Get Adobe Flash player

Facebook Fanpage

ถ้าถูกใจครัวบ้านพิม ช่วยกดถูกใจให้นิดนึงนะคะ
If you like my website. Then you should like my Fanpage

Search

สมาชิก



Connect with Facebook

ขนมชักหน้า (ขนมน้ำดอกไม้)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-01.JPG

วันนี้พิมอยากจะมาชวนเพื่อนๆ  ทำขนมไทยที่ชื่อว่า "ขนมชักหน้า" กันค่ะ แต่อ๊ะๆ ... พูดว่าขนมชักหน้าเพื่อนๆ อาจจะงง งั้นขอเรียกว่าขนมน้ำดอกไม้แล้วกันค่ะ  เพราะเป็นขนมอย่างเดียวกันจ้า

"ขนมชักหน้า"  หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ขนมน้ำดอกไม้" ...  เป็นหนึ่งในขนมไทยไม่กี่อย่​างที่แม่พิมเค้าชอบมาก...กกก.ก.ก.ก. ค่ะ แต่ด้วยความที่พิมไม่ได้ชอบ​ขนมชนิดนี้สักเท่าไหร่  (ทั้งที่มันทำง่ายมากถึงมากที่สุด)  ก็เลยไม่ค่อยทำขนมนี้อ่ะค่ะ  เพราะงั้นเวลาที่แม่พิมอยากกิน แม่ก็เลยไม่ค่อยบอกให้พิมทำ (เพราะเค้ารู้ว่าพิมไม่ค่อยชอบ)   แต่มักจะไปซื้อที่พ่อค้าแม่ขายเค้าทำขายกันตามตลาดสดซะมากกว่า  ซึ่งก็มีอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้างสลับกันไปอ่ะค่ะ

มาปีนี้ .... นอกจากของขวัญของฝากที่พิมต้องมีให้แม่ทุกปีในวันแม่แล้ว  พิมก็นึกอยากจะทำอะไรพิเศษ ๆ เพื่อแม่..ที่มันไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมาบ้าง  พิมก็เลยคิดว่างั้นพิมจะทำขนมนี่แหละให้แม่ เพราะจะว่าไปแม่ก็ไม่ได้กินมาเป็นปีแล้ว   คิดว่าแม่ต้องดีใจและชอบแน่ ๆ เลยค่ะ

เพราะงั้นวันนี้พิมก็เลยขอซ้อมทำขนมชนิดนี้สักกะหน่อย  ซึ่งสูตรที่ใช้ทำก็เป็นสูตรที่พิมเคยทำไว้เมื่อครั้งก่อนๆ นั่นแหละค่ะ  ^^

ป.ล. สมัยก่อนคนโบราณจะเรียกขนมน้ำดอกไม้ว่าขนมชักหน้า  เพราะว่าหลังจากนึ่งเสร็จแป้งจะชักบุ๋ม (ภาษาโบราณเค้าเรียกอย่างนี้) ลงเป็นวงที่ตรงกลางถ้วยอ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-25.JPG
http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-23.JPG

:: ส่วนผสม ::

- แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
- แป้งมันสำปะหลัง 2 ชต.
- น้ำลอยดอกมะลิ 3/4 ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
- สีผสมอาหารตามชอบ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-02.JPG

:: วิธีทำ ::

เริ่มต้นเลยก็ให้เราเทแป้งข้าวเจ้ากับแป้งมัน รวมกันในกาละมังใบย่อม ๆ สักใบ ... ใช้พายยางหรือทัพพีคนให้พอเข้ากันอย่างคร่าวๆ ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-03.JPG

แล้วก็นำไปร่อนที่ร่อนแป้ง 2 รอบค่ะ ........ ร่อนเสร็จ พักไว้ก่อน

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-04.jpg

ต่อมาก็ให้เทน้ำตาลใส่ลงในกาละมังใบเล็ก ๆ สักใบค่ะ  แล้วเทน้ำลอยดอกมะลิตามลงไป  (ดอกมะลิไม่เอานะคะ ^^) .... คนด้วยตะกร้อมมือ จนกระทั่งน้ำตาลละลายหมดค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-05.jpg

พอน้ำตาลละลายหมดแล้วก็ให้เทน้ำ (ที่เราคนผสมน้ำตาลเมื่อกี้แหละค่ะ) ใส่ลงไปในกาละมังแป้ง  .... เทครั้งแรกให้ใส่น้ำลงไปแค่ครึ่งเดียวก่อนนะคะ   แล้วใช้ตะกร้อมือคนแป้งกับน้ำให้เข้ากัน จนไม่เหลือแป้งเป็นเม็ดๆ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-06.jpg

