วมบ้านเหมือนกัน เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขนาดฝนไม่ตกหนักอย่างนี้ พายุไม่เข้าอย่างนี้
น้ำยังเคยท่วมปริ่ม ๆ ขอบรั้ว ประมาณว่าถนนหน้าบ้าน น้ำสูงประมาณเกือบหัวเข่าเลย
=)
ขอบคุณค่ะพี่สาวสุดที่รักของนุ่ น และขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำ วุ้นกรอบค่ะ ^_^
นุ่นจะรอสูตรขนมไข่นกกระทานะค่ะ :snicker:
นุ่นก็เรียนจบจากราชภัฎโคราชค่ะ นี่ก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว เคยมีครั้ง1 ปี 48 จำได้แม่นมาก น้ำท้วมหน้า the mall นุ่นไปทำงานช่วงปิดเทอมก่อนเข้า มหาลัยค่ะ ฝนตกตอน บ่ายสองโมง หยุด จริงๆๆก็ อีกวันใหม่ค่ะ แต่มันแรงมากๆๆตอน บ่ายสอง ถึง ห้าโมงเย็น นอกนั้นก็ ไม่แรงมากค่ะ ตอนนั้นมันท้วมแค่ หน้า the mall และหลัง the mall ด้านหลัง mall จะเป็นคลองค่ะ นุ่นขี่มอเตอร์ไวด์ กลับถึงห้อง ห้าทุ่มครึ่ง ทั้งๆๆที่ออกจาก the mall สามทุ่มเองค่ะ แล้วห้องนุ่นก็อยู่ห่างจาก the mall 1 กิโลเอง แต่มาปีหนี้ท้วมหนักมากๆๆเลย ฝนตกหนักเป็นอาทิตย์เลย (เฮ้อสงสาร ชาวไร่ชาวสวน)ต้องเริ่มต้นใหม่ไ ด้ก็ปีหน้าโน้นแล้วค่ะ
แต่ก็ยังดีค่ะ รัฐบาลมีเงินช่วยเหลือ ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็พากันมาถ่ ายรูปที่ นาข้าวบ้านนุ่น XD เพราะเค้าน้ำไม่ท้วม(อ้าววววร่ว มด้วยช่วยกันค่ะ) =D
ว่าแต่ขนมไข่นกกระทา เมล์มาเตือนพี่หน่อยน๊า บางทีพี่ก็ลืมอ่ะ บอกกันตามตรงเลย =_=
แบบว่า list ที่จะต้องทำตาม request มันเยอะมาก ประมาณ 50 กว่ารายการ บางทีก็มีเบลอ ๆ บ้างอ่า
ว่าแต่น้องนุ่นเรียนจบ 3 ปีแล้วเหรอเนี่ย กำๆ พี่นึกว่าเราเพิ่งเรียนอยู่ มหาลัยสักปี 2 นะเนี่ย แบบว่าพูดจาออกแนวน่ารัก ๆ
ก็เลยยังคิดมาตลอดว่านุ่นต้องเป ็นเด็ก ๆ อยู่แน่เลย
วันนี้พี่ดูข่าวน้ำท่วมโคราช ดูกี่ทีก็เศร้าใจอ่ะนุ่น นึกไม่ออกเลยว่าถ้าเป็นพี่ตกอยู ่ในสถานการณ์อย่างนั้นจะทำยังไง ดี
จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหน จะทำยังไงกับทรัพย์สินที่สูญหาย ไป แม้จะรู้ว่ามันเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้
แต่กว่าจะหาใหม่ได้เนี่ย มันไมใช่แค่ปีสองปีเลยนะ เฮ้อๆ....อ
แล้วก็ดูข่าวที่แถวบางกรวยอ่ะ ที่เค้าปลูกผักชีฝรั่งขาย 9 ไร่ เค้าบอกว่าตอนแรกก็กะว่าจะเก็บแ ล้วแหละผักชีฝรั่งเนี่ย
แต่คิดว่าไว้เก็บพรุ่งนี้ดีกว่า เพราะราคามันน่าจะขึ้นอีกกิโลละ 20 (คือจากโลละ 50 เป็น 70) คือ เค้าคิดว่าน้ำคงยังไม่มาอ่ะนะ
แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นแค่ 3 หรือ 4 ชม. เค้านั่งร้องไห้เลย เพราะอยู่ดีๆ น้ำมาจากไหนไม่รู้ ท่วมมิดหัวเค้าเลยอ่ะ
