Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

ข้าวเหนียวมูน 3 หน้า ตอน "หน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง หน้าสังขยา"

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-01.JPG

หัดมูนข้าวเหนียวกันไปแล้ว อันดับต่อไปก็คงจะต้องหัดทำหน้าข้าวเหนียวมูนชนิดต่างๆ กัน  ซึ่งวันนี้พิมขอเอามาสาธิตรวดเดียว 3 หน้าเลยค่ะ

ดูวิธีการทำข้าวเหนียวมูน อย่างละเอียด คลิ๊กที่นี่ ค่ะ

...... สำหรับหน้าข้าวเหนียวมูนชนิดต่าง ๆ นั้น จะว่าไปแล้ว เท่าที่พิมเคยกินมา มันมีหลากหลายหน้ามากเลยนะคะ ไม่ว่าจะหน้ากุ้ง หน้าปลาแห้ง  หน้าสังขยา  หน้ากระฉีก  แต่วันนี้พิมขอเอามาสาธิตแค่ 3 ชนิดก่อนนะคะ แบบว่าวัตถุดิบกับเวลามันไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยเท่าไหร่เลย  ^^

แต่ก่อนจะลงมือทำ .... ตามสูตร เราก็จะต้องมาดูหน้าตากันก่อนนะคะ ว่าถ้าทำเสร็จแล้วเนี่ย ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร  (จะได้มีกำลังใจในการทำค่ะ ^^)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-10.JPG

ดูหน้าตากันไปแล้ว  ก็มาดูวิธีการทำในแต่ละหน้ากันเลยค่ะ

:: ส่วนผสมและวิธีการทำ หน้าสังขยา ::

- ไข่เป็ดฟองใหญ่ 5 ฟอง 
- หัวกะทิข้น ๆ 2 1/4 ถ้วย ...... (พิมคั้นจากมะพร้าวขูดประมาณ 900 กรัม)
- น้ำตาลปี๊บอย่างดีสีเข้มๆ 250 -280 กรัม ......  (หวานธรรมดา 250 หวานมากหน่อย 280 / พิมใส่ 280 เพราะแม่ชอบหวาน)
- นมข้นจืด 50 กรัม
- เกลือป่นหยิบมือ
- ใบเตยสำหรับช่วยขยำไข่ เพื่อดับกลิ่นคาวไข่

ป.ล. สีของสังขยาที่จะเข้มมากเข้มน้อย  นอกจากจะขึ้นกับสีของไข่แล้ว ยังขึ้นกับสีของน้ำตาลปี๊บด้วยนะคะ หากน้ำตาลปี๊บมีสีเข้มมาก  เราก็จะได้สังขยาที่สีเข้มค่ะ  แต่ถ้าน้ำตาลปี๊บสีอ่อนไปทางขาว เราก็จะได้สังขยาเนื้อออกสีเหลืองขาว ๆ นะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-26.JPG

เริ่มต้นก็ทำการตอกไข่เป็ดทั้งหมดใส่กาละมังใบย่อมๆ สักใบนะคะ  (ก่อนตอก เอาไข่ไปล้างให้สะอาดและเช็ดด้วยผ้าให้แห้งก่อนนะคะ)  ระวังอย่าให้เศษเปลือกหรือผงหล่นลงไป

ป.ล. ควรตอกใส่ถ้วยเล็กๆ ทีละใบ แล้วค่อยเอามาเทรวมกัน เพราะไม่งั้นเผื่อว่ามีไข่ใบใดใบหนึ่งเสีย  จะได้ไม่ต้องเทไข่ทิ้งทั้งกาละมังอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-27.JPG

จากนั้นก็ใส่เกลือ น้ำตาลปี๊บ นมสด หัวกะทิ .... ทั้งหมด ตามลงไป

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-28.jpg

แล้วก็ขยำเบา ๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลและเกลือละลายดี โดยใช้ใบเตยช่วย (เพื่อให้ขยำเข้ากันได้ง่าย และดับกลิ่้นคาวไข่)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-29.JPG

พอขยำเข้ากันดีแล้ว ก็ทำการกรองด้วยผ้าขาวบาง หรือกระชอนตาถี่ๆ 1 ครั้ง  แล้วก็เทใส่ภาชนะที่จะใช้นึ่งค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-30.JPG

แต่ก่อนที่เราจะนำไปนึ่ง ให้เพื่อน ๆ สังเกตุดูนิดนึงค่ะว่าสังขยาของเรามันมีฟองอากาศเยอะมากไหม ................  หากมีเยอะให้เราใช้ปลายช้อนส้อมคนเบาๆ วนไปวนมาในกาละมังสังขยา และก็ตั้งทิ้งไว้สักแป๊บค่ะ เพื่อให้ฟองอากาศมันยุบตัว  ตอนเอาไปนึ่งจะได้ไม่มีฟองอากาศในเนื้อสังขยามากนัก

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-31.JPG

ระหว่างนั้นก็หันไปตั้งซึ้งนะคะ ใส่น้ำที่ก้นซึ้งเยอะหน่อย ประมาณ 3/5 ของก้นซึ้ง  แล้วก็นำไปตั้งไฟให้เดือดค่ะ ... พอน้ำเดือดดีแล้วก็เอาสังขยาใส่ซึ้งขึ้นนึ่ง .... และนึ่งประมาณ 25-35 นาที  (หรืออาจจะนานกว่านี้)  ขึ้นกับความแรงของไอน้ำค่ะ

ป.ล. ระหว่างการนึ่งอย่าใช้ไฟแรงจัด  เพราะจะทำให้สังขยาฟูมากเกินไป

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-33.JPG

ระหว่างนั้นพิมก็หันไปทำอย่างอื่นค่ะ เผลอแป๊บเดียว 30 นาทีผ่านไป  สังขยาของพิมก็สุกพอดี  (หากอยากทดสอบว่าสุกไหม  ให้เอาส้อมจิ้มลงไปตรงกลางของสังขยาค่ะ หากมีอะไรติดขึ้นมา แสดงว่ายังไม่สุกดีนะคะ) ..... เสร็จแล้วก็หน้าตาแบบนี้นะคะ ^^

ซึ่งหลังจากสังขยาสุกแล้ว ก็ให้เราเอาสังขยาออกมาจากซึ้งค่ะ และตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนกระทั่งสังขยาเซ็ตตัวดี ค่อยเอามาตักเป็นหน้าข้าวเหนียวมูนอ่ะค่ะ

ป.ล. ตอนเปิดฝาซึ้งออก ระวังไอน้ำที่ฝาซึ้งจะหยดลงบนหน้าสังขยา เพราะจะทำให้หน้าสังขยาด่างและแฉะนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-34.JPG

:: ส่วนผสมและวิธีการทำ หน้าปลาแห้ง ::