ก็ให้เทน้ำส่วนที่เหลือใส่ลงไป  คนด้วยตะกร้อมืออีกครั้งให้เข้ากันดี ก็เป็นอันใช้ได้ล่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-07.jpg

จากนั้นก็ทำการแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน  (พิมจะผสมสี 3 สี ก็เลยแบ่งเป็น 3 ส่วน ถ้าเพื่อนๆ จะผสมสีมากกว่านี้ก็แบ่งตามใจชอบเลยนะคะ)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-08.JPG

แล้วก็หยดสีผสมอาหารที่เป็นน้ำลงไป ... ซึ่งตอนหยดสีเนี่ยต้องระวังนิดนะคะ อย่าหยดสีลงไปพรวดเดียวเยอะๆ เพราะสีมันจะเข้มเกินจนกลายเป็นน่ากลัว ไม่ใช่น่ากิน  และถ้าสีเข้มกินจะแก้ไขให้กลับมาสีอ่อนไม่ได้อ่ะค่ะ  ดังนั้นแล้วเพื่อความไม่ประมาทพิมจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยก็คือ หลอดดูดน้ำนี่แหละค่ะ  ... หลอด 1 หลอดเอามาตัด (ปลายเฉียง) แบบในภาพด้านล่างให้ได้ 3 อัน (3 สี)  แล้วใช้หลอดแต่ละส่วน แตะสีจากในขวดมาใส่ในส่วนผสมทีละนิดแบบในภาพอ่ะค่ะ .... หยดสีครั้งนึงก็คนให้สีเข้ากับส่วนผสมครั้งนึง ถ้าสีอ่อนไป ก็ค่อยเอามาหยดเติมอีกีละนิด ๆ นะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-10.JPG

และเมื่อเราผสมสีเสร็จแล้ว ... เราก็จะได้ส่วนผสมของขนมน้ำดอกไม้ (ก่อนจะเอาไปนึ่ง) ออกมาหน้าตาและสีสันประมาณในภาพด้านล่างนี้อ่ะค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-11.JPG

ระหว่างนี้ก็พักส่วนผสมเอาไว้ก่อน  หันมาตั้งหม้อซึ้งบนเตาไฟ ใส่น้ำในก้นซึ้งประมาณ 3/4 ... ใช้ไฟแรง

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-12.JPG

พอน้ำเดือดจัด ก็เรียงถ้วยตะไลแบบปากแคบลงไปบนซึ้ง  (1 สูตรได้ประมาณ 20 ถ้วย)  แล้วนำไปนึ่งประมาณ 10 นาทีหรือจนกระทั่งถ้วยร้อนจัดค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-13.JPG

ระหว่างนั้นก็เทส่วนผสมแต่ละสีใส่ถ้วยที่มีปากแบบในรูปด้านล่างนี่เอาไว้ค่ะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-14.JPG

พอถ้วยร้อนจัดแล้ว ก็เปิดฝาซึ้ง หรี่ไฟลงให้เหลือไฟอ่อนที่สุด   (เพื่อไม่ให้ไอน้ำลอยขึ้นมาลวกมือเราขณะหยอดตัวขนม)  แล้วก็หยอดตัวขนมลงไปจนเกือบจะเต็มถ้วยแบบในภาพอ่ะนะคะ

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-15.JPG

จากนั้นก็ปิดฝาซึ้ง เร่งไฟแรง แล้วนึ่งเป็นเวลาประมาณ 13 นาทีค่ะ  (ถ้าซึ้งเล็กสัก 12 นาทีก็พอ)

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-16.JPG

พอ 13 นาทีผ่านไป  ก็ให้เราดับไฟเตาแล้วเปิดฝาซึ้งทันที ... แล้วเราก็จะได้ขนมน้ำดอกไม้ หรือขนมชักหน้าที่สุกแล้วออกมาหน้าตาประมาณในภาพนี้ล่ะค่า ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-17.JPG

แต่ ...... แม้ขนมจะสุกแล้ว เราก็ยังจะกินในตอนนี้ไม่ได้นะคะ ต้องรอให้ขนมหายร้อนก่อน  (ถ้าแคะตอนนี้ โอกาสที่ขนมจะติดถ้วยมีเยอะค่ะ)  .... แถมเมื่อทิ้งขนมไว้ให้เย็นเนี่ย ตรงกลางขนมก็จะบุ๋มตัวลงมากกว่าตอนสุกใหม่ ๆ อีกหน่อยด้วยอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-18.JPG