บางที่ท่วมตั้ง 4 เมตรแน่ะ T_T เห็นแล้วก็สงสารเค้าเลย
บางคนก็สิ้นเหนือประดาตัว เพราะน้ำท่วมคราวนี้ ยังไงก็มีอะไรก็ช่วยๆ กันเน๊าะน้องนุ่น :notfunny:
ฟังแล้วมันน่าอร่อยมากเลยค่ะ ท่าทางคงจะหอมตลบอบอวลไปทั้งบ้า น
คราวหน้าพิมจะลองทำดูค่ะพี่ แต่คงอีกพักใหญ่
เพราะตอนนี้กะทิก็แพง มะพร้าวก็แพง น้ำตาลปี๊บก็ขึ้นราคา
แม่บ่น ๆ ทุกทีที่ทำอาหารเป็นกะทิเลยค่ะ
แต่พิมขอบคุณพี่ om มากเลยนะคะ รู้สึกว่าเวลาพี่มาบอกอะไรให้ฟั ง
เหมือนพี่สาวสอนน้องสาวอ่ะค่ะ ดีใจนะคะ =)
ขอรบกวนสอบถามนิดนึงครับคือใบเต ยกับฟักทองหาไม่ได้เลยมีแต่ฟักท องจีนฟักทองญี่ปุ่นลูกสีส้มๆ ไม่ทราบว่าถ้าใช้เจ้าฟักทองสีส้ มนี่มาทำจะพอกล้อมแกล้มไปได้ไหม ครับ
ส่วนใบเตยพยายามหาแล้วแต่ก็ไม่ม ีเลย (เช่นเดียวกับผักและสมุนไพรอีกห ลายชนิด T-T) คุณพิมชี้แจงไว้ว่าขยำใบเตยจะช่ วยลดกลิ่นคาวและเพิ่มความหอมให้ แก่สังขยา ถ้าสุดวิสัยจริงๆผมหาได้เฉพาะกล ิ่นใบเตยสำเร็จรูปแบบเป็นขวด (หรือกลิ่นวานิลา? กลิ่นกาแฟ?) เติมไปนิดหน่อยแล้วขยำส่วนผสมจน เนียนนี่จะพอไหวไหมครับ เพราะดูท่าทางเจ้าใบเตยนี่ก็คงช ่วยให้ส่วนผสมเข้ากันง่ายขึ้นอย ู่เหมือนกัน
รบกวนด้วยครับ ^^
ส่วนใบเตยเนี่ย .... อืมๆๆ ไม่มีก็ไม่เป็นไรค่ะ (ก็มันหาไม่ได้นี่เน๊าะ) แต่พิมไม่แนะนำให้ใช้พวกกลิ่นสั งเคราะห์ใส่ลงไปแทนเลยค่ะ เพราะเคยลองแล้วไม่เวิร์คเท่าไห ร่ ไม่เหมือนกับใช้ใบเตยจริง ๆ แต่ถ้าจะใส่ อาจจะใส่สักครึ่ง ชช. ถึง 1 ชช. ก็น่าจะพอไหวอ่ะค่ะ
ส่วนเรื่องการขยำ หากไม่มีใบเตย ใช้ถุงพลาสติคสะอาด ๆ ผ่าครึ่ง แล้วใช้ช่วยในการขยำก็ได้อ่ะค่ะ ^^
อันไหนเป็นเศษ เช่น ไข่เป็ด 9/5 = 1.8 ก็ปัดขึ้นเป็น 2 ฟอง
หรืออย่างหัวกะทิ 4.5/5 = 0.9 ก็ปัดเป็น 1 ถ้วยเลย
ส่วนอะไรที่เล็กน้อยมาก อย่างเกลือป่น ก็สักหยิบมือเดียว ไม่ต้องตวงก็ได้ ........ ทำนองนี้น่ะค่ะ
chai sugar chai tan dai mai ka
lea kor mai mee bang arnekpasong dui na ja
man ja yang aroi yu mai ja
ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่ทำแต่ขอ บอกว่าอร่อยมากเลยค่ะ ไม่ผิดหวังจริงๆ ไว้เด๋วจะลองเมนูอื่นๆดูบ้างแล้ วจะมารายงานค่ะ
หากคุณ candybee ใช้ฟักทองที่มีขนาดเดียวกับพิม ก็เอาสูตรทั้งหมดหารด้วย 5 นะคะ ก็จะได้สัดส่วนของส่วนผสมแต่ละอ ย่างที่ต้องใช้
แต่ถ้าฟักทองลูกเล็กหรือใหญ่กว่ านี้ ก็ต้องลดเพิ่มส่วนผสมอีกนิดหน่อ ยอ่ะค่ะ
------------------------
คุณ Chanthana ..... ไม่มีไข่เป็ด ก็ใช้ไข่ไก่นะคะ แต่เนื้อสังขยาจะนิ่มกว่า