- ปลาช่อนเค็มตากแห้งย่าง แกะเอาแต่เนื้อ ป่นเกือบละเอียด   150 กรัม
- น้ำตาลทราย 100 - 150 กรัม ......... (ปริมาณน้ำตาลทรายที่ใช้ อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นกับความเค็มของปลาช่อน)
- หอมแดง (ไทย) หัวใหญ่ ๆ 15 หัว ....... (ยิ่งใส่มาก ยิ่งอร่อย)
- เกลือป่น
- น้ำมันพืชสำหรับเจียวหอมแดง และผัดปลาป่น

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-59.JPG

เริ่มต้นก็มาทำหอมเจียวกันไว้ก่อนนะคะ ... โดยการปอกเปลือกหอมแดง  แล้วซอยบางๆ ไว้ค่ะ

ป.ล. หอมแดงที่ใช้ ให้เป็นหอมไทยนะคะ เวลาเจียวมาแล้ว จะได้มีรสหวาน กลิ่นหอมโดยธรรมชาติ  และวิธีการเลือกหอมแดงมาใช้ ก็ให้เลือกหัวที่โตหน่อยค่ะ  เลือกหัวที่ไม่มีราดำ ๆ ไม่เน่า ไม่เสีย  .. พอปอกเปลือกเสร็จแล้ว เอาไปล้างน้ำซะ 1 ครั้ง แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำมาซอยนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-60.jpg

จากนั้นหันไปตั้งกระทะบนเตาไฟ  ใส่น้ำมันพืชลงไปพอประมาณ   .. พอน้ำมันเริ่มร้อนก็ใส่หอมที่เราซอยไว้ลงไป  ใช้ไฟกลาง  แล้วก็เจียวไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสีของหอมเริ่มออกสีเหลืองทอง  (..ระหว่างเจียว ต้องหมั่นคนด้วยนะคะ..)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-61.jpg

พอหอมเจียวในกระทะเริ่มออกสีเหลืองทองมากกว่า 50% ของปริมาณที่เจียว  ก็ให้รีบทำการช้อนขึ้นด้วยตะหลิวโปร่ง ๆ  เกลี่ยให้หอมกระจายตัว  แล้ววางพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันค่ะ

ป.ล. อย่ารอให้หอมเจียวในกระทะเหลืองทั้งหมด แล้วค่อยช้อนขึ้น เพราะไม่งั้นอาจจะทำให้หอมเจียวเหลืองเกรียมจนมีรสขม เนื่องจากความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่ในหอมเจียว (แม้จะช้อนขึ้นจากน้ำมันแล้วก็ตาม)  ก็เป็นได้ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-62.JPG

ระหว่างรอหอมเจียวสะเด็ดน้ำมัน เราก็มาดูที่ปลาป่นกันนะคะ ..... ซึ่งปลาป่นเนี่ย พิมใช้ปลาช่อนเค็มทั้งตัวตากแห้ง พอแห้งดีก็นำมาย่างจนกรอบ  แกะเอาแต่เนื้อ แล้วโขลกในครกจนมีลักษณะป่น+ฟูแบบในภาพอ่ะค่ะ... หากเพื่อน ๆ ไม่มีหรือไม่สามารถหาปลาช่อนเค็มตากแห้งมาป่นเองได้  ก็ซื้อปลาป่นที่เค้าป่นแล้วตามตลาดก็ได้นะคะ  พิมเคยเห็นมีขาย    แต่จำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่อ่ะค่ะ  ...... จำได้แต่เคยซื้อมาแล้วรู้สึกมันพอใช้ได้ แต่กลิ่นไม่ค่อยหอมเหมือนที่เราใช้เนื้อปลาช่อนมาป่นเองอ่ะค่ะ   (เพราะเค้าทำมาจากปลาทะเล)

ป.ล. แต่ระวังนิดค่ะ หากซื้อปลาที่เค้าป่นมาแล้ว ซึ่งเราไม่รู้ว่าเค้าใช้ปลาอะไร  อาจจะเป็นปลาที่มีกลิ่นคาวมากจนไม่สามารถเอามาทำปลาป่นก็เป็นได้ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-63.JPG

เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาลงมือทำกันเลยค่ะ

เริ่มต้นด้วยการใช้น้ำมันที่เราเจียวหอมนี่แหละ ใส่ลงไปในกระทะสำหรับผัดพอประมาณ   (ราวๆ  3 ชต.)   พอน้ำมันเริ่มร้อนก็ใส่ปลาป่นลงไปจนแห้งกรอบ มีสีเหลืองเข้ม...   แล้วพอปลากรอบดี  (เอามือลงไปจับๆ เนื้อปลาป่นในกระทะดูได้ค่ะ / ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่) ก็ใส่น้ำตาล + เกลือลงไป  ผัด ๆ ให้เข้ากัน  .....  แล้วก็ทำการชิมค่ะ  ให้ออกรสหวานนำ เค็มตามนิดๆ  .... หากขาดรสใดก็เติมตามชอบนะคะ   (ให้รีบผัด รีบชิมนะคะ ระวังน้ำตาลจะละลาย   เพราะหน้าปลาแห้งเนี่ย น้ำตาลในปลาแห้งจะต้องยังเป็นเม็ดอยู่ค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-64.jpg

ซึ่งพอชิมรสได้ที่แล้ว ก็ให้เราใส่หอมเจียวลงไปค่ะ   แล้วก็ผัดให้เข้ากันดีอีกครั้ง จากนั้นก็ปิดไฟเตา  เป็นอันว่าเราทำหน้าปลาแห้งเสร็จแล้วนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-65.jpg

นี่ค่ะ ..... และแล้วเราก็ได้หน้าปลาแห้งออกมาเป็นแบบนี้นะคะ .... ซึ่งหน้าปลาแห้งเนี่ย  หากใช้ในคราวเดียวไม่หมด  ก็สามารถเก็บใส่กล่องเอาไว้ อยู่ได้เป็นอาทิตย์เลยค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-71.JPG

:: ส่วนผสมและวิธีการทำ หน้ากุ้ง ::

- กุ้งสดแกะเปลือกแล้ว 200 กรัม  ..... (ใช้กุ้งแช่แข็งไม่ได้นะคะ)
- มะพร้านทึนทึกขูดขาว (แบบขูดละเอียด) 250 กรัม
- หัวกะทิข้นๆ 200 กรัม
- น้ำตาลทราย 150 - 200 กรัม ..... (ตรงนี้พิมลืมจดมาค่ะ  แต่จำได้คร่าว ๆ ว่าประมาณนี้)
- พริกไทยขาวป่น 1/2 - 3/4 ช้อนโต๊ะ  ..... (แต่วันนี้พิมไม่มีพริกไทยขาว เลยใช้พริกไทยดำแทน)
- รากผักชี 4 รากใหญ่
- กระเทียมไทย 8 กลีบ
- เกลือป่น
- ใบมะกรูดอ่อนๆ 4-5 ใบ
- สีผสมอาหาร สีส้มแดง