แล้วพอขนมเย็นตัวดี .. ก็ได้ฤกษ์แคะขนมออกมากินแล้วค่ะ  ซึ่งขนมน้ำดอกไม้ที่ดีเนี่ย นอกจากจะต้องมีเหนียวนุ่ม ความันวาว มีรอยบุ๋มตรงกลางแล้ว .... เวลาเราแคะขนมก็จะต้องแคะออกมาได้ง่ายมาก และขนมก็จะไม่ติดถ้วยเลยสักนิดด้วยอ่ะค่ะ ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-19.jpg

และแล้ว ... หลังจากเราใช้เวลาทำขนมไปประมาณครึ่ง ชม. กว่าๆ  เราก็ได้ขนมน้ำดอกไม้ออกมาหน้าตาเช่นนี้ล่ะค่า

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-20.JPG

ขอบอก (อย่างไม่เข้าข้างตัวเอง) ว่าเป็นขนมน้ำดอกไม้ที่อร่อยในความรู้สึกพิมอ่ะค่ะ  คือ ตัวแป้งมันจะเหนียวนุ่มพอประมาณ  ไม่เป็นไตแข็ง ๆ  แล้วก็หวานไม่มาก  ... กินได้เพลิน ๆ ดีอ่ะค่ะ  คิดว่าถ้าแม่ได้กินแม่น่าจะชอบแน่นอน  ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-21.JPG

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากลองหัดทำดู ก็ลองดูนะคะ .... ส่วนผสมไม่เยอะ วิธีทำไม่ยาก  ใช้เวลาทำแป๊บเดียว ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่านี้อีกแล้วค่ะ ^^"

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-22.JPG

อ้อๆ ... เกือบลืมสำหรับคนที่อยากใช้สีจากธรรมชาติแทนสีผสมอาหารก็ยังทำได้เหมือนเดิม เหมือนขนมไทยชนิดอื่นๆ นะคะ  .... เช่นอยากให้ขนมน้ำดอกไม้เป็นสีเขียว ก็ใช้น้ำใบเตยคั้นแทนน้ำเปล่า หรืออยากให้ขนมมีสีฟ้าอ่อนก็ใช้น้ำดอกอัญชันแทนน้ำเปล่าอ่ะค่ะ ... ยังไงก็ลองดูจ้า ^^

http://pim.in.th/images/all-thai-sweet/kanom-namdokmai/kanom-namdokmai-22.JPG




Comments 

 
#1 คอลีเยาะ 2011-08-11 07:46
รอคอยมานานแล้วว่าเมื่อไหร่น้อง พิมจะโพสต์วิธีทำขนมชักหน้านี้ ซึ่งพี่เยาะชอบกินมาก เมื่อก่อนแถวบ้านพี่มียายคนหนึ่ งเคยทำขายอร่อยมาก มีหลายสีเหมือนกันจะมีอีกสีหนึ่ งคือสีน้ำตาลซึ่งยายบอกว่าที่เป ็นสีน้ำตาลนี้เพราะใส่น้ำตาลมะพ ร้าวที่เหลวๆค่ะ แต่ตอนนี้ยายเสียชีวิตแล้วก็เลย ไม่ได้กินขนมนี้มานานมาก เคยเข้าไปซึ้อตามในเมืองมากินแต ่ไม่อร่อยเหมือนของยาย แต่ถ้าเป็นสูตรน้องพิมพี่เยาะเช ื่อว่าต้องเทียบกัาบยายได้ค่ะ หุหุๆๆๆ.
Quote
 
 
#2 Poo 2011-08-11 08:01
น่าทานมากคะคุณพิม สีสวย. ชอบทานขนมนี้เหมือนกันคะ. หลานๆ ชอบมาก
Quote
 
 
#3 วราภรณ์ อรุณวิภาดา 2011-08-11 12:46
คุณพิม สีสวยมากเลยค่ะ เห็นแล้วอยากเอาไปลองทำดูค่ะ ถ้าเราทำ 3 สูตร ถ้าใช้ซึ้งใหญ่นึ่ง จะใช้เวลาในการนึ่งกี่นาทีค่ะ หรือขึ้นอยู่กับจำนวนถ้วยขนมด้ว ย ว่าเยอะหรือน้อย เกี่ยวกันรึเปล่าค่ะ
Quote
 
 
#4 กาวาง 2011-08-11 12:54
สีสวยจัง :P น่ากิน น่ากิน
Quote
 
 
#5 จ๊ะจ๋า 2011-08-11 18:32
อันนี้อยู่คล้ายๆๆกับขนมโกสุ้ยห รือป่าวน๊า(ขนมของภูเก็ต)แต่โกส ุ้ยจะเป็นสีน้ำตาลแล้วก็กินกับม ะพร้ามขูดฝอย น่าจะอร่อยเหมือนกัน
Quote
 
