Feng Li Su หรือ Chinese Pineapple Tart
วันนี้พิมจะมาชวนเพื่อน ๆ มาทำและชวนเพื่อนๆ มาชิม Feng Li Su หรือ Chinese Pineapple Tart หรือขนมเค้กสับปะรดของชาวไต้หวันเค้าค่ะ (ต้นฉบับคือคุณ Tristy แห่ง Bloggang นะคะ)
.. ก็เมื่อสักราว 1 เดือนก่อนพิมอ่านกระทู้ในห้องก้นครัวพันทิปไปเรื่อย ๆ ก็เจอคนนึง ๆ ค่ะ เค้ามาตั้งกระทู้ส่งการบ้านขนมอันนี้ .... ตอนแรกพิมก็ไม่ได้สนใจอ่ะค่ะ แต่ในหัวข้อกระทู้มันมีคำว่า "Pineapple" ด้วย พิมก็เลยตาลุกวาวเลยค่ะ เพราะว่าพิมเป็นคนที่ชอบสับปะรดเอามากๆ โดยเฉพาะพวกสับปะรดที่อยู่ในขนมจะชอบเป็นพิเศษเลยค่ะ ^^ เพราะงั้นก็เลยแอบ ๆ คลิ๊กเข้าไปดูในกระทู้ค่ะว่า เอ๊... ขนมที่มีสับปะรดด้วยเนี่ย มันจะหน้าตาประมาณไหนน๊าาาาาา
ซึ่งตอนที่คลิ๊กเข้าไปดูตอนแรกที่เห็นหน้าตาขนมเนี่ย พิมก็เฉย ๆ ค่ะ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็คิดว่าน่ากินน๊า....า แต่ตอนนั้นไม่เห็นไส้อ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าข้างในเป็นไง เลยไม่ได้คิดอะไร หรือไม่ได้รู้สึกชอบอะไรมากมาย แต่พอคลิ๊กไปดูที่บล๊อคของคุณ Tristy ดูวิธีทำและก็ดูหน้าตาขนมด้านใน ... โอ้ววววว มันน่ากิน และดูท่าทางทำง่ายมากๆ เลยค่ะ อีกทั้งดู ๆ แล้วคล้ายกับขนมคุ๊กกี้สับปะรดในร้าน 7-11 ที่พิมชอบกินเป็นประจำ ...... เพราะงั้นต้องลองทำหน่อยแล้วล่ะค่ะ
แต่จนวันเวลาผ่านไป 2 อาทิตย์กว่า พิมก็ยังไม่ได้ลงมือทำซะทีค่ะ เหตุเพราะว่าหาเวลากวนสับปะรดไม่ได้ (จริง ๆ ขี้เกียจค่ะ) พอมีวันนึง (อาทิตย์ที่แล้ว) คุณสามีพิมเค้าไปหาซื้ออุปกรณ์ดนตรีที่เวิ้งนครเกษม แล้วชวนพิมไปด้วย ระหว่างที่เค้าลองกีต้าร์ลองแอมป์อยู่ พิมก็เลยขอตัวไปช๊อปปิ้งที่ร้านตั้งจิ๊บเส้งซะหน่อย ก็ได้ของมาหลายอย่างมากๆ ซึ่งก็มีสับปะรดกวนอยู่ด้วยอ่ะค่ะ ^^
และนี่ก็เป็นที่มาของขนม Feng Li Su หรือ Chinese Pineapple Tart ในวันนี้แหละค่ะ อิอิ
................................................
ข้อความจากบล๊อคคุณ Tristy :: Pineapple Cake หรือ Feng Li Su เป็นขนมพิเศษ ที่ขึ้นชื่อของชาวไต้หวัน ได้รับเลือกให้เป็น “Tourist Gift” อย่างเป็นทางการของชาตินี้เลยทีเดียว ... ชาวใต้หวันเชื่อว่า “สับปะรด” เป็นผลไม้ที่นำมาซึ่ง “ความรัก - Love” “ความสำเร็จ - success” และ “ความมั่งคั่ง ร่ำรวย - Prosperity” ... ใครที่เคยไปเที่ยวประเทศนี้ ก็คงจะเคยเห็นขนมนี้ วางขายในกล่องงาม ๆ ข้างในบรรจุด้วยเค้กสับปะรดก้อนเล็ก ๆ หลาย ๆ ชิ้น แยกห่อด้วยกระดาษออริกามิ Origami ลายสวย ๆ อีกที นะคะ
:: ส่วนผสมและวัตถุดิบ ::
- แป้งเค้กร่อนแล้วตวง 2 1/2 ถ้วย .......... (น้ำหนักประมาณ 270 กรัม)
- ผงฟู 1/8 ชช.