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-35.JPG

อันดับแรกก็มาดูที่มะพร้าวขูดกันก่อนนะคะ .... ซึ่งมะพร้าวขูดเนี่ย พิมใช้มะพร้าวทึนทึกค่ะ ไม่ได้ใช้มะพร้าวแก่ที่ขูดไว้สำหรับคั้นกะทิ  เหตุผลที่ใช้มะพร้าวทึนทึกเพราะว่าเนื้อมะพร้าวมีความนุ่มกว่า

ป.ล. มะพร้าวทึนทึกในภาพขูดค่อนข้างหยาบค่ะ >_<"  จริง ๆ ควรขูดให้ละเอียดกว่านี้ถึงจะดีนะคะ แต่กระต่ายที่บ้านพิม ฟันมันไม่ค่อยคมแล้วค่ะ ได้แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย T__T

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-36.JPG

ส่วนกุ้ง ... พิมเลือกใช้กุ้งสดค่ะ  แกะเปลือก เอาหัวออก เหลือไว้แต่เนื้อกับส่วนมันๆ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-37.JPG

รากผักชี กระเทียม พริกไทย ก็โขลกรวมกันไว้ให้ละเอียดนะคะ   (ถ้าใช้พริกไทยขาว สีจะดูดีกว่านี้ค่ะ >_<")

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-41.JPG

ส่วนนี่ก็หัวกะทิคั้นข้น ๆ นะคะ ... หัวกะทิจะทำให้หน้ากุ้งของเรามีความหอมและก็รสสัมผัสนุ่มนวลอ่ะค่ะ  (จริง ๆ หัวกะทิใช้เยอะกว่าที่เห็นในภาพค่ะ  แต่ของจริง พิมยังไม่ได้คั้น เลยเอาที่เหลือจากการมูนข้าวเหนียวมาให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-38.JPG

สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกสิ่งหนึ่งสำหรับการทำหน้ากุ้งก็คือ สีผสมอาหารที่จะช่วยทำให้หน้ากุ้งของเราสวยงามและน่ากินมากขึ้น  เพื่อน ๆ จะใช้เป็นอย่างน้ำ หรืออย่างผงเอามาผสมน้ำก็ได้ค่ะ แต่ขอให้เป็นสีส้มแดงหรือสีส้มแสดนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-39.JPG

ส่วนอย่างสุดท้ายที่เราจะต้องเตรียมไว้ก็คือ ใบมะกรูดค่ะ ใช้ใบที่อ่อนแต่ไม่อ่อนมาก ให้ใบเริ่มมีสีเข้มหน่อยจะได้หอม ๆ .. เอามาล้างน้ำให้สะอาด แล้วซอยให้ละเอียด+บางที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยอ่ะค่ะ (แล้วก็เอาใส่ถุงไว้จนกว่าจะใช้ อย่าให้ตากลม ไม่งั้นจะแห้งเหี่ยว)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-46.JPG

เมื่อเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ เสร็จ ก็มาลงมือทำกันเลยค่ะ ...... เริ่มต้นด้วยการเอากุ้งสดมาสับให้ละเอียดเป็นอย่างแรกเลยนะคะ  ซึ่งวิธีการสับของพิมเนี่ย จะใช้วิธีการเอามีดใหญ่หน่อยทุบกุ้งให้แบนก่อน แล้วก็ค่อยสับๆๆๆๆ มันจะสับง่ายกว่าทุบกุ้งทั้งตัวกลม ๆ อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-40.jpg

แล้วพอสับกุ้งเสร็จ ก็เอากุ้งมาผสมกับมะพร้าวขูดขาว ... คลุกเคล้าให้เข้ากันดีค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-42.jpg

จากนั้นก็หันไปตั้งกระทะบนเตาไฟนะคะ  ใส่หัวกะทิ กับสามเกลอลงไป ผัดจนส่งกลิ่นหอมไปสามบ้านแปดบ้าน ^^  ก็ค่อยใส่มะพร้าวกับกุ้งสับลงไป   ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น ..... แล้วก็ผัดไปเรื่อย ๆ นะคะ จนกระทั่งน้ำตาลละลายหมด และมะพร้าวซึมซับหัวกะทิจนเกือบจะแห้ง  (อย่ารอจนแห้งนะคะ เพราะไม่งั้นหน้ากุ้งของกราจะกระด้างไป)  ก็ทำการชิมค่ะ  ออกหวานๆ เค็ม ๆ หอมพริกไทย-รากผักชี  ... หากขาดรสไหนก็ปรุงเพิ่มตามชอบ หรือตามที่เราเคยกินได้เลยค่ะ

พอชิมรสได้ที่แล้ว ก็ทำการปรุงแต่งสี ด้วยการใส่สีผสมอาหารที่เราเตรียมไว้ลงไป    หากเป็นสีน้ำก็หยดลงไปในกระทะได้เลยค่ะ แต่ถ้าเป็นสีผงๆ ก็ให้ผสมน้ำก่อน แล้วค่อยเติมสีลงไปในกระทะนะคะ .... ปริมาณสีที่ใช้ ก็ตามชอบเลยค่ะ  อยากได้เข้มมาก เข้มน้อย เอาสีขนาดไหน ใส่ได้ตามความพอใจค่ะ

ป.ล. บางคนก็นิยมที่จะเอาสีผสมอาหารผสมกับมะพร้าวและกุ้งสับก่อนที่จะนำไปผัด ... ก็ได้นะคะ แล้วแต่ความถนัดค่ะ แต่พิมชอบแบบนี้มากกว่า

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-43.jpg

พอได้สีตามความพอใจแล้ว ก็ปิดไฟ ... เป็นอันว่าเราทำหน้ากุ้งเสร็จแล้วจ้า ^^  ซึ่งหากยังใช้ไม่หมดในคราวเดียว  ก็สามารถเก็บใส่กล่องเอาไว้ใช้ได้เป็นอาทิตย์ ๆ เลยค่ะ (แต่อันนี้ต้องแช่ตู้เย็นนะ  แต่หากแค่วันสองวันไม่ต้องแช่ก็ได้ค่ะ)

อ้อ ๆ อีกนิดนะคะ .... สำคัญมาก เกือบลืมไปได้ยังไง  >_<" ... ก็พอเราปิดไฟ และพักหน้ากุ้งไว้จนเย็นตัวดีแล้ว ก็ให้เอาใบมะกรูดที่เราซอยไว้ใส่ลงไป  และก็ทำการคลุกเคล้าใบมะกรูดให้เข้ากับหน้ากุ้งอีกทีก่อนจะเก็บใส่กล่องนะคะ  เพราะว่าหน้ากุ้งเนี่ย ขาดความหอมของใบมะกรูดไม่ได้เลยค่ะ  ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-44.JPG