 
#6 พิม Enya 2011-08-11 18:56
พี่เยาะค่ะ .... สารภาพตามตรง ถ้าแม่ไม่อยากกินมาก ๆ พิมก็ไม่ค่อยได้ทำขนมชนิดนี้อ่ะ ค่ะ เพราะไม่ค่อยจะชอบมากสักเท่าไหร ่ พิมชอบพวกขนมหวานๆ ที่มีมะพร้าวมีกะทิ ทำนองถั่วแปบ ขนมต้ม ขนมถ้วย ตะโกไรงี้มากกว่าอ่ะค่ะ ^^"

........ ถึงได้เป็นสาเหตุให้อวบอั๋นขนาด นี้ไง :D

ขนมถ้วยสีน้ำตาลที่พี่เยาะบอก คือ ขนมโกสุ้ย อย่างที่คุณจ๊ะจ๋าบอกอ่ะค่ะ ซึ่งขนมอันนั้นเป็นขนมทางใต้ เค้าจะใส่น้ำด่าง แล้วก็ใส่น้ำตาลทรายแดงแทนน้ำตา ลทรายขาว แล้ววิธีทำก็แตกต่างกันพอประมาณ ค่ะพี่ แถมเวลากินก็ต้องโรยมะพร้าวขูดข าวด้วย รสชาติ เนื้อสัมผัสก็ออกมาไม่เหมือนกัน ... แต่ความอร่อยนี่เหมือนกันเลยค่ะ ^^
Quote
 
 
#7 พิม Enya 2011-08-11 18:57
คุณปู ..... ขอบคุณจ้า ไว้คุณปูมาเมืองไทย พิมจะทำให้กินน๊าาา จุ๊บๆ :lol:
Quote
 
 
#8 พิม Enya 2011-08-11 19:01
คุณวราภรณ์ .... ซึ้งของพิมนี่เบอร์อะไรก็ไม่รู้ (เบอร์ซึ้งมันลบไปแล้ว เพราะใช้มานาน) แต่ลองกะ ๆ ดู เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 13 นิ้วได้

ถ้าคุณวราภรณ์ใช้ซึ้งเบอร์เดียว กับพิม ไม่ต้องเพิ่มเวลานึ่งก็ได้ค่ะ เอาแค่ 13 นาทีนี่แหละ แต่ถ้าซึ้งใหญ่กว่า อาจจะต้องสัก 15 นาทีนะคะ

แต่ยังไงลองทำดูสักทีก่อนนะคะ เผื่อไม่ถูกใจ :-)
Quote
 
 
#9 พิม Enya 2011-08-11 19:02
คุณกาวาง ขอบคุณจ๊ะ :-)
Quote
 
 
#10 พิม Enya 2011-08-11 19:03
คุณจ๋า ... ขนมโกสุ้ย มันจะมีวิธีการทำที่คล้ายกัน แต่เอาจริงก็ไม่เหมือนกัน ลักษณะตัวขนมมันจะคล้ายไปทางขนม ถ้วยจีน (ที่สีเขียวๆ เวลากินต้องราดน้ำหวานๆ) ซะมากกว่าค่ะ

แต่ในความอร่อย ... ก็อร่อยเหมือนกัน :roll:
Quote
 
 
#11 jiraporn 2011-08-11 21:19
ขอสูตรไปลองทำดูนะคะ ชอบกินมากเลยตอนเด็ก แต่เดี่ยวนี้หาทานยากค่ะ ขอบคุณนะคะ
Quote
 
 
#12 jiraporn 2011-08-11 21:35
คุณพิมทำขนมถ้วยฟูด้วยซึคะ คิดถึงตอนเด็กๆแม่ชอบซี้อให้ทาน สลับกับขนมน้ำดอกไม้ประจำเลย
Quote
 
 
#13 พิม Enya 2011-08-11 22:31
คุณ jiraporn .... พิมก็คิดว่าจะทำอยู่เหมือนกันนะ คะ แต่ต้องไปซื้อถ้วยก่อน เพราะคราวที่แล้วหอบถ้วยไปทำกัน ที่บ้านเพื่อน ลืมเอาถ้วยกลับมาซะงั้นค่ะ :-)
Quote
 
 
#14 นก 2011-08-11 23:00
ทำไมดูง่ายจัง เดี๋ยวลองทำบ้าง แต่ต้องตามเก็บถั่วแปบ ขนมเหนียวก่อน ตั้งใจทำสองอย่างนี้มากแม้ว่าถั ่วแปบเคยทำแล้วแต่ก็อยากลองทำอี กติดใจมาก
Quote
 