- เบคกิ้งโซดา 1/8 ชช.
- นมผง 6 ชต.
- เนยสด (เค็ม) 150 กรัม .................. ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ให้นิ่มสักหน่อย แต่อย่าให้เหลว
- เนยขาว 50 กรัม
- น้ำตาลป่นละเอียดมากๆ 1/2 ถ้วย (ตักออก 1 ชต.) หรือไอซิ่ง 1/2 ถ้วย
- ไข่แดง 2 ฟอง
- วนิลา 1/2 ชช.
- สับปะรดกวน 350 - 400 กรัม ................. (ภาพสับปะรดกวน ดูในส่วนของวิธีทำนะคะ)
:: วิธีทำ ::
เริ่มต้นให้เราผสม แป้ง + ผงฟู + เบคกิ้ง + นมผง เข้าด้วยกันนะคะ
แล้วก็ร่อนซะ 2 รอบค่ะ .... ร่อนเสร็จก็พักเอาไว้ก่อน

หันไปใส่เนยขาวกับเนยเค็ม ลงในกาละมังผสมค่ะ ... และก็ตีด้วยความเร็วปานกลาง จนเนยนุ่ม

แล้วก็ใส่น้ำตาลทรายทั้งหมดลงไป (ใส่รวดเดียวได้เลยค่ะ) ตีด้วยความเร็วต่ำสัก 1 นาที จนเนยกับน้ำตาลเข้ากันดี ก็ปรับสปีดให้เร็วขึ้น แล้วตีจนฟูเป็นครีม (พิมใช้เวลาตีประมาณ 2 นาที)

ก็ใส่ไข่ กับวนิลาลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำ ให้พอเข้ากัน

แบ่งแป้งที่เราร่อนไว้ออกเป็น 2 ส่วน ... ใส่แป้งส่วนแรกลงไปในอ่างผสม ตีด้วยความเร็วต่ำพอเข้ากัน (แต่ยังไม่ต้องให้เข้ากันดี) แล้วก็ใส่แป้งส่วนที่ 2 ลงไป ตีพอเข้าด้วยด้วยความเร็วต่ำอีกครั้ง ให้ส่วนผสมเข้ากันดี

ก็ปรับสปีดเครื่องตีให้มีความเร็วปานกลาง และก็ตีอีก 1 นาทีจนกระทั่งส่วนผสมจับตัวกันเป็นก้อน และมีลักษณะเนียนนุ่มมากขึ้นอ่ะค่ะ
จากนั้นก็แบ่งแป้งออกเป็น 2 ส่วน (ได้ส่วนละประมาณ 300 กรัมนิดๆ) คลึงแป้งแต่ละส่วนให้เป็นแท่งกลมๆ
ห่อด้วยฟิล์มใส แล้วนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อให้แป้งเซตตัวเป็นเวลาประมาณ 45 นาที - 1 ชม. ค่ะ
พอแช่ครบ 1 ชม. แป้งก็จะออกมาแข็ง ๆ เป็นแท่งหน่อยแบบนี้นะคะ (ถ้าใครรีบ ไม่ต้องเอาแป้งไปแช่ตู้เย็นก็ได้ค่ะ แต่ถ้าแช่ พิมว่ามันปั้นง่ายกว่าอ่ะค่ะ)
ก็นำแป้งมาตัดแบ่งไว้เป็นก้อน ๆ .. ปั้นแป้งแต่ละก้อนให้กลม .... และพักเอาไว้ก่อน (อย่าให้ตากลมแรงและตากลมนาน แป้งจะแห้ง)
ป.ล. แป้งแต่ละก้อนจะมีน้ำหนักก้อนละเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆ ใช้พิมพ์ขนมขนาดเท่าไหน ส่วนพิมใช้พิมพ์ตามในภาพด้านล่าง ก้อนแป้งที่ใช้ก็จะมีขนาดก้อนละ 10 กรัมอ่ะค่ะ