ซึ่งสำหรับหน้ากุ้งของพิมในวันนี้ .... ต้องยอมรับความผิดพลาดของตัวเองอยู่ 2 อย่างที่ทำให้หน้ากุ้งมีความอร่อยลดน้อยลงค่ะ  นั่นก็คือ  มะพร้าวขูด ขูดหยาบไปนิด ทำให้หน้ากุ้งกระด้าง  (แต่ก็ขูดได้ละเอียดสุดเท่านี้ล่ะค่ะ เนื่องจากว่าฟันกระต่ายที่ใช้ มันไม่ค่อยคมซะแล้ว)  และตัวพิมเองก็เผลอคุยโทรศัพท์ขณะผัด  ทำให้ผัดนานเกินเวลา   จนทำให้หน้ากุ้งแห้งเกินไป ก็เลยแอบผิดหวังตัวเองนิด ๆ ค่ะ ... แต่ไม่เป็นไร ใครที่เจอปัญหาอย่างพิมในข้อหลัง  ก็ให้เก็บเอาหน้ากุ้งใส่กล่องพลาสติค + ใส่ตู้เย็นไว้ก่อนนะคะ  แล้ววันหลังก็ซื้อหัวกะทิมาใส่สักหน่อย แล้วเอาไปผัดไฟอ่อนๆ  อีกรอบ  จนกะทิแห้ง ... ก็เป็นอันว่าใช้ได้ล่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-45.JPG

และสุดท้ายเมื่อเราเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ทั้งตัวข้าวเหนียวมูน ทั้งหน้าข้าวเหนียวต่าง ๆ ..... ถึงเวลาจะทาน เราก็จัดใส่ถ้วยหรือกระทงใบตองเล็ก ๆ แบบนี้นะคะ ให้ดูสวยงาม

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-70.JPG

ยังไงหากเพื่อน ๆ คนไหน สนใจ ก็ลองไปทำดูกันนะคะ ... ไม่ยากค่ะ (ถ้าตั้งใจทำเน๊าะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-69.JPG

อ้อๆ  .. ก่อนจะจบเมนูนี้กันไป พิมอยากจะถามความเห็นเพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้กันนิดอ่ะค่ะว่า  หากพิมทำไปขายเป็นชุด ชุดละ 4 กระทงแบบในภาพนี้ มีหน้าปลาแห้ง หน้ากุ้ง หน้าสังขยา หน้ากระฉีก และก็ขายในราคาชุดละ 20 บาท ... เพื่อนๆ จะซื้อกันไหมอ่ะค่ะ (แบบว่าพิมจะทำไปขายที่ตลาดนัดตอนเช้าแถวบ้าน  ในอีกสักเดือนสองเดือนข้างหน้าอ่ะค่ะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-10.JPG

และเพื่อขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ติชม พิมขอมอบข้าวเหนียวมูนหน้าปลาแห้ง และหน้าสังขยา (รวมไปถึงอีก 2 หน้า) ให้เพื่อน ๆ กันคนละเซตเลยนะคะ .. แล้วเจอกันอีกทีจ้า ^^

ป.ล. หากวันไหนมีเวลาและวัตถุดิบพร้อม จะทำ "หน้ากระฉีก" มาให้ดูอีกทีนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-73.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/sticky-rice-in-coconut-cream/sticky-rice-in-coconut-cream-72.JPG




Comments 

 
#1 Nathapong 2010-08-28 02:47
หิวๆๆๆๆ อิอิ
Quote
 
 
#2 พิม Enya 2010-08-28 21:49
คุณ Anonymous ค่ะ .... น่าอิจฉาจังค่า มีลูกท่าทางกำลังน่ารักน่าหยิกเ ชียว ว่าง ๆ ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะคะ ^^
(ทั้งรูปตัวน้อย และก็รูปข้าวเหนียวมูนเลย)

น้อง Tam .... โพสต์เอาตอนจะตี 3 แสดงว่านอนดึกใช่ไหมเนี่ย ระวังเค้าจับไปอยู่กะหลินปิงนะ =D
Quote
 
 
#3 Guest 2010-08-28 21:49
โอวววว สวรรค์ทรงโปรด ขอบคุณคุณพิมมากเลย เดี๋ยวต้องทำให้ได้ภายในสัปดาห์ นี้เชียว แต่ขอทีละหน้า อิอิ
ลูกติดมือเสียแล้ว....ทำอะไรนาน ๆ ก็ไม่ได้อ่ะค่ะ แต่ดันอยากกิน

ตอนนี้ขอจองคุณ ๆ ทั้งหลาย ที่เรียงรายอยู่ในกระทงก่อนนะ เอาหมดเลยอ่ะ น้ำลายไหล หน้าตาสวยมากมาย
Quote
 
 
#4 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-28 22:29
ขอหน้าปลา ซักกระทงนะค๊ะ... :drunk:
Quote
 
 
#5 พัช พ็อบเบิ้ล 2010-08-28 22:35
คุณพิมจ๋า เม้นท์แรกพัชเองค่ะ แบบว่าลืมใส่ชื่ออ่ะค่ะ ขอเคล็ดลับเจียวหอมให้สีสวยเหมื อนที่คุณพิมทําได้ไหมจ๊ะขอบคุณล ่วงหน้าค่ะ
Quote
 
 
#6 พิม Enya 2010-08-28 23:05
อ่าว .... คุณพัชเองเหรอค่ะ ^^ นึกว่าคุณแม่คนสวยที่ไหนซะอีก ^^

เคล็ดลับเจียวหอมให้ออกมาสีสวยแ บบในภาพข้างบนก็คือ

1. ต้องซอยหอมให้มีความหนาบางเท่าๆ กัน
2. ใส่หอมที่ซอยไว้ในน้ำมันได้เลย โดยไม่ต้องรอให้น้ำมันร้อนจัด
3. หมั่นคนเป็นระยะๆ (บ่อยๆ) ยิ่งตอนที่หอมเริ่มสลดมากขึ้น และดูจะเริ่มกรอบ ต้องคนบ่อย ๆ แทบจะติดต่อกันเลยค่ะ
4. ถ้าหอมในกระทะเริ่มเหลืองประมาณ 50% ก็ให้รีบช้อนขึ้นใส่ตะหลิวโปร่ง ๆ แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมันเลยนะ คะ
อย่ารอจนหอมเหลืองทั้งกระทะแล้ว ค่อยช้อนขึ้น
เพราะไม่งั้นความร้อนที่คงอยู่ใ นตัวหอม จะทำให้หอมมีสีเข้มมากขึ้น
จนอาจจะกลายเป็นหอมเกรียม แทนหอมเจียวได้อ่ะค่ะ =)
Quote
 
 
#7 พิม Enya 2010-08-28 23:05
คุณบี๋ ... นี่ถ้าอยู่ข้างบ้านกัน จะยกให้ทั้งกล่องเลยเอ๊าาาา :nuu:
Quote
 