 
#15 พิม Enya 2011-08-11 23:47
คุณนก ... ง่ายจริงๆ ง่ายอย่างคาดไม่ถึงเลยค่ะ ยังไงตามเก็บถั่วแปบกับขนมเหนีย วเสร็จแล้ว อย่าลืมขนมน้ำดอกไม้นะคะ ^^
Quote
 
 
#16 ดวงดาว 2011-08-15 08:58
น้องพิม ถ้าใช้ น้ำกะทิ แทน น้ำลอยดอกมะลิ มันจะเป็นยังไงค่ะ จะอร่อยกว่าเดิมรึเปล่า เพราะจะมีความหอมกะทิ กับ ความมันกะทิ หรือว่าสูตร ทั่ว ไป ก็ไม่ใส่น้ำกะทิ
Quote
 
 
#17 รัชจ๋า 2011-08-16 14:26
รัชก็ชอบกินน๊า...ขนมน้ำดอกไม้เนี่ย :-) นึกถึงตอนเด็กๆชอบบอกให้แม่ซื้อ ขนมแก้มบุ๋มมาให้กินบ่อยๆน่ะค่ะ :lol:
Quote
 
 
#18 รัชจ๋า 2011-08-16 14:27
แต่ตอนนี้หากินแบบที่อร่อยๆยากแ ล้วล่ะค่ะเพราะซื้อกินทีไรแป้งจ ะแข็งทุกทีเลยอ่ะ ไม่นิ่มและหอมเหมือนเมื่อก่อนแล ้วค่ะ :lol:
Quote
 
 
#19 พิม Enya 2011-08-16 20:58
พี่ดวงดาว ... สวัสดีค่ะพี่ไม่ได้คุยกันนานเลย สบายดีไหมค่ะ

ขนมน้ำดอกไม้นี่แต่โบราณเค้าใช้ น้ำลอยดอกไม้ (ดอกมะลิ) อย่างเดียวเลยค่ะ พิมเองก็ไม่เคยลองใช้น้ำกะทิเลย สักทีเหมือนกัน คิดว่าถ้าใส่น้ำกะทิ มันก็น่าจะได้นะคะ แต่อาจจะต้องเอากะทิไปเคี่ยวกับ น้ำตาลก่อน พอละลาย ทิ้งไว้ให้เย็นค่อยยกลงมาผสมแป้ ง แต่ว่าตัวขนมก็จะไม่ออกใสแบบนี้ นะคะ คิดว่ามันน่าจะขุ่น ๆ หน่อยอ่ะค่ะพี่
Quote
 
 
#20 พิม Enya 2011-08-16 20:59
คุณรัชค่ะ ... สูตรนี้พิมทำเสร็จแล้ว ลองเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ไม่ได้ใส่ตู้เย็น ก็ไม่แข็งนะคะคุณรัช แต่ถ้าใส่ไว้ก็แอบแข็งอยู่เหมือ นกัน แต่ไม่มากเท่าที่เค้าขายอ่ะค่ะ :roll:
Quote
 
 
#21 คอลีเยาะ 2011-08-18 11:05
พี่เยาะเพิ่งรู้เดี่ยวนี้เองว่า ขนมชักหน้ากับขนมโกสุ้ยมันเป็นข นมคนละแบบกัน ใช่แล้วค่ะน้องพิม ที่พี่เยาะเคยกินตั้งแต่เด็กนั้ นเค้าจะกินกับมะพร้าวขูดขาว.แต่ถึงมันจะเป็นคนละสูตรก็ตาม พี่เยาะก็ยังมั่นใจอยู่ดีว่าสูต รขนมนี้ของน้องพิมต้องอร่อยแน่น อน ตกหลุมรักน้องพิมเข้าแล้ว อะไรๆก็อร่อยทุกอย่าง ไม่ได้พูดเล่นนะ..
Quote
 
 
#22 สุวรรณา หมัดขาว 2011-08-18 19:34
คุณพิมนกไม่มีถ้วยเล็ก ใช้ถ้วยใหญ่ที่ใช้ทำขนมถ้วยได้ป ะ สงสัยจะออกมาใหญ่มาำกเลย 55555
Quote
 
 
#23 พิม Enya 2011-08-19 13:03
พี่เยาะค่ะ .... เอิ๊กกกก ตกหลมรักพิม มาขอได้เลยนะคะ สินสอดไม่ต้อง เจ้าบ่าวไม่ต้องค่ะ (เพราะมีอยู่แล้ว) อิอิ

