ขนมชักหน้า (ขนมน้ำดอกไม้)
วันนี้พิมอยากจะมาชวนเพื่อนๆ ทำขนมไทยที่ชื่อว่า "ขนมชักหน้า" กันค่ะ แต่อ๊ะๆ ... พูดว่าขนมชักหน้าเพื่อนๆ อาจจะงง งั้นขอเรียกว่าขนมน้ำดอกไม้แล้วกันค่ะ เพราะเป็นขนมอย่างเดียวกันจ้า
"ขนมชักหน้า" หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ขนมน้ำดอกไม้" ... เป็นหนึ่งในขนมไทยไม่กี่อย่างที่แม่พิมเค้าชอบมาก...กกก.ก.ก.ก. ค่ะ แต่ด้วยความที่พิมไม่ได้ชอบขนมชนิดนี้สักเท่าไหร่ (ทั้งที่มันทำง่ายมากถึงมากที่สุด) ก็เลยไม่ค่อยทำขนมนี้อ่ะค่ะ เพราะงั้นเวลาที่แม่พิมอยากกิน แม่ก็เลยไม่ค่อยบอกให้พิมทำ (เพราะเค้ารู้ว่าพิมไม่ค่อยชอบ) แต่มักจะไปซื้อที่พ่อค้าแม่ขายเค้าทำขายกันตามตลาดสดซะมากกว่า ซึ่งก็มีอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างสลับกันไปอ่ะค่ะ
มาปีนี้ .... นอกจากของขวัญของฝากที่พิมต้องมีให้แม่ทุกปีในวันแม่แล้ว พิมก็นึกอยากจะทำอะไรพิเศษ ๆ เพื่อแม่..ที่มันไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมาบ้าง พิมก็เลยคิดว่างั้นพิมจะทำขนมนี่แหละให้แม่ เพราะจะว่าไปแม่ก็ไม่ได้กินมาเป็นปีแล้ว คิดว่าแม่ต้องดีใจและชอบแน่ ๆ เลยค่ะ
เพราะงั้นวันนี้พิมก็เลยขอซ้อมทำขนมชนิดนี้สักกะหน่อย ซึ่งสูตรที่ใช้ทำก็เป็นสูตรที่พิมเคยทำไว้เมื่อครั้งก่อนๆ นั่นแหละค่ะ ^^
ป.ล. สมัยก่อนคนโบราณจะเรียกขนมน้ำดอกไม้ว่าขนมชักหน้า เพราะว่าหลังจากนึ่งเสร็จแป้งจะชักบุ๋ม (ภาษาโบราณเค้าเรียกอย่างนี้) ลงเป็นวงที่ตรงกลางถ้วยอ่ะค่ะ
:: ส่วนผสม ::
- แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
- แป้งมันสำปะหลัง 2 ชต.
- น้ำลอยดอกมะลิ 3/4 ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
- สีผสมอาหารตามชอบ
:: วิธีทำ ::
เริ่มต้นเลยก็ให้เราเทแป้งข้าวเจ้ากับแป้งมัน รวมกันในกาละมังใบย่อม ๆ สักใบ ... ใช้พายยางหรือทัพพีคนให้พอเข้ากันอย่างคร่าวๆ ค่ะ
แล้วก็นำไปร่อนที่ร่อนแป้ง 2 รอบค่ะ ........ ร่อนเสร็จ พักไว้ก่อน

ต่อมาก็ให้เทน้ำตาลใส่ลงในกาละมังใบเล็ก ๆ สักใบค่ะ แล้วเทน้ำลอยดอกมะลิตามลงไป (ดอกมะลิไม่เอานะคะ ^^) .... คนด้วยตะกร้อมมือ จนกระทั่งน้ำตาลละลายหมดค่ะ

พอน้ำตาลละลายหมดแล้วก็ให้เทน้ำ (ที่เราคนผสมน้ำตาลเมื่อกี้แหละค่ะ) ใส่ลงไปในกาละมังแป้ง .... เทครั้งแรกให้ใส่น้ำลงไปแค่ครึ่งเดียวก่อนนะคะ แล้วใช้ตะกร้อมือคนแป้งกับน้ำให้เข้ากัน จนไม่เหลือแป้งเป็นเม็ดๆ

ก็ให้เทน้ำส่วนที่เหลือใส่ลงไป คนด้วยตะกร้อมืออีกครั้งให้เข้ากันดี ก็เป็นอันใช้ได้ล่ะค่ะ

จากนั้นก็ทำการแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน (พิมจะผสมสี 3 สี ก็เลยแบ่งเป็น 3 ส่วน ถ้าเพื่อนๆ จะผสมสีมากกว่านี้ก็แบ่งตามใจชอบเลยนะคะ)
แล้วก็หยดสีผสมอาหารที่เป็นน้ำลงไป ... ซึ่งตอนหยดสีเนี่ยต้องระวังนิดนะคะ อย่าหยดสีลงไปพรวดเดียวเยอะๆ เพราะสีมันจะเข้มเกินจนกลายเป็นน่ากลัว ไม่ใช่น่ากิน และถ้าสีเข้มกินจะแก้ไขให้กลับมาสีอ่อนไม่ได้อ่ะค่ะ ดังนั้นแล้วเพื่อความไม่ประมาทพิมจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยก็คือ หลอดดูดน้ำนี่แหละค่ะ ... หลอด 1 หลอดเอามาตัด (ปลายเฉียง) แบบในภาพด้านล่างให้ได้ 3 อัน (3 สี) แล้วใช้หลอดแต่ละส่วน แตะสีจากในขวดมาใส่ในส่วนผสมทีละนิดแบบในภาพอ่ะค่ะ .... หยดสีครั้งนึงก็คนให้สีเข้ากับส่วนผสมครั้งนึง ถ้าสีอ่อนไป ก็ค่อยเอามาหยดเติมอีกีละนิด ๆ นะคะ
และเมื่อเราผสมสีเสร็จแล้ว ... เราก็จะได้ส่วนผสมของขนมน้ำดอกไม้ (ก่อนจะเอาไปนึ่ง) ออกมาหน้าตาและสีสันประมาณในภาพด้านล่างนี้อ่ะค่ะ
ระหว่างนี้ก็พักส่วนผสมเอาไว้ก่อน หันมาตั้งหม้อซึ้งบนเตาไฟ ใส่น้ำในก้นซึ้งประมาณ 3/4 ... ใช้ไฟแรง
พอน้ำเดือดจัด ก็เรียงถ้วยตะไลแบบปากแคบลงไปบนซึ้ง (1 สูตรได้ประมาณ 20 ถ้วย) แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10 นาทีหรือจนกระทั่งถ้วยร้อนจัดค่ะ
ระหว่างนั้นก็เทส่วนผสมแต่ละสีใส่ถ้วยที่มีปากแบบในรูปด้านล่างนี่เอาไว้ค่ะ
พอถ้วยร้อนจัดแล้ว ก็เปิดฝาซึ้ง หรี่ไฟลงให้เหลือไฟอ่อนที่สุด (เพื่อไม่ให้ไอน้ำลอยขึ้นมาลวกมือเราขณะหยอดตัวขนม) แล้วก็หยอดตัวขนมลงไปจนเกือบจะเต็มถ้วยแบบในภาพอ่ะนะคะ
จากนั้นก็ปิดฝาซึ้ง เร่งไฟแรง แล้วนึ่งเป็นเวลาประมาณ 13 นาทีค่ะ (ถ้าซึ้งเล็กสัก 12 นาทีก็พอ)
พอ 13 นาทีผ่านไป ก็ให้เราดับไฟเตาแล้วเปิดฝาซึ้งทันที ... แล้วเราก็จะได้ขนมน้ำดอกไม้ หรือขนมชักหน้าที่สุกแล้วออกมาหน้าตาประมาณในภาพนี้ล่ะค่า ^^
แต่ ...... แม้ขนมจะสุกแล้ว เราก็ยังจะกินในตอนนี้ไม่ได้นะคะ ต้องรอให้ขนมหายร้อนก่อน (ถ้าแคะตอนนี้ โอกาสที่ขนมจะติดถ้วยมีเยอะค่ะ) .... แถมเมื่อทิ้งขนมไว้ให้เย็นเนี่ย ตรงกลางขนมก็จะบุ๋มตัวลงมากกว่าตอนสุกใหม่ ๆ อีกหน่อยด้วยอ่ะค่ะ ^^
แล้วพอขนมเย็นตัวดี .. ก็ได้ฤกษ์แคะขนมออกมากินแล้วค่ะ ซึ่งขนมน้ำดอกไม้ที่ดีเนี่ย นอกจากจะต้องมีเหนียวนุ่ม ความันวาว มีรอยบุ๋มตรงกลางแล้ว .... เวลาเราแคะขนมก็จะต้องแคะออกมาได้ง่ายมาก และขนมก็จะไม่ติดถ้วยเลยสักนิดด้วยอ่ะค่ะ ^^

และแล้ว ... หลังจากเราใช้เวลาทำขนมไปประมาณครึ่ง ชม. กว่าๆ เราก็ได้ขนมน้ำดอกไม้ออกมาหน้าตาเช่นนี้ล่ะค่า
ขอบอก (อย่างไม่เข้าข้างตัวเอง) ว่าเป็นขนมน้ำดอกไม้ที่อร่อยในความรู้สึกพิมอ่ะค่ะ คือ ตัวแป้งมันจะเหนียวนุ่มพอประมาณ ไม่เป็นไตแข็ง ๆ แล้วก็หวานไม่มาก ... กินได้เพลิน ๆ ดีอ่ะค่ะ คิดว่าถ้าแม่ได้กินแม่น่าจะชอบแน่นอน ^^
สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากลองหัดทำดู ก็ลองดูนะคะ .... ส่วนผสมไม่เยอะ วิธีทำไม่ยาก ใช้เวลาทำแป๊บเดียว ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่านี้อีกแล้วค่ะ ^^"
อ้อๆ ... เกือบลืมสำหรับคนที่อยากใช้สีจากธรรมชาติแทนสีผสมอาหารก็ยังทำได้เหมือนเดิม เหมือนขนมไทยชนิดอื่นๆ นะคะ .... เช่นอยากให้ขนมน้ำดอกไม้เป็นสีเขียว ก็ใช้น้ำใบเตยคั้นแทนน้ำเปล่า หรืออยากให้ขนมมีสีฟ้าอ่อนก็ใช้น้ำดอกอัญชันแทนน้ำเปล่าอ่ะค่ะ ... ยังไงก็ลองดูจ้า ^^

Comments
........ ถึงได้เป็นสาเหตุให้อวบอั๋นขนาด นี้ไง
ขนมถ้วยสีน้ำตาลที่พี่เยาะบอก คือ ขนมโกสุ้ย อย่างที่คุณจ๊ะจ๋าบอกอ่ะค่ะ ซึ่งขนมอันนั้นเป็นขนมทางใต้ เค้าจะใส่น้ำด่าง แล้วก็ใส่น้ำตาลทรายแดงแทนน้ำตา ลทรายขาว แล้ววิธีทำก็แตกต่างกันพอประมาณ ค่ะพี่ แถมเวลากินก็ต้องโรยมะพร้าวขูดข าวด้วย รสชาติ เนื้อสัมผัสก็ออกมาไม่เหมือนกัน ... แต่ความอร่อยนี่เหมือนกันเลยค่ะ ^^
ถ้าคุณวราภรณ์ใช้ซึ้งเบอร์เดียว กับพิม ไม่ต้องเพิ่มเวลานึ่งก็ได้ค่ะ เอาแค่ 13 นาทีนี่แหละ แต่ถ้าซึ้งใหญ่กว่า อาจจะต้องสัก 15 นาทีนะคะ
แต่ยังไงลองทำดูสักทีก่อนนะคะ เผื่อไม่ถูกใจ
แต่ในความอร่อย ... ก็อร่อยเหมือนกัน
ขนมน้ำดอกไม้นี่แต่โบราณเค้าใช้ น้ำลอยดอกไม้ (ดอกมะลิ) อย่างเดียวเลยค่ะ พิมเองก็ไม่เคยลองใช้น้ำกะทิเลย สักทีเหมือนกัน คิดว่าถ้าใส่น้ำกะทิ มันก็น่าจะได้นะคะ แต่อาจจะต้องเอากะทิไปเคี่ยวกับ น้ำตาลก่อน พอละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นค่อยยกลงมาผสมแป้ ง แต่ว่าตัวขนมก็จะไม่ออกใสแบบนี้ นะคะ คิดว่ามันน่าจะขุ่น ๆ หน่อยอ่ะค่ะพี่
ไว้พิมจะลองทำขนมโกสุ้ยดู ถ้าอร่อยแล้ว จะเอาสูตรมาฝากพี่เยาะนะคะ
แต่คิดว่าถ้าใช้ ขนมจะออกมาสีขุ่นๆ จะไม่ใสแบบในภาพนี้อ่ะค่ะ
คือ หน้าบุ๋มเล็กน้อย แต่ตรงด้านบนของตัวขนมไท่เรียบเ ลยค่ะ เป็นเพราะอะไร ช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ ขอบคุณมาก
ป.ล. พิมตอบประสาคนเคยทำ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองรู้จริง นะคะ เอาแค่จากประสบการณ์ที่เคยทำน่ะ ค่ะ
แต่...เมื่อวานไม่มีน้ำลอยดอกมะลิ เลยใช้กลิ่นมะลิ ผสมน้ำเปล่า แต่ คงใส่มากไป(2 ชต.) เลยกลิ่นแรงแล้วมันก็เลยขม ><
ขอบคุณสำหรับสูตรดีดีแบบนี้นะคะ ^^
ขอบคุณมากๆคร๊า
ครั้งนี้ขนมเป็นรูแบบปานกลางไม่ ลึกมากอะคะ
a5.sphotos.ak.fbcdn.net/.../...
ยังไงตอนนึ่งเสร็จแล้ว ลองเรียงถ้วยขนมใส่ถาดก้นลึก แล้วหล่อด้วยน้ำเย็นดูนะคะ เผื่อว่าแคะออกมาแล้วขอบขนมจะเร ียบขึ้น และรอยบุ๋มน่าจะลึกขึ้นอีกหน่อย อ่ะค่ะ
ถ้วยคงร้อนไม่จัดคะคุณพิม ตอนแกะขนมก็ยังไม่เย็นสนิทมากเท ่าไหร่ด้วยอะคะ จะทำตามคำแนะนำนะคะ ^^ ส่วนรอยบุ๋มที่ควรลึกขึ้น มันเป็นผลมาจากถ้วยไม่ร้อนพอด้ว ยใช่ไม๊คะ
ขนมชนิดนี้ ก่อนนึ่ง..ถ้วยจะต้องร้อนจัด และจะต้องรอให้ขนมเย็นสนิทก่อนถ ึงแคะออกจากถ้วยได้อย่างสวยงามอ ่ะค่ะ และจะต้องนึ่งด้วยไฟที่กำลังดี ขนมถึงจะออกมาอร่อยจ้า
P'A