 
#8 Nathapong 2010-08-29 21:58
หุยยยย แค่นี่ ก็เป็น หมีแพนด้าอยู่แล้ว พี่พิม

งานเยอะมาก เรียนก็หนัก สอบ มันซะทุก อาทิตย์ T_T

สภาพชีวิต ย่ำแย่ ร่อแร่ ใกล้ไป ที่ชอบๆ แล้วค่ะ
Quote
 
 
#9 ป้าไก่ 2010-08-29 22:00
มาเจอWebของคุณพิมมาระยะนึงแล้ว เคยสมัครสมาชิกไปทำตามขั้นตอนแล ้วแต่ไม่ผ่าน ป้าไก่ชอบมากค่ะ ขอบคุณคุณพิมที่แนะนำและบอกวิธี ในการทำอาหารอย่างละเอียด ป้าไก้เข้ามาดูWebคุณพิมเกือบทุ กสัปดาห์ค่ะ ก็นำมาทำทานบ้าง ผลออกมาดีพอสมควรค่ะ อยากหัดทำข้าวเหนียวหน้างต่าง ๆ ตามที่คุณพิมสอนเพื่อนำไปขายบ้า ง อยากฝึกให้เก่งค่ะ แต่ไม่เคยทำเลย ไม่รู้จะเป็นยังไง อยากไปเรียนกับคุณพิมค่ะ พอมีโอกาสบ้างมั้ยค่ะ
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2010-08-30 14:10
ป้าไก่ค่ะ ... ใจจริงพิมอยากเปิดสอนนะคะ เปิดแบบเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ แบบบ้านๆ คล้ายกับมามีตติ้งกัน ไม่ต้องเรื่องมาก ไม่ต้องวุ่นวาย
ซึ่งก็เคยมีพี่ๆ น้องๆ ส่งเมล์มาคุยว่าอยากมาเรียนกันห ลายคน แต่ว่าพิมยังติดขัดเรื่องสถานที ่ค่ะ
เนื่องจากว่า วันที่พิมว่าง...ที่บ้านพิมก็จะมีคนอยู่กันเยอะค ่ะ และก็จะทำอะไรโน่นนี่กินกันทั้ง วันอยู่ในครัว
ก็เลยยังไม่ค่อยสะดวก

ไว้มีโอกาส (รอเก็บตังค์ ทำสถานที่เล็ก ๆ ในบริเวณบ้านเพิ่ม) ... พร้อมเมื่อไหร่ จะชวนเพื่อน ๆ มาเรียน มามีตติ้งกันแน่ ๆ ค่ะ =)
Quote
 
 
#11 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-30 14:47
อยู่ข้างบ้านกัน บี๋ต้องอ้วนปริ แน่ๆ.... =D
Quote
 
 
#12 ปลา 2010-08-30 15:09
เมนูน่าหม่ำ แต่ถ้าจะทำตามยากนะเนี่ย อะไรก็ไม่มี เหอๆ ^_^
Quote
 
 
#13 monrudee 2010-08-30 19:26
I will buy 4 set ka khun pim.Here they sell for two dollars a piece ka
Quote
 
 
#14 Poo 2010-08-31 05:47
น่าหม่ำมากคุณพิม อิจฉาคนมีไข่เป็ด :grr: :grr: :grr: เห็นแล้วหิวเลยเนี้ย...แล้วอย่างเนี้ยจะ ผอมเหรอ?
Quote
 
 
#15 ปิ่นปณัช เตรียมปราบศึก 2010-08-31 11:14
ขอเป็นเสียงสนับสนุนให้คุณพิมเป ิดสอนค่ะ ถึงบ้านไกลแค่ไหนก็จะตามไปเรียน ค่ะ... =D
Quote
 
 
#16 ck 2010-08-31 15:09
เช่นเคยค่ะ น้องพิม
-หัวกะทิข้น ๆ 2 1/4 ถ้วย (คั้นจากมะพร้าวขูดประมาณ 900 กรัม)
ใช้น้ำเปล่าเท่าไหร่ค่ะ
- ปลาช่อนเค็มตากแห้ง หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ จะได้เผื่อบางทีไปไหน จะได้แวะติดไม้ติดมือเก็บไว้ กรุงเทพฯ มีมั้ยค่ะ หรือว่า ต่างจังหวัด แหงง ๆๆๆ
- ข้าวเหนียวใหม่ ถ้าเราไปซื้อทางร้านจะบอกหรือเป ล่า ค่ะ ว่า เป็น ข้าวเหนียวใหม่ หรือเก่า
- น้องพิม สูตร ทั้งข้าวเหนียว และ หน้าต่าง ๆ นั้น ถ้าทำตามสูตร เป๊ะ ๆๆ
ของน้องพิม สามารถทำขายได้ เลยหรือเปล่าค่ะ
Quote
 
 
#17 ช้อย 2010-08-31 15:51
เมนูโดน ๆ ทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือเห็นน้ำใจและมิตรภา พที่ใส่ไว้ในขนมมากมาย ขั้นตอนวิธีทำละเอียดละออ

เป็นกำลังใจให้นะครับ^^... :drunk:
Quote
 
 
#18 พิม Enya 2010-08-31 17:29
คุณบี๋ คุณปลา คุณมนฤดี คุณปู พี่ CK คุณช้อย ...... สวัสดีทุกคนเลยนะคะ ^^

คุณปู .. ไม่ต้องกังวลเรื่องผอมไม่ผอมค่ะ วันนี้พิมไปร้านสระผมแถวบ้าน เค้าถามพิมว่า
น้องพิม ไม่คิดจะน้ำหนักบ้างเหรอ จะได้ผอมสวยเหมือนพี่ (ว่าแล้วพี่เค้าก็เสนอขายสินค้า ทันทีเลยค่ะ =_= )

คุณบี๋ .. อย่างนี้จะเปิดสอน คงจะต้องเปิดทดลองให้เพื่อน ๆ ในนี้มาทดสอบกันก่อนเนีอะ =)

พี่ CK ค่ะ ...