ไว้พิมจะลองทำขนมโกสุ้ยดู ถ้าอร่อยแล้ว จะเอาสูตรมาฝากพี่เยาะนะคะ :roll:
Quote
 
 
#24 พิม Enya 2011-08-19 13:04
คุณนก .... ถ้วยใหญ่เหรอค่ะ ถ้าถ้วยใหญ่ก็จะต้องนึ่งนานหน่อ ยอ่ะค่ะ แต่พิมไม่อยากให้ใช้ถ้วยใหญ่เลย ค่ะ เพราะแป้งมันจะสุกยากแล้วก็กินไ ม่ค่อยอร่อยอ่ะค่ะ :roll:
Quote
 
 
#25 น้ำทิพย์ 2011-08-20 14:11
อยากให้คุณพิมสอนทำขนมขี้หนูบ้า งค่ะ
Quote
 
 
#26 จุ๋มกรู๋ 2011-08-23 13:36
ถ้าใสหัวกะทิแทนนำเปล้าได้ป่ะคะ
Quote
 
 
#27 พิม Enya 2011-08-23 17:29
คุณน้ำทิพย์ .. ไว้วันไหนพิมมีเวลาว่างเยอะ ๆ จะทำมาให้ดูนะคะ :-)
Quote
 
 
#28 พิม Enya 2011-08-23 17:31
คุณจุ๋มกรู๋ ... พิมไม่เคยลองใช้กะทิแทนน้ำลอยดอ กมะลิ เพราะงั้นไม่ขอตอบดีกว่าะนะคะว่ าใช้แทนกันได้ไหม
แต่คิดว่าถ้าใช้ ขนมจะออกมาสีขุ่นๆ จะไม่ใสแบบในภาพนี้อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#29 น้ำทิพย์ 2011-09-08 20:04
คุณพิมสอนทำบัวลอยกะทิสดหน่อยได ้มั้ยคะเอาแบบมีหลายๆสีนะคะ
Quote
 
 
#30 พิม Enya 2011-09-08 23:08
คุณน้ำทิพย์ ... ได้ค่ะ แต่ต้องรอก่อนนะคะ อาจจะนานนิดนึง เพราะช่วงนี้ทุกอาทิตย์ ทุกวัน พิมมีแต่งานๆๆๆๆๆๆๆ รออยู่เพียบเลยจ้า
Quote
 
 
#31 Thanks 2011-09-16 15:48
พอสุกแล้วมันจะมีรอยบุ๋มตรงกลาง เองหรือค่ะ หรือว่าเราต้องเอาอะไรไปทำให้ให ้มันเป็นรอยบุ๋มขึ้นมาค่ะ?? ;-)
Quote
 
 
#32 พิม Enya 2011-09-17 04:40
คุณ Thanks .. บางสูตรต้องใช้วิธีเทส่วนผสมที่ เป็นของเหลวตรงกลางออก (เมื่อนึ่งไปสักระยะ) เพื่อให้บุ๋ม แต่สุตรนี้พิมใช้ทำมาเป็นสิบครั ้งแล้ว บุ๋มเองตลอด ไม่ต้องเททิ้งค่ะ
Quote
 
 
#33 จารุกร 2011-10-04 12:25
ทำแล้วขนมหน้ามันไม่บุ๋มอะคะ แล้วก้สีไม่วาวเหมือนของคุณพิมพ ์ เกี่ยวมั๊ยคะว่าต้องใช้ซึ้งนึ่ง เท่านั้น พอดีซึ้งไม่ว่างเลย ก็เลยลองใช้กะทะนึ่งแทนซึ้ง แต่รสชาติอร่อยมากค่ะ นุ่มมาก แล้วก็ไม่หวานมากด้วนคะ อีกนิดค่ะ เวลานึ่งถ้วยก่อนหยอดขนม ถ้ามีหยดน้ำในถ้วยต้องเทออกมั๊ย คะ
Quote
 
 
#34 พิม Enya 2011-10-07 22:37
คุณจารุกร .... เรื่องซึ้ง พิมว่าไม่น่าจะเกี่ยวนะคะ แต่ที่เกี่ยวมากคือเรื่องปริมาณ น้ำก้นซึ้ง ความแรงของไฟ ความร้อนของถ้วยน่ะค่ะ (ถ้วยต้องร้อนจัดเลย) ส่วนถ้ามีหยดน้ำในถ้วยต้องเทออก ก่อนนะคะ :roll:
Quote
 
 
#35 นี 2011-11-11 15:37
ทำแล้วหน้าขนมบุ๋มเล็กน้อย แถมข้างบนเปืยกเล็กน้อย ไม่เหมือนของคุณพิมเลย แต่รสชาดอร่อยมาก ลูกชอบมากค่ะ
Quote
 
 
#36 พิม Enya 2011-11-14 21:40
คุณนี .... ดีใจที่ชอบนะคะ ส่วนเรื่องบุ๋ม อาจจะต้องลองทำอีกที อาจจะบุ๋มได้มากกว่านี้ก็เป็นได ้ค่ะ :roll:
Quote
 