ต่อมาก็มาดูที่สับปะรดกวนกันค่ะ ... เนื่องด้วยพิมขี้เกียจกวนเลยซื้อที่เค้ากวนแล้วมาเป็นกิโล ๆ ละ 50 บาทค่ะ (เหนียวมากๆ ท่าทางจะใส่แบะแซเยอะง่ะ)

ก็เอาสับปะรดกวนมาปั้นเป็นก้อนๆ เช่นเดียวกับแป้ง แต่ให้มีขนาดเล็กกว่าค่ะ ..... ประมาณก้อนละ 6 กรัม
แล้วก็เอาแป้งกับสับปะรดมารวมร่างกัน ด้วยการแผ่แป้งออกเป่นแผ่นกลมๆ เอาไส้สับปะรดวางลงไปตรงกลาง รวบแป้งมาคลุมไส้ให้มิด แล้วคลึงด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง (อย่างเมามัน หุหุ) ให้เป็นก้อนกลมแบบในภาพด้านล่างอ่ะค่ะ (ไม่ต้องกลมมากก็ได้อ่ะ)
เสร็จแล้วก็เอาไปใส่ลงในพิมพ์ที่เราจะใช้อบ (ไม่ต้องทาไขมันใด ๆ ทั้งสิ้น) โดยพยายามกดเบา ๆ ให้ก้อนขนมของเราแนบชิดกับพิมพ์ทั้งด้านล่างและด้านบนด้วยนะคะ ขนมจะได้ออกมามีรูปทรงสวย ๆ และมีลายชัดเจน
จากนั้นก็เอาไปเข้าเตาอบค่ะ ไฟบนล่าง อุณหภูมิ 160 องศาซี เป็นเวลาประมาณ 20 นาทีนะคะ
ป.ล. ในภาพล่างนี่ เป็นแบบชิ้นใหญ่ค่ะ ใช้แป้งหนัก 30 กรัม และก็ไส้หนัก 20 กรัม ........ แบบว่าไส้ตูมมากๆ อร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ ^^
และแล้ว .... เมื่อ 20 นาทีผ่านไป เราก็จะได้เจ้าขนม Feng Li Su ออกมาหน้าตาแบบนี้แหละค่า (หน้าตาจากทางด้านหลังอาจจะไม่ค่อยน่ากิน แต่ถ้าดูทางด้านหน้า จะน่ากินกว่านะคะ)
เจ้าขนมชนิดนี้ ... คุณ Tristy บอกเอาไว้ว่าต้นฉบับที่เค้าทำขายหรือมีตามในหนังสือสูตรขนมเนี่ย ก็จะสีออกจืด ๆ ขาวๆ ... แต่สำหรับพิมขออบให้แป้งมันมีสีเหลืองๆ น้ำตาลนิดนึงค่ะ แบบว่ารู้สึกชอบมากกว่าค่ะ
และสำหรับเพื่อนๆ ที่สงสัยว่าแล้วข้างในมันจะเป็นไงหว่า ... พิมก็ลองเอามีดผ่าครึ่งให้ดูนะคะ แต่ผ่าออกมาไม่สวยเท่าไหร่ เพราะว่าแป้งมันร่วน ๆ ^^
แต่ขอบอกว่าแป้งร่วน ๆ หอมเนย หวานไม่มาก เค็มนิด ๆ .... แบบนี้แหละค่ะ อร่อยมาก เหมือนกับว่าได้กินคุ๊กกี้ไส้สับปะรดเลยค่ะ
หากเพื่อน ๆ สนใจก็ลองไปทำดูนะคะ ไม่ยากๆ แถมทำแล้วถ้ากินไม่หมดในคราวเดียว ก็เก็บใส่กล่องไว้กินวันหลังได้อีกนานเลยค่ะ (ทำสูตรนึงได้ตั้ง 60 ชิ้นแบบนี้เลยค่ะ)
ยังไงก็ลองดูกันนะคะ .... ส่วนวันนี้ขอบ๊ายบายไปด้วยขนมภาพนี้แหละจ้า ^^

Comments
อยากให้น้องพิม ดูขนมตาลเจ้านี้ ค่ะ ขายที่ ตลาดอโยธยา น่าทานมาก ๆๆ
www.thaismefranchise.com/.../
น้องพิม ดูขนมตาล ซิค่ะ ฟู น่าทานมัก ๆๆๆๆ เลย
ทำยังไง ขนมตาล ถึงได้ฟูขนาดนี้ แถมหน้าแตก อีกด้วย ถ้าเราทำ หน้าคนทำแตกค่ะ เพราะ เป็นป๊งเหน่ง ไม่เห็นจะแตกเลย
แต่ว่าตัวคนคงแก้ไม่ได้อ่ะค่ะ เพราะงั้นปัญหามันก็เลยคงอยู่
ก็พยายามทำใจอ่ะนะคะ คุณสามีก็เน้น ๆ ว่าให้พยายายามทำใจได้แล้ว มันไม่ใช่ครั้งแรก
พิมก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ แต่ว่าเอาจริงๆ ก็เครียดมากทุกทีเวลามันเกิดขึ้ น
ป.ล. คุณหนิงนึกถึงเค้กลำไย แต่พิมนึกถึงพายลำไยค่ะ อิอิ (ตอนนี้ตัดโละหมดต้นแล้ว เหลือต้นต้นโกร๋น ๆ เลย รอแตกใหม่)
=) =)
ทำครั้งนี้ครั้งที่สอง ... ทั้งสองครั้งออกมาอร่อยมาก ตัวแป้งด้านนอกร่วน ๆ หอมเนย
กินเพลินมากๆ เลยอยากเอาสูตรมาบอกต่อค่ะ
แต่คิดว่าคราวหน้าถ้าทำ คงจะทาไข่แดงด้านบนด้วยค่ะ เพื่อให้มีมันสวยกว่านี้สักหน่อ ย
อันนี้พิมว่ามันแอบด้าน ๆ แห้ง ๆ ไปนิดนึงอ่ะค่ะ :kawaii:
พูดถึงขนมตาล พิมเองก็ทำขนมตาลให้ฟูขนาดนั้นย ังไม่ได้เหมือนกันค่ะ คือรสชาติได้ แต่หน้าตายังไม่ให้ พิมเองก็ไม่รู้ว่าเค้ามีจุดเด็ด เคล็ดลับยังไง (อยากรู้เหมือนกัน) แต่เคยอ่านหนังสือพิมพ์เล่มนึงเ มื่อหลายปีก่อน
เค้าไปสัมภาษณ์เจ้าของสูตรขนมตา ลดัง ๆ ที่ดอนหวาย ว่าทำยังไงให้ฟูมากๆ อย่างนี้ ต้องหมักนานแค่ไหนกัน เค้าบอกว่าสูตรของเค้าไม่ต้องหม ักนาน ไม่ต้องใช้อากาศร้อนๆ เพราะเค้ามีตัวช่วย ใส่ผสมลงไป หมักแค่ 15 นาทีก็จะฟู หน้าแตกสุดๆ และทำให้ขนมตาลเนื้อนุ่ม มาก ๆ ซึ่งพิมเองก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ ค่ะว่าตัวช่วยของเค้าคืออะไร (แต่ก็อยากรู้มากๆ =) )
หนูเล็กเป็นกำลังใจให้คุณพิมผ่า นเรื่องเครียดๆ ไปให้ได้นะค่ะ
คิดถึงค่ะ =)
ก็จะพยายามปล่อยวางต่อไปน๊าาาาา า .... คุณหนิงก็ด้วยนะคะ =)
คิดว่าภายในเดือนเมษา คงจะสะสางไปได้สักเปลาะอ่ะ =)
แต่สูตรที่พิมทำนี่ อร่อยกว่าค่ะ เพราะว่าไส้เยอะกว่าแป้ง
อีกทั้งกินแล้วไม่ติดคอแบบใน 7-11 ด้วยอ่ะค่ะ =)
ป.ล. เมื่อก่อนพิมซื้อในเซเว่นกินวัน ละซองเลยค่ะ แบบว่าชอบมากๆ =)
ตอนไปเรียนที่ไต้หวัน เหมากลับมาเป็นลัง อิอิ
ไม่คิดเลยว่าทำเองก็ได้ (แต่ดูแล้วคงไม่สามารถอยู่ดี อิอิ)
คุณพิมเปิดสอนทำขนมเมื่อไหร่ ขอสมัครคนแรกเลยนะคะ
มีอยู่ครั้งนึง พ่อบี๋เอาขนมปังไส้สัปรดมาให้กิ นเป็นปี๊บเลย บี๋ก็นึกนะว่ารู้ได้ไงเนี่ยว่าเ ราชอบ บี๋ก็กินๆๆๆๆ จะไปไหนก็เอาถุงมาใส่ พ่อบี๋เห็นก็เอามาอีกหลายปี๊บเล ย แต่มันเยอะหน่ะ ก็เลยถามว่าซื้อมาทำไมเยอะแยะ พ่อบี๋บอกว่าไม่ได้ซื้อถือมาเฉย ๆ ลูกก็งงดิ พ่อบี๋บอกว่า "ป๊าไปหุ้นกับเพื่อนทำโรงงานสัปร ดกวน แล้วส่งสัปรดไปทำขนมปังปี๊บด้วย " ลูกเอ๋อออออ เลย
เมื่อวาน (ทำครั้งที่ 5) เอาไปให้ลูกค้า ที่มาซื้อขนมชิม ลูกค้าก็ชอบมากเหมือนกันค่ะ บอกว่าให้ทำมาขาย ^^
ป.ล. เปิดสอนเมื่อไหร่จะรีบบอกเลยค่ะ =)
(อย่างนี้แสดงว่าอยู่ด้วยกันได้ นะคะเนี่ย อิอิ) ไม่ว่าจะเป็นพายสับปะรด คุ๊กกี้ไส้สับปะรด
ขนมปังไส้สับปะรด ชอบหมดเลยค่ะ
อย่างขนมปังไส้สับปะรดเนี่ย สมัยเด็ก ๆ แม่ซื้อเป็นปี๊บติดบ้านเอาไว้เล ยค่ะ
ว่าแต่ไม่รู้เป็นขนมปังสับปรดจา ก รง. พ่อคุณบี๋บ้างไหมนะเนี่ย =)
บ้างก็ดัดแปลงเป็นไส้ผลไม้อื่นด ้วยค่ะ อย่างเช่นสตรอเบอร์รี่ แคนตาลูป ชาเขียว และก็อื่นๆค่ะ แนะนำไว้เผื่อคุณพิมจะทำขายจะได ้หลากหลายค่า อิอิ
รอกินนะคะ ฮ่าๆๆ
แต่ที่แน่ ๆ ในเวลาอันใกล้นี้จะลองเปลี่ยนเป ็นไส้ทุเรียนกวนค่ะ (เพราะว่ากวนเองทุกหน้าทุเรียนเ ป็นประจำ หุหุ)
=) =)
และจะมาตอบทุกคำถามที่เพื่อน ๆ ฝากถามไว้ด้วยจ้า
ป.ล. ตั้งแต่วันพฤหัสจนถึงเมื่อวานไม ่ได้มีเวลาว่างเลยค่ะ มาวันนี้เช้าก็วุ่น ๆ ทำขนม
บ่ายจะต้องออกไปทำธุระอีก คาดว่ากลับมาค่ำ ๆ อ่า พรุ่งนี้น่าจะว่างพอทำเมนูใหม่ ๆ มาลงได้ค่ะ =)
กว่าจะได้มาแต่ละบาทแต่ละสตางค์ มันเหนื่อยหนักหนาแค่ไหนอ่า
เรื่องลูกค้าลืมจ่ายเงินนี่ก็เจ อบ่อยค่ะ ทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้อ่ะ
ยิ่งช่วงยุ่ง ๆ นะคะ สั่งกับแม่ รับของที่พิม บอกจ่ายตังค์กับแม่แล้ว พิมก็เออ จ่ายแล้วก็จ่ายแล้ว
เอาเข้าจริงยังไม่ได้จ่าย ตอนนี้เลยต้องเพิ่มความระมัดระว ังด้วยการจ่ายเมื่อรับของค่ะ ไม่ต้องจ่ายก่อนอ่ะ
ว่าแต่อาทิตย์ที่ผ่านมา (อาทิตย์ที่แล้ว) พิมทำขนมหลายอย่างมากเลยค่ะ
แม่พิมเค้าบอกว่าให้ทำไปเยอะ ๆ และทำไปขายตั้งแต่วันศุกร์ เพราะว่าวันศุกร์เป็นวันมาฆะ
เผื่อใครจะซื้อไปใส่บาตร ไปไหว้พระ
เพราะงั้นวันพฤหัสก่อนหน้าวันมา ฆะ พิมเลยทำขนมทั้งวันเลยค่ะ ทั้งคุ๊กกี้ 3 อย่าง เค้กกล้วยหอม
เค้กช๊อคหน้านิ่ม เค้กฝอยทอง ท๊อฟฟี่เค้ก บราวนี่ (ก่อนหน้านี้ ทำเน้นแต่ขนมไทย กะคุ๊กกี้บ้าง)
รวมเบ็ดเสร็จแล้วประมาณ 80 กล่อง ปรากฎว่าขายเหลือกลับมา 10 กว่ากล่องเองค่ะ เลยได้ใจล่ะ
ทำไปขายวันเสาร์อีกค่ะ แต่ว่าทำแค่ 3 อย่าง เนื่องจากแรงหมด .....ฮ่ะๆ
ปรากฎว่าก็ขายได้อีกค่ะ โดยเฉพาะเค้กกล้วยหอม บราวนี่ กะเค้ก ฝอยทอง ลูกค้าชอบมาก
ขนมปังกระเทียม ลูกค้าก็ชอบค่ะ
พอขายเสร็จวันเสาร์ก็เลยกลับมาท ำต่อสำหรับไปขายวันอาทิตย์อีกค่ ะ
แต่ทำได้แค่ 2 อย่าง คือ เค้กกล้วยหอม กับ ขนมปังกระเทียม (ทำตามวัตถุดิบที่มี)
เพราะว่าเวลาที่เหลือต้องเอาไปใ ช้ในการเตรียมของสำหรับทำกับข้า วขายเช้าวันอาทิตย์อ่ะค่ะ ...
ปรากฎว่าวันอาทิตย์ก็ขายหมดล่ะ ทั้งกับข้าว กะขนม
อ้อ ๆ เหลือเค้กกล้วยหอมมา 1 ขนมปังกระเทียม 1 กะหลนเต้าเจี้ยวมา 2-3 ชุดรึไงนี่แหละค่ะ นอกนั้นเหมดเกลี้ยงเลย =)
เลยคิดว่าอาทิตย์นี้ตั้งเป้า เฉพาะเค้กกล้วยหอมจะขายให้ได้รว ม 2 วัน สักร้อยกล่องล่ะค่ะ ^^"
คุณหนิงลองทำพวกท๊อฟฟี่เค้ก พวกเค้กครีมดูบ้างสิค่ะ ที่ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ๆ อ่ะค่ะ =)
อยากทำขนมปังกระเทียมด้วยจังเลย ถ้าคุณพิมว่างช่วยลงสูตรให้ด้วย นะคะ ขอบคุณมากค่ะขอให้สุขภาพแข็งแรง นะคะ
เอาสับปะรดมา จะกี่ลูกก็ว่ากันไปค่ะ แต่ให้เลือกลูกโต ๆ นะคะ เพราะว่าเนื้อจะเยอะ
จากนั้นก็ปอกเปลือก เอาตาออกให้หมด ล้างน้ำ แล้วสับให้ละเอียดที่สุดค่ะ
พอสับเสร็จ ก็เอาสับปะรดทัั้งหมดที่สับแล้ว ใส่กระทะทอง หรือภาชนะที่เราจะใช้กวนค่ะ
ซึ่งพิมใส่ทั้งน้ำทั้งเนื้อเลย แต่บางคนอาจจะไม่อยากกวนนาน เลยคั้นเอาแต่เนื้อใส่ น้ำเอาไปชงดื่ม
แต่ว่าจะอร่อยน้อยกว่าแบบใส่ทั้ งน้ำเนื้อ
จากนั้นก็เอาไปตั้งเตาไฟค่ะ (เตาถ่านจะดีมาก)
ตอนแรกใช้ไฟแรงได้ เพื่อให้สับปะรดเดือด พอเดือด ก็ลดเหลือไฟกลางๆ ค่ะ
ตั้งไปเรื่อย ๆ คนด้วยพายไม้เป็นระยะ ๆ จนน้ำสับปะรดลดลงพอประมาณ
ก็เติมน้ำตาลลงไป เกลือนิดหน่อย .... ปริมาณน้ำตาลที่ใส่ ขึ้นอยู่กับความชอบ
และความหวาน ความเปรี้ยวของสับปะรดนะคะ
แล้วก็กวนไปเรื่อย ๆ ค่ะ จนกระทั่งสับปะรดแห้ง เหนียว แบบที่สามารถปั้นเป็นก้อนอย่างใ นภาพได้อ่ะค่ะ
ก็ดับไฟเตา พักไว้ให้เย็น เอามาใช้ได้เลยค่ะ
ส่วนสูตรขนมปังกรอบหน้ากระเทียม จะมาลงให้ทีหลังนะคะ
ป.ล. แต่ถ้านานเกินอาทิตย์ ช่วยเตือนพิมอีกทีนะคะ เมล์มาบอกพิมก็ได้ค่ะ
เพราะบางทีพิมก็ลืมเหมือนกัน =)
เค้กสับปะรดว่าสุดยอดของไต้หวัน ยังไงเดี๋ยวขอไปลองก่อนนะคะ แล้วจะลองกลับมาทำดู
ขอบคุณน้องพิมมากค่ะ
พรุ่งนี้เดินทางไปถึงจะรีบไปหาม าลองเลยละค่ะ
ขนมอร่อยค่ะ เพื่อนพี่ชอบมากเหมาซะหมดร้านเล ย(แบบว่ามันเหลือไม่เยอะแล้วน่ะ ค่ะ 555) ของขึ้นชื่อตัวนี้มีหลายยี่ห้อค ่ะ
ได้ชิมแล้วก็ มีถูกปากบ้าง ไม่ถูกปากบ้าง แต่ที่พี่เลือกซื้อกลับมา
เขาได้รับรางวัลด้วยค่ะ ยี่ห้อน่าจะ yu-jan-shin ซื้อที่ตึกไทเป 101 แบบพีเมี่ยมราคากล่องละ 200 ไม่เมี่ยมก็ 180 ค่ะ
กล่องนึงมี 10 ชิ้น บางร้านแพงมากค่ะกล่องละ 550 ถูกสุดที่เห็นก็ 80
พี่ซื้อมานิดเดียวเพราะกะว่าจะม าขอสูตรน้องพิมไปทำเองดีกว่า
แล้วจะกลับมาคอนเฟิร์มนะคะว่าขอ งใครเด็ดกว่ากัน
ว่าแต่ขนมชนิดนี้ ตั้งแต่ทำมาลงเวบนี่ พิมเพิ่งทำไปอีก 3 ครั้งเองค่ะ ก็ยังไม่ได้ทำอีกเลย แต่ว่าพิมลองกวนไส้สับปะรดดูเอง กวนสด ๆ ใหม่ ๆ แล้วเอามาทำขนมเลย ปรากฎว่าอร่อยมากก..กก.ก..ก ค่ะพี่ ทั้งไส้ทั้งตัวแป้งหอมมาก ต่างจากที่ซื้อสับปะรดกวนแล้วมา ใช้มากเลยค่ะ ถ้าพี่ lena มีเวลาลองดูนะคะพี่
แต่ว่าใช้ตามสูตรนี่เลย เนื่องจากชอบแบบร่วนนิด ๆ ^^ แต่ยังไง
ถ้าชอบให้ร่วนน้อยกว่านี้ เพิ่มเนยสดเป็นสัก 170-180 กรัม น่าจะดีขึ้นนะคะ
เพราะเป็นของขึ้นชื่อที่ไต้หวัน เลย ส่วนตัวชอบทานมากเลยครับ
ของที่ไต้หวัน บางเจ้ามีไส้สัปปะรดไข่เค็มด้วย หอมหวาน เค็มๆอร่อยดี