1. ปริมาณน้ำเปล่า พิมไม่แน่ใจอ่ะค่ะพี่ =_= พอดีว่าไม่ได้ตวง ที่สำคัญอย่างที่พิมตอบไว้ในหน้ านี้เลยค่ะ
(แต่ไว้เดี๋ยววันไหน พิมทำอีก จะชั่งตวงมาให้นะคะพี่)

Quoting pimmyz:
ส่วนหัวกะทิเนี่ย ที่ว่าคั้นจากมะพร้าวขูด 1 กก. เพื่อให้ได้หัวกะทิ 600 กรัม นั้น จะต้องใส่น้ำบ้างหรือไม่ใส่เลย

คำตอบ ... ใส่บ้างค่ะ แต่ใส่เยอะใส่น้อย ใส่เท่าไหร่นี่ แล้วแต่มะพร้าวขูดแต่ละเจ้าค่ะ

เหตุผลคือ มะพร้าวขูดบางเจ้า เค้าเอามะพร้าวที่ปอกเปลือกแล้ว ไปแช่น้ำไว้นานๆ ก่อนนำมาขูดขายเรา
เพราะงั้นมะพร้าวขูดมันก็เลยจะอ มน้ำไว้มากๆ บางทีแค่คั้นๆ ไม่ต้องใส่น้ำ ก็มีกะทิออกมาเยอะแล้วอ่ะค่ะ

ส่วนของพิมเนี่ย เป็นมะพร้าวขูดเอง แบบปอกเปลือกแล้วขูดเลย ไม่ได้แช่น้ำ เพราะงั้นต้องใส่น้ำลงไปเยอะหน่ อยนึงตอนคั้น
ซึ่งถ้าจำไม่ผิดจะประมาณถ้วยกว่ า ๆ นะคะ (พอดีพิมตวงแต่หัวกะทิที่ได้ ไม่ได้ตวงน้ำที่ใส่ไปเพื่อจะคั้ นอ่ะค่ะ)


2. ปลาช่อนเค็ม ซื้อได้ตามตลาดสดค่ะพี่ ที่เป็นร้านขายพวกปลาเค็มต่าง ๆ
แต่ว่าถ้าทำเอง หรือหาซื้อได้จากแม่ค้าแถวบ้าน ที่เค้าทำมาขายตามตลาดนัด น่าจะดีกว่า
เพราะไม่ผ่านการใช้สารเคมีที่เป ็นอันตรายต่อร่างกายเราอ่ะค่ะ

3. บอกค่ะพี่ แต่เวลาไปซื้อ บอกเค้าเลยค่ะว่าจะเอาข้าวเหนีย วไปทำข้าวเหนียวมูน เค้าจะได้จัดให้ถูกต้อง
แต่บางทีถ้าเป็นร้านตามต่างจังห วัด อาจจะยากหน่อย

4. ทำขายได้ค่ะพี่ เพราะว่าอีกสักเดือนกว่า ๆ พิมก็จะทำอยู่เหมือนกัน =)
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพี่ CK ต้องลองทำดูสัก 2-3 รอบก่อนนะคะ รอบละสักน้อย ๆ (ปริมาณส่วนผสมอาจจะ 1 ใน 3 ของที่พิมให้ไป)
เพื่อที่ว่าจะได้แน่ใจ + ได้รสชาติที่ถูกปากตัวเองและคนร อบข้างอ่ะค่ะ
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2010-08-31 17:30
คุณช้อย ..... ขอบคุณมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาส คงได้เจอกันนะคะ =)
Quote
 
 
#20 พัช พ็อบเบิ้ล 2010-08-31 23:15
คุณพิมคะ ขอบคุณสําหรับเคล็ดไม่ลับนะคะเม ื่อวานหอมเจียวออกมาสวยสมใจค่ะ

อ้อ เรื่องเปิดสอนเชียร์เต็มที่เลยอ ยากลงขันช่วยด้วยค่ะ ชั้นเรียนในฝันของเราจะได้เป็นจ ริงเร็วขึ้น

ปล คุณพิมช่วยทิ้งเบอร์โทรไว้ที่อี เมล์พัชได้ไหมคะ มีเรื่องอยากคุยปรึกษาด้วยจ้า
Quote
 
 
#21 ck 2010-09-02 09:08
ต้องขอโทษ ด้วยค่ะ ที่มาขอให้น้องพิมช่วย ทำ น้ำกะทิ แบบ ของ คุณนุช ให้ดูหน่อย เห็นน้องพิม บอกว่า อาหย่อย รอน้องพิม ว่าง ๆๆ ก่อนก็ได้ค่ะ เผื่อบางที่ จะอยากทำขายมั่ง อาจจะเป็น ทับทิมกรอบ แล้วก็สลิ่ม แล้วน้ำกะทิ แบบ ของ คุณนุช เพราะเศรษฐกิจไม่ดี เงินเดือนไม่ขึ้น อะ ค่าครองชีพ ก็สูงขึ้น หาเงินจ่ายค่าเทอม ลูก ๆ หลาน ๆ
เพราะว่าพี่เข้าไปตั้งกระทู้ ในเวบบอร์ด ไม่ได้อะ ยากจริง ๆ งง งง
Quote
 
 
#22 พิม Enya 2010-09-02 10:46
คุณพัชค่ะ .... ดูเบอร์พิมได้จากหน้า "ร้านค้าบ้านพิม" เลยค่ะ มีอยู่ในรายละเอียดอ่ะจ้า
โทรได้ตั้งแต่ 11 โมงเป็นต้นไปน๊า ถึง 2 - 3 ทุ่มก็โทรได้อ่ะ ^^

พี่ CK ค่ะ .... ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ น้ำกะทิสูตรของพี่นุชพิมทำไม่เป ็น เพราะพิมไม่รู้ว่าพี่นุชเค้ามีร ายละเอียดการทำยังไงบ้าง
ตอนไปงานมีตติ้ง ก็มีเพื่อนๆ พี่ๆ ถามพี่นุชอยู่ แต่พี่นุชเค้าไม่สะดวกตอบ อันนี้พิมเข้าใจค่ะเพราะว่าเป็น สูตรที่เค้าใช้อยู่
พิมเองทำเป็นแต่น้ำกะทิซาหริ่มแ บบธรรมดาทั่วไปตามของบ้านพิมอ่ะ ค่ะ .... ถ้าพี่ CK ยังอยากได้น้ำกะทิธรรมดาๆ แบบของพิมอยู่
ไว้มีโอกาส จะทำให้ดูนะคะพี่ =)

ป.ล. เห็นด้วยเลยค่ะว่าตอนนี้ค่าครอง ชีพสูงมาก ไปตลาดเผลอแตกแบงค์ 500 เมื่อไหร่ ก็แทบไม่เหลือกลับบ้านเลย =_=
Quote
 
 
#23 jiab 2011-04-09 23:34
สวัสดีค่ะ ถูกใจครัวบ้านพิมมากอยากเข้ามาร ู้จัก วันหลังถ้ามีโอกาศจะเข้ามาคุยด้ วยค่ะ
Quote
 
 
#24 jiab 2011-04-09 23:37
ตอนนี้อยู่ต่างประเทศ เวลาคิดถึงอาหารไทยก็จะเปิดวิธี ทำจากwebต่างๆ แต่ถูกใจครัวบ้านพิมที่สุดเพราะ วิธีทำละเอียดและไม่ยุ่งยาก
Quote
 
 
#25 ป้าตุ๋ย 2011-04-27 01:53
สวัสดีค่ะ ขอบคุณจากใจจริง ที่คุณพิมกรุณาสอนการทำแบบละเอี ยด จากคนที่ไม่รู้จักการทำขนมไทยเล ย ตอนนี้เริ่มทำได้บ้างแล้วค่ะ ขออานิสงฆ์นี้จงช่วยให้คุณพิมแล ะครอบครัวมีแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้านะค่ะ
Quote
 