 
#37 จาก ครูหนึ่ง 2011-11-18 16:52
ดิฉันลองทำ แต่ไม่ใช่สูตรคุณพิมนะคะ เดี๋ยวจะลองสูตรคุณพิมดู
คือ หน้าบุ๋มเล็กน้อย แต่ตรงด้านบนของตัวขนมไท่เรียบเ ลยค่ะ เป็นเพราะอะไร ช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ ขอบคุณมาก
Quote
 
 
#38 พิม Enya 2011-12-06 12:29
คุณครูหนึ่งค่ะ ..... อาจจะเกิดจาก ตัวแป้งมีความหวานมากเกินไปก็ได ้ค่ะ เพราะพิมเคยสังเกตุว่าวันไหนเพิ ่มน้ำตาลในสูตร ตัวแป้งจะไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่ ส่วนเรื่องบุ๋มมากน้อย บางทีก็เกิดจากความร้อนของถ้วยก ่อนจะหยอดแป้ง ยังร้อนไม่พอด้วยอ่ะค่ะ

ป.ล. พิมตอบประสาคนเคยทำ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองรู้จริง นะคะ เอาแค่จากประสบการณ์ที่เคยทำน่ะ ค่ะ
Quote
 
 
#39 jino 2011-12-10 21:22
:lol: ชอบทานอ่ะ เรียกขนมถ้วย แก้มบุ๋มมาตั้ง นาน อิอิ
Quote
 
 
#40 พิม Enya 2011-12-12 19:43
คุณ jino ... ชื่อขนมแก้มบุ๋มน่ารักนะคะเนี่ย ^^
Quote
 
 
#41 netty 2011-12-16 15:14
เมื่อวานลองทำสุตรคุณพิมแล้วคะ ออกมาน่าทานมาก
แต่...เมื่อวานไม่มีน้ำลอยดอกมะลิ เลยใช้กลิ่นมะลิ ผสมน้ำเปล่า แต่ คงใส่มากไป(2 ชต.) เลยกลิ่นแรงแล้วมันก็เลยขม ><

ขอบคุณสำหรับสูตรดีดีแบบนี้นะคะ ^^
Quote
 
 
#42 พิม Enya 2011-12-16 17:54
คุณ netty .... ปกติถ้าใช้กลิ่นมะลิสังเคราะห์ พิมจะหยดเอาแค่นิด ๆ เดียวเท่านั้นอ่ะค่ะ พอให้แค่น้ำมีกลิ่นมะลิจางๆ คือถ้าหยดน้อย ดมแล้วกลิ่นมะลิอ่อนไป เราก็หยดเพิ่มได้ แต่ถ้าหยดเยอะเกิน กลิ่นแรงไป จะแก้ยากหรือแก้ไม่ได้นะคะ ... สำหรับกลิ่น 2 ชต. ต่อน้ำสะอาด 3/4 ถ้วย เยอะไปมากเลยค่ะ ปริมาณกลิ่นเท่านี้น่าจะใช้กับน ้ำหลายลิตรอยู่จ้า
Quote
 
 
#43 netty 2011-12-16 23:46
>< เนตกะปริมาณการใส่กลิ่นมะลิได้ผ ิดอย่างใหญ่หลวงเลยนะคะเนี่ยะ ถ้ามีปัญหาจะมาถามอีกนะคะ ^^ อาทิตย์นี้จะทำขนมชั้นสูตรที่คุ ณพิมลงไว้บ้าง ^^

ขอบคุณมากๆคร๊า
Quote
 
 
#44 พิม Enya 2011-12-19 22:35
ยินดีจ้าคุณเนต :roll:
Quote
 
 
#45 netty 2011-12-23 21:04
เอารูปขนมน้ำดอกไม้ที่ทำครั้งก่ อนมาฝากคะ รสชาดขมเพราะกลิ่นมะลิ อาทิตย์หน้าปรับปรุงแล้วจะเอามา ให้ชมอีกนะคะ ว่าใช้ได้ไม๊

ครั้งนี้ขนมเป็นรูแบบปานกลางไม่ ลึกมากอะคะ
a5.sphotos.ak.fbcdn.net/.../...
Quote
 
 
#46 พิม Enya 2011-12-24 16:01
คุณ netty ... ดูจากตรงขอบ ไม่ค่อยเรียบ อืมมม ตอนหยอดถ้วยร้อนจัดไหมค่ะ แล้วตอนแคะนี่รอให้ขนมเย็นสนิทก ่อนหรือเปล่าอ่ะค่ะ

ยังไงตอนนึ่งเสร็จแล้ว ลองเรียงถ้วยขนมใส่ถาดก้นลึก แล้วหล่อด้วยน้ำเย็นดูนะคะ เผื่อว่าแคะออกมาแล้วขอบขนมจะเร ียบขึ้น และรอยบุ๋มน่าจะลึกขึ้นอีกหน่อย อ่ะค่ะ
Quote
 
 
#47 netty 2011-12-24 22:53
อยากจะบอกว่า เนตแคะไม่ค่อยเป็นอะคุณพิม คือไม่มีที่ขอบเรียบสวยงามเลยอะ เวลาแกะ ><

ถ้วยคงร้อนไม่จัดคะคุณพิม ตอนแกะขนมก็ยังไม่เย็นสนิทมากเท ่าไหร่ด้วยอะคะ จะทำตามคำแนะนำนะคะ ^^ ส่วนรอยบุ๋มที่ควรลึกขึ้น มันเป็นผลมาจากถ้วยไม่ร้อนพอด้ว ยใช่ไม๊คะ
Quote
 
 
#48 netty 2011-12-28 00:09
วันนี้ทำขนมน้ำดอกไม้อีกครั้ง ขนมมีรูบุ๋มลึกขึ้นมากแล้วคะ แต่ครั้งนี้ขนมกลับไม่นุ่มเหมือ นครั้งแรก เป็นเพราะใช้เวลานึ่งมากไปหรือเ ปล่าคะ เกินเวลาที่กำหนดไป 2 นาที --"
Quote
 
 
#49 บุษยา 2011-12-29 00:22
ชอบขนมไทยของคุณพิมทุกอย่างเลย
Quote
 
 
#50 พิม Enya 2011-12-30 16:34
คุณ netty ค่ะ .... ขอโทษจ้ามาตอบช้ามาก เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาออกจากบ้า นเช้า กลับบ้านดึก มีแต่งานต้องทำทุกวันทั้งวันเลย ค่ะ

ขนมชนิดนี้ ก่อนนึ่ง..ถ้วยจะต้องร้อนจัด และจะต้องรอให้ขนมเย็นสนิทก่อนถ ึงแคะออกจากถ้วยได้อย่างสวยงามอ ่ะค่ะ และจะต้องนึ่งด้วยไฟที่กำลังดี ขนมถึงจะออกมาอร่อยจ้า :roll:
Quote
 
 
#51 พิม Enya 2011-12-30 16:34
คุณบุษยา ... ขอบคุณค่า ^^
Quote
 
 
#52 netty 2012-01-01 01:38
ขอบคุณคะคุณพิม รอคุณพิมไปให้คำแนะนำหน้าตาขนมน ้ำดอกไม้ เวอร์ชันล่าสุดใน webboard อยู่นะคะ ^^
Quote
 
 
#53 พิม Enya 2012-01-04 20:23
คุณ netty พิมไม่ได้เข้าเวบมาหลายวันเพราะ มัวแต่ตระเวนเดินสาย :lol: เดี๋ยวตอบทุกคำถามในเวบเสร็จแล้ วจะตามไปดูนะคะ :roll:
Quote
 
 
#54 Grace 2012-01-06 21:58
จำได้ว่าที่ท่าพระจันทร์มีขาย หน้าตาแบบนี้ แต่เขามีน้ำเชื่อมผสมงาขาวคั่วใ ห้ราด มันเป็นขนมแบบเดียวกับที่พี่พิม ทำไหมคะ
Quote
 
 
#55 Rujinart Strode 2012-04-04 09:22
Nong Pim ka. Where can I get the cups? I will be going to Thailand and will buy a lot of stuff to make kanom Thai ka. Khob khun ka.

P'A
Quote
 
 
#56 พิม Enya 2012-05-03 22:09
น้องเกรซ ... อันนั้นเป็นหนึ่งในขนมที่พี่ชอบ มาก เรียกว่าขนมถ้วยจีนจ้า :roll:
Quote
 
 
#57 พิม Enya 2012-05-03 22:10
พี่ Rujinart ค่ะ ..... ตามเวบก็มีให้สั่งซื้อนะคะพี่ เช่นเวบ KitchenwareMarket หรือจะซื้อตามร้านขายอุปกรณ์เบเ กอรี่ก็มีขายแทบทุกร้านค่ะ หรือว่าจะซื้อที่ตลาดสดใหญ่ๆ เช่น ตลาดบางกะปิ ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดห้วยขวาง ก็มีขายจ้าพี่ ใบละประมาณ 3 บาท (ถ้าซื้อในเวบจะประมาณ 4 บาท)
Quote
 

Add comment

Security code
Refresh