 
#26 พิม Enya 2011-04-28 23:49
คุณเจี๊ยบ ค่ะ ..... ขอบคุณค่า ว่าง ๆ แวะมาเมื่อไหร่ ก็มาทักทายกันบ้างนะคะ พักนี้เวบเงียบ ๆ คนทำแอบเหงา :sad:
Quote
 
 
#27 พิม Enya 2011-04-28 23:50
คุณป้าตุ๋ย ค่ะ .... ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับคำอวยพรที ่มีให้พิม

ขนมไทยเรา นี่ทำไม่ยากเลยค่ะป้าตุ๋ย ขอเพียงตั้งใจจริง มีความอยากจะทำ .... พิมคิดว่าทำได้แน่นอนค่ะ :-)
Quote
 
 
#28 พี่แอน ดอนเมือง 2011-05-14 13:02
:lol: ขอบอกว่าหน้าตาขนมน่าจะอร่อย ถ้าบ้านอยู่ใกล้ๆ ก็จะไปเป็นลูกค้าแน่นอน :P
วันนี้พี่ลองทำข้าวเหนียวมูล ดูแล้ว ขาว สวย เรียว ใส( เม็ดข้าวเหนียวนะจ้ะ) แต่ออกจะหวานไปนิดนึง แต่ถ้าเติมหน้ากะทิที่ออกเค็มๆ ก็คงจะพอดีกัน
พี่ใช้กระทิกล่องเนื่องจากฝนตกห นักมาก จะไม่ทำก็ไม่ได้เพราะแช่ข้าวเหน ียวไปแล้ว ข้าวเหนียวไร่ทิพย์ 1 กก.กระทิ 1 กล่อง 500 กรัม ผสมน้ำอีกนิดหน่อย นำตาลทราย 1/2 กก.(ไม่ได้ชั่งใช้กะเอา คงหนักมือไปนิด) เกลือนิดๆ
มีรูปด้วยจะส่งไปให้อาจารย์พิมด ูนะจ้ะ
Quote
 
 
#29 พิม Enya 2011-05-17 21:23
พี่แอนค่ะ .... รอดูรูปค่ะ ^^

จริง ๆ วันนี้พิมก็ว่าจะมูนข้าวเหนียว ไว้กินกับน้ำกะทิทุเรียนนะคะ แต่ว่าแดดออกดีก็เลยทำอย่างอื่น ไปเรื่อยเปื่อย เลยลืมทำไปเลยค่ะ แต่ถ้าทำข้าวเหนียวมูนกินกับน้ำ กะทิทุเรียนนี่ คงจะต้องให้หวานน้อยหน่อย เพราะถ้าหวานมากแล้วไปเจอกับน้ำ กะทิทุเรียนอีก ต้องหวานแสบคอแน่ ๆ เลยค่ะ :lol:
Quote
 
 
#30 Sutantip Franchi 2011-05-29 17:32
คุณพิมคะ รบกวนถามหน่อยค่ะ แอมอยากจะทำสังขยา แต่ถ้าหาไข่เป็ดไม่ได้ใช้ไข่ไก่ แทน จะต้องเพิ่มไข่เป็น 6 ฟอง หรือเปล่าคะ เพราะไข่ไก่มันจะฟองเล็กกว่า

แล้วถ้าแอมอยากจะทำข้าวเหนียวมู นโดยใช้ข้าวเหนียวดำ ขั้นตอนการทำ กับเครื่องปรุงจะแตกต่างกันไหมค ะ รบกวนหน่อยนะคะ แบบว่าคนอยู่ไกลอยากจะกิน แต่หาซื้อไม่ได้น่ะค่ะ :cry:
Quote
 
 
#31 พิม Enya 2011-06-02 22:31
คุณแอมค่ะ ....... ใช้สัก 6 ฟองก็ได้ค่ะ เพราะไข่เป็ดที่พิมใช้นี่ใบโตเช ียว

แล้วถ้าคุณแอมจะมูนข้าวเหนียวดำ หากอยากให้ข้าวเหนียวออกมานุ่มๆ เหมือนข้าวเหนียวขาวพิมแนะนำให้ ผสมข้าวเหนียวดำ 25% ต่อข้าวเหนียวข้าว 75% แล้วก็แช่น้ำให้นานนิดนึง โดยให้แช่ข้าวเหนียวดำล่วงหน้าไ ปก่อนสัก 4 ชม. จากนั้นก็ซาวข้าวเหนียวข้าวใส่ล งไป แช่รวมกันต่ออีก 3 ชม. อ่ะค่ะ ^__^
Quote
 
 
#32 Sutantip Franchi 2011-06-04 00:42
ขอบคุณค่ะ คุณพิมที่แวะมาตอบ
:oops: แบบว่าแอมเห็นคุณพิม ไม่ว่างมาตอบ แอมก็เลยเดาสุ่มไปแล้ว ด้วยความที่อยากกินมากกกกก ตอนนี้กำลังมูนกับน้ำกะทิอยู่คะ หวังว่าคงจะไม่แข็งเกินไป พอดีไปเจอที่คุณพิมเขียนไว้เรื่ อง ผสมข้าวดำกับข้าวขาว แต่แอมแช่ข้าวเหนียวดำแค่ 5 ชม.... :oops:

สาธุ ขอให้ออกมากินได้ด้วยเถิดดดด แต่แอมมูนไม่เยอะคะ กลัวกินไม่ได้ อิอิ

ส่วนสังขยา ก็จัดการ แบ่งทำแค่ 1/3 สูตรค่ะ เพราะกินคนเดียว
Quote
 
 
#33 พิม Enya 2011-06-04 00:46
คุณแอมค่ะ ... พิมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่พิมยุ่งมากจ ริง ๆ ก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาตอบที่เพื่ อนๆ ถามกันเอาไว้เลยอ่ะค่ะ แต่ก็จะพยายามมาตอบย้อนหลังให้ท ุกคนนะคะ

ข้าวเหนียวดำเป็นข้าวเหนียวที่น ึ่งให้สุกยากอ่ะค่ะ บางตำราในสมัยโบราณเค้าก็ว่าให้ แช่ถึง 12 ชม. ถึงจะดี แต่สมัยนี้อากาศค่อนข้างร้อน พิมว่าแช่สัก 7-8 ชม. จะดีกว่า เพราะหากแช่น้ำไว้นานเกินไป จะเสียไว

ยังไงขอให้ออกมาอร่อยสมใจนะคะ ^^ พิมเอาใจช่วย
Quote
 
 
#34 จันฑิมา 2011-07-17 16:26
สวัสดีค่ะคุณพิม สูตรสังขยาเวิร์คมากที่สุดเท่าท ี่ลองสูตรอื่นๆ ตามเน็ตมา ขอบคุณมากค่ะ ทุกวันนี้ทำสังขยาให้ลูกกินก็สู ตรคุณพิมแหล่ะค่ะ

พี่สมัครเวปคุณพิมไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เลยเป็นแค่คนผ่านทาง ที่ชื่นชมคุณพิมมากๆ เลยค่ะ
Quote
 
 
#35 พิม Enya 2011-07-17 21:01
คุณจันฑิมา .... แค่ได้ยินเท่าที่บอกพิมมานี่ พิมก็ดีใจมากแล้วล่ะค่ะ

ว่าแต่ที่สมัครไม่ได้นี่ติดขัดต รงไหน ลองบอกพิมมาได้นะคะ เผื่อจะช่วยแก้ไขให้ได้ค่ะ
Quote
 
 
#36 maleen 2011-08-05 23:47
sawadeeka khun pim i'm sorry that today i can't write in thai if i go back to thailand where can i see you? i try to make already and my husband he love it alot! thank you very much my supper chef :P
Quote
 
 
#37 Totemplate 2011-08-29 18:48
สวัสดีครับคุณพิม

ผมขอสูตรไปเลี้ยงทำบุญหน่อยนะคร ับ ว่าแต่
ถ้าผมจะทำให้คนสัก 30-40 คนนี้ต้องใช้
ปริมาณส่วนผสมเท่าไหร่ครับ
Quote
 
 
#38 Jibb 2011-08-30 16:50
สำหรับตัวสังขยานี่ใช้น้ำตาลปึก ที่เป็นน้ำตาลตโนดแทนน้ำตาลปี๊ป ได้มั้ยคะ
แล้วถ้าไม่มีนมข้นจืดนี่ใช้นมสด แทนได้มั้ยคะ
ขอบคุณค่ะ

ปล.ซื้อทุกอย่างมาหมด ยกเว้นไอ้ 2 อย่างนี้ T_T
Quote
 
 
#39 พิม Enya 2011-08-30 23:30
k.maleen ค่ะ พิมขายกับข้าวไทย ๆ พวกขนมจีนน้ำยา ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด แกงขี้เหล็กใส่หมูย่าง และอื่นๆ อีก 3-4 อย่างที่ตลาดนัดในซอยลาดพร้าว 87 ตอนเช้าวันอาทิตย์ค่ะ ประมาณ 7 โมงเช้าถึงสิบโมง คุณ maleen แวะมาหาพิมได้จ้า

ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ เขินจนตัวกลม ๆ จะลอยแหละ :lol:
Quote
 
 
#40 พิม Enya 2011-08-30 23:32
คุณ Totemplate ยินดีค่ะเรื่องเอาไปทำเลี้ยงงาน บุญ แต่ เอ....จะว่าไงดีอ่ะค่ะเรื่องชั่งตวง เพราะทั้งข้าวเหนียวมูน ทั้งสังขยา ทั้งปลาแห้ง ทั้งหน้ากุ้ง พิมไม่เคยตวงเลยค่ะว่าทำเสร็จแล ้วจะกินได้สักกี่คน ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ตอบเรื่องน ี้ไม่ได้จริง ๆ
Quote
 
 
#41 พิม Enya 2011-08-30 23:33
คุณ Jibb ค่ะ .... ได้ค่ะ ใช้น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลโตนด น้ำตาลมะพร้าวได้ค่ะ แต่ให้เลือกน้ำตาลที่ดี ๆ หน่อย จะทำให้สังขยาของเรามีกลิ่นหอมแ ละรสหวานละมุนนะคะ

ส่วนนมข้นจืดถ้าไม่มีใช้นมสดแทน ได้ พอไหวค่ะ แต่จริงๆ ไม่อยากให้ใช้ เพราะว่านมสดมันใสกว่านมข้นจืดพ อควรเลยน่ะค่ะ
Quote
 
 
#42 Totemplate 2011-09-19 22:02
ผมทำเรียบร้อยแล้วครับ แต่ไม่ได้มาบอกคุณพิม สรุปว่าคุณลุงคุณป้าที่มูลนิธิด ีใจกันมากเลยครับ :D ถึงแม้ว่าข้าวเหนียวมูนจะแฉะ ๆ ดูไม่อร่อยก็ตามครับ :D

สรุปเท่าที่ทำมาผมว่า ข้าวเหนียวมูนยากสุด รองมาก็หน้ากุ้ง ไม่รู้ว่าใครคิดเหมือนผมรึเปล่า
Quote
 
 
#43 พิม Enya 2011-09-20 20:12
คุณ Totemplate ...... ฮ่าๆ พิมว่าข้าวเหนียวมูนนี่ไม่ค่อยย ากเท่าไหร่ ที่ยากสำหรับพิมก็คือหน้าปลาค่ะ อิอิ เพราะต้องย่างปลา แกะปลา เอาปลาไปตำ แล้วก็มาคั่วให้กรอบ ยุ่งยากมากๆ

แต่ที่พิมว่าปรุงรสยากสุด น่าจะเป็นหน้ากุ้งนี่แหละค่ะ :lol:

ป.ล. ช่วงราวปลายตุลาพิมก็ว่าจะไปทำบ ุญอย่างที่คุณ Totem ไปทำมาเหมือนกันค่ะ แบบว่าฉลองเวบครบรอบ 2 ปี ^__^
Quote
 
 
#44 เกษเกษร มุขพรหม 2011-11-22 17:24
คุณน้องพิมคะ พี่ลองทำข้าวเหนียวมูนหน้าสังขย าแล้วปรากฎว่าสังขยารสชาดกำลังด ี แต่ทำไมมีน้ำเยอะจังเลย แล้วตัวสังขยาก็นิ่มมากมาก สามีบอกว่านึกว่าทำไข่ตุ๋น...แป่ว....พี่ทำผิดตรงไหนคะ อยากทราบค่ะ ขอบคุณนะคะ
Quote
 
 
#45 พิม Enya 2011-12-06 14:13
พี่เกษเกษตรค่ะ ..... พิมก็แอบงง ๆ เหมือนกันค่ะ เพราะว่าพิมยังไมเคยเจอเลย ไว้จะลองหาสาเหตุและวิธีแก้ไขมา ให้นะคะพี่ :roll:

ว่าแต่พี่ใช้ไข่เป็ดหรือไข่ไก่อ ่ะค่ะ
Quote
 
 
#46 Grace 2012-01-06 22:54
เกรซชอบหน้าปลาแห้งกับหน้ากุ้งค ่ะ แต่หาซื้อกินยาก เพราะมักมีแต่น้ำตาล กับ มะพร้าว ต้องรอแม่ว่างๆ แล้วช่วยกันทำ แล้วเก็บใส่กล่องกับแช่ตู้เย็นไ ว้กินค่ะ
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh